มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

7 : เรือแห่งโชคชะตา (130%)

ชื่อตอน : 7 : เรือแห่งโชคชะตา (130%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2561 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7 : เรือแห่งโชคชะตา (130%)
แบบอักษร

(ต่อ)


ดรันได้หันกลับไปมองเรือลำเดิมหลังจากที่ได้ก้าวขึ้นมาเหยียบลงบนท่าน้ำของบ้านหลังนี้อีกครั้ง เรือลำนี้นี่เองที่ได้พาเขาให้มาพบกับคนที่อยู่ที่นี่ ความจริงจะว่าไปแล้ว เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นมาได้ ก็เพราะเรือลำนี้แท้ ๆ ทีเดียว 

เรือลำนี้เป็นเรือแห่งโชคชะตาจริง ๆ ที่นำมาซึ่งทั้งความโชคดีและโชคร้ายพอ ๆ กัน  

โชคดี...ที่มันได้นำพาเขามาพบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ส่วนโชคร้ายที่ติดตามมาก็คือ หลังจากที่ฟื้นจากการสลบไสล เขาก็กลายมาเป็นนายบ้าใบ้ไปเสียแล้ว

ดรันถอนหายใจหนัก ๆ ด้วยที่เขาไม่อยากจะเป็นนายใบ้เช่นนี้หรอกนะ อึดอัดก็อึดอัด อยากจะออกจากสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดนี่จะแย่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากเย็นสำหรับเขาเหลือเกิน เพราะจะต้องหาจังหวะและเวลาที่เหมาะสมที่จะบอกความจริงเพื่อจะทำให้หญิงสาวคนนั้นเจ็บปวด และเสียใจน้อยที่สุดนั่นเอง 

หล่อนเป็นคนจิตใจดี มองนายใบ้ด้วยความเมตตาสงสาร แต่หล่อนอาจจะต้องเจ็บปวดผิดหวังเพราะความเมตตาสงสาร ที่พบว่าเขาไม่ใช่นายใบ้จริง ๆ แต่เป็น ดรัน อาจณรงค์ คนนี้

ดรันถอนหายใจหนัก ๆ  อีกครั้ง คิดทำใจเสียว่า ในเมื่อโชคชะตาได้ดลบันดาลให้เขากลายมาเป็นนายใบ้ ก็คงจะมีเหตุผลบางประการแฝงเร้นอยู่กับโชคชะตาในครั้งนี้อยู่ไม่น้อย และบางทีช่วงเวลาอันเหมาะสมที่เขาพยายามมองหาอยู่ ถึงเวลามันก็อาจจะมาเองโดยที่เขาไม่ต้องเป็นผู้กำหนดเอง ก็เป็นได้ 

ก็ไหน ๆ มันกลายมาเป็นเรื่องของโชคชะตาแล้วนี่  ก็ให้มันเป็นไปเช่นนี้ก่อน ระหว่างที่เขายังเป็นนายใบ้ผู้อาภัพ เขาก็ขอตักตวงความสุขที่จะได้อยู่ใกล้ชิดหญิงสาวไปก่อนดีกว่า ว่าแล้วชายหนุ่มจึงรีบปัดเรื่องหนักอึ้งที่รบกวนจิตใจนี้ไป โดยการก้มผูกเรือไว้กับหลักที่ท่าน้ำนี้ต่อ จากนั้นเขาก็หมุนกายเดินขึ้นจากท่าน้ำไปอย่างเงียบ ๆ 

.

ดรันจงใจที่จะลงน้ำหนักเท้าทั้งสองลงอย่างเงียบเชียบ ยามเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ตรงหน้า หล่อนกำลังบรรจงพับผ้าแต่ละผืนลงกับห่อผ้าใหญ่ ๆ อีกที พร้อมกับนับจำนวนแล้วจดตามไปด้วย ท่าทางของหล่อนดูขมักเขม้นดี ทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกเบิกบาน และจิตใจก็พลอยได้รับการเติมเต็มให้เป็นสุขไปอีกด้วย  

ว่าแล้วดรันจึงรีบอาศัยเวลาที่หล่อนยังไม่รู้ตัว และรอบ ๆ ตรงนี้ก็ไม่มีใครอีก พิจารณาหล่อนด้วยแววตาชื่นชมหลงใหลไปอีกด้วยว่า

หญิงสาวคนนี้ไม่ได้มีอะไรที่น่าตำหนิหรือไม่คู่ควรที่จะเขาพาเข้าบ้านอาจณรงค์เลยแม้แต่น้อย จะว่าด้วยเรื่องฐานะของหล่อนก็ไม่ควรเอามาเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหล่อนเลือกเกิดไม่ได้ และแม้จะเลือกเกิดไม่ได้ ก็เห็น ๆ อยู่แล้วว่าพะนอขวัญไม่ได้งอมืองอเท้า ไม่มัวแต่รอคอยโชคชะตา หล่อนขวานขวายประกอบสัมมาอาชีพเลี้ยงตนและเลี้ยงบริวารคนอื่น ๆ ไปด้วย คุณน้ารุ่งระวีของเขาควรจะชอบผู้หญิงที่ดีงามเช่นนี้สิ  

แต่ก็นั้นแหละ หากเขาชอบเขารักใครแล้ว ถึงเวลาจริง ๆ ใครจะกล้าขัดขวางเขาได้หรือ ต่อให้มีอีกสิบคุณน้ารุ่งระวี ดรันว่า เขาก็คงจะจัดการปัญหาในนี้ได้ไม่ยาก! 

เห็นดวงตาที่เป็นประกายของนายใบ้ที่กำลังมองหญิงสาวที่ง่วนแต่ก้มห้าก้มตาทำงานตรงหน้า ทำให้นางช้อยที่กำลังยกของตามลงมาสมทบต้องหรี่ดวงตามองนายใบ้ แล้วจึงแกล้งกระแอมไอดัง ๆ ตาม เพื่อให้คนที่ลอบมองและคนที่ถูกมองรู้สึกตัว

"อะ แห่ม!"

พะนอขวัญหันกลับไปยังเจ้าของเสียงกระแอมไอ หล่อนเห็นป้าช้อยกำลังยืนส่งสายตาเหมือนมองใครอยู่ หล่อนรีบหันกลับมาดู จึงพบว่าไม่ห่างออกไปเป็นร่างของนายใบ้ที่เข้ามายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

"ใบ้ มาตั้งแต่เมื่อไหร่" หล่อนถาม

"ก็คงสักครู่แล้วล่ะ มาถึงไม่พูดไม่จาเอาแต่ยืนมองคุณขวัญตาเป็นมันอยู่ได้!" นางช้อยตอบอย่างประชดให้เสร็จสรรพ

"ก็เขาพูดไม่ได้นี่นา ป้าช้อยล่ะก็" พะนอขวัญรีบแก้ตัวให้

นางช้อยเลยค้อนให้คนที่ตอบแทนนั่นเล็กน้อย พลางนึกในใจว่า หญิงสาวไม่เข้าใจจริง ๆ  หรือแกล้งไม่เข้าใจสิ่งที่ตนต้องการสื่อออกมากันแน่

ดรันเมื่อได้เห็นคนแก่รู้สึกเหมือนอารมณ์จะไม่ดี จึงรีบชูห่อของในมือขึ้น ซึ่งก็เป็นห่อหมูย่างที่เขาได้แวะซื้อติดมือมาด้วย 

ครั้นนางช้อยที่เห็นก็พลอยตาลุกวาวตามทันที แต่เมื่อรู้ตัวว่าถูกมองอย่างขบขันด้วยสายตาถึงสองคู่ตรงหน้า จึงแกล้งวางท่าว่าไปว่า  "แหม มีเงินซื้อของดี ๆ มาให้ตลอดเลยนะนายใบ้ นี่ เอ็งอย่าหาว่าข้าเห็นแก่กินล่ะ ก็เล่นซื้อมาให้แล้วเป็นของดี ๆ แพง ๆ หากข้าไม่รับไว้ก็เสียดายเงินของเอ็งอีก"

ชายหนุ่มยิ้มขันขึ้นมาทันที แล้วเหลือบมองห่อหมูย่างในมือตาม ทีแรกตั้งใจจะซื้อมาให้หลาย ๆ ห่อกว่านี้ แต่ก็กลัวจะผิดสังเกต จึงอดใจซื้อมาฝากคนที่นี่เพียงห่อเดียว 

ความลำบากของคนมั่งมี พอแกล้งเป็นคนไม่มี เขาก็ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเฉยเลย

ครั้นวางห่อหมูย่างลงไม่ห่างจากตัวผู้สูงวัยแล้ว ดรันจึงยืดตัวขึ้นทำท่าตักข้าวปากแล้วเคี้ยวกรุบ ๆ เลียนแบบผู้สูงวัยในวันนั้น

"รู้แล้ว ๆ นี่เอ็งล้อ หาว่าข้าเห็นแก่กินใช่มั้ย นายใบ้!"

เขายักไหล่ เผลอยิ้ม แล้วรีบส่ายหน้าหวือปฏิเสธ ได้ผล...เขาก็ได้ค้อนวงใหญ่จากป้าช้อยเป็นหนสองตาม

พะนอขวัญหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ มองคนทั้งสองแล้วส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะหันกลับไปบอกชายหนุ่มว่า "ใบ้...คราวหลังมาที่นี่อีก ก็ไม่ต้องลำบากซื้ออะไรมานะ  พวกเราช่วยชีวิตใบ้ไม่ได้หวังจะให้ใบ้มาตอบแทนกันอย่างไม่จบไม่สิ้นอย่างนี้หรอก" 

ชายหนุ่มจำพยักหน้ารับ พลางอดชื่นชมหล่อนขึ้นมาอีกไม่ได้ ก่อนจะเข้าไปถามด้วยการทำท่าจะช่วยหญิงสาวถือห่อผ้าให้อีก ทว่า เสียงนางช้อยกลับดังขัดขึ้นมาเสียนี่ 

"ไม่ต้อง วันนี้ให้ลุงชดไปกับคุณขวัญ แกก็อยู่ช่วยข้าทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นี่เถอะ" นางช้อยรีบขัด พลางจ้องมองชายหนุ่มเขม็ง 

หัวใจของดรันคล้ายสลายลง เผลออ้าปากค้างเล็กน้อย โอกาสที่จะได้อยู่กับหญิงสาวสองต่อสองนั้นแสนยากเย็นอยู่แล้ว ยังถูกดับฝันกลางวันลงด้วยผู้สูงวัยที่หวงหญิงสาวเป็นที่หนึ่งนี้อีก

"ให้นายใบ้ไปกับคุณขวัญเถอะ  วันนี้ข้ารู้สึกไม่ดีอีกแล้ว ปวด ๆ เสียดๆ อยู่ในท้องนี้อีกแล้วสิ" เสียงคล้ายอ่อนแรงของผู้สูงวัยอีกคนดังขึ้น ซึ่งก็คือนายชดนั่นเองที่กำลังเข้ามานั่งสมทบกับคนทั้งสามด้วยสีหน้าไม่ดีเท่าที่ควร

นางช้อยจึงหันขวับกลับไปว่านายชดทันที  "อ้าว! พอเห็นนายใบ้มา ก็มีให้เรื่องป่วยเลยนะ หาเรื่องอู้หรือเปล่า"

"อู้ที่ไหน  หาเรื่องที่ไหน ข้าปวดท้องจริง ๆ" คนว่า ว่าพร้อมกับปาดเหงื่อที่พราวตามใบหน้าออกไปอีกด้วย

นางช้อยเขม้นมองคนที่บอกว่าป่วยอีกครั้ง ซึ่งก็ดูแล้วสภาพก็พบว่าเป็นจริงอยู่ไม่น้อย แต่นางช้อยไม่อยากให้หญิงสาวไปไหนมาไหนกับนายใบ้ตามลำพังนี่  เพราะเวลานายใบ้รู้ตัวว่าจะได้ไปไหนมาไหนกับหญิงสาว หูตามันดูแพรวพราวขึ้น ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้มันเหลือเกิน!

"วันนี้ขวัญจะเอาของไปส่งเอง ลูกค้านัดรับแล้ว..." หล่อนหมายถึงผ้าเช็ดหน้าที่หล่อนรับปักฉลุลายที่ต้องส่งลูกค้าอีกรายด้วย  "...ท่าทางลุงชดจะเจ็บจริง หน้าซีดเซียวเชียว ป้าช้อยอยู่ดูแลลุงชดเถอะค่ะ ขวัญไปกับใบ้ก็ได้ คราวที่แล้วยังไปกันได้เลย ใช่มั้ยใบ้"

ดรันรีบพยักหน้ารับและคงเผลอแสดงความดีใจออกมามากไปหน่อย ได้ผลนางช้อยจึงชำเลืองมองอีกหนด้วยดวงตาที่ขวางจัดกว่าเดิม  ชายหนุ่มจึงเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วบอกกับตนเองในใจว่า 

เห็นทีเขาต้องคอยเก็บอาการลิงโลดเอาไว้ให้มิดเสียแล้ว เพราะป้าช้อยนี่หวงหญิงสาวไม่ใช่เล่นเลยสินา!

.

และใช้เวลาไม่นานดรันก็เดินถือห่อผ้าตามหลังหญิงสาวมาหยุดตรงหน้าร้านตัดเย็บเสื้อผ้าร้านเดิมอีกครั้ง ครั้นเจ้าของร้านได้เห็นพะนอขวัญเดินเข้ามาในร้านพร้อมชายหนุ่มคนเดิม จึงรีบเข้ามาทักด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นว่า 

"ขวัญ!  คุณผกาก็เพิ่งออกจากร้านไปเมื่อกี้นี่เอง มานั่งรอขวัญสักพักแล้วล่ะ เอะยังไงนะ ขวัญและคุณผกานี่คลาดกันไปคลาดกันมาเสียทุกครั้งเชียว"

"ขวัญเอาผ้าเช็ดหน้าที่ปักฉลุลายมาด้วยค่ะ อยากจะให้คุณเขาดูก่อนว่าพอใจหรือยัง เสียดายมาช้าไปนิด เลยอดเจอคุณเขาเลยค่ะ" หล่อนว่าด้วยความรู้สึกเสียดายจริง ๆ  พลางถอนหายใจตามไปด้วย 

ทว่า ขณะนั้นดวงตาของเจ้าของร้านกลับเบิกขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นเงาใครบางคนกลับเข้ามาปรากฏอยู่ตรงทางเข้าร้าน แล้วเจ้าของร้านจึงรีบส่งเสียงเรียกอย่างดีใจตาม

"อ้าว! คุณผกาคะ..."

พะนอขวัญได้จึงหันหลังกลับไปทันที หล่อนจึงได้สบสายตากับสตรีอีกคนตรงหน้าที่ได้ส่งสายตามองหล่อนอยู่แล้ว  พลันหัวใจของหญิงสาวก็ได้พบกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างขึ้นมา...

.

จบตอนที่ 7  อ่านมาถึงตอนนี้  ตอนหลายคนฟันธงไปแล้วว่าพะนอขวัญคงไม่ใช่ลูกบ้านนั้น อาจจะเป็นลูกที่แท้ทรูของอีกบ้านอะไรอย่างงี้ เอ่อ ลุ้นกันต่อไปนะจา เรื่อง 'ปานยิหวา' ก็ลุ้นกันจนใจคว่ำไปหลายรอบ สำหรับเรื่องนี้ก็พลิกไปพลิกมาไม่น้อยไปกว่ากันเด้อ  และความเข้มข้นจะบังเกิดขึ้นแล้วนะ!

​.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น