facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 87 : เกียร์สัมพันธ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 87 : เกียร์สัมพันธ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.7k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2561 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 87 : เกียร์สัมพันธ์
แบบอักษร

ตอนที่ 87 : เกียร์สัมพันธ์


“หายไปไหนมาวะ”

ไป๋หย่อนตัวลงนั่งในงานเลี้ยงฉลองที่จัดอยู่ลักษณะเป็นโต๊ะจีน เสียงของคนถามไม่ใช่ใครอื่น ไอ้เพียว วิศวกรเงินถุงเงินถังที่ทำงานอยู่กลางทะเลนั่นเอง ไอ้โฟคที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็หันมามองเหมือนอยากรู้คำตอบด้วย โต๊ะตัวนี้เหมือนไอ้ว่านจะจัดไว้ให้พิเศษ เพราะถึงมันจะมีถึง 10 ที่นั่ง แต่บนโต๊ะนั้นก็มีพวกเขาเพียง 4 คน

“พอดีมีคนดราม่านิดหน่อยที่เพื่อนสนิทตัวเองได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไปแล้ว”

ยังไม่ทันที่ไป๋จะได้เอ่ยปากพูด คนข้างเขาที่หย่อนตัวลงนั่งพร้อมกันก็ชิงพูดขึ้นมาแบบจงใจกระเซ้า ไป๋หันไปชี้นิ้วเป็นเชิงคาดโทษเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดเถียงอะไรออกไป

“ไหนๆ ไหนใครดราม่าวะ”

ยังไม่ทันที่จะร้องเถียงเพื่อนร่วมโต๊ะไป คนที่เขาไม่อยากให้ได้ยินประโยคดังกล่าวมากที่สุดก็ส่งเสียงดังมาจากข้างหลัง แน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่น ไอ้ว่านตัวต้นเรื่องนั่นเอง ไป๋ยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางอิฐอีกรอบเป็นเชิงคาดโทษซ้ำ แต่ก็ยังไม่พูดอะไรออกไปนอกจากเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทของตน

“เป็นหมาเหรอ พูดถึงนิดๆ หน่อยๆ ก็รีบโผล่หัวมาเชียว”

ไป๋หันกลับไปด่าเป็นประโยคทักทาย วันนี้ไอ้ว่านหล่อสมกับตำแหน่งเจ้าบ่าวของงาน ร่างกายกำยำและเกรียมแดดขึ้นบ้างจากความจริงจังกับงานอาสาของมันดูดีอย่างมากในชุดสูทเข้ารูป คนที่อยู่เคียงข้างมันก็ไม่ใช่ใครอื่น โบ หญิงสาวเจ้าของตำแหน่งหลีดคนสวยประจำคณะแพทยศาสตร์ของเขานั่นเอง ไป๋ยังจำวันที่โบเดินมาขอให้เขาติวเคมีให้ตอนปีหนึ่งได้เป็นอย่างดี

“หมาอะไรหล่อขนาดนี้ ฮึ ถ้ากูเป็นหมา กูก็ต้องเป็นหมาที่หล่อระดับอินเทอร์เนชันแนล” ว่านพูดพร้อมกับยกมือมาลูบหน้าของตนไปมาอย่างติดตลก

“โบชอบคนอย่างนี้ไปได้ไงเนี่ย นี่แค่คุยด้วยไม่ถึงนาทียังปวดหัวตาย โบคิดดีแล้วเหรอที่จะอยู่กับมันไปทั้งชีวิต”

ไป๋ไม่สนใจต่อล้อต่อเถียงกับตัวต้นเรื่อง แต่กลับไปแกล้งทำหน้าเป็นห่วงเป็นใยเจ้าสาวในงานแทน ความจริงพวกเขาสี่คนที่เหลือก็ถือว่าสนิทกับโบมาก ว่านกับโบคบกันมาตั้งแต่ปีสอง กลุ่มพวกเขากับกลุ่มโบก็ต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ฝ่ายเจ้าสาวก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา นอกจากหัวเราะน้อยๆ อย่างคุ้นเคยการต่อปากต่อคำระหว่างไป๋กับว่าน

“เฮ้ยๆๆ มึงพูดแบบนี้ได้ไง กูเสียเครดิตหมด กูหมอว่านนะเว้ย ทะเล้นเรนเจอร์ของมหาวิทยาลัยเลยนะเว้ย มึงอย่ามาหมิ่นประมาทกู”

เสียงโวยวายของว่านเรียกเสียงหัวเราะให้ทั้งเจ้าสาวของตนและเพื่อนในวงได้เป็นอย่างดี ดูเหมือนไอ้เจ้าบ่าวจะหนีมากบดานที่โต๊ะพวกเขา มันหย่อนตัวลงนั่งจิ้มขนมจีบกับกระเพาะปลาที่เหลืออยู่บนโต๊ะไม่หยุด

“ว่าน งั้นโบไปนั่งโต๊ะน้ำหอมนะ หิวเหมือนกันเนี่ย” โบหันมาพูดกับเจ้าบ่าวของตนแบบง่ายๆ

“เอาดิ เดี๋ยวว่านเดินไปส่ง โบรอแป๊บนึง” ไอ้ว่านในชุดสูทจิ้มเนื้อเป็ดย่างอีกชิ้น ก่อนจะทำท่าลุกขึ้นไปส่งเจ้าสาวของตน

“ว่านนั่งไปเถอะ โต๊ะเพื่อนเราก็อยู่ติดกันเนี่ย กินข้าวเถอะว่าน บ่นหิวมาตั้งแต่หัวค่ำแล้ว”

โบกดไหล่สามีของตนอย่างไม่เรื่องมาก ก่อนจะดึงปลายกระโปรงยาวของตนให้สูงขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับเดินออกไปนั่งโต๊ะเพื่อนเจ้าสาวที่อยู่ติดกัน


“เสร็จพิธีแล้วเหรอวะ มานั่งแดกข้าวอย่างนี้เนี่ย” เพียวเอ่ยปากถาม พร้อมกับเติมน้ำอัดลมให้เจ้าบ่าว

“เสร็จแล้ว พิธีกูมีแค่นี้แหละ ทำไรมากมาย ปวดหัว” ว่านพูดแบบง่ายๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปรับแก้วน้ำอัดลมจากเพื่อน ก่อนจะพยักเพยิดให้อิฐที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งส่งจานข้าวผัดมาให้ใกล้มือมากขึ้น

“เป็นไงวะ โบชอบวิธีการขอแต่งงานของมึงไหม” โฟคเอ่ยถามขึ้นบ้างอย่างสงสัย หลังจากที่ลอบมองว่าฝั่งเจ้าสาวอยู่ในระยะที่ไกลเกินกว่าจะได้ยินแล้ว

“ชอบไม่ชอบแต่ก็ตัดหน้านิตยสารใส่กรอบไว้ที่บ้านอะ ขอบคุณนะเว้ยโฟค วิธีขอแต่งงานที่มึงแนะนำนี่โคตรเวิร์ค จริงๆ ด้วยหวะ สมแล้วกับที่เป็นนักเขียนนิยายรักให้ผู้หญิงอ่าน ใช้ได้ใช้ได้” ว่านหันไปพูดกับเพื่อน มือถือตะเกียบชูขึ้น พร้อมพยักหน้าไปมาเหมือนยอมรับในฝีมือ

“มึงมันห่วยเองเปล่า คนอื่นแนะนำให้ทำอะไรก็เลยดูดีไปหมด” ไป๋แย้งขึ้นมาอย่างหมั่นไส้

“แหม ยังไม่ได้เคลียร์กันเลยนะคุณไป๋ ได้ข่าวว่าคุณดราม่าเหรอครับ หืม ผมได้ยินเต็มสองรูหูเลยนะ ทำไม กลัวเพื่อนไม่รักแล้วเหรอ ฮ่าฮ่า” ว่านกระเซ้ากลับอย่างจงใจยั่วเย้า

“กูไม่ได้ดราม่าเรื่องมึง กูดราม่าเรื่องชีวิตกูต่างหาก มึงอะ เสือกอะไร หือ” ไป๋ด่าเจ้าบ่าวของงาน

“ดราม่าอะไรวะ” คราวนี้ว่านหันมาถามด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น ท่าทีของเจ้าของงานในวันนี้ดูกึ่งสงสัยกึ่งเป็นห่วง

“ไม่รู้ดิ พอเห็นมึงแต่งงานแล้วก็รู้สึกว่าแบบ ชีวิตแม่งผ่านมาไกลแล้วเหมือนกันหวะ รู้สึกตัวอีกทีก็จะ 30 แล้ว แม่ง รู้สึกเหมือนชีวิตยังมีอะไรที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำเยอะเลย” ไป๋พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่มีวี่แววของการล้อเล่น

“เนี่ยกูก็บอกแล้ว” ว่านตอบพร้อมทำหน้าแบบสุขุมขึ้นมาทันที

“บอกไรวะ” ไป๋ถามแบบงงๆ

“ก็บอกให้เลิกกับไอ้อิฐไง ชีวิตมึงจะได้กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า” ว่านพูดพร้อมหัวเราะเสียงดังอย่างสะใจ ในขณะที่โฟคก็หลุดขำตามไปด้วย ไป๋ส่ายหัวในความไร้สาระของเพื่อน

“เฮ้ยเฮ้ยเฮ้ย พูดงี้ได้ไงวะไอ้เชี่ยว่าน กูเป็นคนช่วยให้มึงกับโบได้คบกันเลยนะเว้ย” อิฐพูดโวยวายขึ้นทันที ท่าทางกึ่งเล่นกึ่งจริง

“มึงช่วยอะไร ไอ้คิงคอง ได้ข่าวว่ากูก็จีบของกูอยู่คนเดียว” ว่านยักไหล่ถามกลับมาด้วยหน้ากวนๆ

“ก็ถ้าวันนั้นที่โบมาขอให้ไป๋ไปติวให้แล้วก็ยอมให้ไป๋ไป ไม่บังคับให้มึงไปติวแทนไป๋ มึงก็ไม่ได้รู้จักกับโบขนาดนี้หรอก คู่นี่เป็นพ่อสื่อให้มึงแท้ๆ อย่ามาหักหลังกันสิวะ”

ความจริงสิ่งที่อิฐพูดก็คงไม่ผิด เพราะถ้าวันนั้นไอ้เดือนวิศวะไม่หึงไป๋เป็นหมีกินผึ้งและยืนกรานไม่ยอมเด็ดขาดให้ไป๋ไปติวให้โบเด็ดขาด ว่านก็อาจจะไม่ได้รู้จักโบในฐานะอื่นนอกจากเพื่อนร่วมคณะก็เป็นได้

“ก็ชดเชยไปกับบุฟเฟ่ต์เนื้อวากิวสิวะ กูไม่เห็นจะได้แดกสักที สิบปีแล้วเนี่ย ป่านนี้วัวแม่งเกิดใหม่แล้วตายวนไปได้สามรอบแล้วมั้ง” ว่านด่ากลับแบบไม่สนใจ


“แล้วนี่รอบนี้มึงจะอยู่อีกนานไหมเนี่ย” เจ้าบ่าวของงานหันไปถามเพื่อนที่เพิ่งส่งน้ำอัดลมให้ตน

“ก็เหมือนเดิมหวะ 21 วัน” เพียวตอบสั้นๆ

“เมื่อไหร่มึงจะย้ายกลับมาฝั่งสักทีวะ นี่มึงจะอยู่กลางทะเลไปถึงเมื่อไหร่วะเนี่ย นี่มันก็จะ 7 ปีแล้วนะ” ว่านถามต่อ

“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน” เพียวตอบด้วยคำตอบที่คนในโต๊ะก็เดาความหมายที่แท้จริงไม่ออก

“มึงดูหน้าไอ้โฟคดิ ไอ้เพียว มึงรู้ไหมว่าทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ทุกครั้งที่มีข่าวพายุเข้าอ่าวไทย กูต้องรับโทรศัพท์ไอ้โฟคตลอด มันห่วงมึงนะเว้ย กูไม่รู้ว่าแม่งบอกมึงบ้างหรือเปล่า แต่มันแม่งโคตรห่วงมึงเลย” ไป๋พูดขึ้นมาบ้างอย่างอัดอั้นตันใจ

“กู...” โฟคอ้าปากจะพูดอะไรขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะเถียงอะไร เพราะจำนนกับหลักฐานที่เพื่อนของตนพูดออกมา

“อืม” เพียวรับคำเงียบๆ

“...” ทั้งโต๊ะเงียบ เหมือนจะรอคำอธิบายที่ดีกว่าการเงียบแบบนี้

“กูก็พยายามขอเลื่อนตำแหน่งกลับมาเป็นหัวหน้าดูแลโครงการบนฝั่งอยู่ แต่พวกมึงก็น่าจะรู้ กูทำงานอยู่ในรัฐวิสาหกิจนะ ตำแหน่งแม่งก็ยึดอายุเป็นหลัก ถ้ารุ่นใหญ่ไม่ลาออก กูก็ขึ้นยาก แต่ถ้าจะให้กูลาออกไปหางานที่อื่นเลย งานสายขุดเจาะพลังงานมันไม่ได้มีเยอะนะเว้ย ไม่งั้นประสบการณ์กูก็กลายเป็นศูนย์เลย” เพียวพูดออกมายาวเหยียด

“เพียว...” โฟครำพึงเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าแฟนของตนอย่างตกใจ

“กูรู้ว่าไอ้โฟคไม่ชอบ แต่ก็ไม่ใช่ว่ากูชอบกับชีวิตแบบนี้นะเว้ย”

เพียวพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือโฟคจากใต้โต๊ะ โฟคพูดอะไรไม่ออก นอกจากจะส่งแรงสัมผัสน้อยๆ ให้เป็นกำลังใจกลับมา

“เออๆ กูไม่ด่าแล้วก็ได้ ไอ้ห่า แม่งเหตุผลหนักแน่นเชียว” ไป๋พูดอย่างยอมแพ้

“เนี่ย ไป๋ไม่ต้องไปว่าคนอื่นเขาเลย ตัวเองก็เอาแต่เรียนต่อเฉพาะทางเนี่ย อิฐรอไป๋ตั้งนาน อิฐยังไม่เห็นจะบ่น” อิฐแกล้งกระเซ้าแฟนของตัวเองขึ้นมาบ้าง หลังจากวงสนทนาจะดูตึงเครียดไปเล็กน้อย

“เดี๋ยวไอ้คุณอิฐ ถ้ามึงพูดผิดมึงพูดใหม่ได้เลยนะ ใครไม่บ่นวะ โอ้โห น้อยไปสิ บ่นจนจะเป็นพ่อกูอยู่แล้วเนี่ย”

เสียงด่ากลับของไป๋เรียกบรรยากาศครึกครื้นกลับมาในวงสนทนาอย่างรวดเร็ว อิฐยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นไป๋ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาได้ ว่านผู้หิวและยังจ้วงอาหารบนโต๊ะกินไม่หยุดก็หันหน้ามาพยักหน้าหงึกหงักเป็นสัญญาณว่าถือหางฝั่งเพื่อนสนิทตนเต็มที่ ส่วนไอ้เพียวกับไอ้โฟคก็หันไปซุบซิบคุยอะไรเหมือนจะปรับความเข้าใจกัน


“แล้วนี่เดี๋ยวพวกมึงไปไหนกันต่อ”

ว่านเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่ยัดอาหารเข้าเต็มท้อง แขกเหรื่อในงานเริ่มทยอยกลับกันไปจนเกือบหมดแล้ว เจ้าสาวของงานก็ไม่ได้อยู่ไกล โบนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวและกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เหมือนทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะรู้ว่าการจะได้เจอเพื่อนพร้อมหน้าพร้อมตากันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต่างฝ่ายจึงอยากตักตวงช่วงเวลาของมิตรภาพดีๆ เก็บไว้ให้มากในคืนนี้

“ตกลงมึงไม่มีอาฟเตอร์ปาร์ตี้จริงๆ เหรอวะ” โฟคถามกลับมาแทนคำตอบ

“เออ วันนี้ไม่มีหวะ คุยกับโบแล้ว เพื่อนสนิทโบสมัยมัธยมยังไม่กลับจากเมกาหวะ โบเลยขอเลื่อนไปจัดวันอื่น วันนี้แม่งก็เหนื่อยๆ ด้วย แค่แดกเหล้า เอาน่า วันไหนก็เหมือนกันแหละ” ว่านตอบแบบไม่คิดอะไรมาก

“เออ กูว่ามึงก็ไปพักเหอะหวะ แหกขี้ตามาตั้งแต่เช้า โบอีก ไม่รู้ตื่นมาตั้งแต่ตีอะไร”

ไป๋พูดแบบเห็นด้วย เขามาอยู่ช่วยหยิบจับอะไรในงานไอ้ว่านตั้งแต่หกโมงเช้า แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายเขาก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอก เหมือนมาอยู่เป็นเพื่อนมันมากกว่า งานไอ้ว่านใช้บริการออแกไนเซอร์เต็มรูปแบบ ลำดับงานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

“เที่ยงคืน ซัดกาแฟไปกี่แก้วแล้วก็ไม่รู้เนี่ย” ว่านบ่นพลางชำเลืองไปมองเจ้าสาวของตนอย่างเป็นห่วง

“ถ้าทางนี้ไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวกูกับไอ้เพียวว่าจะกลับไปมหาวิทยาลัยหวะ คณะกูจัดงานเกียร์สัมพันธ์ เปิดคณะถึงเช้าให้ศิษย์เก่ากลับมาคืนสู่เหย้าแล้วก็พูดคุยกัน กูกับไอ้เพียวคงไปเยี่ยมคณะหน่อย ปีหนึ่งมีครั้งเดียว”

ไอ้อิฐหันไปพูดกับว่านเป็นเชิงบอกเล่า เพียวก็พยักหน้าสำทับมาอีกแรง ส่วนไป๋กับโฟคก็ไม่มีท่าทีอะไร เพราะรู้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

“แล้วนี่มึงสองคนกลับกันยังไงเนี่ย” ว่านหันไปหาไป๋กับโฟคสองคนเป็นเชิงถาม

“เดี๋ยวกูก็ขับรถกลับนั่นแหละ เป็นห่วงไซน์คอสแทนด้วย กูยังไม่ได้กินเหล้า สบายมาก” โฟคตอบพร้อมรอยยิ้มที่ติดเป็นนิสัย

“ส่วนกูคงไม่ได้กลับหวะ กูเปิดห้องที่โรงแรมนี้ไว้แล้ว เดี๋ยวคงอยู่นั่งคุยกับมึงจนงานเลิกนั่นแหละ แล้วค่อยขึ้นไปนอน พรุ่งนี้เช้าค่อยขับกลับ กูแม่งแดกเหล้าไปหลายแก้วละ”

ไป๋ตอบมาบ้าง ความจริงเขาตั้งใจจะไม่กินเหล้า เพราะรู้ว่าต้องขับรถกลับเอง แต่พอได้มาอยู่ในงานจริงๆ แล้วก็อดไม่ได้ สุดท้ายก็เลยเปิดโรงแรมนอนเสียเลย เขาจะไม่ยอมเมาแล้วขับเด็ดขาด เขาไม่มีทางเพิ่มความเสี่ยงให้ความตายในชีวิตด้วยเรื่องโง่ๆ แบบนี้แน่นอน


“เออๆ ดี อยู่กินเหล้านั่งคุยเป็นเพื่อนกูก่อน ท่าทางเมียกูจะเม้ากันอีกนานหวะ กลุ่มนั้นแม่งรวมตัวยากกว่าพวกเราเยอะ โบแม่งตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนมากกว่าจะได้แต่งงานกับกูอีกมั้งเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า”






นายพินต้า

ฝากเฟสและทวีตนายพินต้า ninepinta ด้วยน้า มาช่วยกันปั่นแฮชแทค #เกียร์สีขาวกับกาวน์สีฝุ่น หน่อยเร็ว หนูเหงาา

อีก 30 กว่าตอน (พูดเหมือนน้อย) ก็จบภาค 3 แล้วนะครับ อิฐไป๋ก็จะจบแบบบริบูรณ์ ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงชอบงานเขียนของนายพินต้าอยู่บ้าง ยังไงถ้าผมเปิดเรื่องใหม่ ผมขอโอกาสให้งานเขียนชิ้นต่อไปของผมด้วยนะครับ อ่านสัก 10 ตอนก็ยังดี ถ้าไม่ชอบค่อยทิ้งกันนะ แต่ลองอ่านก่อนนะ สัญญานะ งืออ อยากลองแต่งพล๊อตที่ซับซ้อนขึ้นบ้าง แต่กลัวคนไม่อ่าน เลยแอบมาอ้อนไว้ก่อน (ทำตาแบ๊วแบบโฟค)

โอมจงเมนต์ โอมจงเมนต์ อิอิ

ความคิดเห็น