facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 85 : เพื่อนอาสา

ชื่อตอน : ตอนที่ 85 : เพื่อนอาสา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.8k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2561 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 85 : เพื่อนอาสา
แบบอักษร

บทที่ 82 มีเงินเล่นไหว

ระดับของท่าพิงหูต่ำอยู่บ้าง ดังนั้นคนลงเดิมพันไม่มากทั้งจำนวนเงินก็ไม่มาก ไม่นานก็ปิดการลงเดินพัน คุณชายชิงหยางโยนศรไผ่ออกไปพร้อมกับเสียงของพนักงานพิธีการ

แม้นี่ไม่มีอะไรควรค่าชื่นชม แต่เสียงปรบมือรอบด้านก็ยังดังขึ้น

วิญญูชนกระทำการดุจสายลมใบไม้ผลิอันอ่อนโยน

“นายท่านห้องติงที่สามลงลอดหูห้าสิบตำลึง”

“นายท่านห้องปิ่งที่สี่ลงลอดหูสามสิบตำลึง”

คนแล้วคนเล่ามีคนราวสิบกว่าคนลงเดิมพัน นับดูแล้วมีเกือบพันตำลึงเงิน นี่เทียบกับเงินหนึ่งสองร้อยตำลึงเมื่อครู่มากกว่าอยู่มาก แต่หากแพ้ก็ต้องเสียมาก

หลินจิ่นเอ๋อร์ดันจวินเจินเจินเบาๆ

“เจ้าดูสิ เจ้าดูสิ” นางยิ้มพูดขึ้น

คุณหนูจวินมองไปด้านนอก เห็นคุณชายชิงหยางคนนั้นพูดกับพนักงานพิธีการหลายประโยค

“ยุติ” พนักงานพิธีการก็เอ่ยเสียงแหลม

ไม่โยนเสียแล้ว

หลินจิ่นเอ๋อร์ปิดปากหัวเราะเบาๆ

“ดูสิ นี่เป็นคนที่มาหาเงินโดยเฉพาะ” นางเอ่ยบอก

คุณหนูจวินมองคุณชายชิงหยางคนนี้ เสื้อผ้าที่สวมเห็นได้ชัดว่าเทียบคุณชายคนนั้นเมื่อครู่ไม่ได้ หลังเสียงของพนักงานพิธีการหมุนตัวคำนับรอบด้าน ก้มศีรษะหูแดงลงจากสนามไป

รอบด้านไม่มีเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ยังมีเสียงปรบมือประปราย

เห็นชัดมากว่าไม่ได้ตำหนิและไม่ได้โกรธแค้นอะไรกับเรื่องเช่นนี้

“บัณฑิตหาเงินจะเรียกว่าหาได้อย่างไรกัน” เสียงของพนักงานรับใช้ลอยมาจากข้างประตู ยิ้มอ่อนโยน “นี่เป็นเรื่องอันสง่างาม”

สำหรับพวกนายท่านที่มีเงินเหล่านั้น บริจาคแก่บัณฑิตรู้สึกดีกว่าตอนเข้ามาในสวนบริจาคให้กับขอทานสกปรกที่ทำได้แค่เคาะชามพวกนั้น

คุณหนูจวินยิ้มไม่พูดจา ส่วนหลินจิ่นเอ๋อร์มองพนักงานรับใช้ที่ส่งชากับขนมเข้ามา

“เรื่องสง่างามเหล่านี้พวกเราก็ไม่เล่น พวกเราแค่มาเพื่อขนมน้ำชา” นางยิ้มพูดขึ้น พลางร้องเรียกคุณหนูจวิน “เวลาอื่นพวกเราย่อมไม่มีโอกาสลิ้มลอง”

การละเล่นโยนศรด้านนอกยังคงดำเนินต่อไป ดีที่ครั้งนี้คนที่ลงสนามไม่ได้ชนะได้เงินแล้วหนี แต่ยังคงเล่นรอบถัดไป

เสียงลงเดิมพันมากกว่าก่อนหน้าอยู่บ้าง

“นายท่านห้องเจี่ยที่สิบเจ็ดลงลอดหูสามสิบตำลึง”

ท่ามกลางเสียงที่ดังขึ้นตรงนั้นตรงนี้ เสียงหนึ่งดังก้องลอยเข้ามา

พวกนางอยู่ห้องเจี่ยที่สิบเก้าห่างจากสิบเจ็ดไม่ไกล หากจะลงเดิมพันจะมีพนักงานรับใช้ที่ประตูร้องตะโกนประกาศเสียงดังแทน ที่นี่ย่อมฟังได้ยินชัดเจน

คุณหนูจวินราวกับกำลังตั้งใจมองน้ำชากับขนมที่พนักงานรับใช้ยกเข้ามาไม่ได้สนใจ สาวใช้ที่นั่งอยู่หลังหลินจิ่นเอ๋อร์อุทานขึ้นมา

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเจ้าคะ” นางร้องขึ้นประหลาดใจ “หมายเลขสิบเจ็ดเดิมพันแล้ว เป็นพวกคุณหนูหนิงพวกนางสินะเจ้าคะ”

หลินจิ่นเอ๋อร์ถลึงตามองนางทีหนึ่ง

“หุบปาก” นางตวาดเสียงเบาแล้วมองไปทางคุณหนูจวินท่าทางกระวนกระวายอยู่บ้าง รีบร้อนเบี่ยงประเด็น “เจินเจิน เจ้าลองชิมหม่าถีเกานี่ดู”

คุณหนูจวินพยักหน้ายื่นมือมาหยิบไปชิ้นหนึ่ง แต่หันศีรษะเปิดปากพูดกับพนักงานรับใช้ที่กำลังจะถอยออกไป

“ห้าสิบตำลึงลอดหู” นางเอ่ยขึ้น

พนักงานรับใช้ไม่ประหลาดใจสักนิด ท่าทางยังคงนุ่มนวลลื่นไหล โค้งกายคำนับรับคำ

“ช้าก่อน ช้าก่อน” หลินจิ่นเอ๋อร์ลนลานยกมือห้ามเขา แล้วดึงมือของคุณหนูจวิน “เจินเจิน เจ้าอย่าเป็นแบบนี้ พวกเราไม่ได้ตกลงกันแล้วหรือ แค่มาเที่ยวเล่น ไม่ใช่มาทะเลาะไร้สาระ”

“ใช่สิ นี่ไม่ใช่กำลังเล่นหรือ?” คุณหนูจวินมองนางเอ่ยขึ้น “หรือลงเดิมพันไม่ได้รึ?”

หลินจิ่นเอ๋อร์โกรธจัด

“เจินเจิน เจ้าอย่าแกล้งโง่ ข้ารู้เจ้าเจตนาอะไร” นางเอ่ยขึ้น “เยี่ยนเยี่ยนพวกนางเงินเหลือมากมาย...”

คำพูดนี้คุณหนูจวินฟังไม่ถูกหูแล้ว

“อะไรเรียกพวกนางเงินเหลือมาก ข้าไม่มีเงินรึ?” นางเอ่ยขึ้น หางคิ้วชี้ขึ้น

คุณหนูจวินหันศีรษะมองสาวใช้ที่นั่งอยู่ด้านหลัง

นี่คือจินช่วนสาวใช้ที่นายหญิงผู้เฒ่าฟางส่งมา ห้องส่วนตัวพื้นที่น้อย สาวใช้ข้างกายตามเข้ามา สาวใช้หญิงรับใช้คนอื่นต่างรั้งอยู่ด้านนอก

เห็นคุณหนูจวินมองมา จินช่วนรีบนั่งตัวตรง

ตอนออกมานายหญิงผู้เฒ่าสั่งไว้ ไม่ห่างกาย ไม่ออกจากเมือง ส่วนเรื่องอื่นล้วนเชื่อฟังคุณหนูจวิน

ตอนนี้คุณหนูจวินเลิกคิ้วมองนาง

“ข้าเป็นใคร?” นางเอ่ยขึ้น

“ท่านคือนายหญิงน้อยฟาง” จินช่วนตอบอย่างอ่อนน้อม

คุณหนูจวินหันศีรษะมองพนักงานรับใช้ผู้อ่อนน้อม

“นายหญิงน้อยฟางเป็นคนที่ไม่มีเงิน เล่นไม่ไหวรึ?” นางเอ่ยขึ้น

แค่เอ่ยนายหญิงน้อยฟางคำเดียว พนักงานรับใช้ก็เข้าใจแล้ว ยิ้มน้อยๆ ก้มศีรษะคำนับ

“ย่อมไม่ใช่ หากท่านไม่มีเงิน ทั้งหยางเฉิงนี้ล้วนเป็นผียากไร้แล้ว” เขายิ้มพูดขึ้น ไม่รอหลินจิ่นเอ๋อร์เอ่ยวาจาอีกถอยออกไป ด้านนอกเสียงที่เพิ่มความดังของเขาดังขึ้นทันที “นายท่านห้องเจี่ยที่สิบเก้าลงลอดหูห้าสิบตำลึง”

แต่ละชั้นมีคนรับผิดชอบบันทึกการเดิมพันของแขกโดยเฉพาะ จดบันทึกตามจำนวนที่พนักงานรับใช้ขาน

เสียงฝั่งนี้ดังขึ้นย่อมลอยมาถึงห้องด้านข้างเช่นกัน ในห้องเวลานี้เด็กสาวห้าหกคนนั่งอยู่ ได้ยินเสียงฉับพลันสีหน้าก็ไม่สบอารมณ์

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเจ้าคะ เป็นนางเจ้าค่ะ เป็นนาง คุณหนูจวินก็คือห้องเจี่ยที่สิบเก้า” สาวใช้ตัวน้อยคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมห้องรีบเอ่ยขึ้น

นี่ก็คือสาวใช้คนนั้นที่พบกับคุณหนูหลินด้านนอกเมื่อครู่ คำพูดนี้ตอนนางเข้ามาก็พูดไปรอบหนึ่งแล้ว เวลานี้เหมือนเกรงทุกคนลืมไปแล้วจึงย้ำอีกรอบ

“ห้าสิบตำลึง นางช่างใจป้ำจริงๆ” เด็กสาวคนหนึ่งเบะปากเอ่ยขึ้น

หนิงอวิ๋นเยี่ยนยิ้มหยัน

“นายหญิงน้อยฟางวันนี้เป็นคนมีเงิน ลงเดิมพันมากหน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เหมือนพวกเราเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนเงินค่าขนมไม่เท่าไรเหล่านี้”

บรรดาเด็กสาวเบะปาก

“คนออกเรือนเป็นนายหญิงน้อยแล้วยังจงใจเป็นอริกับพวกเรา” เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

เมื่อครู่เสี่ยวเยว่เข้ามาก็เล่าเรื่องที่พบกับหลินจิ่นเอ๋อร์กับจวินเจินเจินที่ประตูอย่างเกินจริงไปแล้ว

“ได้ยินว่าพวกคุณหนูอยู่ที่นี่ ก็ไม่ไปทันที ร้องจะเอาห้อง จะเอาห้องที่อยู่ข้างพวกเรา” นางจงใจบรรยายจุดนี้

นี่บ่งชัดว่าต้องการเป็นอริกับพวกนาง ก่อนหน้านี้กี่ครั้งไม่ลงเดิมพัน พวกนางร่วมสนุกเล่นทีหนึ่ง นางก็จะตามมาร่วมด้วย

เหล่าเด็กสาวกรุ่นโกรธไม่สบอารมณ์ ดวงตาอยากจะมองทะลุผนังมองจวินเจินเจินคนนั้นให้ตาย

“เอาเถอะ ถนนกว้างมองฟ้าเดินคนละฝั่ง ปล่อยนางไปเถอะ” หนิงอวิ๋นเยี่ยนเอ่ยขึ้น ยกถ้วยน้ำชาเม้มปาก

และพนักงานพิธิการด้านนอกก็ส่งข่าวคราวมาแล้วเหมือนกัน

คุณชายคนนั้นโยนลอดหูไม่ลง แพ้ไปแล้ว

พูดเช่นนี้พวกนางก็ชนะได้เงินแล้ว สามสิบตำลึงกลายเป็นหกสิบตำลึง แม้ไม่มากแต่ก็ยังเป็นเรื่องสนุกมาก พูดตามหลักแล้วบรรดาเด็กสาวต่างควรดีใจมาก แต่คิดไปถึงห้าสิบตำลึงของจวินเจินเจินคนนั้นที่ห้องข้างๆ กลายเป็นหนึ่งร้อยตำลึง ชนะไปได้มากกว่าก็ดีใจไม่ลง เหมือนกับจะได้ยินเสียงหัวเราะลำพองมาจากห้องด้านข้าง

“นับว่านางโชคดีจริงๆ” บรรดาเด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างเคียดแค้น

แน่นอน โชคไม่ดีจะตัดใจเล่นต่อได้อย่างไรเล่า

หนิงอวิ๋นเยี่ยนเม้มปากยิ้ม มองจั่วเยี่ยนจือที่นั่งอยู่ตรงมุมทีหนึ่ง จั่วเยี่ยนจือกำหมัดดวงตาเป็นประกายสีหน้ารอคอยดูชมละครสนุกๆ อยู่

มาต่อสิ

มองเงินที่ถูกพนักงานรับใช้ยกเข้ามา หลินจิ่นเอ๋อร์อดไม่ได้ดวงตามีรอยยิ้ม

“ขอบคุณฟ้าดิน” นางโล่งใจเอ่ยขึ้น

คุณหนูจวินที่นั่งตรงข้ามกลับทำหน้าเหมือนเป็นเรื่องที่ควรเป็น

จวินเจินเจินเป็นคนบ้าระห่ำอวดดีเช่นนี้มาตลอด

หลินจิ่นเอ๋อร์ยิ้มจะพูดต่อ แต่คุณหนูจวินกลับเปิดปากขึ้นมาก่อน

“คนพวกนี้ลงสนามล้วนพกเงินไปด้วยหรือ?” นางถามขึ้น

เพิ่งชนะก็ส่งเงินมาแล้ว

ห้าสิบตำลึงนี้เป็นเงินที่สาวใช้ของตนหยิบออกมา เงินอีกห้าสิบตำลึงนั่นเล่า? หรือคุณชายที่แพ้เสียเงินคนนั้นพกเงินติดตัวมามากมายขนาดนี้? ต้องรู้ว่าคนที่ลงเดิมพันไม่ใช่แค่ตนคนเดียว

หรือเพราะจะมาเล่นพนัน...เล่นการละเล่นอันสง่างามดังนั้นจึงให้รถลากเงินมาไว้ก่อน?

“นี่ล้วนเป็นหอจิ้นอวิ๋นสำรองจ่าย” หลินจิ่นเอ๋อร์ยิ้มเอ่ยขึ้น

สีหน้าคุณหนูจวินเผยความประหลาดใจอยู่หลายส่วน มือไล้เงิน

“ก็คือจะบอกว่าขอเพียงเจ้าเอ่ยลงเดิมพันหรือลงสนาม พวกเขาก็ไม่ตรวจสอบว่าเจ้ามีหรือไม่มีเงิน” นางถามขึ้น “ถ้าเช่นนั้นหากคนที่แพ้เหล่านี้ไม่มีเงินมาขนาดนั้นเล่า?”

ตนเองเล่นเล่ห์เล่นจนชินแล้วจึงคิดจริงๆ ว่าบนโลกนี้เล่นเล่ห์แล้วก็ไม่มีใครทำอะไรได้สินะ

หลินจิ่นเอ๋อร์เม้มปากยิ้ม

“เป็นไปได้อย่างไร นี่เป็นถึงหอจิ้นอวิ๋น” นางเอ่ยอย่างมีนัยลึกซึ้ง “ไม่มีเงินพวกเขาก็มีร้อยวิธีให้เจ้าเอาเงินออกมา”

คุณหนูจวินมองหลินจิ่นเอ๋อร์

“เจ้ารู้กระจ่างจริง” นางเอ่ยขึ้น

หลินจิ่นเอ๋อร์ในใจสะดุ้ง ฉับพลันลนลานขึ้นมา

……………………………………….

 

 

ความคิดเห็น