bingbing189

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#13 ข้างนอกมันน่ากลัวนะ

ชื่อตอน : #13 ข้างนอกมันน่ากลัวนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2561 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#13 ข้างนอกมันน่ากลัวนะ
แบบอักษร

ข้างนอกมันน่ากลัวนะ

พอพี่นอร์สกับพี่อังกาไม่อยู่แล้ว ภายในบ้านก็เงียบเชียบขึ้นทันที ผมเลยเดินไปเปิดทีวีพร้อมทั้งเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น ก่อนจะเอาตะกร้าที่เต็มไปด้วยของกินวางไว้ที่โต๊ะกระจกเตี้ยๆ ตรงโซฟาหน้าทีวี จากนั้นผมก็เริ่มหยิบหมอนอิงมาวางไว้รอบๆ ตัว แล้วจัดการกินพวกผลไม้กับขนมที่ลุงป้าน้าอาทั้งหลายให้มาทันที

รายการตลกในทีวีทำให้ผมที่นั่งคุดคู้กอดเข่าของตัวเองอยู่บนโซฟาต้องหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ก่อนจะต้องชะงักเกือบสำลักส้มที่เคี้ยวอยู่ในปาก เมื่อรู้สึกว่าเหมือนตัวเองจะตาฝาด เห็นอะไรแว่บๆ สีขาวผ่านช่องประตูห้องของผมที่เปิดแง้มเอาไว้

ถึงแม้ว่าห้องนอนของผมมันจะล็อกไม่ได้ เพราะพี่นอร์สบอกว่าเป็นห้องกระจกที่ไม่ค่อยได้ใช้ จะมีก็แต่โปโลที่เข้าไปนอนบ้าง เลยแทบจะเปิดประตูเอาไว้ตลอดเวลา แต่ผมมั่นใจว่าผมปิดประตูเอาไว้แล้วนะ ไม่ได้เปิดแง้มๆ แบบนี้แน่นอน

ผมแทบจะไม่ได้สนใจเสียงของทีวีที่ดังอยู่สักนิด ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่จับจ้องไปที่ห้องนอนของตัวเองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มเอาไว้ ไม่แน่ใจว่าสีขาวๆ ที่ตัวเองเห็นเมื่อกี้มันคืออะไร แล้วในห้องก็ปิดไฟด้วย ทำให้ผมได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจว่าผมจะเห็นสีขาวๆ ที่ว่านั้นได้ยังไง เป็นเหมือนสีขาวของเนื้อผ้ายาวๆ พริ้วๆ

ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆ เดินไปที่ห้องของตัวเองอย่างเชื่องช้า หัวใจก็เต้นรัวเร็วจนผมต้องยกมือขึ้นมากุมเอาไว้ สายตาของผมจับจ้องไปที่บานประตูนิ่งพร้อมทั้งค่อยๆ แตะมือลงบนบานประตูแล้วผลักเข้าไปให้เปิดออกกว้างขึ้น

“อึก!!...”

แสงสว่างจากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านผนังกระจกเข้ามาภายในห้อง ทำให้เห็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ภายในห้องอย่างเลือนลาง แต่ก็ทำเอาผมใจเต้นรัวเหมือนจะตกลงไปที่ตาตุ่มพร้อมทั้งเผลอกลั้นหายใจ รู้สึกตัวแข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูก

จะมองยังไงมันก็เหมือนผีผู้หญิงใส่ชุดขาวที่มักจะโผล่ในหนังหรือละครบ่อยๆ ไม่ใช่หรือไง!!

ผมเกือบจะสติหลุดแล้วส่งเสียงกรี๊ดร้องออกมา แต่มือสั่นๆ ของตัวเองก็แตะเข้าที่สวิตท์ไฟพอดี เลยทำให้ภายในห้องสว่างวาบขึ้นมาจนทำให้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าชัดเจนมากขึ้น

“สะ เสื้อ เสื้อเนี่ยนะ ใครมันเอาชุดยาวๆ รุ่มร่ามแบบนี้มาไว้ห้องนอนคนอื่นเข้าเนี่ย!”

ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นอกจากจะโล่งใจแล้ว ยังรู้สึกโกรธมากด้วย ได้แต่ยกมือขึ้นลูบอกตัวเองไปมาพร้อมทั้งส่งเสียงฮึดฮัดออกมาอย่างขัดใจ

แต่พอมองไปที่เนื้อผ้าสีขาวของชุดที่คล้ายกับชุดกิโมโนลากยาวและผ้าคลุมที่คล้ายผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่ลากยาวไม่ต่างกัน ก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่ตัวผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ชุดสีขาวตรงหน้าที่กระทบกับแสงจากดวงจันทร์ราวกับจะเปล่งแสงออกมาและดึงดูดผมให้ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้

ถึงแม้จะเป็นแค่ชุดสีขาวที่อยู่บนไม้แขวนผ้าที่ตั้งกับพื้นธรรมดาๆ แต่กลับรู้สึกว่ามันสวยจนยากจะละสายตา

ผมค่อยๆ เอื้อมมือจะไปแตะลงที่ชุดตรงหน้าอย่างเผลอไผล แต่ความรู้สึกหนักๆ ที่ไหล่เหมือนมีมือของใครสักคนวางอยู่ ก็ทำให้ผมต้องสะดุ้งขึ้นมาตัวโหยงพร้อมทั้งแหกปากโวยวายยกใหญ่

“แม่ง เชี่ย!! ไอ้เห้!! ผีหลอก!!”

ผมถึงกับเข่าทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง รู้สึกขาสั่นจนไม่มีแรงจะขยับ หัวใจเต้นตึกตักรัวเร็วเหมือนจะทะลุออกมานอกอก ได้แต่หลับตาปี๋พร้อมทั้งปัดป่ายสองมือไปมา จนรู้สึกเหมือนว่ามือของผมจะไปจับเข้าที่เนื้อผ้าของชุด แต่ก็มีแรงดึงเบาๆ เหมือนจะให้ผมปล่อยมือ ทำให้ผมยิ่งจินตนาการไปไกลจนมือแข็งขยับไม่ได้

ขอโทษนะ คุณผี แต่ตอนนี้รู้สึกว่าผมจะกลัวจนควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้แล้ว จะพูดก็พูดไม่ออก จะวิ่งหนีก็ลุกไม่ไหว ไม่ได้อยากกำชุดเอาไว้ในมือแต่ก็มือแข็งไปหมดจนไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยได้แล้ว เดี๋ยวชุดก็ขาดหมด…”

“ห๊ะ!!...”

ผมลืมตาโพล่งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ถึงจะมาอยู่ที่เกาะได้ไม่กี่วัน แต่ผมก็จำได้ดีว่าเสียงที่ได้ยินนี้เป็นของใคร

“นะ นัมโป! หรือว่าโปโล…”

“นัมโป…”

“อ่า เดาถูกด้วยเรา”

พอเห็นว่าคนที่ทำให้ผมต้องตกอกตกใจจนเข่าทรุดเป็นใคร ผมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจพร้อมทั้งยกมือขึ้นลูบอกตัวเองไปด้วย

ขวัญเอ๋ยขวัญมาไอวี่เอ้ย…

ส่วนนัมโปก็ยังยืนทำหน้านิ่ง ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลยที่มาทำคนอื่นเขาเกือบหัวใจวายตายแบบนี้ แต่ถ้าเป็นพี่นอร์สหรือพี่อังกาที่มาเห็นผมโวยวายสติหลุดแบบนี้ คงจะหัวเราะขำกันยกใหญ่แน่นอน

“อ๊ะ! อะไร…”

ผมชะงักถอยหลังไปเล็กน้อย เมื่อจู่ๆ นัมโปก็ก้มลงมาใกล้แล้วนั่งลงตรงหน้า มือหนาอุ่นร้อนของอีกฝ่ายที่เอื้อมมาวางลงบนมือของผมทำให้ผมต้องเผลอคิดไปไกล แต่ความคิดทั้งหลายก็ต้องหยุดชะงัก เพราะความจริงแล้วอีกฝ่ายก็แค่จะดึงมือของผมออกจากชุดสวยๆ นี้ แค่นั้นเอง…

“อ๊ะ! เดี๋ยว! นัมโปจะไปไหน!”

ผมต้องร้องเรียกนัมโปเสียงดัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหยิบชุดสวยๆ ออกไปโดยที่ไม่อธิบายอะไรเลย

ผมล่ะอยากจะวิ่งไปเขย่าไอ้หน้านิ่งๆ แบบนั้นจริงๆ เลย แต่ความเป็นจริงก็ทำได้แค่เดินขาสั่นตามหลังไปเท่านั้นแหละ เมื่อกี้จะลุกขึ้นยืนก็ยังล้มเลย ดีนะที่นัมโปไม่เห็น แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว ที่ทำตัวอ่อนแอ ไม่ได้เรื่องให้เห็น ไม่สมกับที่อายุมากกว่าสักนิด

“นัมโป พี่ถามว่าจะไปไหน ไม่ได้ยินหรือไง”

“...จะกลับไปช่วยงานคนอื่นต่อ”

“ถ้างั้นพี่ไปด้วย จะ…”

“ไม่ต้อง…”

ผมพูดยังไม่ทันจบประโยค นัมโปก็พูดขัดขึ้นมาทันที ทำให้ผมได้แต่ทำหน้างออย่างขัดใจ แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะไปด้วยให้ได้ ยังไงอยู่กับคนเยอะๆ ก็ดีกว่าอยู่คนเดียวนี่นา ถึงแม้ว่าจะไม่มีผีหรือตัวอะไรโผล่มาแล้วก็เถอะ

“ทำไมล่ะ พี่นอร์สบอกว่าคนเยอะๆ จะได้ช่วยงานให้เสร็จเร็วๆ ไม่ใช่หรือไง แล้วชุดนี้เป็นของใครเหรอ ทำไมมาอยู่ในห้องของพี่ล่ะ”

ผมก้าวขาเดินเร็วๆ ไปดักหน้าของนัมโปเอาไว้ ทำให้อีกฝ่ายเกือบจะเดินชนผมเข้าอย่างจัง ดีที่นัมโปหยุดชะงักยั้งตัวทัน แต่หน้านิ่งๆ ก็จ้องมองมาที่ผมอย่างเอาเรื่อง สายตาแบบนั้นมันบ่งบอกชัดเจนว่ารำคาญ แต่ใครจะสนกันล่ะ นอกจากผมจะไม่ถอยหนีแล้ว ยังจ้องหน้าตอบกลับเป็นเชิงให้อีกฝ่ายปริปากพูดสิ่งที่ผมถามออกไปด้วย

“...นี่ชุดที่ใช้ในงาน พี่นอร์สคงเผลอเอาไปไว้ห้องนั้นเหมือนทุกที”

“แล้วใช้ทำอะไรเหรอ เหมือนชุดเจ้าสาวเลย”

“....”

“ถ้านัมโปขี้เกียจพูด ก็ไม่ต้องพูด พี่ไปถามคนอื่นเอาก็ได้ ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยงานกันอยู่ใช่ไหม ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ”

ผมฉีกยิ้มแฉ่งให้นัมโป ก่อนจะหันหลังให้อีกฝ่ายและกำลังจะก้าวเดินไปทางประตูหน้าบ้าน แต่ข้อมือของผมก็ถูกกระชากอย่างแรงจนทำให้ผมเสียการทรงตัว เลยต้องชนเข้ากับอกของนัมโป

“บอกแล้วว่าไม่ต้องไป…”

“ก็แล้วทำไมล่ะ!”

“แล้วทำไมถึงอยากไปนัก…”

“ก็อยากไปช่วยทุกคนไง!”

จะหวังให้มีฉากชนอกแล้วซบตากันหวานซึ้ง ไม่มีหรอกนะ จะบอกให้!

ตอนนี้ผมได้แต่จ้องอีกฝ่ายตาเขม็ง จะบอกได้ยังไงว่ากลัวผีจนไม่อยากอยู่คนเดียว ให้ตายสิ! ทั้งๆ ที่หน้าเหมือนกันแท้ๆ แต่โปโลกลับทำให้ผมยิ้มตามได้ทุกที แตกต่างจากนัมโปในตอนนี้ที่ทำให้ผมอยากจะยกมือขึ้นข่วนใบหน้าหน้านิ่งๆ นี้สักพันครั้ง

แล้วไหนจะสายตาของอีกฝ่ายที่มองผมมาจากมุมที่สูงกว่าอีก ทำให้รู้สึกว่านัมโปเหนือกว่าและรู้ความคิดของผมไปหมด

“หึ ห้ามตามมา ห้ามออกไปไหน สักพักพี่นอร์สก็จะกลับมาแล้ว”

ผมถึงกับเบิกตากว้างสะดุ้งขึ้นมาเมื่อจู่ๆ นัมโปก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก แล้วจูงมือของผมไปนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะกำชับเสียงนิ่งดุ

ผมได้แต่นั่งเอ๋อ กระพริบตาปริบๆ มองดูนัมโปเข้าไปในห้องของผมก่อนจะออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนโต แล้วเอามาคลุมโป่งตัวผมโดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ไม่เห็นเลยว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่ที่แน่ๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำเบาๆ ของอีกฝ่ายก็ทำให้แน่ใจว่าใบหน้านิ่งๆ นั้นกำลังยกยิ้มขำอยู่แน่นอน

อาจจะเป็นใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มเหมือนโปโล หรือว่าอาจจะแตกต่างออกไปก็ได้

“ถ้ากลัวก็นอนดูทีวีตรงนี้ รอพี่นอร์สกลับมาดีๆ ข้างนอกมันน่ากลัวนะ หึ…”

แล้วผมจะทำยังไงได้ล่ะ นอกจากนอนคลุมโป่งดูทีวีต่อไป ในเมื่อคนในพื้นที่เขาพูดมาขนาดนี้แล้ว ผมก็ไม่ใช่พวกงี่เง่าที่ไม่ยอมฟังคนอื่น เหมือนนางเอกในละครที่มักจะวิ่งไปหาเรื่องซวยๆ ด้วยสิ

สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ก็มีแค่นอนดูทีวี แล้วรอทุกคนกลับมาเท่านั้นแหละ...


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}