ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 14: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เปลี่ยนแปลง 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 14: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เปลี่ยนแปลง 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2561 07:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 14: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เปลี่ยนแปลง 100%
แบบอักษร

HATE LOVE 14: เปลี่ยนแปลง


ในค่ำคืนอันมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟสลัวบนโต๊ะเล็กข้างเตียงนอนเปิดให้ความสว่างภายในห้อง ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น บางอย่างที่หลอมรวมทั้งสองร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียว อินทุกรหลับตาลงในอ้อมแขนของภาคย์ด้วยความอ่อนล้าในขณะที่ร่างกายทั้งของเธอและเข้าไม่มีอะไรปิดกั้นเอาไว้ได้เลย สองร่างแนบชิดภายใต้ผ้าห่มผืนหนาโดยที่ร่างสูงสอดแขนเข้าใต้ท้ายทอยของเธอแล้วยกมือลูบปอยผมที่ปกปิดใบหน้าของเธอ


เขามองเธอที่กำลังหลับใหลก่อนจะจูบแผ่วเบาบนหน้าผากมน...


ภาคย์กลับมาคิดทบทวนกับตัวเองอีกครั้ง เขาไม่ชอบที่อินทุกรพูดถึงใครคนอื่นที่ไม่ใช่เขา ไม่ชอบที่เธอไปทานมื้อเย็นกับภิชญ์ทั้งๆที่เขารออยู่ ไม่ชอบท่าทางที่เธอพูดถึงภิชญ์หรือใครคนอื่นแล้วท่าทางของเธอดูมีความสุขมากกว่าตอนที่อยู่กับเขาเสียอีก


แบบนี้สินะที่เรียกว่า 'หึง'....มีบางอย่างกำลังเข้ามารบกวนความรู้สึกภายในจิตใจของเขาอยู่ เป็นเพราะอินทุกรนั่นแหละที่ทำให้เขาว้าวุ่นและกระวนกระวายได้มากขนาดนี้ 


"พูดสิ! อุ่นเป็นของใคร?"


"อุ่นเป็นของพี่ภาคย์ค่ะ เป็นของพี่ภาคย์แค่คนเดียว"

ภาคย์ยิ้มบางๆไม่นานก็ใช้มือขวาลูบไล้ที่แก้มเนียนไปมาช้าๆ "นี่แค่ลงโทษสถานเบาหรอกนะ ถ้ามีครั้งหน้าจะไม่ลดโทษให้อีก" เสียงทุ้มกระซิบบอกข้างใบหูนิ่มก่อนจะซบใบหน้าลงไปข้างๆ "เด็กดื้อ"


คนถูกรบกวนเริ่มขยับตัวไปมา เธอเหนื่อยเกินกว่าที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ภาคย์มองใบหน้าสวยหวานภายใต้แสงไฟสลัวสักพักเขาก็ค่อยๆขยับให้เธอได้นอนหลับอย่างสบาย เขาลุกออกมาจากเตียงนอนแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาปิดคลุมช่วงล่างของตัวเองเอาไว้ก่อนจะออกมาจากห้องนอนจนมาหยุดที่โซฟา ภาคย์หยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนนั้นแล้วกดโทรออกหาธกฤตในทันที


"ครับ คุณภาคย์" ปลายสายกล่าวทักทายเมื่อรับสาย


"เรื่องที่ฉันเคยให้ไปสืบก่อนหน้านี้ มีอะไรคืบหน้าบ้างหรือเปล่า?"


"ตอนนี้ได้หลักฐานบัญชีมาบางส่วนครับ แต่ยังไม่ทั้งหมดส่วนเรื่องเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นของคุณวินิตรากับคุณอัญชนา รู้แค่ว่าผู้ถือหุ้นในช่วงนั้นมีเสียชีวิตไปสองคนแต่หาสาเหตุไม่ได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือว่าฆ่าตกรรม" เสียงของธกฤตเงียบหายไปสักพักพร้อมกับเสียงถอนหายใจ "คุณภาคย์ทำแบบนี้ไม่เหนื่อยเกินไปหรอครับ"

"ฉันอาจจะกลัวพ่อมากไปก็ได้ แกไม่ต้องถามอะไรมากหรอก ทำตามที่ฉันบอกก็พอแล้ว" 


"ไม่ใช่ว่าเพราะคุณไออุ่นหรอครับ?" คำพูดของเลขาหนุ่มเหมือนเป็นหอกแหลมๆ ทิ้มตรงเข้าไปกลางหัวใจของภาคย์ "ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็เข้าใจครับว่าเพราะคุณภาคิณออกคำสั่งมาเลยไม่มีใครขัดได้ แต่หลังๆมาทุกอย่างของคุณภาคย์ เอ่อ...เปลี่ยนไปมากเลยนะครับถ้าเทียบกับผู้หญิงคนอื่นๆ"

"อย่ามาทำเป็นรู้ดีกว่าฉันได้ไหม? เฮ่อ...พักผ่อนเถอะ ฉันรบกวนเวลานอนของแกมามากแล้ว" ภาคย์รีบกดวางสายโทรศัพท์ก่อนที่จะถูกจี้จุดไปมากกว่านี้ ร่างสูงนั่งลงพร้อมกับอาการหัวใจเต้นแรงและใบหน้าของเขารู้สึกร้อนๆราวกับว่าเลือดในกายันสูบฉีดอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจกลับเข้าไปยังห้องนอนอีกครั้ง


กึกๆ


"อือ... พี่ภาคย์" อินทุกรปรือตาขึ้นมามองคนที่กำลังเคลื่อนตัวลงมานอนข้างๆเธอ "จะกลับแล้วหรอคะ?"


"เปล่า พี่แค่ออกไปเอาโทรศัพท์" ภาคย์ขยับตัวขึ้นไปแล้วตะแคงทางด้านซ้าย สองหนุ่มสาวหันหน้าเข้าหากันบรรยากาศก็เงียบลงในทันที "มีอะไรหรือเปล่า?"


อินทุกรดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมากอดเอาไว้พร้อมส่ายหน้าช้าๆ "เปล่าค่ะ อุ่นนึกว่าพี่ภาคย์จะกลับเลยถามดูเฉยๆ"


ใบหน้าคมคายเผลอยิ้มออกมาเสียจนได้ ภาคย์จุมพิตบนหน้าผากมนก่อนจะเลื่อนลงมาจนถึงซอกคอขาว ทำเอาหญิงสาวรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว "ยัง พี่ยังไม่อยากกลับตอนนี้" สองแขนรวบตัวร่างเล็กเอาไว้แล้วกระชับให้แนบชิดกับตัวของเขา "นอนเถอะ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่น"


จะไม่ให้อินทุกรคิดได้ยังไงก็ในเมื่อสิ่งที่เขากำลังทำในตอนนี้เหมือนกับจงใจให้เธอคิดไปไกลกว่าเดิม แบบนี้แล้วต่อไปเธอจะไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังจริงๆใช่ไหม อินทุกรหวังลึกว่าตอนนี้เธอน่าจะได้เป็นเศษเสี้ยวที่เข้าไปฝังอยู่ภายในจิตใจของภาคย์บ้าง แค่จุดเล็กๆก็ยังดี


วันต่อมา...


ช่วงเวลาบ่ายโมงตรง...


ภาคย์ขับรถมาส่งอินทุกรยังมหาวิทยาลัยด้วยตนเอง ในระหว่างที่อยู่หน้าตึกของคณะหญิงสาวก็เตรียมสะพายกระเป๋าชาแนลหนังสีดำใบโปรดพร้อมกับหยิบหนังสือเรียนที่จัดเตรียมมาไว้ให้พร้อม เธอหันไปทางเขาด้วยรอยยิมอันแสนอ่อนหวาน "ตอนเย็นพี่ภาคย์ไม่ต้องมารับหรอกนะคะ อุ่นมีนัดกับคุณแม่และพี่ชะเอมค่ะวันนี้คงจะไม่กลับคอนโด"


ภาคย์ก้มหน้าลงเล็กน้อย "ไม่อนุญาต!"


"แต่..."


"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ถ้าอุ่นจะไปจริงๆพี่จะไปด้วย สี่โมงตรงพี่ต้องเจออุ่นอยู่ที่หน้าตึกคณะ" ภาคย์ยื่นใบหน้าไปใกล้ๆเธอโดยที่มือหนาเชยคางมนขึ้นมาเล็กน้อย "ถ้าพี่ไม่เจอก็น่าจะรู้นะว่าจะเป็นยังไงต่อ"


"พี่ภาคย์ บ้าที่สุดเลยค่ะ" คนฟังใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ อินทุกรเผลอประณามเขาออกมาก่อนที่เธอจะลงจากรถแล้วรีบวิ่งขึ้นตึกเรียนไปด้วยความรวดเร็ว 


ตามคมมองหญิงสาวพร้อมกับยกมือขวามาทาบที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง เขาสัมผัสได้ถึงการเต้นของจังหวะหัวใจที่ผิดแปลกไปจากเดิม การสูบฉีดข้างในมันกำลังพลุ่งพล่านและบนใบหน้าที่มีความนิ่งขรึมเป็นเอกลักษณ์ของเขากลับมีรอยยิ้มจางๆออกมา


"แพ้จริงๆซะแล้ว" เสียงทุ้มพูดกับตัวเองเบาก่อนจะขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัยแล้วตรงไปยังที่หมายใหม่ของเขาในวันนี้


######


บ้าน จิรวัฒนานนท์...


อัญชนากำลังอ่านเนื้อความในเอกสารที่เธอได้ทำการร่างมันขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงความนัยเอาไว้มากมาย ตามหลักแล้วแค่ให้อินทุกรเซ้นยินยอมยกหุ้นส่วนนั้นให้กับวินิตราเรื่องก็จบ แต่ปัญหาตรงนี้มีอยู่ที่ว่าในรูปแบบของโรงแรมนั้นเดิมทีอัศนัยใช้การโอนใบหุ้นชนิดระบุชื่อผู้ถือหุ้นวึ่งจะต้องทำตามกระบวนการทางกฏหมาย ซึ่งทำสัญญาและระบุหมายเลขหุ้นของอินทุกรเรียบร้อยโดยที่เธอเซ็นเป็นพยานทุกอย่างก็จบ


คงไม่มีใครฉลาดไปมากกว่าเธอแล้วล่ะมั้ง...


"แม่ล่ะเบื่อจริงๆ เอม...พอจะมีสักสองแสนให้แม่ไปต่อทุนหรือเปล่า?" วินิตราหันไปทางลูกสาวด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าเธอกำลังเบื่อเป็นที่สุด


"อะไรนะแม่ ที่เอมให้ไปก่อนหน้าไม่กี่วัน สี่แสนตอนนี้หมดแล้วหรอ?" อัญชนาหันมาถามด้วยความประหลาดใจ "ช่วงนี้แม่มือไม่ค่อยขึ้นก็อย่าเพิ่งไปเล่นมันเลย"


"นี่แกเป็นลูกฉันนะ! สรุปจะให้หรือไม่!!"


อัญชนาถอนหายใจพร้อมกับหยิบสมุดเช็กออกมาเขียนให้กับแม่ของเธอ "อ่ะๆ เอมให้ก็ได้แต่ถ้าสียมารอบนี้แม่ต้องหยุดพักก่อนนะ เพราะเงินที่ได้จากการเอาแบบเครื่องเพชรของปวันไปขายกำลังจะหมด เงินปันผลก็นิดเดียวเดี๋ยวมันจะไม่พอ เอมจะช็อปปิ้งช่วงนี้ก็ยังไม่ค่อยกล้าเลย"


"จ้ะลูกรัก" วินิตรายิ้ม "ลองกลับไปง้อคุณปวันเขาดีไหมล่ะ ไอ้โง่นั่นน่ะมันหลงเอมจนหัวปรักหัวปรำ หว่านล้อมมันนิดหน่อยก็คงยอมแล้วล่ะ"


อัญชนานั่งไขว่ห้างพลันถอนหายใจ "ช่วงนี้มันหายหัวไปเลย แต่อย่างเอมน่ะไม่ง้อให้เสียศักดิ์ศรีหรอก"


"ตามใจ งั้นแม่ไปก่อนนะ ถ้าใครถามก็บอกเหมือนเดิมนะจ๊ะ" พูดจบวินิตราก็เดินออกไปจากบ้านด้วยความร่าเริง อัญชนามองดูแล้วก็ส่ายหัวไปมาก่อนจะนั่งตรวจทานเอกสารที่เตรียมเอาไว้อีกครั้ง


เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินใกล้เข้ามา หญิงสาวไม่ได้หันไปสนใจแต่ก็ตอบกลับตามระเบียบ "คุณพ่อจะถามหาแม่หรอคะ? แม่ออกไปวัดเมื่อสักพักนี่เองค่ะ"


"หึ! งั้นหรอ? แต่ที่ฉันได้ยินแม่เธอบอกว่าจะออกไปบ่อน"


ควับ !!!


"ภาคย์!!" อัญชนาสะดุ้งเฮือกทันทีที่หันไไป หญิงสาวแอบกลืนน้ำลายลงคอ สองมือรีบโกยเอกสารที่วางเรียงกันอยู่แล้วรวมให้มันเป็นกองเดียวกัน "มาตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมไม่บอกเอมก่อนล่ะจะได้ให้คนไปหาอะไรมาต้อนรับ"


"ไม่ต้องหรอก ฉันมาจัดการธุระของฉันไม่นานเดี๋ยวก็กลับ" ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ แขนของเขายาวพอที่จะแย่งเอกสารที่อยู่ในมือของอัญชนามาได้ง่ายๆ เธอจะรีบเอามันกลับมาแต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ภาคย์อ่านเนื้อความโดยละเอียดก็แสยะยิ้มออกมา "คิดไว้อยู่แล้วไม่มีผิด ที่เธอได้แค่นี้ก็น่าจะพอใจแล้วนะ ทำไมถึงอยากจะเอาสิ่งที่เป็นของไออุ่นไปทั้งหมดด้วย"


"ใครบอก นั่นน่ะเป็นส่วนของแม่ เอมก็แค่จะให้น้องเซ็นคืนให้กับแม่เท่านั้น ขอเอกสารคืนด้วย"


แคว้ก !!!!


"ทำบ้าอะไรหะ!!!!" อัญชนาถลึงตาใส่พร้อมกับตวาดภาคย์ออกไปในทันที เขาฉีกเอกสารที่เธอร่างออกเป็นเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ แล้วโปรยมันทิ้งลงต่อหน้าเธอ ใบหน้าของเขาดูเยือกเย็นและแววตาที่จ้องมองมานั้นตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่หลงเหลือความรู้สึกใดๆเลยนอกจากคำว่าเกลียดชัง "คิดหรอว่าทำลายอันนี้ทิ้งแล้วเอมจะร่างสัญญาอันใหม่ไม่ได้"


หมับ !!!


กรี๊ดดด


ภาคย์ตรงเข้าไปใช้มือขวาบีบใบหน้าของอัญชนาอย่างแรง ตอนนี้มือเขาสั่นจนเส้นเลือดขึ้นปูดไปทั้งแขน "ลองดูสิ มีกี่อันฉันก็จะทำลายให้หมด กาฝากอย่างเธอไม่สมควรที่จะอยู่ที่ไหนทั้งนั้น!!!" เขากัดฟันพูดพร้อมกับออกแรงบับให้มากกว่าเดิม "อย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตาของฉันไปได้ ระวังตัวเอาไว้ให้ดี! ฉันจะขัดขวางเธอทุกทางและเธอจะต้องได้รับบทเรียนจากสิ่งที่เธอกำลังทำในตอนนี้แน่นอน"


"พูด อื้อ พูดบ้าอะไรหะ อะ อั่ก" ยิ่งเธอพูดเขาก็ยิ่งออกแรงมากยิ่งขึ้น ถาคย์ในตอนนี้ไม่ใช่ไอ้โง่ที่หลงเชื่อแค่เพียงลมปากและคำหวานของเธออีกต่อไปแล้ว "ไอ้ภาคย์ !!"


ผู้หญิงคนนี้อันตรายกว่าที่ใครๆได้เห็นเยอะ...


"ฉันเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่าล้ำเส้นไออุ่น หรือจะให้ต้องเตือนความจำ!!" แววตาวาวโรจน์มองจ้องคนตรงหน้าราวกับจะฆ่าให้ตายเสียตรงนี้ "เธอไม่ใช่พี่สาวของไออุ่น!!"


อัญชนารู้สึกชาไปทั้งตัวและสองมือของเธอพยายามแกะพันธนาการของเขาออก ภาคย์แสยะยิ้มสักพักก็เหวี่ยงร่างของเธอจนล้มลงกับโซฟา "โอ้ย!! ไอ้บ้า!! คิดหรอว่าโลกสวยอย่างไออุ่นถ้ามารับรู้เรื่องระหว่างเราจะรับได้น่ะ ตัวเองก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนักหรอก"


"แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยโกงเอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ไม่เคยหักหลังใครเหมือนเธอ ทำได้แม้กระทั่งเอางานของสามีไปขายให้กับบริษัทคู่แข่ง"


"จะรู้มากไปแล้วนะ ภาคย์สนใจเอมขนาดนั้นเลย? แล้วยังไง! อย่างเอมจำเป็นจะต้องกัดก้อนเกลือหรอ? ช่วยไม่ได้...ในเมื่อไม่มีปัญญาเลี้ยงแบบที่ปากพูดเอมก็ต้องหาเงินเองแบบนี้นี่แหละ" อัญชนากล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย


ร่างสูงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า ใบหน้าหล่อเหลามองมาที่เธออีกครั้งแล้วยกโทรศัพท์หันด้านหน้าไปที่เธอ เบอร์โทรศัพท์ที่ขึ้นมานั้นทำให้หญิงสาวต้องเบิกตากว้างเพราะนั่นน่ะเป็นเบอร์ของปวัน...จากระะยะเวลาตรงนั้นไม่ต้องบอกเลยว่าเขาได้ยินอะไรบ้าง เรียกได้ว่าทั้งหมดเลยจะดีกว่า


"ไม่ ไม่...เอามานี่นะ!!"


ภาคย์ได้เปรียบเรื่องส่วนสูงจึงเป็นเรื่องยากที่อัญชนาจะแย่งโทรศัพท์เครื่องนั้นมาได้ "ฉันก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่คนอย่างเธอถ้าไม่เอาจริงก็คงจะสร้างความเดือดร้อนไม่รู้จบ" เขาวางสายจากปวันแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง เสียงทุ้มเยียบเย็นกล่าวออกมาอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก "เย็นนี้ไออุ่นไม่ว่ามาหาเธอกับแม่ของเธอหรอกนะ อ่อ....แล้วก็อย่าส่งเสียงดังไปล่ะ เพราะถ้าอาอ้นมาได้ยินเข้า เธอกับแม่ของเธออาจจะได้หาที่อยู่ใหม่ก็ได้"


ชายหนุ่มเดินจากไปโดยไร้ความรู้สึกที่จะเห็นใจ หากเป็นเมื่อก่อนก็คงจะใจอ่อนและยอมเชื่อคำหวานที่อัญชนาพูดกรอกใส่หูก็เป็นได้ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว...ตัวเขาจะไม่มีวันกลับไปเป็นแบบนี้ สิ่งที่ทำทั้งหมดไม่ใช่เพราะความรู้สึกส่วนตัวหรือว่าไม่กล้าขัดคำสั่งของภาคิณ แต่สิ่งที่ทำทุกอย่างมันเกิดจากหัวใจของเขาที่สั่งการมาทั้งหมด


มันมาจากความรู้สึกจริงๆ....


######


อีกด้านหนึ่ง...


ช่วงเวลาสามทุ่มตรง...


กันตาเลิกจากงานพาร์ทไทม์ก็กำลังเดินมาลงจากรถเมล์ตรงหน้าปากซอยเข้าบ้านของเธอ ในระหว่างนั้นสายตาก็เห็นว่ามีใครบางคนที่กำลังเดินโซเซคล้ายว่าเมามาก ร่างของชายคนนั้นเดินชนเข้ากับกลุ่มวัยรุ่นที่จับกลุ่มกันอยู่ก็ถูกหาเรื่องในทันที


"คุณปวัน"


ตุบ!!


"เห้ย อยากมีเรื่องหรอวะ?!!" หนึ่งในกลุ่มโจ๋กระชากคอเสื้อของปวันอย่างแรง


"...."


"กวนตีนนี่หว่า!!"


ตุบ! ตับ! 


อั่ก!!!


กันตาเอามือป้องปากแล้วพยายามหันไปโดยรอบ ตอนนี้เธอต้องทำอะไรสักอย่างไม่เช่นนั้นปวันก็คงจะต้องตายคาเท้าของพวกวัยรุ่นกลุ่มนั้นแน่ 


แล้วจะทำยังไงดีล่ะ!!


"ตำรวจ!! ตำรวจคะ!! ช่วยด้วยค่ะมีคนถูกทำร้าย!!" สิ่งที่กันตาจะทำได้ก็คงจะมีแค่นี้ เธอหันไปเจอสายตรวจที่กำลังออกลาดตระเวณมาพอดีจึงตะโกนของความช่วยเหลือ กลุ่มวัยพอได้ยินดังนั้นก็รีบหันมาทางเจ้าของเสียงในทันที ตำรวจสายตรวจสองนายพอจอดรถได้ก็รีบไล่ตามจับกุม เมื่อตั้งสติได้แล้วกันตาจึงเข้าไปพยุงร่างของปวันที่อยู่ในสภาพมึนเมาขึ้นมา "คุณปวัน ไหวไหมคะ!!?"


"อึก" เขาปรือตามองแล้วสะอึกไปด้วย "ช่วยผมทำไม อึก ปล่อย เอิ้ก ให้ตายซะก็ดี"


"นี่!! พูดอะไรคะ?" กันตาถอนหายใจออกมาด้วยความไม่เข้าใจ หญิงสาวให้เรี่ยวแรงทั้งหมดดึงร่างของปวันขึ้นมา แม้ว่าจะทุกลักทุเลไปบ้างแต่สุดท้ายก็พาร่างที่เหมือนจะบอบช้ำทั้งกายและใจของปวันไปยังบ้านของเธอได้สำเร็จ


บ้านไม้สองชั้นที่ตั้งอยู่ในชุมชนใกล้กลางเมือง...


กานดา...หญิงสาววัยกลางคนเดินมาเปิดประตูให้กับลูกสาวที่กลับจากการทำงานพิเศษเป็นปกติ แต่ครั้งนี้ก็ต้องแปลกใจที่ลูกสาวเธอพาแขกมาบ้านโดยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเสียด้วย


"ใครน่ะกันย์ แล้วทำไมมาสภาพแบบนี้ล่ะ"


"ช่วยหน่อยค่ะแม่ เขาถูกพวกเด็กที่ป้ายรถเมล์ซ้อม กันย์หนักจะแย่อยู่แล้ว" ดูจากสีหน้าแล้วกันตาก็คงเหนื่อยจริงๆ


กานดาไม่ได้ถามอะไรต่อและช่วยลูกสาวเธอพาร่างของปวันเข้าไปนอนยังโซฟาขนาดเล็กในบ้าน แต่ก็ไม่ได้ดูแลอะไรมากมายนักหรอกแค่เอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาช่วยเช็ดใบหน้าให้ก็เท่านั้น บ้านหลังนี้มีแค่สองห้องนอนจะให้ไปห้องใดห้องหนึ่งก็คงจะดูไม่ดี คงต้องให้แขกของบ้านนอนที่โซฟาบ้างล่างแบบนี้ไปก่อนก็ดีแล้วล่ะ ขืนปล่อยเอาไว้ถ้าไม่ถูกกระทืบจนตายก็อาจจะเมาจนเดินออกไปให้รถชนเสียล่ะมั้ง


กันตามองใบหน้าอันบอบช้ำของปวันก็นึกสงสัยอยู่ในใจ เขามาแถวนี้ได้ยังไงกัน? ทำไมถึงได้เมามายขนาดนี้ แม้จะนั่งห่างกันเป็นวาก็ยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งมาเตะจมูกได้เลย 


มีเรื่องอะไรทุกข์ใจอยู่ล่ะสินะ...


_____________________________________ 100% ___________________________________________________


เอาแล้วววว

ใครก็ได้พาพี่ภาคย์ไปรักษาหน่อยยยยย

คอมเม้นติชมได้นะจ๊ะ ไรท์อ่านทุกคอมเม้นแต่อาจจะไม่ได้ตอบน๊าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น