กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่9.2 อ้อนเมีย

ชื่อตอน : บทที่9.2 อ้อนเมีย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.8k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2561 21:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่9.2 อ้อนเมีย
แบบอักษร

เวลาต่อมา

“เมื่อไรคุณราฟจะให้หนูนิดเริ่มสอนนาฏศิลป์เด็กๆคะ” ละอองทรายเอ่ยถามขณะที่ชายหนุ่มพาเธอออกมาเดินเล่นรับลมทะเลที่ชายหาดยามค่ำคืน 

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ให้สอนเลย หนูนิดสอนรำง่ายๆสักเพลงได้มั้ย ฉันอยากให้เด็กๆรำในวันที่มีแขกมาสัมมนาที่เกาะในอาทิตย์หน้า”  

“อาทิตย์เดียวเองเหรอคะ ไม่รู้ว่าหนูนิดจะสอนทันหรือเปล่า”  

“ลองดูนะ ถ้าไม่ทันก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหนูนิดสอนแล้วเด็กๆทำกันได้ก็ค่อยขึ้นโชว์ งานนี้มีแขกต่างชาติมาเยอะ ฉันอยากให้พวกเขาได้เห็นวัฒนธรรมไทยที่ถ่ายทอดผ่านโดยความน่ารักของเด็กๆ”  

“ดูเป็นงานใหญ่จังนะคะ”  

“ก็ถือว่าใหญ่ระดับนึง เพราะฟาร์มของเราได้ถูกจัดให้เป็นฟาร์มต้นแบบที่ดีที่สุดในภาคใต้ของไทย เพราะนอกจากฟาร์มเราจะมีการเลี้ยงหอยมุกเพื่อจำหน่ายทำอัญมณีแล้ว ฟาร์มเรายังเป็นฟาร์มเปิดที่สามารถให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชม มีวิทยากรคอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงการเพาะพันธุ์จนกระทั่งไปถึงการเก็บเกี่ยว” ราฟาเอลอธิบายให้หญิงสาวได้ฟัง พลางเอื้อมมือไปกุมมือเล็กของหญิงสาวเอาไว้ขณะที่เดินเล่นไปด้วยกัน หญิงสาวเองแทบจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำเพราะมัวแต่ฟังเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ 

“หอยมุกที่เรานำมาเลี้ยงเพื่อให้เกิดไข่มุกมี 3 ชนิด ชนิดแรกคือ หอยมุกกวาง หรือหอยปีกนก มีลักษณะเหมือนปีกนกเวลากางออก ชนิดที่สองคือ หอยมุกแกลบ หอยมุกกระจิ หอยมุกกระแจะ สุดแล้วแต่คนจะเรียก และอีกชนิดหนึ่งคือ หอยมุกจาน มีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งหอยพวกนี้เราต่างรับซื้อจากชาวประมงจึงเป็นการส่งเสริมอาชีพทำให้เขามีรายได้”  ราฟาเอลยังคงอธิบายให้เธอได้ฟังไปเรื่อยๆ

“ที่สำคัญหากพวกชาวบ้านอยากเรียนรู้งาน ไม่ว่าจะเป็นในฟาร์มหรือในโรงงานอัญมณีเราก็ยินดีสอน ชาวบ้านในตัวเมืองอยากมาเราก็มีเรือคอยรับส่งอำนวยความสะดวก หากใครไม่อยากไปๆกลับๆเราก็มีบ้านพักคนงานให้ หากมีครอบครัวก็สามารถพามาอยู่ด้วยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากมาช่วยกันทำงานก็มีเงินเดือนเพิ่มให้ ทำให้ทุกคนมีอาชีพหารายได้ไปจุนเจือครอบครัว” 

“ดีจังเลยคะ คุณราฟเป็นคนดีจัง” ละอองทรายหันไปส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม ถึงว่าบรรดาคนงานถึงได้ดูเคารพรักเขานักเพราะเขาดีอย่างนี้นี่เอง 

“ใครๆก็บอกแบบนี้แหละ” ราฟาเอลยิ้มกริ่ม ละอองทรายได้แต่จิ๊ปากเบาๆด้วยความหมันไส้ แต่ก็เถียงอะไรไม่ได้เพราะทุกสิ่งที่เขาทำมันแสดงให้ธอเห็นว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ 

“คุณราฟทำฟาร์มที่นี่นานแล้วเหรอคะ” ละอองทรายเอ่ยถาม เพราะคิดว่าเขาอยู่แต่ที่นิวยอร์กเสียอีก 

“อาทิตย์หน้าที่จัดงานสัมมนาก็ครบสามปีเต็มพอดี หลังสัมมนาเสร็จเลยจัดงานเลี้ยงนิดหน่อย” ราฟาเอลตอบ เขาเริ่มทำฟาร์มนี้จริงจังเมื่อตอนสามปีก่อน ส่วนเหตุผลที่ทำน่ะหรือก็เพราะคนที่เดินอยู่ข้างๆเขาตอนนี้นั่นแหละ และสักวันหนึ่งเธอก็คงจะได้รู้เอง 

“ถ้าอย่างนั้น หนูนิดจะพยายามสอนเด็กๆให้เต็มที่นะคะ จะได้ถือเป็นของขวัญให้กับคุณราฟด้วย”  

“แล้วนอกจากสอนรำแล้ว ยังมีอะไรให้เป็นของขวัญฉันอีกหรือเปล่า” ราฟาเอลหยุดเดิน แล้วจับตัวเธอให้หันหน้าเข้ามาหา 

“อืม…ขอหนูนิดคิดดูก่อนนะคะ”  

“ไม่ถามฉันหน่อยเหรอว่าฉันอยากได้อะไร” ราฟาเอลส่งสายตาแสนเจ้าเล่ห์ไปหาเธอ 

“ถามก็เข้าทางคุณราฟสิคะ” ละอองทรายตอบอย่างรู้ทัน ดูจากสายตาของเขาแล้วเธอเองก็รู้ดีว่าเขาจะหาเรื่องขออะไร 

“ว้า…เดี๋ยวนี้รู้ทันไปเสียทุกอย่างเลย” ราฟาเอลทำเสียงแสนเสียดาย พลางยกมือขึ้นยีศีรษะคนตัวเล็กเบาๆ  ทว่าเสียดายจริงเสียเมื่อไร ถึงรู้ทันก็หนีเขาไม่พ้นอยู่ดีนั่นแหละน่า 

“ท้องฟ้าสวยจังเลยนะคะ” เมื่อทนสายตาทรงพลังของเขาไม่ได้ ละอองทรายจึงเปลี่ยนเรื่อง พลางมองไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้าที่มวลหมู่ดาวกำลังทอแสงระยิบระยับ 

“ฉันดีใจนะที่เห็นหนูนิดชอบ และก็อยู่ที่นี่ได้” ราฟาเอลจับมือเล็กมากุมไว้อีกครั้ง 

“หนูนิดชอบทะเลค่ะ ตอนอยู่เชียงใหม่ไม่เคยมีโอกาสได้มาเลยสักครั้ง จะได้มาก็ตอนมาเรียนมหาลัยที่กรุงเทพ ถึงจะมาไม่กี่ครั้งแต่ก็ชอบทุกครั้งที่ได้มา แค่ได้มานั่งแช่น้ำ มองคลื่นซัดเข้าฝั่ง ได้ปล่อยให้ลมพัดปะทะตัว ได้สูดกลิ่นไอทะเล ก็เหมือนได้พลังงานดีๆกลับไป ช่วยให้จิตใจคลายความเหนื่อยล้าได้ดีเลยค่ะ” ละอองทรายบอกพลางหันมายิ้มให้เขา 

“แล้วมาอยู่ทุกวันแบบนี้จะเบื่อมั้ย”  

“ถ้าคุณราฟชอบอะไรมากๆ คุณราฟจะรู้ค่ะ ว่าการได้อยู่กับสิ่งที่เรารักเราชอบ เราจะไม่มีวันเบื่อมันได้เลย” ละอองทรายตอบ ก่อนจะหันกลับไปมองท้องทะเลเบื้องหน้าใหม่ 

“นั่นสินะ” ราฟาเอลยิ้มรับ จ้องมองใบหน้าหวานที่ดูจะมีความสุขกว่าครั้งไหนๆที่เขาเคยได้เห็น คงจะจริงอย่างที่เธอบอก หากว่าเขาชอบอะไรมากๆ เขาจะไม่มีวันเบื่อสิ่งนั้นได้เลย ดังเช่นความรู้สึกที่เขามีกับเธอตอนนี้ที่เขามีแต่รู้สึกดีกับเธอมากขึ้นในทุกๆวัน 

“แช่น้ำกันมั้ย”  

“คะ?” ละอองทรายหันมามองเขาด้วยความแปลกใจ 

“แช่น้ำรับพลังงานดีๆไง” พูดจบก็ช้อนตัวเธออุ้มขึ้น แล้วเดินดุ่มๆลงไปในน้ำทะเลทันที 

“คุณราฟ! หนูนิดอาบน้ำแล้วนะคะ ใส่ชุดนอนแล้วด้วย” ละอองทรายยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเมื่อชายหนุ่มกวักมือสาดน้ำเข้าใส่ 

“เดี๋ยวฉันอาบให้ใหม่ก็ได้ แต่งตัวให้ด้วย เอ๊ะหรือไม่ต้องแต่งดี”  ราฟาเอลทำหน้าทะเล้น

“คนหื่น” ละอองทรายว่า ก่อนจะกวักมือสาดน้ำใส่เขาเช่นเดียวกัน 

“สู้ฉันเหรอหนูนิด”  

“มาเลยค่ะหนูนิดไม่ยอมหรอกนะ นี่แน่ะ” ละอองทรายตีน้ำใส่ชายหนุ่ม เขาเองก็ไม่น้อยหน้ายังสาดน้ำโต้ตอบกลับไปมาจนทั้งเธอและเขาเปียกชุ่ม  

“โอ๊ย! เดี๋ยวก่อนหนูนิด ฉันแสบตา” ราฟาเอลยกมือห้ามพลางทำตาหยีเหมือนมีอะไรเข้าตาจนทำให้มองไม่เห็น 

“ไหนคะ หนูนิดดูให้ค่ะ” ละอองทรายเดินเข้าไปหาเขา ยกมือเรียวลูบใบหน้าสากเคราของเขาอย่างเบามือ 

“อุ๊ย! คุณราฟ!” ละอองทรายร้องด้วยความตกใจ รู้ว่าโดนเขาหลอกเข้าให้ก็หนีไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเขารวบตัวเธอไว้ แล้วขโมยหอมแก้มเธอทั้งซ้ายและขวา 

“ได้พลังงานดีๆจริงๆ แล้วยังได้…ความรู้สึกดีๆอีกด้วย” ราฟาเอลตวัดแขนกระชับร่างบางให้เข้ามาแนบชิด มือที่ว่างอีกข้างเชยใบหน้าสวยให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ส่งยิ้มละมุนให้ ก่อนจะประกบริมฝีปากมอบจูบละไมส่งไปด้วยความหวานดื่มด่ำ 

คราวนี้มือเล็กของละอองทรายไม่ได้ผลักไส ยกสองแขนขึ้นโอบกอดเขาเอาไว้ด้วยเช่นกัน ยอมเปิดปากรับสัมผัสจากลิ้นร้อนที่เข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้าด้วยความละเมียดละไม ประกบปากกันแนบแน่นดูดดึงดึ่มด่ำหวานล้ำและพร่างพราวยิ่งกว่าดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้าหลายต่อหลายเท่า

หญิงชายโอบกอดมอบความหวานและอุ่นซ่านให้แก่กัน น้ำทะเลยังสาดซัดเป็นละลอกคลื่นเล็กๆ ราตรีอันมืดมิดที่ดาวนับล้านและดวงจันทร์ลอยเด่นบนท้องฟ้ากว้าง งดงามราวฉากจบของเจ้าหญิงกับเจ้าชายในนิยายที่เธอเคยได้อ่าน หากแต่ในความเป็นจริงของเธอ ทุกอย่างมันคงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง...


*******************************************

รักค่า^^😊😊❤❤



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น