facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 85 : เพื่อนอาสา

ชื่อตอน : ตอนที่ 85 : เพื่อนอาสา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.5k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2564 19:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 85 : เพื่อนอาสา
แบบอักษร

 

ตอนที่ 85 : เพื่อนอาสา 

นิตยสาร : เพื่อนอาสา 

คอลัมน์ : จับชาวอาสามานั่งคุย 

หัวเรื่อง : ใยแก้วนำสุข 

ถาม : สวัสดีครับเพื่อนอาสาประจำฉบับนี้ แนะนำตัวให้เพื่อนอาสารู้จักกันหน่อยครับ 

ตอบ : สวัสดีครับ ผมชื่อนายแพทย์วิษณุ เศวตวาด ชื่อเล่นชื่อว่าว่านครับ อายุ 29 ปี ตอนนี้เรียนต่อแพทย์เฉพาะทางด้านโรคกระดูกและข้ออยู่ครับ และก็ทำงานด้านจิตอาสาประกอบด้วยครับ 

ถาม : งั้นขอผมเรียกสั้นๆ ว่าหมอว่าน 

ตอบ : ได้เลยครับ 

ถาม : เป็นไงมาไงครับหมอว่าน ถึงมาเข้าวงการงานอาสาได้ 

ตอบ : เริ่มจากตอนก่อนขึ้นปีสองได้ไปค่ายอาสาของมหาวิทยาลัยครับ ตอนนั้นเราเรียนหมอ เราก็จะมุ่งไปตลอดว่าการเจ็บป่วยเป็นความทุกข์หลักของคน ถ้าเรารักษาความเจ็บป่วยได้ ทำให้หายจากโรคได้ คนไข้ก็น่าจะมีความสุขมากขึ้น แต่พอได้ไปค่ายอาสาจริงๆ เราค้นพบว่าความสุขของมนุษย์ไม่ได้มีแค่เรื่องของร่างกายที่แข็งแรงเพียงอย่างเดียว มันยังมีองค์ประกอบอื่นอีกมาก เราก็เลยรู้สึกชอบงานอาสามาตลอด เพราะรู้สึกว่าได้ส่งต่ออะไรถึงผู้อื่นโดยที่ไม่ใช่แค่การจับมีดลงผ่าตัดเพียงอย่างเดียว 

ถาม : เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนเพราะค่ายนั้นได้ไหมครับ 

ตอบ : จะเรียกแบบนั้นก็ได้นะ คือผมไปแบบไม่ได้ชอบหรือสนใจอะไรเป็นพิเศษเลย แค่รู้สึกว่าเดี๋ยวปีหน้าจะเรียนหนักแล้ว จะไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมแล้ว เราก็เลยอยากลองไปทำกิจกรรมแบบพวกออกค่ายอะไรดูบ้าง อยากไปสนุกๆ แต่พอกลับมามันให้อะไรหลายอย่างมาก เรารู้สึกว่าเราน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้นะ หลังจากนั้นเราก็หันมาจับงานอาสามากขึ้น มีโอกาสก็จะเข้ามาช่วยมาทำอะไรตรงนี้ 

ถาม : สนใจงานอาสาด้านไหนเป็นพิเศษ 

ตอบ : ผมสนใจเรื่องชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลมาก โดยเฉพาะกลุ่มชาวบ้านชาวเขาหรือชนกลุ่มน้อย อาจจะเป็นด้วยเราไปทำงานอาสาที่แรกเราก็ไปขึ้นดอยเลย ภาพจำเราเลยติดกับตรงนี้อยู่มาก เราเห็นเด็กที่เรียกว่าไม่มีโอกาสเรียนหนังสือก็ว่าได้ เราเห็นคนที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษาเลย เรารู้สึกว่าคนทุกคนจะเลือกใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ จะอยู่กลางป่าก็ได้ จะลงมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองก็ได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ผมอยากจะช่วยให้ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ห่างไกลมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มากขึ้น ไม่ต้องทัดเทียมกับระบบการศึกษาปรกติในปัจจุบันก็ได้ แต่ขอสัก 50 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี 

ถาม : โครงการที่ทำเกี่ยวกับอะไรบ้าง 

ตอบ : ผมทำโครงการชื่อ “ใยแก้วนำสุข” คือหมู่บ้านที่ห่างไกลมากๆ จะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือเลย โอกาสใช้อินเทอร์เน็ตแทบจะเป็นศูนย์ แต่ผมมองว่าอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องสำคัญมากในปัจจุบัน ถ้าเด็กๆ ได้มีอินเตอร์เน็ตใช้ เราก็สามารถเชื่อมต่อห้องเรียนออนไลน์ถ่ายทอดไปจากในเมืองได้ โอกาสที่เด็กๆ จะได้เข้าถึงการศึกษาที่ดีขึ้นก็มีสูงมาก ผมก็จะเน้นเข้าไปช่วยด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป้าหมายคือทำยังไงก็ได้ให้หมู่บ้านกลางป่ากลางเขาสามารถมีอินเทอร์เน็ตใช้ 

ถาม : ได้แนวคิดมาจากไหนในประเด็นนี้ครับ 

ตอบ : มันเกิดจากการที่กลุ่มเพื่อนของผมนั่งคุยกัน เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นวิศวกรปิโตรเลียมประจำอยู่แท่นขุดเจาะพลังงานกลางทะเล เพื่อนก็เล่าให้ฟังว่าระยะหลังมีการดึงไฟเบอร์ออฟติกเข้าไปที่แท่นกลางทะเลได้ ไม่มีสัญญาณมือถือแต่ก็สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ตามปรกติ เราฟังเราก็รู้สึกว่า ถ้าทำกลางทะเลได้ เราจะทำกลางป่าบ้างได้ไหม เพื่อนวิศวะโยธาอีกคนก็ช่วยกันคิดช่วยกันให้ความเห็นเรื่องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมา เราก็ได้ต่อยอดไปอีก หลังจากนั้นก็เริ่มที่โครงการแรกก่อนเลย 

ถาม : แปลว่าโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนช่วยด้วย 

ตอบ : ถูกต้องที่สุดครับ ใยแก้วนำสุขหมู่บ้านแรกจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเพื่อนของผมอีก 4 คน เพื่อนของผมคนแรกชื่อเพียวครับ อย่างที่เล่าว่าคนนี้คือวิศวกรปิโตรเลียมที่ทำงานอยู่กลางทะเล เพียวนี่เป็นคนช่วยจุดประเด็นของโครงการนี้เลยก็ว่าได้ แถมยังช่วยไปคุยกับบริษัทที่เดินสายไฟเบอร์ออฟติกให้กับแท่นขุดเจาะพลังงานเพื่อนำความรู้ต่างๆ มาปรับใช้กับโครงการอาสาของเรา คนที่สองคืออิฐครับ คนนี้เป็นวิศวกรโยธาอยู่ที่แอนดิโก้ คนนี้คือหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการสร้างและลากสายใยแก้วไปกลางป่าเลย อย่างที่บอกว่าผมเรียนหมอ ผมแทบไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลย อิฐก็เป็นคนช่วยไว้เยอะมาก แถมแอนดิโก้ก็เป็นผู้สนับสนุนหลักของโครงการนี้อีกด้วย 

ถาม : แล้วอีก 2 คนเป็นวิศวกรด้วยหรือเปล่า 

ตอบ : ไม่ใช่เลยครับ คนหนึ่งชื่อโฟคเป็นทันตแพทย์ คนนี้ก็ลงแรงให้กับโครงการโดยเป็นรายการเรียนรู้ออนไลน์นำร่องเรื่องแรกเลยคือเรื่องสุขภาพฟัน โฟคก็ช่วยทำบทเรียนเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปากทั้งหมด ตั้งแต่การสอนเด็กๆ แปรงฟัน การดูแลสุขภาพช่องปาก ไปจนถึงการป้องกันโรคเหงือกในผู้ใหญ่ ส่วนคนสุดท้ายนี่สำคัญที่สุดเลย ไป๋ครับ เพื่อนสนิทผมคนนี้เป็นหมอเหมือนกัน ไป๋เป็นเจ้าของโรงพยาบาลวงศ์วรเวชที่เป็นผู้สนับสนุกหลักของโครงการใยแก้วนำสุขครับ ตอนแรกเราไม่กล้าระดมทุนมาก เพราะกลัวว่าถ้าโครงการทำไม่ได้จริง จะกลายเป็นเหมือนหลอกผู้บริจาคไป ไป๋เลยของบการกุศลจากโรงพยาบาลมาช่วย จนตอนนี้โครงการใยแก้วนำสุขหมู่บ้านแรกสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว เราก็กำลังจะมุ่งหน้าทำอีกในหมู่บ้านต่อๆ ไปครับ 

ถาม : โครงการแรกเรียกว่าประสบความสำเร็จได้ไหม 

ตอบ : สำหรับพวกผมถือว่าประสบความสำเร็จมากนะครับ หมู่บ้านแรกที่เราไปไม่ไกลจากตัวเมืองมาก แต่การเดินทางจะลำบากเพราะเส้นทางเป็นภูเขาลาดชัน ตรงนี้ได้งานเรื่องวิศวกรรมในการสร้างสายใยแก้วโยงเข้าไปช่วยไว้มาก เราต้องสร้างตั้งแต่ระบบการดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการพัฒนาความรู้ต่างๆ ที่จะส่งผ่านอินเทอร์เน็ตเข้าไป ตอนนี้เด็กที่นั่นก็สามารถเรียนออนไลน์จากห้องเรียนเสมือนจริงจากในเมืองแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะจบปีแรกของการเรียนกันแล้ว ถือว่ามาได้ไกลกว่าที่คิดมาก 

ถาม : ก้าวต่อไปของใยแก้วนำสุขคืออะไร 

ตอบ : เราก็คาดหวังว่าจะทำโครงการแบบนี้ได้อย่างต่อเนื่องสักปีละหนึ่งหมู่บ้าน หลังจากนี้เราคงระดมเงินบริจาคเพิ่มมากขึ้น เพราะโครงการนำร่องเราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ ยังไงก็ต้องฝากทางนิตยสารเพื่อนอาสาช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยนะครับ 

ถาม : ทางเราช่วยกระจายข่าวให้แน่นอน โครงการดีๆ แบบนี้ เชื่อว่ามีผู้พร้อมสนับสนุนเป็นจำนวนมากครับ 

ตอบ : ขอบคุณมากครับ 

ถาม : กลับมาถามเรื่องชีวิตส่วนตัวบ้าง เห็นหมอว่านบอกว่ากำลังเรียนต่ออยู่ 

ตอบ : ใช่ครับ ผมเรียนด้านโรคกระดูกและข้ออยู่ ระหว่างนี้ก็ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ทำค่ายอาสาไปด้วย แต่ก็พยายามจะจัดสรรทุกอย่างออกมาให้ลงตัวที่สุด 

ถาม : เห็นเล่าว่ามีกลุ่มเพื่อน 5 คนที่ช่วยกันทำงานนี้ แต่ละคนดูมีที่มาแตกต่างหลายอาชีพ รู้จักกันเพราะงานอาสาหรือเปล่าครับ 

ตอบ : ไม่ใช่เลยครับ ผม ไป๋ อิฐ โฟค เพียว นี่เป็นเพื่อนกันมานานมาก ไป๋กับผมนี่สนิทกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม ส่วนคนอื่นนี่มาสนิทกันตอนมหาวิทยาลัย นี่ก็คบกันมาเกิน 10 ปีแล้ว ต่างคนต่างก็มีชีวิตไปคนละด้านเลย ผมนี่เป็นหมอที่หันมาจับงานอาสา ไป๋เป็นหมอเหมือนกัน แต่เป็นเจ้าของโรงพยาบาล คนนั้นก็จะเน้นไปทางบริหารงานองค์กรเลย แต่ก็ยังเรียนต่อแล้วก็ทำงานวิจัยควบคู่ไปด้วย ส่วนอิฐนี่เป็นวิศวกรแต่โตไปจนอยู่ด้านบริหารงานไปแล้ว นี่ก็เป็นเจ้าคนนายคน แต่เพียวนี่จะเป็นวิศวกรสายปฏิบัติการมากกว่า อยู่กลางทะเล ส่งระเบิดลงไปทำลายชั้นหิน คนนี้ก็เก่งมาก ส่วนโฟคนี่เป็นหมอฟันเซเลปครับ หน้าหล่อ โรงพยาบาลทันตกรรมนี่ดันขึ้นเป็นพรีเซนเตอร์ ใครผ่านแถวทองหล่อบ่อยๆ จะเห็นเพื่อนผมตัวใหญ่เบิ้มอยู่หน้าโรงพยาบาล ผมยังไม่คิดว่าแต่ละคนจะได้ดิบได้ดีกันขนาดนี้ ผมนี่ดูธรรมดาสุดไปเลย 

ถาม : เห็นเล่าว่าคบกันมาเกิน 10 ปีแล้ว แบบนี้ยังได้เจอกันบ่อยๆ ไหม 

ตอบ : เจอกันทุกเดือนครับ พูดแล้วไม่น่าเชื่อ แต่เราใช้วิธีการแบบนี้ครับ คือต้นปีทุกคนต้องโอนเงินเข้ามาที่บัญชีกองกลางเลยคนละ 15,000 บาทสำหรับกินกันทั้งปี ทุกเดือนจะมีนัดกันเดือนละครั้ง กินกันเท่าไหร่ก็หักจากบัญชีตามนั้นเลย ใครไม่มาก็เสียตังฟรี เพื่อนผมขี้งกกันครับ หน้าเงินกันทั้งนั้น ไม่มีใครจะยอมขาดนัดกันเลย ยกเว้นสำคัญเร่งด่วนจริงๆ เราก็จะสมน้ำหน้ากันครับ 

ถาม : เห็นบอกว่ามีเพื่อนที่ทำงานที่ขุดเจาะพลังงานกลางทะเลด้วย แบบนี้ไม่โดนปรับบ่อยแย่เหรอครับ 

ตอบ : อ้อ เพียวจะได้รับสิทธิ์พิเศษครับ เพราะทำงานแบบไปทะเล 21 วัน หยุด 21 วัน พวกเราที่เหลือใครเป็นคนนัดของเดือนนั้นก็ต้องเลือกวันจากตารางวันที่เพียวได้หยุดครับ แต่ถ้าเป็นวันหยุดที่ไม่ว่างก็ซวยไป ยังไงก็เสียเงินฟรีอยู่ดี ผมเคยจงใจนัดชนวันที่มันไปเที่ยวญี่ปุ่นกับแฟนรอบหนึ่ง เหม็นกลิ่นความรักครับ ต้องเอาให้เข็ด มื้อนั้นไปกินปลาดิบอย่างหรูกันเลย สะใจ 

ถาม : พูดเรื่องความรักขึ้นมาพอดี แอบถามหมอว่านบ้างว่าสถานะหัวใจเป็นอย่างไรบ้างครับ 

ตอบ : ไม่ว่างครับ และเดี๋ยวจะไม่ว่างมากด้วย 

ถาม : หมายความว่า... 

ตอบ : ผมกำลังจะแต่งงานครับ แต่น่าเสียดายที่เจ้าสาวของผมยังไม่รู้ตัวล่วงหน้ามาก่อนเลย เพราะผมไม่ได้ขอ ดังนั้น วันนี้ผมจะขอใช้โอกาสนี้มัดมือชกว่าที่เจ้าสาวของผมเสียเลย 

“นี่เธอ เธอหนะ โบ เธอนั่นแหละ นี่ก็คบกันมา 9 ปีแล้วนะ 

แต่งงานกันเถอะ 

ตกลงนะ ถือว่าตกลงแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราให้พ่อแม่ไปคุยเรื่องฤกษ์เรื่องวันแต่งเลยนะ 

เราโรแมนติกได้แค่นี้แหละ ตามนี้แล้วกัน 

แต่งงานกันนะโบ มาสร้างครอบครัวด้วยกันเถอะ เราอยากอยู่กับโบจนแก่เฒ่าไปด้วยกันเลย 

แก่ไปด้วยกันกับว่านเนอะ เรามาสะสมรอยตีนกาไปด้วยกันดีกว่า 

แต่งงานกับว่านนะโบ” 

 

นายพินต้า 

ฝากเฟสกับทวีตนายพินต้า ninepinta ด้วยเด้อ มาเร็ว คิดถึง อยากคุย งือออ 

ลูกชายคนสุดท้ายยอมโผล่หัวมาแล้วครับ อิอิ ตอนหน้ามาผจญภัยไปกับชีวิตแก่ๆ ของพวกเขากัน เจ้าเด็กพวกนี้นี่โตไวจัง ต่อไปดื้อคงเอาไม้เรียววิ่งไล่ฟาดไม่ทันแล้ว เราต้องช่วยดูแลพฤติกรรมลูกชายทั้งห้าของพวกเรานะครับ ไม่ให้นอกลู่นอกทาง อิอิ 

สารภาพว่าช่วงนี้ป่วยๆ หลายคนคงด่าว่าป่วยทั้งปี 555555 อาจจะลงกระท่อนกระแท่นหน่อย มีแต่งเก็บไว้ตอนสองตอนเอง ลูกชายแก่ พ่อมันก็แก่ ตอนนี้ลุงพินต้าสภาพร่างกายเสื่อมโทรมมากหลานเอ๊ย ลุงลงช้าก็อย่าด่าลุงนะเอ้อ ด่าคนแก่มันบาปกรรม 555555****** 

อ่านนิยายคนแก่แล้วไม่ยอมเมนต์ก็ถือว่าใจร้ายนะ อิอิ เมนต์หน่อยเร็ว >.,< 

ความคิดเห็น