มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

8 : วัน เดือน และปี ? (90%)

ชื่อตอน : 8 : วัน เดือน และปี ? (90%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2562 20:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
8 : วัน เดือน และปี ? (90%)
แบบอักษร

(ต่อ)

คล้ายกับได้เห็นความแปลกประหลาดใจจากดวงตาคู่คมคู่หนึ่งขึ้นมา... 

พะนอขวัญรู้สึกอย่างไรที่เปรยเรื่องนี้ขึ้น หล่อนคิดว่าเป็นความมหัศจรรย์หรือเพียงแค่บังเอิญ ที่ได้รู้ว่ามีหญิงสาวอีกคนที่ได้เกิดวันเดือนปีเดียวกันกับตัวเอง ดรันว่า...ต้องมีบางอย่างที่ มากกว่านี้ที่จะทำให้หล่อนรู้สึกจะมองว่าเป็นเพียงเรื่องความมหัศจรรย์หรือแค่บังเอิญอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มโคลงศีรษะทำท่าคล้ายสงสัยว่าหญิงสาวต้องการสื่อสารอะไรให้ตัวเขารับรู้กันแน่ 

ขณะนั้นพะนอขวัญได้นึกไปถึงแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีเมตตา กิริยาหรือแม้แต่คำพูดที่มีแต่ความอ่อนโยนของคุณผกากรอง หล่อนยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วจึงบอกชายหนุ่มอีกว่า "คุณผการักและเอาใจใส่ลูกสาวดีนะ อุตส่าห์หาของขวัญวันเกิดที่คิดว่าจะมีเพียงชิ้นเดียวในโลกให้ลูกสาว แม้มันไม่ได้มากมายไปด้วยราคา แต่ฉันกลับรู้สึกว่าคุณผกากำลังหาของที่มีค่าที่สุดอยู่ให้กับลูกสาว  ... ฉัน ...ฉันเกิดมายังไม่เคยได้รับของอะไรอย่างนี้จากคุณแม่เลยสักครั้ง"

และแล้วความกระจ่างจึงบังเกิดขึ้นมาในใจของชายหนุ่มแล้ว ดรันจึงพยักหน้าช้า ๆ พอจะเริ่มเข้าใจขึ้นทีละนิด ๆ ว่า  พะนอขวัญกำลังนำเรื่องของลูกสาวคุณน้าผกากรองมาเปรียบเปรยกับชีวิตของตัวเองไปด้วย

แล้วเขาก็ได้เห็นหล่อนค่อย ๆ ฝืนยิ้มออกมา  แต่... ดรันกลับรู้สึกว่าหญิงสาวกำลังพยายามปกปิดความแปร่งปร่าที่เกิดขึ้นอยู่ภายในใจของตัวเองอยู่

ดรันมองสบตากับหญิงสาวมากขึ้น การที่จะได้พบใครบางคนที่มีวันเดือนปีเกิดเดียวกันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกนัก  แต่จะแปลกก็คงตรงที่ ใครอีกคนที่ว่านั้นกำลังทำหน้าที่คล้ายกระจกเงาที่ได้สะท้อนชีวิตอีกด้านที่สว่างสดใสให้กับหญิงสาวอีกคนได้เห็นนั่นเอง

และหญิงสาวคนนั้นก็กำลังนิ่งงันอยู่เมื่อยังนึกถึงสัมผัสอันอ่อนโยน ความเยือกเย็นที่คุณผกากรองมี และนั่นราวกับจะเป็นสิ่งที่หล่อนได้โหยหาจากตัวมารดาของหล่อนมาตลอด ครั้นได้ประสบอย่างนี้ แม้จะเพิ่งพบกันเพียงคราแรก ทว่ากลับทำให้พะนอขวัญรู้สึกดีเกินจะบรรยายออกมาได้  แล้ว จู่ ๆ  หญิงสาวก็เลื่อนสายตาขึ้นมองร่างสูงตรงหน้าแล้วเอ่ยออกมาอีกว่า 

"ฉันก็แค่รู้สึกอิจฉาลูกสาวคุณผกา..." หล่อนกำลังเปิดเปลือยความในใจ อันแสนเศร้าออกมา "...เพราะตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยได้อะไรจากคุณแม่เลย  แม้แต่การโอบกอดเหมือนอย่างลูกคุณอื่น ๆ ก็ไม่เคย..." หล่อนน้ำตารื้นขึ้น กลั้นใจพูดไปอีกว่า "เพราะคุณแม่ไม่เคยกอดฉันเหมือนพี่ ๆ อีกสองคน..."

การที่หล่อนจะต้องมาทำของขวัญวันเกิดให้คุณแม่คนหนึ่งที่จะมอบให้กับลูกสาวคนที่เกิดวันเดือนปีเดียวกัน พะนอขวัญจึงรู้สึกสะท้านใจ เหมือนหล่อนได้เห็นเงาสะท้อนบางอย่างตรงหน้า ที่กำลังสะท้อนทุกสิ่งที่ตรงกันข้ามกับชีวิตของตัวเองออกมาทั้งสิ้น

นั่่นเองจึงทำให้ จู่ ๆ พะนอขวัญ ก็กลายมาเป็นคนอ่อนแอลง 

ดรันมีสีหน้าเคร่งเครียด ทั้งเข้าใจ เห็นใจและสงสารหล่อนขึ้นมาอย่างท่วมท้น เพราะอย่างนี้นี่เอง … ชายหนุ่มจึงถอนใจเล็กน้อย การรับบทเป็นนายใบ้ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่าการอยู่เป็นเพื่อน รับฟังหล่อนเท่านั้น ว่าแล้วร่างสูงจึงค่อย ๆ ทรุดนั่งลงตรงหน้าหญิงสาวที่มีความเศร้าอยู่เต็มดวงตาทั้งสอง  และนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขายอมคุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง

ชายหนุ่มมองหล่อน เห็นภาพชีวิตต่าง ๆ ของหล่อนผุดพรายขึ้นมาอย่างลาง ๆ แล้ว ด้วยสถานภาพทั้งสองบ้านที่แตกต่างกันอย่างสุดทาง

หญิงสาวคนหนึ่งได้เกิดและเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักและความเอาใจใส่ของบิดามารดาบนฐานะของครอบครัวที่มั่งคั่งอบอุ่น ส่วนหญิงสาวอีกคนแม้ไม่ถึงกลับถูกทอดทิ้ง แต่ก็เหมือนถูกพลักไสให้อยู่กับความเหน็บหนาวโดดเดี่ยวมาโดยตลอด เพียงเพราะความเคลือบแคลงของผู้เป็นแม่ว่า หล่อนอาจจะไม่ใช่ลูกสาวจริง ๆ นั่นเอง อีกทั้งหล่อนจะต้องแบกรับภาระต่าง ๆ ของทางบ้านเอาไว้บนบ่าบางทั้งสองด้วย  

แค่นี้ก็เพียงพอที่จะมีเร่ื่องมากระทบกับปมชีวิตที่เจ็บปวดของพะนอขวัญแล้ว  ไม่แปลกที่หญิงสาวจึงรู้สึกเจ็บปวดกับบาดแผลนี้ขึ้นมาอีก

ดรันได้เหลียวมองรอบ ๆ กาย ขณะที่หล่อนยังเงียบงันอยู่ตรงหน้า แล้วเหลียวกลับมาเห็นจึงมือบางทั้งสองที่ประสานกันวางอยู่บนเข่า มือคู่นั้นดูอยู่ไม่ไกลเลย แต่ทำไมชายหนุ่มกลับพบว่ามันช่างห่างไกลเกินกว่าที่เขาจะสามารถเอื้อมไปจับมือของหล่อนขึ้นมาประคองแล้วบีบเบา ๆ อย่างทะนุถนอมเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นห่วงใยไปให้

แม้อยากจะจับมือ หรือโอบกอดเพื่อปลอบประโลมหล่อนเพียงใด แต่เขาก็ทำไม่ได้ดั่งที่ใจต้องการ ที่ทำได้คือ ...ตอนนี้ แค่ทอดสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ พร้อมกับนั่งเป็นเพื่อนหล่อน จนกว่าหล่อนจะรู้สึกดีขึ้นมาเพียงเท่านั้นเอง…

.


กว่าพะนอขวัญกลับมาถึงบ้านก็เกือบเย็นมาก ขณะที่เดินผ่านบ้านหลังใหญ่ สาวใช้ที่บ้านหลังนี้จึงรีบวิ่งมารายงานเรื่องหนึ่งให้หล่อนทราบทันทีว่า "คุณขวัญคะ..."

"มีอะไร ส้มเช้ง" หล่อนถามเสียงเนือย ๆ 

"ป้าช้อยฝากบอกว่า แกพาลุงชดไปโรงพยาบาล ลุงชดแกปวดท้องมากค่ะ บอกว่าให้คุณขวัญรอที่บ้าน ไม่ต้องตามไปที่โรงพยาบาล"

หญิงสาวจึงหันกลับมามองนายใบ้  ก่อนจะหันมาขอบใจสาวใช้อีกครั้งเบา ๆ "เข้าใจแล้ว ขอบใจนะส้มเช้ง"

จากนั้นหล่อนก็กลับไปรอผู้สูงวัยทั้งสองที่เรือนคนใช้ โดยมีนายใบ้อยู่เป็นเพื่อน

เพราะดรันเองก็ยังไม่อยากกลับ เขาอยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวอยู่ห่าง ๆ เพื่อจะรอฟังอาการของลุงชดไปด้วย แล้วจึงรอไปจนกระทั่งหัวค่ำ ป้าช้อยจึงเดินตรงมาในลักษณะท่าทางเชื่องซึม  พะนอขวัญจึงรีบเดินเข้าไปหาพลางถามทันที

"ป้าช้อย เกิดอะไรขึ้น ทำไมลุงชดถึงไม่กลับมาพร้อมกัน"

"แกปวดท้องค่ะ ปวดมากป้าจึงพาไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าไส้ติ่งแตกเลยต้องเข้าห้องผ่าตัดด่วนเลย นี่หมอก็เพิ่งจะผ่าเสร็จเรียบร้อย ป้าเลยต้องกลับมาเก็บเอาของใช้ แล้วจะต้องกลับไปเฝ้าแกที่โรงพยาบาลต่อ"

หญิงสาวถอนหายใจโล่งอก เมื่อทราบอาการของผู้สูงวัยอีกคน และรับรู้ว่าการผ่าตัดผ่านไปอย่างปลอดภัย แต่หญิงสาวก็ยังเห็นความวิตกกังวลอยู่บนใบหน้าเหี่ยวกร้านของผู้สูงวัยอีกคนอยู่

"คุณขวัญดูแลตัวเองได้ใช่มั้ย ป้าเป็นห่วง  ถ้าเกิดคืนนี้คุณรำพึงพา เอ่อมา..." นางช้อยไม่อยากพูดเสียงดังแต่ ก็พะนอขวัญเข้าใจได้ว่าคุณแม่ของหล่อนมักจะพาพรรคพวกมาเล่นไพ่ที่บ้านเสมอ "...คุณขวัญห้ามออกมาจากห้องนอนนะ ให้ปิดประตูลงกลอนให้แน่นหนานะ"

หญิงสาวพยักหน้า  "ป้าช้อยไม่ต้องห่วงหรอกนะ ขวัญดูแลตัวเองได้"

ป้าช้อยหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งเพราะเป็นบ้าใบ้ ใจน่ะไม่อยากฝากฝังให้นายใบ้อยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวในยามค่ำคืนเลย แต่ตนก็กังวลสารพัดยิ่งถ้านายสรุทินมาที่นี่ด้วยอีกคน หญิงสาวคนนี้จะดูแลปกป้องตัวเองอย่างไรไหว

"ใบ้  ... เอ่อ เอ็งก็อย่าเพิ่งกลับได้มั้ย นอนชั้นล่างนี่ล่ะ อยู่เป็นเพื่อนคุณขวัญเธอเถอะ ข้าไหว้วานใครไม่ได้แล้วจริง ๆ" สุดท้ายนางช้อยต้องยอมขัดใจตัวเองไปก่อน เพื่อความปลอดภัยของหญิงสาวที่ตนแสนจะรักใคร่ปานบุตรหลาน

ดรันจึงรีบพยักหน้า  แต่หญิงสาวกลับปฏิเสธ  "ขวัญอยู่ตามลำพังได้"

"แต่มัน อันตรายนะคะ ให้นายใบ้นอนเฝ้าอยู่ชั้นล่างนี่เถอะ" แล้วนางช้อยจึงเหลียวไปบอกชายหนุ่มคนเดียวที่ยืนตรงนี้ "มุ้งหมอนก็อยู่ในตู้เสื้อผ้าข้า เอามากางด้วย" ก่อนจะหันกลับมาบอกหญิงสาวช้า ๆ "เถอะ ป้าไม่ไว้ใจ..." แล้วจึงยื่นหน้ากระซิบบอกหญิงสาว แต่ดรันก็พอได้ยินว่า 

"คนที่คุณรำพึงพามาแต่ละคน น่ากลัวกันทั้งนั้น มีแต่หญิงชายใจทรามกันหมด มีนายใบ้นอนมาเฝ้าตรงนี้ คืนนี้ป้าก็จะได้เฝ้าตาแก่นั่นที่โรงพยาบาลอย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง...นะ" 

เห็นความเคร่งเครียดบนแววตาและสีหน้าเป็นห่วงหล่อนของคนตรงหน้า สุดท้ายพะนอขวัญจำต้องพยักหน้ารับคำ 

"ค่ะ งั้นป้าช้อยก็รีบเก็บของเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงขวัญแล้ว"


.


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น