คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 1 เกลียดชัง.. 25%

ชื่อตอน : บทที่ 1 เกลียดชัง.. 25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 622

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2561 17:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เกลียดชัง.. 25%
แบบอักษร

​ฉันทพิชญา อรุณสวัสดิ์ หรือ ดาว เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ รูปร่างบอบบาง สูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ตามมาตรฐานหญิงไทย ผมตรงสลายดำสนิทยาวจนถึงกลางหลัง ใบหน้ารูปไข่ คิ้วดกดำโกงเรียว ขนตายาวงอน ดวงตากลมโตราวกับตากวาง จมูกโด่งรั้นนิดๆ ปากเล็กเป็นกระจับ ดูรวมๆ แล้วทุกอย่างของเครื่องหน้ารับกันอย่างพอเหมาะพอดี หรือที่เรียกว่าสวยมาก จนคนที่ได้เห็นต้องเหลียวมองตามเลยทีเดียวล่ะ

ถึงจะมีคนเหลียวมองตาม เพราะความสวยหวานของ ฉันทพิชญา แต่ก็ยังมีผู้ชายอยู่คนหนึ่งที่ไม่เคยมองเธอไปในทางที่ดีเลย และก็ไม่เคยคิดว่าเธอสวยด้วย ซึ่งผู้ชายที่คิดอย่างนั้นก็คือ จุฑาธช นราเกรียงไกร ลูกชายคนเดียวของ เอกราช นราเกรียงไกร นักธุรกิผู้ทรงอำนาจในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์ ผู้มั่งคั่งมั่นคง และเป็นนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศเลยก็ว่าได้

 “อะไรนะครับคุณพ่อ!! จะให้ยัยนั้นมาเป็นเลขาของผมอย่างนั้นหรือ ไม่เอาครับ ผมไม่ต้องการที่จะให้ยัยนั้นมาเป็นเลขาของผม เอาไปทำในตำแหน่งพนักงานทั่วไปสิครับ ตำแหน่งอื่นๆ มีถมเถไป” จุฑาธช ร้องเอะอะโวยวายกับผู้เป็นบิดา อย่างผู้ที่เอาแต่ใจ และไม่คิดจะยอมลงให้ใคร 

“ไม่!! ฉันต้องการให้หนูดาวทำงานเป็นเลขาของแก ฉันไม่ต้องการให้ไปทำงานในตำแหน่งอื่น และแกก็จะต้องรับน้องไว้ด้วย ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น” เอกราช พูดกับลูกชายจอมดื้อรั้น ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดทรงอำนาจ และไม่ให้คัดค้านอะไรขึ้นมาได้อีก

“ได้!!.. เอาอย่างนั้นก็ได้ ในเมื่อคุณพ่ออยากจะให้ยัยนั้นมาเป็นเลขาของผมนัก ก็เอาที่สบายใจกันเลย แต่ก็อย่าหาว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน” จุฑาธช รู้ว่าไม่อาจที่จะคัดค้านอะไรผู้เป็นบิดาได้แล้ว ก็จำต้องยอมรับไปกับการยัดเยียดเลขานุการคนใหม่มาให้ อย่างไม่เต็มใจที่จะรับ 

แต่คอยดูเถอะ เขาจะไม่ยอมหยุดนิ่ง ทำงานไปวันๆ และไม่ยอมอยู่เฉยๆ หรอกนะ เขาจะใช้วิธีของเขาที่จะทำให้ผู้หญิงคนที่เขาเกลียดขี้หน้าคนนั้นทนไม่ไหว และร้องขอไปทำงานตำแหน่งอื่นอย่างเร็วไว หรืออาจจะลาออกแล้วหนีหายไปเลย หากเป็นอย่างนั้นบิดาของเขาก็จะมาโทษเขาที่หลังไม่ได้ จุฑาธช มาดหมายกับตัวเอง ระหว่างที่เดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็นบิดา ด้วยความหงุดหงิดหาที่ลงไม่ได้

แต่พอเปิดประตูออกมาก็ได้เห็น ฉันทพิชญา ยืนอยู่ที่โต๊ะของเลขานุการของผู้เป็นบิดา จึงตวัดสายตามองราวกับโกรธขึงกันมาสักสิบชาติ จุฑาธช ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เพียงแต่เดินไวๆ ห่างออกไปยังห้องทำงานของเขา ฉันทพิชญา มองตามร่างแกร่งนั้นไปจนลับสายตา ด้วยแววตาที่ช่างดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด

เอกราช ให้เธอมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการอาทิตย์หนึ่งแล้ว และ เอกราช ก็แจ้งไว้แต่เนิ่นๆ กับเธอแล้วว่าจะให้เธอไปเป็นเลขานุการของ จุฑาธช ถึงเธอจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งนั้น เพราะคิดว่า เอกราช คงจะมีเหตุผลในการออกคำสั่งเช่นนั้น ถึงแม้ว่า เอกราช จะไม่ได้บอกเหตุผลให้ทราบก็ตามที 

ซึ่งจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ จุฑาธช ไม่ได้จงเกลียดจงชังเธออย่างนี้หรอก สมัยก่อนตอนที่บิดามารดาของ ฉันทพิชญา ยังไม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตกันทั้งคู่ บิดาของ ฉันทพิชญา นั้นทำงานกับ เอกราช จนกลายเป็นลูกน้องผู้รู้ใจเลยก็ว่าได้ และนั้นทำให้ ฉันทพิชญา กับ จุฑาธช เป็นเพื่อนเล่นที่ถูกคอกันมาก เวลาที่ ฉันทพิชญา ตามติดผู้เป็นบิดามาที่บ้านของ เอกราช

 แต่ตอนที่ ฉันทพิชญา กำลังเรียนปริญญาตรีปีหนึ่ง บิดามารดาของเธอก็ได้เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เอกราช สงสารที่ ฉันทพิชญา ต้องอยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพัง ไม่มีญาติมิตรที่ไหน จึงได้รับเลี้ยงอุปการะดูเลี้ยงดู ส่งเสียให้เธอเล่าเรียน และแถมยังให้เข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความสัมพันธ์อันดีระหว่างเธอกับ จุฑาธช ก็ขาดสะบั้นลง 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น