Lanchana_chata

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อิงฟ้า & ปฏิพน 1/2 แต่งงาน (1)

ชื่อตอน : อิงฟ้า & ปฏิพน 1/2 แต่งงาน (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 364

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2562 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อิงฟ้า & ปฏิพน 1/2 แต่งงาน (1)
แบบอักษร

งานรับน้องปี**1 ของมหาวิทยาลัย



บรรดาเหล่าน้องปี 1 ถูกพี่ๆจัดกลุ่มคละคณะคละสาขาวิชาแล้วมีพี่พาลอดซุ้มประจำคณะต่างๆ น้องปีหนึ่งกลุ่มหนึ่งเดินตามเสียงกลองที่ดังมาจากตึกคณะเกษตรศาสตร์

‘เป็นโสดทำไม อยู่ไปให้เศร้าเหงาทรวง

ไม่คิดจะหาคู่ควงเดี๋ยวจะล่วงพ้นวัยไปเปล่า

เกิดมาเดียวดาย จะตายเพราะความเหงาเศร้า

แต่งงานกันเสียเถิดเราอยู่ว่างเปล่าไม่ดีอะไร’

(ศิลปิน สุรพล สมบัติเจริญ..เป็นโสดทำไม)




เสียงกลองผสานเสียงร้องของรุ่นพี่หน้าตาแจ่มใสใส่เสื้อยืดสีขาวสกรีนชื่อมหาวิทยาลัยกับกางเกงเลสีบานเย็น ทีมสันทนาการอยู่ใต้ต้นมะขามต้นใหญ่ที่มีป้ายผ้าเขียนไว้ว่า ‘อำเภอใจ’ ทางเข้าซุ้มทำด้วยไม้ไผ่สานที่ดัดให้โค้งต่ำเพียงสะโพกและทอดยาว เหล่าน้องๆ จึงต้องคลานเข่าเพื่อลอดซุ้ม ซึ่งพื้นด้านล่างเป็นแอ่งโคลนเฉอะแฉะ

ผู้เป็นน้องต่างก้มศีรษะหลบเปลือกเงาะ มังคุด ลองกองที่ห้อยต่องแต่งตลอดทางลอดซุ้ม เนื่องด้วยคนที่ลอดซุ้มไปก่อนหน้าได้จัดการผลไปแล้วจึงเหลือเพียงเปลือก และคงได้น้ำแป้งและพวงมดแดงเป็นของแถมจากการกระตุกเพื่อกินผลไม้กับดัก เหลือเพียงทุเรียน  ขนุน ห้อยขวาง ซึ่งถ้าคนไหนไม่ทันระวัง ก็อาจหน้าลายตัวลายได้



เมื่อลอดซุ้มออกมา น้องปีหนึ่งแต่ละคนก็เปรอะไปด้วยน้ำแป้งและสีผสมอาหารแต่ไม่มีใครใส่ใจรอยเลอะเหล่านั้น เพราะสิ่งที่ดึงดูดความสนใจคือพี่ประจำซุ้มที่ทำผมแต่งหน้าประหลาดตา คล้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลจิตเวชมากกว่าจะเป็นรุ่นพี่

“สวัสดีค่ะ น้องๆ ปีหนึ่งทุกคน พี่เป็นเสมียนประจำอำเภอใจแห่งนี้ โดยหน้าที่หลักของทางอำเภอใจคือจัดการแต่งงานให้กับน้องๆ ทุกคน และคนที่จะเป็นประธานในพิธีแต่งงานของน้องๆ คือท่านปลัดอำเภอของเรา ขอเสียงปรบมือเป็นเกียรติแก่ ท่านปลัดอำเภอด้วยค่า” 



สิ้นเสียงกลองก็รัวขึ้นพร้อมกับพี่ชายร่างสูงผิวขาวเดินยิ้มเผล่เข้ามา ส่วนที่สะดุดตาบนใบหน้านั้นคือตาเรียวรี ปลายหางตาเฉียงขี้นสูงดูเจ้าเล่ห์

“สวัสดีครับน้องๆ ที่นี่คืออำเภอใจ รับจดทะเบียนแต่งงานให้กับทุกคู่ที่มีความรัก โดยกติกามีเพียงให้น้องๆ เลือกคู่ร่วมประเวณี เอ๊ย ประเพณีกันเองภายใน 1 เพลง คู่ไหนจับคู่ได้แล้วให้จับมือกันและนั่งลง จะถือว่าแต่งงานกันแล้ว”

“แหม รักกันง่ายจังแค่เพลงเดียวเอง” เสียงแซวมาจากพี่ๆที่อยู่ในซุ้ม

“believe in love at first sight เว้ย โรแมนติกนิดนึงนะ เอาละต่อนะ” พี่ที่สถาปนาตนเป็นปลัดอำเภอเถียงก่อนหันกลับมาที่น้องๆและพูดต่อ “แต่ถ้าจบเพลงแล้วน้องคนใดยังหาคู่รัก คู่พิศวาสไม่เจอละก็... ” พูดแล้วเว้นวรรครอจังหวะ อันที่จริงแววตาแกเข้าค่ายหื่นเชียวละ ตอนบอกว่า

“ใครไม่ยอมหาคู่เอง พี่จะจับคู่ให้ตามอำเภอใจ พร้อมส่งตัวเข้าหอตามประเพณี”




เสียงฮือฮา ของน้องปีหนึ่งเรียกเสียงหัวเราะชอบใจของรุ่นพี่ ทั้งที่จริงแล้ววัตถุประสงค์ของซุ้มแต่งงาน ก็เพื่อให้เกิดการละลายพฤติกรรม ไม่แบ่งเพศ แบ่งคณะ สาขาวิชา และเพื่อให้เกิดความสนิทสนมที่รวดเร็วขึ้นจากการจับคู่นี้ หลังจากหยุดรอดูท่าทีระแวดระวังของกลุ่มน้องปีหนึ่งอย่างพึงพอใจ ปลัดอำเภอเก๊จึงเอ่ยขึ้นเสียงดัง

“น้องๆ พร้อมนะครับ น้องพร้อม กลองพร้อม 3 4”

สิ้นเสียงนับ กลองก็รัวบรรเลงเพลงจังหวะสามช่า โดยมีบรรดาพี่ๆ ออกมาเต้นเชียร์กันสุดฤทธิ์ คนที่มาจากโรงเรียนมัธยมปลายเดียวกันหรือรู้จักกันมาก่อนก็มักคว้ามือกันไว้ ถึงไม่รู้จัก แต่ถ้านั่งใกล้ ก็พยักหน้าให้แก่กันเชิงว่า ‘มาเอาตัวรอดกันเถอะ’ สาวน้อยท่าทางเรียบร้อยที่ป้ายชื่อห้อยคอเขียนว่าต้อยติ๊ดริด หันไปยิ้มแหยให้กับผู้ชายสูงผอมข้างตัวที่ชื่อว่าอิฐ ซึ่งเมื่อฝ่ายนั้นยิ้มเย็นตาตอบและขยับเข้าใกล้ ต้อยติ๊ดริดก็โล่งใจที่ตนเองมีคู่แต่งงาน




จบเพลงผู้คนรอบตัวก็พากันนั่งลงจนหมด เหลือเพียงสาวร่างสูงคนเดียวที่ยังหาคู่ไม่ได้ หรือจะเรียกว่าไม่ใส่ใจหาจะดีกว่า น้องปีหนึ่งคนนั้นห้อยป้ายเขียนชื่อว่าอิงฟ้า เธอมีสีหน้าเรียบเฉยจนรุ่นพี่ต้องหันไปปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อ

“ว่าไงจ๊ะน้องอิงฟ้า ยังไม่เจอเนื้อคู่เหรอ”

พี่เสมียนประจำอำเภอเดินเข้ามาหาและแตะแขนอิงฟ้าให้เดินออกไปอยู่หน้ากลุ่มเพื่อนที่นั่งลงกันเป็นคู่แล้ว พลางส่งสัญญาณให้พี่ที่เป็นปลัดอำเภอรู้



ปลัดอำเภอเก๊พยักหน้าตอบพลางลากน้องผู้ชายปีหนึ่งติดมือมา หนุ่มผมสกินเฮดส่ายหน้า ปักหลักนั่งไม่ยอมให้ความร่วมมือ

“เฮ้ ! น้องปูน น้องต้อยติ๊ดริดเขามีคู่ตุนาหงันแล้ว จะไปยุ่งกับเค้าทำไม”

ปลัดอำเภอเก๊เท้าสะเอวมองสองหนุ่มฝาแฝด ที่คนหนึ่งมีคู่แต่งงานเรียบร้อย ส่วนอีกคน ระหว่างที่ให้เลือกคู่มัวแต่กะลิ้มกะเหลี่ยขอเบอร์โทรศัพท์สาวๆ จึงกลายเป็นเศษ และเมื่อเข้าตาจนแทนที่จะกุลีกุจอหาใครสักคนมาเป็นคู่หนุ่มน้อยที่ชื่อว่าปูนกลับเลือกนั่งลงข้างสาวน้อยที่เป็นคู่แต่งงานของพี่ชายเสียอย่างนั้น มึนได้น่าตบกะโหลก

“โธ่พี่ ผมทำตามคำสั่งแม่ต่างหาก แม่สอนผมกับพี่ไว้ว่า ถ้าได้อะไรมาให้แบ่งปันกัน เราสองคนพี่น้องไม่เคยหวงของกันเลยเนอะอิฐเนอะ”



>>>> ย้ำอีกครั้ง ปูนศรีคือพระเอก ถึงจะขาดคุณสมบัติไปหลายข้อ แต่เรื่องหน้าม้อนี่รับประกัน ถถถถ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น