คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 1 เกลียดชัง.. 50%

ชื่อตอน : บทที่ 1 เกลียดชัง.. 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 490

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2561 19:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เกลียดชัง.. 50%
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา ซึ่งเป็นวันทำงานตามปกติ....

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ฉันทพิชญา หายใจเข้าลึกๆ ยกมือเรียวเล็กขึ้นเคาะห้องทำงาน ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายคนใหม่ของเธอ ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะต้องมาทำงานร่วมกับ จุฑาธช จึงรู้สึกประหม่า หวาดหวั่น วิตกกังวล เพราะไม่รู้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง และก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเขามากน้อยสักแค่ไหน แต่ถึงรับมือไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้ล่ะ 

ฉันทพิชญา เว้นช่วงจังหวะการเคาะประตูหน้าห้องทำงานของ จุฑาธช ไปสักพักหนึ่ง แล้วค่อยผลักประตูห้องเข้าไป ซึ่งตอนนี้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอก็เต้นราวกับกองตีรัวๆ ก็ไม่ปาน “สวัสดีค่ะคุณธช เอ่อ!.. คุณราชให้ดาวมาเริ่มทำงานกับคุณธชค่ะ” ฉันทพิชญา มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของ จุฑาธช สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ แล้วค่อยเปล่งเสียงรายงานตัวออกมา ให้ผู้ที่นั่งอยู่ที่หลังโต๊ะทำงานได้รับทราบ

จุฑาธช ใช้สายตาจับจ้องมองหน้าสวยหวานนั้นนิ่ง ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกมา จึงทำให้เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของคนที่อยู่ในห้องนั้นเลยก็ว่าได้ ยิ่ง จุฑาธช เอาแต่มองนิ่งอยู่อย่างนั้น ฉันทพิชญา ก็ยิ่งเกิดความประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องกัดริมฝีปากล่างเอาไว้

จุฑาธช ลุกขึ้นเดินเข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ กับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา “อยากจะมาทำงานกับฉัน มาเป็นเลขาของฉันมากขนาดต้องให้คุณพ่อมาบังคับให้ฉันรับเธอมาทำงานด้วยอย่างนี้เลยเหรอ” จุฑาธช ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกแกร่งไว้หลวมๆ หรี่ตามองใบหน้าสวยหวาน กล่าวต่อว่าถากถางทั้งสีหน้าแววตา และคำพูดที่เปล่งออกมา

“ดาวเปล่านะคะ คุณราชเป็นคนให้ดาวมาทำงานกับคุณธชเอง ดาวไม่ได้ขอมาสักหน่อยหนึ่งนะคะ” ฉันทพิชญา เหลือบมองสบตาคมเข้มนิดหนึ่ง เสมองหลบในทันที เพราะสู้แรงคมกล้านั้นไม่ไหว พูดปฏิเสธคำกล่าวหาของคนตัวโตนั้นออกมาเบาๆ 

"ฮึ!! ให้ฉันตาย ฉันก็ไม่เชื่อคำพูดของเธอหรอกนะ เธอน่ะคิดยังไงทำไมฉันจะไม่รู้ เธอมันผู้หญิงมารยาสาไถ่  ฉันไม่หลงกลมารยาหลายร้อยเล่มเกวียนของคนอย่างเธอง่ายๆ หรอก” จุฑาธช พูดดูหมิ่นดูแคลนคนตัวเล็กตรงหน้า อย่างไม่คิดจะไว้หน้า และไม่คิดจะถนอมน้ำใจกันเลยแม้แต่น้อย

ฉันทพิชญา เงยหน้ามามองจ้องสบตาคมเข้มนั้น ด้วยสายตาที่เจ็บปวดรวดร้าวซ้ำเดิมๆ ไปกับคำบริภาษของคนตัวโตตรงหน้า ถึงจะได้ยินเช่นนั้นทุกครั้งที่ปะทะกัน แต่เธอก็ยังไม่คุ้นชินเลยสักครั้ง เธอไม่คิดจะกล่าวปฏิเสธใดๆ ออกมา เพราะเธอเคยปฏิเสธมาแล้ว แต่ จุฑาธช ก็ไม่คิดจะฟังคำพูดของเธอเลย เธอจึงคิดว่า ‘พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง’ 

แต่แทนที่จะเป็นไปในทางที่ดี ที่นิ่งเงียบไม่พูดโต้แย้งหรือปฏิเสธอย่างนั้น ตามที่คิดไว้กลับเปล่าเลย “ที่เงียบนี้ คือยอมรับแล้วล่ะสิว่าเธอน่ะ เป็นนังผู้หญิงจอมมารยา หวังละโมบโลภมาก อยากได้ทรัพย์สินเงินทอง อยากได้อยากมี จนคิดจะเอาตัวเองมานำเสนอให้ฉันอีกคน กับพ่อของฉันคนเดียวนี้ไม่พอใช่ไหม เลยมานำเสนอให้ฉันอีกคนน่ะ แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าฉันไม่หลงกลคนอย่างเธอหรอก” จุฑาธร พูดตัดรอนเต็มที่ และไม่คิดจะสนใจด้วยว่าคนฟังจะรู้สึกยังไง 

จุฑาธช หยุดเว้นช่วงไปสักครู่ แล้วจึงเอ่ยขึ้นมาอีก “ก็ได้! ในเมื่อเธออยากจะมาเป็นเลขาของฉันมากนักล่ะก็ ฉันก็จะให้เป็น และจากนี้ไปเธอก็ต้องทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง มาดูกันสิว่าคนอย่างเธอจะทนได้สักกี่น้ำ” ฉันทพิชญา กัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น อย่างไม่กลัวว่ามันจะเจ็บ แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา

จุฑาธช เห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็ก ที่ไม่ตอบโต้อะไรออกมาเลยสักคำ ก็รู้สึกหงุดหงิดใจ และไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก และก็ไม่รู้จะประฌามคนตัวเล็กนี้ยังไงอีกแล้ว ถึงจะให้เธอรู้สึกเจ็บมากไปกว่านี้ “ออกไปทำงานเลขาของเธอได้แล้ว” จึงไล่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเลขานุการคนใหม่ออกไปจากห้อง ด้วยน้ำเสียงเย็นชาแข็งกระด้าง 

ฉันทพิชญา ก้าวถอยหลัง และรีบเดินออกไปจากห้องนั้นอย่างไม่ต้องรอให้ไล่ซ้ำ “เฮ้อออ....!!” ฉันทพิชญา ถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อได้มาอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอแล้ว เมื่อไรนะ เมื่อไรเขาถึงจะไม่คิดกับเธออย่างนี้ เธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหามาเลยสักนิด จะให้เธอทำยังไง เขาถึงจะยอมเชื่อบ้าง 

ฉันทพิชญา ครุ่นคิดไม่ตกไปกับคำพูดกล่าวหาว่าร้ายของ จุฑาธช วนไปเวียนมาเป็นเวลาเกือบสิบห้านาที แต่จนแล้วจนรอดก็หาทางออกไปเจอ จึงได้แต่สลัดความคิดออกไปจากสมอง ‘เอาเถอะในเมื่อเขาอยากคิดไปในแง่ลบก็ให้เขาคิดไป เธอก็จะทำตัวของเธอไปตามปกติธรรมดาอย่างนี้แหละ แล้วหวังว่าสักวันเขาคงจะคิดได้เอง’ ฉันทพิชญา คิดอย่างปลงๆ 


เรื่องนี้เริ่มมาก็ดราม่ากันเลยอ่ะ.......... :)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น