โฉมชบา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระต่ายกลายเป็นเสือ 25%

ชื่อตอน : กระต่ายกลายเป็นเสือ 25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 19k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2561 10:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระต่ายกลายเป็นเสือ 25%
แบบอักษร

ตอนที่ 10

ทันทีที่เห็นหญิงสาวในชุดที่เขาเตรียมเอาไว้ให้ ภาสน์ก็แทบจะละสายตาออกจากเธอไม่ได้เลย นอกจากชุดที่เขาซื้อให้จะพอดีตัวเธอแล้ว เธอยังมีลูกเล่นที่ทำให้ตัวเองดูโดดเด่นด้วยการแต่งหน้าไม่จัดจนเกินไปนัก ผมยาวสลวยถูกรวบเป็นมวยเล็กๆ ตรงหลังกระหม่อม ประดับด้วยปิ่นมุกสีขาว น่ารักราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

เธอหวาน เธอเซ็กซี่ เหมือนที่เขาอยากให้เป็น หากไม่ติดงานสำคัญเขาคงไม่ออกไปไหน จะนั่งมองเธอทั้งวันทั้งคืนให้หนำใจ แต่เมื่อทำไม่ได้เขาจึงคว้าเอวบางเข้ามาประชิดตัว

“อุ๊ย คุณ...คุณจะทำอะไร” เธอถามด้วยอาการตกตื่น

“ให้รางวัลคนสวย” เขาตอบด้วยรอยยิ้มพร่างพราว จ้องลึกลงไปในดวงตาสีดำขลับ ซึ่งตอนนี้เบิกกว้างอย่างน่ารัก

“ฉัน...ไม่ต้องการรางวัล” น้ำเสียงเธอตะกุกตะกักเห็นชัดว่าเธอกำลังประหม่า แตกต่างจากอิงดาวคนเก่งที่เขาเห็นอยู่เป็นประจำ และยิ่งทำให้เขาอยากกอดเธอเอาไว้อย่างนี้ด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู

“ตอนคุณเป็นกวางน้อยตื่นไพรผมก็ว่าคุณน่ารักมาก แต่พอแปลงร่างเป็นกระต่ายก็ดูไม่เลวเหมือนกัน”

คำชมของเขาทำให้เธอขัดเขิน เลือดร้อนๆ พวยพุ่งสู่พวงแก้มโดยอัตโนมัติ และเมื่อภาสน์ก้มหน้ามาใกล้เธอก็ไร้เรี่ยวแรงผลักไส หนำซ้ำยังหลับตาลง คาดหวังบางอย่างจากเขาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

แต่แทนที่เธอจะได้รับเรียวปากอุ่นชื้นนาบลงมาบนกลีบปากเธอ เขากลับฝังจูบลงบนคอขาวผ่องแทน จากนั้นเธอก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ระต้นคอ ซึ่งมันก็ทำให้สติของเธอคืนมาอีกครั้ง อิงดาวผละตัวออกห่างจากอ้อมกอดภาสน์ และเขาก็ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ

“อะไรคะนี่”

เธอหยิบมันขึ้นมามอง มันคือสร้อยที่มีจี้รูปดาวที่เขาฉวยโอกาสสวมให้เธอโดยที่เธอไม่รู้ตัวเมื่อสักครู่

“รางวัลที่ผมบอกคุณไง”

“ฉันรับมันไว้ไม่ได้หรอก...” เธอจะบอกเขาว่ามันมีค่ามากเกินไป และจะถอดคืน แต่เขากลับกุมมือเธอไว้ แล้วข่มขู่

“ห้ามถอดนะ ถ้าถอดผมทำโทษคุณจริงๆ ด้วย”

อิงดาวเม้มปากแทบจะเป็นเส้นตรง มองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจ แต่ภาสน์กลับยิ้มกริ่ม ก่อนที่จะโน้มใบหน้าลงมากระซิบเสียงสดใสตรงใบหูของเธอ

“หรืออยากจะโดนทำโทษ ได้นะ งั้นเข้าห้องกัน”

“บ้าเหรอ ไปให้ไกลๆ เลย”

“คำก็ไล่ สองคำก็ไล่ แต่พอผมไปจริงๆ ก็อดชะเง้อมองหาไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”

คำพูดของเขาทำเธอตกใจ ใช่ ตอนที่เขาออกจากห้องเธอคอยแต่ชะเง้อไปทางประตูและรอเขากลับมาจริงๆ แล้วเขารู้ได้อย่างไร หรือว่าห้องนี้มีกล้องวงจรปิด

ท่าทางของหญิงสาวทำให้ภาสน์ยิ้มกริ่ม

“ผมเดาถูกเหรอ”

“ฉันไม่ได้คอยคุณสักหน่อย ไปกันสักทีสิคะ ฉันหิวแล้วนะ”

อิงดาวทำเป็นฉุนเฉียวแล้วเดินนำหน้าเขาเพื่อตัดบท เพราะกลัวว่าถ้าเขายิ่งขุด เธออาจจะเผลอพิรุธออกไป และหากเขารู้ว่าเธอคอยเขาอาจจะหลงตัวเองยกใหญ่ ซึ่งคงทำให้เขาล้อเธอไม่เลิก

แต่แล้วเธอก็ชะงักอีกครั้ง เมื่อรู้สึกถึงความนุ่มของเนื้อผ้าที่สัมผัสไหล่ลาดทั้งสองข้าง

“คลุมเอาไว้ ผมไม่อยากให้ใครเห็นของของผม”

ภาสน์กล่าว จากนั้นก็ยื่นมือมาให้เธอคล้อง เพื่อเดินไปด้วยกัน

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เธอก็ถือเสียว่าเป็นมารยาททางสังคม จึงไม่ต่อต้าน เดินเคียงคู่กับเขาไปยังลิฟต์ โดยมีสายตาของเหล่าพนักงานมองมาอย่างชื่นชม

ในที่สุดอิงดาวกับภาสน์ก็เดินทางมาถึงงาน ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นในโรงแรมนั่นเอง ทว่าเมื่อก้าวผ่านประตูเข้าไป อิงดาวกลับรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังหลงอยู่ในดงกระแตผู้หญิงทั้งหมดในงานนี้ล้วนแต่แต่งกายด้วยชุดฟูฟ่อง ตามแบบแล้วแต่จะสรรหาแต่เมื่อมองรวมๆ ก็พบว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมบันนี่เกิร์ลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“เป็นไง ทีนี้รู้หรือยังว่าทำไมต้องแต่ชุดที่ผมหามาให้”

รู้แล้ว และรู้ซึ้งมากทีเดียว ใครที่คิดธีมนี้ขึ้นมาหากเป็นผู้หญิงจะต้องคลั่งกระต่ายเป็นอย่างมาก แต่หากเป็นผู้ชายเธอคิดว่าเขาจิตไม่ปกติสักเท่าไหร่

อิงดาวกระชับผ้าคลุมไหล่ของตัวเองให้กระชับมากขึ้น เมื่อเห็นแขกผู้ชายบางคนที่ใช้สายตาโลมเลียสาวเสิร์ฟที่แต่งเป็นบันนี่เกิร์ลสุดเซ็กซี่

“แน่ใจเหรอคะว่าคุณพาฉันมาทำงาน”

“แน่ใจสิ”

“ไหนบอกสิคะว่าฉันต้องทำอะไร”

เธอถามเพราะมองไม่ออกเลยว่าเธอต้องมาทำอะไรงานอะไรงานแบบนี้ งานปาร์ตี้ของบรรดาหนุ่มเพลย์บอย

“ชิมคอกเทล งานนี้เป็นแหล่งรวมคอกเทลเลยนะ ผมจะให้คุณชิม แล้วบอกผมว่าอันไหนโดนใจคุณที่สุด”

“คุณกำลังมอมเหล้าฉัน” เธอหันไปมองเขาตาขุ่นอย่างรู้ทัน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มที่ไม่มีอาการสำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว

“ว้า เกลียดจัง คนรู้ทัน”

“ฉันไม่มีทางหลงกลคุณหรอก” อิงดาวกล่าวพร้อมกับย่นหน้าใส่เขา

ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นทำเอาภาสน์อยากเอามือไปบีบจมูกเชิดรั้นนั้นให้หายหมั่นไส้ แต่เขาก็ต้องอดใจไว้ เพราะอยู่ในงานที่มีผู้คนมากมาย หมายใจว่าเมื่อออกจากที่นี่แล้วได้อยู่กับเธอตามลำพังจะจัดหนักให้สมใจ แล้วกล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงที่เป็นงานเป็นการมากขึ้น

“ผมพาคุณมาที่นี่เพื่อให้คุ้นเคยกับงานน่ะ คิดว่าเราคงต้องไปงานอย่างนี้กันอีกหลายครั้ง แล้วก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการที่คุณควรรู้จักไว้บ้าง”

ก็จริงอย่างที่เขาว่า งานของเธอเป็นงานที่ต้องติดต่อกับคนอื่น ดังนั้นเธอควรจะรู้จักคนไว้บ้าง การทำงานจะได้ราบรื่น

ในงานนี้มีผู้คนมากมาย หลายคนเป็นคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาในสื่อ อย่างนักแสดงสาวนามว่ากรวีย์ หรือวีวี่ ที่ตอนนี้แปลงร่างเป็นนางกระต่ายตามคอนเซ็ปต์ของงาน

อิงดาวเดินตามภาสน์ไม่ห่าง จนกระทั่งไปเจอกับเจ้าของงาน ซึ่งก็คือสีหนาถ ...หรือลีโอ เจ้าของโรงแรมแห่งนี้นั่นเอง

“คุณอยากรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนคิดคอนเซปต์งานนี้ ก็ไอ้หมอนี่ไง”

ภาสน์แนะนำอิงดาวกับเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่แสดงถึงความเป็นกันเอง

อิงดาวมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย แม้เขาจะดูเป็นมิตร แต่แววตากลับทรงพลังอำนาจชวนให้คนขยาด ผิดกับชายหนุ่มข้างๆ เธอ ที่ดูอบอุ่น พาให้คนอยู่ใกล้รู้สึกสบายอกสบายใจมากกว่า

“สวัสดีครับคุณอิงดาว ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทายด้วยท่าทางสุภาพและแฝงความขี้เล่นเอาไว้ในที ขณะเดียวกันก็ยื่นมือออกมาให้เธอจับ

ภาษาไทยที่ชัดถ้อยชัดคำของอีกฝ่ายทำอิงดาวประหลาดใจ และเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท เธอก็ยื่นมือออกไป หมายจะทักทายเขากลับ แต่มือของสีหนาถกลับถูกปัดออกไป แล้วคนที่ปัดไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้านายของเธอนั่นเอง

“หวงเหรอ...นี่ถ้าไม่ได้ข้า เอ็งไม่มีทางเจอเธอหรอก”

คนถูกปัดมือทวงบุญคุณด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ทว่าคนที่ถูกทวงบุญคุณกลับไม่ยอม เถียงกลับทันควัน

“ยังไงข้าก็เจอเธออยู่แล้ว เพราะเธอเป็นเลขาข้า”

“เชอะ คนไม่รู้จักบุญคุณคน” สีหนาถทำเสียงหมั่นไส้ขึ้นจมูก

“บุญคุณอะไร ทำให้เรื่องมันยุ่งสิไม่ว่า”

“เออ...เออ...ข้ามันคนไม่ดี ทำบุญบูชาโทษแท้ๆ” ชายหนุ่มร่างใหญ่ตัดพ้ออย่างไม่จริงจัง ก่อนที่จะแบมือมาตรงหน้า “ของขวัญข้าล่ะ อยู่ไหน”

“ข้าลืมวะ โทษที ก็เอ็งเล่นเปลี่ยนสถานที่กะทันหัน ข้าก็เลยลืมเอาติดมือมาด้วย” ภาสน์กล่าวด้วยรอยยิ้มอันจืดเจื่อน เขาลืมของขวัญที่จะมอบให้สีหนาถไว้ที่กรุงเทพ เพราะมัวแต่รีบร้อนมาขึ้นเครื่องบินให้ทันเวลา

“ใช่สิ ก็ข้ามันคนไม่สำคัญ”

“ใช่เอ็งมันไม่สำคัญสำหรับข้า แต่เชื่อเถอะว่าสำคัญสำหรับคนอื่น โน่นไงคุณวีวี่เดินมาโน่นแล้ว ไปหาเขาสิ” ภาสน์ชี้ไปยังดาราสาวสุดเซ็กซี่ที่กำลังเดินมา ตอนนี้กำลังมีข่าวลือว่าอาจจะเข้าประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มนอกวงการเจ้าของธุรกิจโรงแรม ซึ่งหากให้เดาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพื่อนรักของเขานั่นเอง

พอสีหนาถเห็นแม่สาวไฟแรงสูงเดินตรงมาจริงๆ ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแหย

“งั้นข้าขอตัวก่อน”

กล่าวจบเจ้าของโรงแรมหนุ่มก็รีบชิ่งจากไปทันที แต่เป็นคนละทางกับที่ดาราสาวกำลังเดินมา

การได้เห็นราชสีห์กลัวกระต่ายทำให้ภาสน์หัวเราะขำจนน้ำตาไหล แต่เขาก็เข้าใจดีเพื่อนสนิทของเขาดีว่าต้องการอยู่ห่างกรวีร์ให้มากที่สุด เพราะข่าวที่นักแสดงสาวสร้างขึ้นทำให้ชื่อเสียงเพลย์บอยของสีหนาถด่างพร้อยทั้งที่ความจริงเป็นเรื่องที่กรวีร์คิดไปเองคนเดียวทั้งหมด

"แต่แล้วรอยยิ้มเขาก็ค้างอยู่อย่างนั้น เพราะเมื่อหันมาทางผู้หญิงข้างตัวเขาก็พบว่าเธอกำลังยืนหน้าบึ้ง และสีหน้าอย่างนี้มันดูน่ากลัวกว่าแม่เสือเสียอีก


มาต่อกันแล้วเพื่อให้ไม่ค้างคา ช่วงนี้ก็จะมาได้ทุกวันหน่อยนาจา อย่าเพิ่งเบื่อ อย่าเพิ่งรำคาญ อย่าเพิ่งเทกันน้าาา และประกาศให้รู้โดยทั่วกันอีกครั้ง เรื่องนี้มีอีบุ๊คแล้ว ใครสนใจสามารถโหลดได้ในราคาเบาๆ สบายกระเป๋าเพียง 169 บาทเท่านั้น ที่พี่เมพนะตะเอง ปกสวยๆ หน้าตาเป็นอย่างนี้เลย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}