Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 14 ลีออน เฉิน (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 14 ลีออน เฉิน (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2561 01:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 ลีออน เฉิน (จบตอน)
แบบอักษร

“ปกติถ้าผลมันเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่อยากจะส่งคนไปซ้ำแต่มือขวาของฉันยืนยันจะรับงานนี้ต่อ เดือนที่แล้วคนอีกร้อยคนถูกส่งไปอีกรอบ...ไม่มีใครรอด คนที่จะมีอาวุธขนาดนั้นได้ไม่ใช่แกเหรอ!”

“คนของแกรับงานแล้วจะรอดจะตายก็ถือว่าเป็นหนึ่งในงานไม่ใช่เหรอ แต่ฉันกล้ายืนยันว่าคนของฉันไม่ได้ฆ่าพวกนั้นทั้งหมดแน่นอน” มิเกลกล่าวเสียงเรียบ

“ฉันไม่มีศัตรูที่ถึงขนาดต้องลงทุนเอาอาวุธของตัวเองไปถล่มให้เสี่ยงโดนสาวมาถึงตัว อีกอย่างของสองล็อตที่หายไปก็ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวแล้วที่จะมีอาวุธพวกนั้น”

“หึ! คำพูดลอยๆ ใครจะพูดก็พูดได้ไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีดำกระตุกยิ้ม

“แล้วที่แกบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับพวกมาหมาขโมยใครจะพูดก็พูดได้ไม่ใช่เหรอ”

“ไอ้มิเกล!”

“ฉันโดนตลบหลังขโมยของสองรอบโดยคนจากหย่งคังที่แกส่งไปแต่แกจะพูดแค่ว่าไม่รู้เรื่องก็คือไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ มันง่ายไปหน่อยมั้ย” นัยน์ตาสีครามเย็นเยียบ คมกริบราวใบมีดพร้อมเฉือนเนื้ออีกฝ่าย

“คนของฉันไม่ได้รับจ้างไปเป็นโจร” ผู้พูดใบหน้าถมึงตึง

“งั้นบอกชื่อคนว่าจ้างมา” มิเกลไม่มีทีท่าจะถอยง่ายๆ

“ฉันไม่มีนโยบายเปิดเผยข้อมูลลูกค้า”

“งั้นอะไรจะยืนยันว่าไม่ใช่แกที่มีส่วนรู้เห็น”

ปึง!

“ฉันไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย” ผู้ต้องสงสัยกล่าวหลังจากเขวี้ยงผ้าเย็นในมือลงไปบนโต๊ะอย่างแรง

“ถ้าพ่อแกเป็นคนพูดประโยคนี้ ฉันจะเชื่อ” มิเกลกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน

ตอนที่ กาเอล ลูเซียส ผู้นำแอล รอยัล คนก่อนหรือบิดาของเขายังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากทำเรื่องผิดกฎหมายไว้มาก เดินมาสิบคนเก้าคนต้องเป็นศัตรูหรือไม่ก็คนที่จะมาแก้แค้น หลังจากที่เขาสืบทอดธุรกิจต่อในช่วงแรกๆ ก็มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง ดังนั้นจึงมาที่ฮ่องกงหลายครั้งเพื่อติดต่อขอซื้อกำลังคนเพิ่มจากเฉินชุนเพราะได้ยินกิตติศัพท์ความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย อีกฝ่ายรับปากช่วยแต่ต้องไม่ให้คนของตนไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายเด็ดขาด นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาตัดสินใจทิ้งธุรกิจสีดำของบิดาเกือบหมดเพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าใครไว้ใจได้ การได้คนจากเฉินชุนมาช่วยถือว่าเป็นการรักษาชีวิตที่ไม่มั่นคงในช่วงแรก เขาและเฉินชุนอาจพูดได้ว่ามีความสัมพันธ์ทางธุรกิจอันดี เขาก็ตอบแทนอีกฝ่ายด้วยการไม่ขายอาวุธให้ผู้ไม่ประสงค์ดีที่จะเข้ามาก่อเรื่องในฮ่องกง แม้จะเดินกันคนละเส้นทางแต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผู้นำหย่งคังเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์และหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างหาได้ยาก

แต่ก็นั่นแหละ...พ่อลูกไม่จำเป็นต้องนิสัยเหมือนกัน ตัวเขาเองก็พิสูจน์เรื่องนี้มาแล้ว

“ไอ้มิเกล อย่าดึงป๊าฉันมาเกี่ยว” ลีออนกัดฟันเอ่ยเตือน แทบจะลุกไปซัดอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ

“ไม่ทราบว่าคุณพอจะบอกข้อมูลอื่นๆ ของผู้ว่าจ้างได้รึเปล่าครับ เช่น แหล่งกบดาน” ฮาฟิซเอ่ยปากถาม เมื่อคนสองคนที่ดูน่าเชื่อถือและจริงจังพูดไม่ตรงกันเรื่องนี้ก็ออกจะแปลกไปหน่อยแล้ว

“ฉันไม่มีนโยบายเปิดเผยข้อมูลลูกค้า” ผู้ถูกถามเพียงปรายตาตอบคำถามด้วยประโยคเดิม

“ถ้างั้นเรื่องก็จะคาราคาซังอยู่แบบนี้นะครับ คุณก็จะพิสูจน์ไม่ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ”

“เจ้านายกับลูกน้องก็ต้องเข้าข้างกันเป็นธรรมดา” ลีออนมีปณิธานในใจว่าหากอีกฝ่ายไม่เอ่ยปากวิงวอน เขาก็จะไม่ยอมถอยแม้ครึ่งก้าว

แต่ไหนเลยที่คู่หมั้นของเขาจะ ‘รู้ใจ’ ไปหมดทุกเรื่อง...

“ฉันจะช่วยคุณหาข้อมูลเรื่องนี้เองค่ะ” เฟยเฟิ่งตัดสินใจ

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ!” คู่หมั้นหนุ่มขัดขึ้นมาโดยต้องคิด

“ตราบใดที่ฉันยังใช้นามสกุลเฉิน นี่ก็เป็นเรื่องของฉันอย่างแน่นอน” หญิงสาวปรายตายกยิ้มเยาะ ถึงเขาจะรังเกียจเดียดฉันท์เธออย่างไรแต่ความจริงที่เขาไม่อาจไม่ยอมรับคือเธอก็ยังเป็นเฉินเฟยเฟิ่ง บุตรสาวของเฉินชุนที่มีอำนาจจัดการกับกิจการในครอบครัวเท่ากับพี่ชายบุญธรรมทั้งสอง

“แต่ฉันเป็นผู้สืบทอด ถ้าฉันไม่ให้เธอยุ่งเธอก็ยุ่งไม่ได้” เขาออกคำสั่งเช่นทุกครั้ง

“ไว้คุณขึ้นสืบทอดทุกอย่างต่อจากป๊าเมื่อไหร่ค่อยมาพูดประโยคนี้กับฉัน ไม่สิ...ต่อให้ในอนาคตป๊าวางมือคุณก็ไม่มีวันเปลี่ยนนามสกุลฉันได้” เธอก็ชินแล้วเช่นกัน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหนเฉินเฟยหลงก็ไม่เปลี่ยนแปลงซักนิด

“เฟยเฟิ่ง!!”

คนนอกครอบครัวมองบุคคลทั้งสองซึ่งจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร รู้สึกออกจะแปลกพิกลอยู่บ้างสำหรับคนที่เป็นทั้งพี่น้องและคู่หมั้นในเวลาเดียวกัน

หญิงสาวอีกคนในห้องหลุบตาครุ่นคิด ฟังจากที่พวกเขาถกเถียงกันก็พอจะเข้าใจได้ลางๆ ว่าชายหนุ่มข้างกายทำธุรกิจผิดกฎหมายจริงๆ เธอเหลือบมองเสี้ยวใบหน้าด้านข้างของเขา ท่าทางและนิสัยหลายๆ อย่างที่ผ่านมาเหมือนช่วยย้ำเตือนความจริงที่ว่าคนแบบนี้คงทำเรื่องที่เป็นสีขาวล้วนยาก

“มีแต่เธอที่เข้าใจอะไรง่ายกว่าใคร” มิเกลยกยิ้ม ยิ่งเห็นไอ้ลีออนเดือดพล่านยิ่งมีความสุข

“คุณยังอยู่ที่นี่อีกกี่วันคะ” เฟยเฟิ่งถามเพราะช่วงนี้เธอคงไปไหนไกลๆ ไม่ได้ซักพัก เมื่อนึกถึงสาเหตุก็ยิ่งโมโห ว่าแล้วก็จิกตาใส่คู่หมั้นอย่างเดือดดาล

“ห้าวัน”

“ถ้าเจอเบาะแสอะไรสำคัญฉันจะให้คนติดต่อไปค่ะ ระหว่างนี้ก็ถือว่าพักผ่อนแล้วกันนะคะ ยังไงฮ่องกงก็ไม่เหลืออะไรให้คุณช่วงชิงแล้ว” ใบหน้าขาวผ่องกลับมาคลี่ยิ้มละมุนละไมเช่นเดิม ยิ่งเธอยิ้มมากเท่าไหร่คนข้างๆ ก็ยิ่งหน้าดำขึ้นเท่านั้น เห็นดังนั้นจึงจงใจฉีกยิ้มกว้างออกไปอีก

“มีอะไรก็ติดต่อฮาฟิซได้” ชายหนุ่มพยักพเยิดไปยังผู้ติดตามซึ่งยืนยิ้มอยู่

“ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ ฉันยังเสียใจไม่หายที่ไม่ได้ทำความรู้จักคุณให้มากกว่านี้ตอนเจอกันที่เวกัสรอบก่อน” หญิงสาวตอบรับก่อนจะหันไปพูดคุยสนิทสนมกับฮาฟิซราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน

ฮาฟิซเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย มองจากปฏิกิริยาของคู่หมั้นหนุ่มสาวเขาก็พอจะคาดเดาอะไรได้ลางๆ อีกทั้งก็ยินดีที่เฟยเฟิ่งจะยื่นมือเข้ามาช่วยสืบหาอีกแรง หากหญิงสาวอยากจะเล่นละครเขาก็จะช่วยเป็นคนต่อบทให้ ดังนั้นรอยยิ้มและสีหน้าจึงยิ่งอ่อนโยนกว่ายามปกติ

“แค่คุณเฟยเฟิ่งจำได้ผมก็เป็นเกียรติแล้วครับ”

“ดี! รำลึกความหลังกันให้พอ!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดเอ่ยขึ้นก่อนจะผุดลุกก้าวเท้ายาวออกไปจากห้อง

พิมพ์นารามองหญิงสาวชุดแดงอย่างนึกเป็นห่วง ผู้หญิงด้วยกันมีหรือจะดูไม่ออก การที่เฟยเฟิ่งจงใจยั่วโมโหอีกฝ่ายเช่นนี้จะไม่เป็นไรแน่หรือ

แน่นอนว่าผู้ถูกมองก็รู้ตัว เธอคลี่ยิ้มให้หญิงสาวฝั่งตรงข้ามลึกกว่าเดิม

“ถ้าอยู่ว่างๆ แล้วเบื่อไปไหว้พระที่วัดหวังต้าเซียนก็ได้นะคะ ห้ามพลาดเชียวล่ะ” ผู้พูดขยิบตาพลางหัวเราะน้อยๆ ใบหน้างุนงงของอีกฝ่ายชวนน่าแกล้งเสียจริง

“ขอบคุณค่ะ” ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่เป็นอะไร กล่าวขอบคุณคำแนะนำของอีกฝ่ายจากใจจริง

แน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าวัดหวังต้าเซียนคืออะไร เพราะถ้ารู้คงไม่ยิ้มแย้มชื่นบานแบบนี้แน่!


________________________________________________________________

นาราควรไปวัดบ้างจะได้เพิ่มแต้มบุญ 5555555555

ตอนหน้าห้ามพลาดกันนะคะ เค้าขอแอบกระซิบว่า "น่ารักมาก"

​ขอบคุณที่ติดตามค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น