น้ำผึ้งพระจันทร์
facebook-icon

เป็นไรต์สายหื่นนะคะ : )

ตอนที่ 11 - ร่านรัก...ซึมลึก

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 - ร่านรัก...ซึมลึก

คำค้น : แอลลี่ ร่าน ร่านรักไม่จำกัด

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2561 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 - ร่านรัก...ซึมลึก
แบบอักษร

วันนี้ฉันเลิกงานค่อนข้างเย็นเพราะมีงานด่วนนิดหน่อย และคนอย่างฉันก็จะไม่มีทางปล่อยให้ลูกน้องต้องทำงานกันเองแล้วตัวฉันก็กลับมาพักผ่อนสบายอยู่คนเดียวแน่ ถึงจะแรดจะร่านแต่งานก็ต้องไม่เสีย**!**

“พี่แอล...มาช้าจังเลย ผมรอนานแล้วนะเนี่ย”


ชื่อของเขาคือมาร์ค อายุน้อยกว่าฉัน 5 ปี แต่ตัวสูงใหญ่ หน้าตาไม่ได้หล่อจัดแต่เป็นคนมีเสน่ห์มากๆ คนหนึ่งเท่าที่ฉันเคยเจอมา ผิวของมาร์คไม่ขาวไม่ดำแต่เนียนใสอย่างคนผิวพรรณดี เขาทักฉันทันทีที่ฉันมาถึง วันนี้ฉันนัดมานั่งดื่มกับรุ่นน้องคนนี้เอง แม่ว่าเราจะอายุห่างกันหลายปี แต่เราก็สนิทสนมกันจนสามารถที่จะคุยเรื่องราวต่างๆ ของกันและกันได้ ได้มากกว่าเพื่อนสนิทอีก 3 คนของฉันด้วยซ้ำไป


“ก็บอกแล้วว่างานจะเสร็จช้า”

ฉันตอบ นั่งลงตรงข้ามกับเขา วางกระเป๋าถือใบแพงลงแล้วก็ถาม


“ดื่มอะไรดี มีแนะนำไหม”


“เอาเหมือนผมไหมล่ะ พี่น่าจะไม่เคยกิน”

มาร์คเสนอ


“อื้ม”

พอฉันตกลงมาร์คก็เลยหันไปเรียกพนักงานมาสั่งเครื่องดื่มแบบเดียวกับเขา แล้วเราก็นั่งจิบเครื่องดื่มฟังเพลงคลอกันไปเรื่อยๆ ความจริงวันนี้มาร์คนัดฉันมาเขาบอกเหตุผลว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย


“คิดถึงจัง”

อยู่ๆ มาร์คก็พูดขึ้นมาลอยๆ เขาก็เป็นแบบนี้เสมอแหละ ชอบปากหวาน ชอบพูดว่ารัก ว่าคิดถึง หยอดฉันมาหลายปี ตั้งแต่มัธยมจนถึงมหา’ลัย จนมาถึงวัยทำงาน นานแค่ไหนลองคิดดู


“เก็บคำว่าคิดถึงของเธอไปให้สาวๆ ดีกว่านะ พี่แก่แล้ว”

ฉันก็พูดคล้ายๆ เดิมที่เคยบอกเขา มาร์คมีผู้หญิงมาติดพันเยอะตามประสา เพราะนอกจากรูปร่างหน้าตา กับฐานะทางบ้านที่ดีแล้ว ยังอ่อนโยนนิสัยดีชอบเทคแคร์ผู้หญิงดีอีกด้วย


“ก็รักคนนี้...จะให้ไปคิดถึงใคร” 

 มาร์คอ้อน ฉันมองสบดวงตาอ้อนๆ ของเขาแล้วก็ต้องรีบหลบ


“พี่ไม่เล่น”

ฉันทำเสียงดุๆ ขยับตัวอย่างอึดอัด


ฉันกับมาร์ครู้จักกันได้ก็เพราะว่าเขาเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของฉันเอง ตอนฉันอยู่ ม.6 มาร์คเพิ่งจะเข้า ม.1 ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเวลาเดินผ่านกันทีไรเจ้าเด็กนี่จะต้องคอยแอบมองฉัน มองจนฉันจำหน้าได้ แล้วเราก็ได้รู้จักพูดคุยกันตอนที่ฉันเป็นรองประธานสีฟ้า มาร์คเป็นนักฟุตบอลของสี แถมยังตีกลองเก่งมากๆ ก็เลยถูกชวนให้มาช่วยตอนซ้อมเชียร์และเชียร์จริง ตอนนั้นเราเลยได้เจอกันบ่อยๆ มารู้ตัวอีกทีฉันก็สนิทกับมาร์คจนคุยกันได้ทุกเรื่องแบบไม่น่าเชื่อ


สนิทถึงขนาดที่ว่าแฟนของฉันในตอนนั้นหึงเลยล่ะ!


“คิดอะไรอยู่”

มาร์คถามเพราะเห็นฉันนิ่งเงียบไป


“นึกถึงตอนกีฬาสี สีเราได้แชมป์ด้วยนะตอนนั้น”

ฉันตอบตามตรง


“ผมก็คิดถึงตอนนั้นเหมือนกัน พี่แอลเก่งมากเลย พี่ช่วยจัดการทุกอย่างจนกีฬาสีผ่านไปได้ด้วยดี”

มาร์คยิ้มมุมปากเล็กๆ ดูมีเสน่ห์น่ามอง


“ไม่ได้ ไม่ว่าพี่ทำอะไรก็ต้องทุ่มเท”

ฉันบอกมาร์คซึ่งมันก็คือนิสัยของฉันจริงๆ ฉันนำน้องๆ ซ้อมหลีดฯ และทุ่มเทพาน้องๆ ฝึกแปลอักษรจนสีฉันชนะกองเลิศกองเชียร์ คงจะเป็นโชคดีด้วยที่นักกีฬาของสีฉันก็มีแต่คนเก่งๆ และทุ่มเท ทำให้เราคว้าแชมป์ในปีนั้นมาได้ ได้ถ้วยเชียร์ ได้ถ้วยฟุตบอลและเหรียญจากกีฬาอื่นๆ นับไม่ถ้วน


“ขำนะ พี่เรย์เขาโมโหผมมากเลยนะตอนนั้น”

มาร์คพูดถึงเรย์ขึ้นมา


เรย์ก็คือแฟนเก่าของฉันเอง ฉันคบกับเขาได้ประมาณ 2 ปีมั๊ง ก่อนจะห่างกันเพราะ ‘อะไรหลายๆ อย่าง’


“หึงไปได้ไงลงคอ ตอนนั้นมาร์คอยู่ ม.1 เอง”


“แต่ผมว่าถูกแล้วที่เขาจะหึง”

มาร์คพูดแล้วก็หยุดไปเสียเฉยๆ


“ก็ผมรักพี่มาตั้งแต่ตอนนั้น แอบมองพี่มาตั้งแต่ตอนนั้น”


“ตอนนั้นเธอเด็กจะตาย รู้จัก ‘ความรัก’ แล้วเหรอ?”

ฉันถามมาร์ค ความจริงฉันก็พอจะรู้ความรู้สึกที่เขามีให้ฉันมาโดยตลอด แต่ว่าฉันก็มี ‘เหตุผลส่วนตัว’ ของฉันที่จะไม่ยอมรับรู้ความรู้สึกของมาร์ค


“ตอนนั้นก็ไม่รู้...แต่ตอนนี้รู้แล้ว”

มาร์คมองตาฉัน ตาของเขาหวานและแฝงความรู้สึกเอาไว้มากมาย


ฉันหลบตามาร์ค ตาของเขามันมีพลังทำลายล้างสูงเกินไปจนฉันไม่อยากจะมองนานๆ ฉันกลัวสักวันฉันจะเผลอไผลไปกับเขา...


“พี่แอล...คืนนี้ผมขอไปค้างด้วยได้ไหม เราจะได้คุยกันเรื่องที่ผมอยากคุยกับพี่ด้วย...นะครับ”


“ไม่ได้!”

ฉันตอบทันทีโดยไม่คิด


“กลัวผมเหรอ” 

มาร์คถามเสียงจริงจังขึ้น


ฉันเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาอีกครั้ง ทำเสียงแข็งแล้วตอบไป

“บ้าน่า พี่จะไปกลัวเธอเรื่องอะไร?”


“ถ้าไม่กลัวก็ให้ผมกลับคอนโดด้วยคนนะ ผมเหงา...ไม่อยากอยู่คนเดียว” 

 มาร์คใช้ลูกอ้อนกับฉัน ซึ่งมันมักจะใช้ได้ผลเสมอ


“แต่ว่า...”


“นะ สัญญาด้วยเกียรติลูกผู้ชายว่าจะไม่ทำอะไรให้พี่แอลเสียหายเลย จะนอนโซฟา ไม่ดื้อไม่ซน”

มาร์คทำท่าทางขึงขังน่าเชื่อถือแต่เป็นแบบลิงหลอกเจ้า


“ฉันจะเสียหายตั้งแต่ตอนพานายขึ้นห้องแล้วไหม”

ฉันทำท่ามองบนไม่จริงจัง คือจริงๆ แล้วฉันก็ไม่ค่อยแคร์อยู่แล้วในการจะพาผู้ชายขึ้นคอนโด เพราะฉันไม่ได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตน


“นะ...คืนนี้ผมเหงาจริงๆ แล้วจะไม่รบกวนบ่อย”


“...” 

ฉันไม่พูดอะไรต่อ ฉันไม่สงสัยอะไรในตัวมาร์ค ฉันไว้ใจมาร์คเสมอ แต่ตัวฉันเองนี่สิ...ไม่ไว้ใจตัวเองเอาซะเลย!



เราดื่มกันต่ออีกสักพักก็ย้ายมาดื่มที่ห้องฉัน เราสองคนยังไม่เมาทั้งคู่เพราะมาร์คก็ดื่มเก่งตามประสาเด็กวิศวะ ส่วนฉันก็เที่ยวมานักต่อนักแล้ว เหล้านิดๆ หน่อยๆ ไม่ทำให้ฉันเมาได้สักนิด

“ตามสบายนะ เดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนชุดก่อน”

ฉันบอกพลางนั่งลงเพื่อถอดรองเท้าส้นสูง


แต่มาร์คกลับคุกเข่าลงตรงหน้าฉัน จับมือเรียวของฉันไว้เพื่อที่จะแย่งหน้าที่โดยการถอดรองเท้าให้ฉันข้างหนึ่ง

“พี่แอล...มาผมช่วย”


ฉันมองตามาร์คอย่างค้นหา ก่อนที่จะตอบเขาไป

“อย่าเลย พี่ทำเอง มาร์คเป็นแขก ไปนั่งเถอะ”


“...”

มาร์คมองตาฉันกลับเหมือนน้อยใจและตัดพ้อสักครู่แล้วก็พยักหน้า เดินหายไปทางหลังห้อง


ฉันปล่อยให้มาร์คใช้เวลาได้ตามสบาย ส่วนฉันถอดรองเท้าข้างที่เหลือก่อนจะเดินเข้าห้องนอน เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองง่ายๆ กางเกงยีนส์ขาสั้น เสื้อยืดตัวโคร่งหน่อย ออกมาก็เห็นว่ามาร์คนั่งดื่มอยู่ตรงโซฟา


พอรู้ว่าฉันเดินมามาร์คก็ช้อนตาขึ้นมองฉันก่อนจะถาม

“พี่แอลดื่มอะไรดี”


“แบบเธอก็ได้”

ฉันตอบง่ายๆ นั่งลงตรงข้าม หยิบหมอนอิงมาวางบนตัก


เราดื่มกันไปเรื่อยๆ คุยกันสัพเพเหระ จนสุดท้ายหัวข้อที่คุยก็มาถึงเรื่องความรักจนได้


“พี่แอล ตอนนี้ไม่ได้คบใครอยู่จริงๆ เหรอ”


“ใช่ พี่ไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักมาตั้งนานแล้วเธอก็รู้...นานจนพี่ก็ลืมไปแล้วว่าเลิกกับแฟนคนสุดท้ายตั้งแต่เมื่อไหร่ ยังไง”

ฉันยักไหล่ตอบ รู้สึกผ่อนคลายและไม่เคยแคร์เรื่องความรักอะไรนี่มานานแล้ว ฉันชัดเจนแล้วว่าในชีวิตฉันจะหาความสุขกับเรื่องบนเตียงไปเรื่อยๆ แบบนี้ไม่ผูกมัดกับใครให้วุ่นวาย


“หึ”

จากเสียงของมาร์ค ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาอยากจะแย้งอะไรบางอย่าง


“ทำไม? ไม่เชื่อเหรอ?”


“เปล่า...ผมเสียดายพี่”

มาร์คมองหน้าฉันอย่างมีความหมาย เขาชมฉันแบบนี้เป็นประจำแหละ จะบอกว่าชมจนฉันไม่รู้สึกอะไรก็ไม่เชิง ฉันก็ยังเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่พอเวลามีผู้ชายหน้าตาดีมาชื่นชม หยอดคำหวานฉันก็ยังรู้สึกดีอยู่ เพียงแต่ฉันไม่อยากจะแสดงอาการเหล่านั้นออกมาให้รุ่นน้องคนนี้ได้เห็นเท่านั้นเอง


อยู่ๆ มาร์คก็ถามออกมาเหมือนอัดอั้นมานาน...


“พี่แอล...เป็นแฟนกับผมไม่ได้เหรอพี่...ลืมเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาแล้วเริ่มต้นใหม่กับผมได้ไหม”


นี่สินะสิ่งที่มาร์คบอกว่าอยากจะคุยกันคืนนี้...ฉันอึ้งไปเหมือนกันเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงมาร์คจะแสดงออกว่าชอบฉัน มองฉัน หรือแม้แต่พูดจาหยอดฉันตลอด แต่เขาก็ไม่เคยพูดตรงๆ จริงจังขนาดนี้ออกมา


ฉันถอนหายใจเบาๆ แล้วตอบ

“พี่เป็นแฟนที่ดีของมาร์คไม่ได้หรอก”


“พี่รู้ได้ยังไง? พี่แอลดีที่สุดสำหรับผมแล้ว”


“เธอก็รู้ดีว่าพี่เป็นยังไง...เธอรู้ดีกว่าใคร!”

ฉันเริ่มขึ้นเสียง ทั้งๆ ที่มาร์ครู้เรื่องของฉันทุกอย่างแท้ๆ แต่เขากลับทำเป็นมองข้าม ของแบบนี้มันมองข้ามกันไม่ได้หรอกนะ เพราะมันคือชีวิตฉัน เป็นตัวฉัน คือสิ่งที่ฉันไม่สามารถจะเปลี่ยนเพื่อใครได้...


“ทำไมพี่มีอะไรกับผู้ชายได้ทุกคน แต่กับผมถึงไม่ได้!”


“...”

คำถามของมาร์คทำฉันอึ้งพูดไม่ออกอีกครั้ง


“บอกผมมาดิ!!”

มาร์คเริ่มใส่อารมณ์หนักขึ้น มันคงอัดอั้นมานานมากแล้วจริงๆ จนเขาทนไม่ไหว

“ผมรักพี่นะ...รักมาตั้งแต่ม.1 มันนานมากเลยนะที่ผมแอบรักพี่”


“พี่ว่ามาร์คเมาแล้วนะ นอนเถอะ เดี๋ยวพี่จะเข้าห้องแล้ว พี่เหนื่อย” 

ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่อง


“ผมรักพี่นะพี่แอล ผมมีแฟนมากี่คนผมก็ไม่เคยลืมพี่ ผมแน่ใจว่าผมรักพี่ ไม่ใช่แค่ชอบ ไม่ใช่แค่ปลื้มหรือหลงความสวยของพี่”

ฉันถอนหายใจก่อนจะบอก


“มาร์ค...พี่มีอะไรกับผู้ชายได้ทุกคนที่พี่พอใจ แต่มันต้องไม่ใช่เธอ”


“ทำไม...”


“เพราะพี่ชอบเธอมาก...มากกว่าใครๆ เชื่อพี่เถอะ แล้วเธอจะขอบคุณพี่ที่มันเป็นแบบนี้!”


ฉันเดินเข้าห้องของตัวเองอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ฉันเองก็มีเหตุผลของฉัน เป็นเหตุผลที่มาร์คอาจจะไม่เข้าใจในวันนี้ แต่วันหนึ่งมาร์คก็จะเจอคนที่เขารักและรักเขา ฉันเชื่อว่าถ้าวันนั้นมาถึง มาร์คจะขอบคุณฉันจริงๆ ที่เราไม่เคยได้เป็นอะไรกัน 


------------------------------------------------------------

Writer's Talk

- Hello วันนี้วันหยุดค่ะ ไรต์เลยมาอัพตอนใหม่ ไม่ให้ขาดตอนได้นาน ^^

- อ่านมาถึงตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วล่ะว่าเป็นตอนที่ไม่มี NC แต่ไรต์ตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักนางเอกเรื่องนี้มากขึ้น ว่าถึงนางจะร่าน แต่นางร่านอย่างมีคุณธรรม 555+

- ตอนนนี้ไรต์จะไม่ติดเหรียญนะจ๊ะ อ่านตามสบายเลย และเช่นเคยถ้าใครชอบ ไม่ชอบอะไร มีความคิดเห็นยังไง เม้นต์ไรต์หน่อยนะคะคนดี๊คนดี เพื่อให้ไรต์ได้มีกำลังใจในการเขียนต่อไป ^^




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น