Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 15 เดทแรก (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 15 เดทแรก (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2561 00:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 เดทแรก (จบตอน)
แบบอักษร

“ภูเขาไฟที่รัสเซีย”

“...” เธอคงผิดไปแล้วที่คิดจะหาความจริงจังจากอีกฝ่าย

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ว่าแล้วเขาก็ทนไม่ไหวหลุดขำออกมา

หญิงสาวรู้สึกอับอายที่คนโต๊ะข้างๆ เริ่มชำเลืองตามามอง ตะเกียบในมือจึงคีบไก่ชิ้นใหญ่ยัดใส่ปากกว้างของอีกฝ่าย ผู้ถูกแกล้งยิ้มแย้มไม่ใส่ใจพร้อมกับเคี้ยวงับๆ ราวกับเด็กหิวโซ

“ไปวัดกันเถอะ จะได้ไล่ความอัปมงคลออกจากชีวิตบ้าง” เธอเสนอความเห็นปนเหน็บแนม

“ไล่ฉันก็ไม่ไป”

“หึ! รู้ตัวด้วยเหรอ” หญิงสาวแค่นเสียง นึกว่าจะโดนอีกฝ่ายด่าซักสองสามประโยคแต่เขากลับยอมรับว่าเป็นตัวอัปมงคลง่ายๆ จนหายสนุก เธอพลันหมดอารมณ์กลั่นแกล้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาแผนที่เกี่ยวกับวัดที่เฟยเฟิ่งแนะนำ ‘วัดหวังต้าเซียน’ ดูจากการเดินทางแล้วก็ไม่ไกลจากที่นี่เท่าใดนัก

“งั้นไปที่นี่นะ” เธอยื่นแผนที่ให้อีกคนดู

“อยากไปก็ไปสิ” เขาตอบโดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง

“โทรเรียกคนขับรถมาแล้วกัน”

“ไปกันเองไม่ได้เหรอ” หญิงสาวแย้ง พึ่งจะให้พวกเขากลับไปเมื่อครู่จะเรียกมาอีกได้ยังไง

“รถสาธารณะก็มี ป้ายก็อยู่ไม่ไกล เดินแค่นี้ทำมาบ่น”

“ไปถูกรึไง ร้อนก็ร้อน คนก็เยอะ หลงทางมาเสียเวลาอีก” ชายหนุ่มขมวดคิ้วค้านหัวชนฝา ไม่มีทางหาความลำบากใส่ตัวอย่างแน่นอน

“มันไม่ยากหรอก” เธอก็ไม่ยอมเช่นกัน

“โทรเรียกคนขับรถมาเถอะ”

“งั้นเจอกันที่โรงแรมนะ” เธอจะไม่คิดง้อเขาอยู่แล้ว ก่อนที่จะได้ลุกขึ้นเสียงทุ้มก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

“อิ่มแล้วใช่มั้ย ไปกันเลยดีกว่า”

“…”



สุดท้ายกลับเป็นเธอเองที่จำใจเรียกแท็กซี่ เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาล่วงหน้าจึงไม่รู้วิธีการเดินทางโดยรถสาธารณะ พอจะยืนอ่านข้อมูลที่ป้ายรอรถกลับเห็นคนที่เดินผ่านไปมาชำเลืองชายหนุ่มตัวสูงข้างตัวไม่ขาด อีกทั้งเขาก็เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่พอใจจนเธอกังวลว่าเขาจะหงุดหงิดจนสร้างปัญหาอะไรขึ้นมาอีก ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจโบกมือเรียกแท็กซี่และฟังเสียงหัวเราะเย้ยหยันซึ่งตามมาไม่หยุด ความพ่ายแพ้ครั้งนี้สร้างความอับอายเป็นอย่างมาก

คนเช่นนี้หวังดีด้วยไม่ได้จริงๆ!

แต่ฟ้าหลังฝนมักเจิดจ้าแจ่มใสเสมอ เธอหัวเราะลั่นตอนจ่ายค่าแท็กซี่เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มไม่มีเงินสดติดตัวแม้แต่เศษเหรียญเดียว การให้ผู้หญิงจ่ายค่ารถอาจจะเป็นครั้งแรกของเขา ดังนั้นใบหน้าแข็งกร้าวจึงบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด

“ทำตัวดีๆ นะ ไม่งั้นฉันจะทิ้งคุณไว้ที่นี่ ฮ่าฮ่า” เสียงหวานกระเซ้าเย้าแหย่คนข้างตัว

“ดูอารมณ์ดีเหลือเกินนะ” เสียงทุ้มเย็นเยียบพอๆ กับความรู้สึกบนหน้า แต่นั่นกลับทำให้หญิงสาวกุมท้องหัวเราะลั่นอีกรอบ

“ตลกสิ ฉันพึ่งเคยจ่ายค่าแท็กซี่ให้ผู้ชายครั้งแรก” แน่นอน...เขาเป็นคนแรกที่เธอ ‘เดท’ ด้วยนี่นะ

มิเกลฉุนกึกมองคนหัวเราะไม่หยุดตาขวาง หากไม่อยู่ในที่ที่คนยั้วเยี้ยแบบนี้คงจะล็อกคอจับคนตรงหน้าฟาดหนักๆ หลายทีให้หายแค้นไปแล้ว

“โอ๊ะ! ดูมองเข้าสิ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ทิ้งคุณหรอก” มือบางตบไหล่หนาปลอบใจ

“ถ้ากล้าก็ลองดู!”

“ไปกันเถอะ” พิมพ์นาราไม่รอช้ารีบคว้าแขนลากร่างหนักเดินขึ้นบันได

ที่นี่คนเยอะมากกว่าที่เธอคาดการณ์ไว้ อดแปลกใจไม่ได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นวัดเช่นนี้เหตุใดจึงได้รับความนิยม เข้าไปถึงลานด้านในก็เห็นควันขาวลอยอ้อยอิ่งพร้อมกับคนจำนวนมากที่นั่งไหว้พระและเสี่ยงเซียมซี คนข้างตัวเธอหน้าตาถมึงตึงดูอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เธอพอจะเข้าใจเช่นกันว่าเขาคงไม่ชินกับสถานที่เช่นนี้แน่

ไม่รู้ว่าเพราะชายหนุ่มข้างกายสูงเกินไปจนเด่นหรือว่าที่นี่มีแต่ผู้หญิงมากเกินไป พวกเธอเพียงยืนเงอะงะทำอะไรไม่ถูกอยู่เพียงชัวครู่แต่เวลาไม่กี่นาทีเขากลับกลายเป็นเป้าสายตาของสาวเล็กสาวใหญ่

ชุดที่เธอชี้ส่งๆ เป็นแค่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวปกติธรรมดา เขาคงรู้สึกร้อนอยู่บ้างจึงพับแขนเสื้อขึ้น กางเกงสีน้ำเงินเข้ม เข็มขัดและรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้าเซตกัน ผมสีน้ำตาลเข้มเสยขึ้นอย่างลวกๆ ใบหน้าแข็งกร้าวดูหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันและนัยน์ตาสีครามหรี่ลงเล็กน้อย แต่เมื่อมองอีกทีสไตล์ลิสต์อย่างเธอก็อดถอดถอนใจไม่ได้ เกิดมามีรูปเป็นทรัพย์โชคดีเช่นนี้เอง จะหยิบนั่นนี่มั่วๆ มาใส่ก็ยังดูเหมือนหลุดออกมาจากปกแม็กกาซีน

ว่าแล้วก็เหลือบมองอีกที...ยังไงเธอก็ขอยืนยันว่าเขาดูดีที่สุดเมื่อสวมเสื้อผ้าสีดำ

เธอได้ยินเสียงซุบซิบเป็นระยะ หากหนึ่งรอยยิ้มเท่ากับหนึ่งเหรียญเธอเชื่อว่าเขาต้องได้ค่าแท็กซี่กลับโรงแรมแน่นอน เผลอๆ คงพอเลี้ยงข้าวเธออีกซักมื้อ

“นี่เหรอที่เธอร่ำร้องอยากจะมา คัมซัสก้ายังน่าตื่นเต้นกว่าเลย” ผู้ถามเชิดหน้า มือล้วงกระเป๋ากวาดตามองสถานที่ที่คิดว่าไม่เห็นจะมีอะไร

ก่อนที่เธอจะตอบก็ได้ยินเสียงภาษาบ้านเกิดของตัวเองลอยตามลมมา เมื่อหันไปก็เจอสองสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอยืนคุยออกรสชาติอยู่ใกล้ๆ

“จริงๆ นะ พี่ที่ทำงานฉันมาขอเนื้อคู่ที่วัดนี้ปีที่แล้ว เนี่ยพึ่งจะแต่งงานกันไปเมื่อเดือนก่อน” สาวคนแรกพูดขึ้น หน้าตาดูตื่นเต้นกับเรื่องราวที่ได้ยินมา

“ก็วัดนี้ดังเรื่องความรัก เห็นว่าศักดิ์สิทธิ์มาก จะขอสูงยาวขาวตี๋ยังไงได้หมด!” คนที่สองสนับสนุน

“วันๆ นึงมีคนมาขอพรตั้งกี่ร้อย แบบนี้ยังจะมีผู้ชายเหลือมาถึงฉันเหรอ”

“แก! ดูนั่นดิ เขามองเราด้วย” คนที่สองรีบตีแขนเพื่อนสาว

“เฮ้ย! ศักดิ์สิทธิ์จริง” สาวคนแรกตอบพร้อมกับส่งแววตาเป็นประกายให้ชายหนุ่ม

พิมพ์นาราหันขวับมองคนข้างตัวทันที ขนาดยืนอยู่ด้วยกันยังจะมีลักลอบส่งสายตา

แต่ว่าจริงๆ มันก็ไม่เกี่ยวกับเธอนี่นะ...

“ถ้าไม่เข้าไปก็รออยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน” กล่าวจบก็ก้าวยาวๆ เดินออกไปทันที

“ไม่ฟังชาวบ้านคุยกันต่อแล้วเหรอ พึ่งจะรู้ว่าเธอก็สอดรู้สอดเห็นเหมือนกัน” เมื่อจบประโยคแน่นอนว่าชายหนุ่มได้รับสายตาทิ่มแทงจ้องเขม็งกลับมา

ไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากด่าเสียงในสายลมกลับเร็วกว่าหนึ่งขั้น

“เขามีแฟนแล้วป่ะแก”

“ไม่เห็นสวยเลย”

“อือ งั้นๆ”

ทนฟังไม่ไหวแล้ว...

“คุณจะมาเบียดทำไม ที่ก็ออกตั้งเยอะแยะ!” ในเมื่อลงกับใครไม่ได้ก็ลงกับเขานี่แหละ

“จะเข้าไปไม่ใช่เหรอ ไปสิ” ชายหนุ่มไม่รู้ตัวว่าเป็นต้นเหตุแห่งความหงุดหงิดของคนตรงหน้า เข้าใจว่าหล่อนอารมณ์แปรปวนเดี๋ยวร้ายเดี๋ยวดีเป็นปกติอยู่แล้วจึงไม่ได้สนใจอะไรมาก ทำหูทวนลมคว้ามือบางลากเดินตามฝูงชนเข้าไปทันที


________________________________________________________________

ตามิเกลทำนาราหงุดหงิดแบบไม่รู้ตัว สรุปหงุดหงิดกันไปมา เดทแบบไบโพล่า 555555

คอมเม้นต์พูดคุยกันเข้ามาได้น้า ขอบคุณที่ติดตามนะค้าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น