มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

9 : ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (80%)

ชื่อตอน : 9 : ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (80%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2562 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9 : ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (80%)
แบบอักษร

(ต่อ)

ก่อนจะมาถึงโรงพยาบาล พะนอขวัญก็แวะซื้อข้าวและกับข้าวมาให้ป้าช้อยด้วย ครั้นมาถึงลุงชดยังนอนหลับอย่างสนิทอยู่บนเตียง ในขณะที่ป้าช้อยก็แกะข้าวและกับข้าวที่หญิงสาวซื้อมาให้ ก่อนจะนั่งตักข้าวเข้าปากพลาง แล้วก็ทอดถอนหายใจพลาง

"สีหน้าป้าช้อยดูไม่ดีเลยนะ" หญิงสาวถามอย่างเป็นห่วง

 "ไม่ดีจริง ๆ น่ะแหละ เพราะตอนเช้าป้าลอง ไปถามเรื่องค่าหมอของตาแก่มา..." ป้าช้อยถอนใจแล้วว่าไปอีก "...เงินป้าและตาแก่รวมกันที่มีก็ไม่พอจ่าย จะไปเอาที่ลูกชาย มันก็คงไม่ให้ เพราะอีเมียของมันใจดำยิ่งกว่าอีกาอีก" ว่าแล้วก็ปาดน้ำตาออกจากแก้มช้า ๆ 

พะนอขวัญจึงรีบปลอบใจ "เรื่องนี้เอง ป้าช้อยไม่ต้องห่วงแล้ว ขวัญพอมีเงินอยู่ ขวัญจะจัดการให้เอง"

"ได้หรือ?" อีกฝ่ายเงยหน้ามองหญิงสาวด้วยสายตาประหลาดใจ "คุณขวัญจะเอาเงินมาจากไหน..."

"เรื่องเงินนั้นป้าช้อยไม่ต้องห่วง ขวัญบอกว่าพอมีจ่ายให้ก็ให้เชื่อใจขวัญก็พอค่ะ" 

"คุณขวัญจะเอาเงินที่ไหนมา" นางช้อยถามย้ำ 

"เงินเก็บของขวัญเองล่ะค่ะ"  หญิงสาวตอบพลางหลบสายตาของผู้สูงวัยไปด้วย

นางช้อยส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ ลำพังค่าเย็บผ้าปักผ้าที่ทำส่งเขา จะทำให้หญิงสาวมีเงินเก็บสักเท่าไหร่กันเชียว ที่ได้มาแต่ล่ะครั้งก็นำไปเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  และต้องเอาไปจุนเจือคนใช้ที่บ้านแทนมารดาที่ไม่รับผิดชอบอะไรเลยอีก  แค่นี้ก็ทำให้หญิงสาวแทบไม่มีเงินเหลือแล้ว จะมีเงินเก็บอย่างที่กล่าวอ้างมาได้อย่างไรกัน

นางช้อยพินิจคนตรงหน้าที่พยายามหลบเลี่ยงสายตาไปมาเหมือนซ่อนพิรุธ แล้วจึงอุทานทันที "หรือว่า!  คุณขวัญเอาสร้อยพระที่คุณผู้ชายให้ไป..."

"เบา ๆ ป้าช้อย เดี๋ยวลุงชดตื่น!" พะนอขวัญทำทีเอ็ด ความจริงหล่อนไม่อยากจะพูดถึงเรื่องสร้อยพระนั่นอีกแล้วต่างหาก

"ใช่มั้ยคะ..." คนสูงวัยกว่าคาดคั้นอีก แต่ใช้น้ำเสียงที่เบาลงแล้ว

นั่นเองที่ทำให้หญิงสาวจำต้องพยักหน้า ขืนโกหกคนตรงหน้าไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะเวลากลับบ้านแล้วป้าช้อยจะต้องขอดูสร้อยพระที่ว่าเพื่อยืนยันแน่ ๆ 

"คุณขวัญ..." นางช้อยทำท่าอยากร้องไห้ขึ้นมาตำหนิหญิงสาวด้วยความสงสารอีกว่า "...เอาของสำคัญที่คุณพ่อให้ไว้ติดตัวไปขายได้อย่างไรกัน"

"ของนอกกายป้าช้อย ไม่ตายก็หาใหม่ได้"

"แต่นั่น คุณพ่อให้คุณขวัญไว้เพื่อเก็บรักษาแทนท่าน เพราะจะให้ลูกคนอื่น ๆ หรือคุณรำพึงเก็บก็คงไม่มีเหลือ แต่...คุณขวัญมาทำอย่างนี้  โธ่! จะทำให้ป้าอกแตกตายหรืออย่างไรคะ" นางช้อยว่าแล้วก็มองหญิงสาวด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเบือนหน้าหนีเพื่อเช็ดน้ำตาที่ไหลรินลงมา

"ขวัญรู้..." หล่อนกล่าว แล้วเอื้อมมือไปจับมือหยาบกร้านข้างหนึ่งของผู้สูงวัยเอาไว้ ฝืนยิ้มพลางบอกออกไปว่า "...แต่ชีวิตลุงชดก็สำคัญนะ ถ้าให้ขวัญเลือกเก็บรักษาระหว่างสิ่งของกับชีวิตคน...ขวัญก็ต้องเลือกอย่างหลังไว้ก่อนล่ะค่ะ" 

นั่นเองจึงทำเอาคนแก่กลืนข้าวลงคอทั้งน้ำตาทีเดียว ก่อนจะรีบวางชามข้าวลงกับชั้นเก็บของ หันกลับมาปาดน้ำตาออกจากสองแก้ม แล้วจึงจับมือของหญิงสาวข้างนั้นขึ้นมาแนบแก้มสากของตน เอ่ยอย่างตื้นตันใจไปอีกว่า "แม่คุณ แม่ทูลหัว ทำไมเป็นคนดีแบบนี้ เราสองคนตายายจะต้องทำงานหนักสักเท่าไหร่กัน ถึงจะใช้เงินคืนคุณขวัญครบทุกบาททุกสตางค์" 

หล่อนระบายรอยยิ้ม แล้วรีบบอก "ไม่ต้องตอบแทนขวัญแบบนั้นก็ได้ แค่ลุงชดและป้าช้อยไม่ไปไหน อยู่กับขวัญแบบนี้ไปตลอดก็พอแล้วค่ะ"

นางช้อยเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับหญิงสาวตรงหน้า รีบพยักหน้ารับด้วยน้ำตาแห่งความสงสารและปลาบปลื้มใจที่สุด 

ขณะนั้นเองก็มีเสียงรองเท้าคู่หนึ่งเดินมาหยุดตรงเตียงที่ทั้งสองคนนั่งเฝ้าอยู่ ตามด้วยน้ำเสียงใสของเจ้าของรองเท้าคู่นั้นที่เป็นนางพยาบาลว่า

"เรามีเรื่องที่จะต้องแจ้งให้กับญาติของคุณลุงชดทราบค่ะ"

"ป้าเองค่ะ...เป็นเมียตาแก่นี่" นางช้อยรีบยกมือบอก แล้วถาม "มีเรื่องอะไรหรือคุณพยาบาล"  

"เดี๋ยวเตรียมตัวนะคะ เราจะต้องย้ายตัวคุณลุงไปพักที่ห้องพักพิเศษ"

"อะ...อะไรนะ!" นางช้อยอุทานหูตาเหลือก ลาน "ป้าไม่ได้ต้องการห้องแบบนั้น  โธ่...คุณพยาบาลแค่เป็นห้องรวมป้ายังไม่รู้ว่าเงินที่มีจะพอจ่ายค่ารักษา ค่าผ่าตัดหรือเปล่าเลย  ไม่ย้าย ๆ ป้าจะให้ตาแก่นอนอยู่ที่นี่ล่ะ" 

นางพยาบาลคนเดิมยิ้มอย่างใจเย็นแล้วรีบบอกอีกว่า "อ้อ และมีเรื่องที่ต้องแจ้งให้กับทางญาติของคุณลุงชดทราบว่า ค่ารักษาพยาบาลคุณลุง มีผู้ประสงค์แจ้งขอชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณลุงให้กับทางญาติแล้วนะคะ เราจึงต้องย้ายตัวคุณลุงไปพักที่ห้องพิเศษตามความต้องการของผู้ประสงค์รายนี้ด้วย ดังนั้น ทางญาติของคุณลุง ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ"

ทั้งพะนอขวัญและผู้สูงวัยหันมาสบตากันปริบ ๆ ทันที ก่อนที่จะเป็นพะนอขวัญที่รีบแย้งนางพยาบาลคนเดิมว่า "จะต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ ค่ะ! เรา...หมายถึง ทางเราไม่ได้มีญาติหรือคนรู้จักที่ไหนอีกแล้วนะคะ ใครกันจะมา..."

"ไม่ผิดหรอกค่ะ ถูกต้องแล้ว นายชด ดำเนินดี มีผู้มาติดต่อประสงค์อย่างที่แจ้งให้ทางญาติทราบก่อนหน้านั้นแล้วจริง ๆ ค่ะ ไม่ผิดคนอย่างแน่นอนค่ะ" นางพยาบาลคนเดิมยังยืนยันด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ เช่นเดิม "เดี๋ยวรบกวนญาติ ของคุณลุงเตรียมเก็บสัมภาระรอ เพราะสักครู่เจ้าหน้าที่จะมาย้ายตัวคุณลุงเข้าห้องพักพิเศษแล้วค่ะ"

แจ้งเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วนางพยาบาลคนเดิมก็ขอตัวเดินกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ 

"อะไรกันนี่?" ทั้งพะนอขวัญและป้าช้อยยังมองหน้ากันด้วยความงุนงง และก็เป็นหญิงสาวเองที่ลุกขึ้น แล้วก็รีบเดินตามนางพยาบาลคนเดิมไป 

"เดี๋ยวค่ะคุณพยาบาล!"

นางพยาบาลคนเดิมหันกลับมาตามเสียงเรียกนั้น พลางถามกลับสั้น ๆ" มีอะไรคะ"

"ผู้ที่ประสงค์ขอชำระค่ารักษาพยาบาลให้นายชด ดำเนินดีที่ว่าเมื่อครู่เป็นใครกันหรือคะ ทางเราอยากจะรู้และ เอ่อ เผื่อจะได้ขอบคุณเขาด้วยค่ะ"

นางพยาบาลคนเดิมส่ายหน้า แล้วบอก "ทางเราบอกคุณไม่ได้จริง ๆ ค่ะ เพราะเขาแจ้งมาแค่ว่า เป็น..."

.

"เป็น...ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม!" 

นางช้อยอุทานขึ้น ค่อนข้างตื่นเต้นและแปลกประหลาดใจกับรายชื่อนี้ 

"ค่ะ ขวัญถามกี่ครั้ง ๆ คุณพยาบาลก็บอกว่า เขาเป็นผู้ไม่ประสงค์ออกนาม..." พะนอขวัญสำทับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

"ใครกันคะ นี่ป้างงไปหมดแล้ว" 

หญิงสาวครุ่นคิดต่อ แล้วพูดกับผู้สูงวัยว่า "ก็มีไม่คนที่รู้ว่าลุงชดต้องผ่าตัด จะบอกว่าเป็นลูกชายของป้าช้อยนี่ตัดไปได้เลยเพราะไม่รู้แน่ ๆ   "

"โอ๊ย! ไอ้ลูกชายนั่นคุณขวัญไม่ต้องไปคิดถึงมันให้ปวดหัวเลย มันไม่สนใจไม่มาดูดำดูดีพ่อกับแม่มันมาตั้งนานแล้ว" นางช้อยรีบแย้ง ก่อนจะแสดงความคิดเห็นออกมาบ้าง "จะเป็นไปได้มั้ยคะ ว่าเป็นคนที่ใจบุญชอบทำบุญตามโรงพยาบาลให้กับผู้ป่วยอนาถา" 

"แต่ค่ารักษามันไม่ใช่ร้อยสองร้อย หรือแค่พันสองพันนะ อย่างค่าผ่าตัดนี่ก็เยอะพอสมควรแล้ว" หล่อนแย้งอีกเป็นไปไม่ได้ ใครจะกล้าทำบุญทุ่มเทเงินก้อนมากมายให้กับคนที่ไม่รู้จักกันเช่นนี้เล่า 

"โอ๊ย! ป้าคิดจนปวดหัวไปหมดแล้วล่ะค่ะ" นางช้อยว่า ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะคิดเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหาตัวผู้ไม่ประสงค์จะออกนามรายนี้ได้ "...ว่าแต่เมื่อคืนที่ป้าไม่อยู่บ้าน มีอะไรเกิดขึ้นมั้ย แล้วนายใบ้อยู่เฝ้าบ้านดูแลคุณขวัญมั้ยคะ"

"ค่ะ...นายใบ้ก็อยู่ตามที่ป้าช้อยขอร้อง" หล่อนตอบเรียบ ๆ  ทว่า คำตอบนี้กลับสามารถจุดประกายบางอย่างขึ้นมาในจิตใจของหล่อนได้ 

ในขณะที่ป้าช้อยได้หันไปดูลุงชดบนเตียง หญิงสาวจึงพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ว่า "ใบ้  นายใบ้หรือ..."

หล่อนพยายามคิดเงียบ ๆ คนเดียวอีก ใช่ นอกจากหล่อน ป้าช้อยและส้มเช้งที่ทราบว่าลุงชดต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน ก็มีนายใบ้อีกคนที่รู้เรื่องนี้  และเขาก็ได้เดินตามหล่อนตั้งแต่ออกจากบ้านจนมาถึงร้านทอง แล้วจากนั้นนายใบ้ก็หายตัวไปเลย...  

 แต่...จะเป็นเขาไปได้หรือ ...ไม่หรอกกระมัง!

.

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม แต่ประสงค์ออกตังค์สินะจ๊ะ...

งื้อ อยากเจอสายเปย์แบบนี้จัง ไม่พูดเยอะ (เจ็บคอ) ...เปย์เลย

.


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น