Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 14 ลีออน เฉิน (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 14 ลีออน เฉิน (50%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2561 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 ลีออน เฉิน (50%)
แบบอักษร

“คุณจะไม่เข้าไปทักทายเจ้าของงานหน่อยเหรอ” ผู้ถามมองไปยังเจ้าภาพที่ยืนหัวเราะอยู่อีกด้าน

“ธุระของฉันไม่ใช่คนนี้” นัยน์ตาคมกริบเจือโทสะขึ้นมาฉันพลันเมื่อมองไปฝั่งตรงกันข้าม อยากจะเข้าไปกระชากคอ ‘มัน’ มาซัดให้หายแค้น

ลีออน เฉิน หรือผู้ถูกมองรู้สึกตัวในไม่ช้า เขาผละสายตาจากคู่สนทนาเพื่อมองหาต้นตอว่าเป็นใคร เมื่อพบคำตอบรอยยิ้มกว้างที่ประดับอยู่พลันหุบฉึบ ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน ร่างสูงสง่าลืมตัวก้าวฉับๆ ออกจากวงสนทนา ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันราวกับจะตรงมากินเลือดกินเนื้อ

พิมพ์นารารู้สึกเหมือนยืนอยู่กลางพายุเมื่อบุรุษทั้งสองมาประจันหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างเผยแววตาวาวโรจน์พร้อมฆ่าฟัน หากไม่ติดว่าอยู่ในงานเลี้ยงคงได้มีการลงไม้ลงมือเป็นแน่

“ไอ้มิเกล” ผู้มาใหม่เป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉากก่อน เค้นเสียงใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยว

“ใครอัญเชิญมาไม่ทราบ”

“พ่อแกไง” ผู้ตอบระบายยิ้มเย็น

ลีออนตัวสั่นเทิ้ม ไอ้นี่มันจะเหี้ยมเลือดเย็นไปแล้ว ฆ่าคนเลือดนองเป็นแม่น้ำยังจะมาตีหน้าวอนตาย

“ออกไปคุยกันข้างนอก” ชายหนุ่มหายใจลึก ข่มโทสะไม่ให้ระเบิดออกมาก่อนเวลา

หญิงสาวพลันคว้าชายเสื้อของอีกฝ่ายก่อนที่เขาจะเดินออกไป เธอมีความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี คิ้วเรียวขมวดแน่น ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงเพราะไม่รู้จะพูดห้ามว่าอย่างไร

“ถ้าแกไม่ออก ให้ผู้หญิงของแกออกไปแทนก็ได้นะ” ผู้พูดยิ้มเยาะ ก่อนจะหันมามองพิจารณาหญิงสาวในชุดซีทรูสีขาว

“จุ จุ ไม่ต้องห่วง ฉันจะทะนุถนอมไม่ให้มีรอยเลย”

ผู้ฟังทั้งสองหน้าคล้ำขึ้นในชั่วพริบตา ไม่ต้องรอให้ชายหนุ่มตอบ เสียงหวานเยียบเย็นกลับชิงขัดขึ้น

“พวกเราคุยกันสองคนได้ ไม่ต้องการความเห็นของคนนอกมาสอดหรอกค่ะ”

เสียงหัวเราะสดใสปานระฆังเงินแทรกขึ้นมาได้อย่างถูกจังหวะราวกับว่าผู้ฟังได้ยินบทสนทนามานานแล้ว เจ้าของคือหญิงสาวในชุดราตรีผ่าลึกสีเลือดหมู ร่างบางเดินตรงเข้ามาจับมือของผู้พูดเขย่าเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มละไมแกมสะใจ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เฉินเฟยเฟิ่ง

“ตั้งแต่กลับมาฮ่องกง ฉันรู้สึกว่าประโยคนี้พูดได้ถูกต้องที่สุด!” หล่อนยังคงหัวเราะไม่หยุด ไม่สนใจคู่หมั้นหนุ่มที่ใบหน้าเขียวสลับดำที่อยู่ข้างๆ

ผู้ถูกจับมืองงงวยอยู่บ้าง ไม่เข้าใจละครฉากใหญ่ตรงหน้า

“สวัสดีค่ะมิเกล” หญิงสาวผละออกไปกอดทักทายกับบุรุษอีกคนตามมารยาท ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้ปรายกระทั่งชายตามองคนอีกคนที่ยืนหัวโด่อยู่

แววฉงนวาบผ่านสายตาของมิเกลก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว สีหน้ามึนตึงของชายหนุ่มอ่อนลงเล็กน้อยพร้อมกับยกโค้งมุมปากเล็กๆ

“ไม่รู้เลยว่าคุณจะกลับมาที่นี่” ชายหนุ่มเอ่ยทักทาย

“วันสำคัญของป๊าทั้งที จะพลาดได้ยังไงล่ะคะ” หญิงสาวคลี่ยิ้ม

“แล้วนี่คือ...” ดวงตาหงส์เรียวยาวมองไปยังหญิงสาวอีกคน

“คนพิเศษน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาไหลลื่นเป็นธรรมชาติอย่างยิ่งราวกับว่าเขาได้พูดมาประโยคนี้มาแล้วร้อยรอบ แต่จริงๆ แล้วนี่กลับเป็นครั้งแรกที่เขาแนะนำเธอกับคนอื่น

ภายใต้ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างบรรจง ผู้ถูกแนะนำใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

“ฉันเฉินเฟยเฟิ่งนะคะ เรียกว่าเฟยเฟิ่งก็ได้ ถ้าคุณเป็นพิเศษของมิเกลเราก็คนกันเองแล้ว” ประโยคแฝงนัยนะทำให้คู่หมั้นหนุ่มหน้าเปลี่ยนสีสลับไปมาราวกับทางม้าลาย

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันพิมพ์นารา”

“จะแนะนำตัวกันอีกนานมั้ย” เสียงเหี้ยมเกรียมขัดขึ้นประกาศถึงความมีตัวตน

“ฝากแม่นี่ด้วย ฉันมีธุระจะคุยกับมัน” น้ำเสียงเหมือนสั่งคนงานเป็นสิ่งที่ไม่น่านำมาใช้กับคนเป็นคู่หมั้น แต่ชายหนุ่มกลับพูดได้คล่องปากเหมือนเป็นเรื่องเคยชิน

เฟยเฟิ่งมีสีหน้าเย็นชาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เหมือนคำพูดลอยลมที่ผ่านมาแล้วก็ลอยไป

“เธออยู่กับเฟยเฟิ่งไปก่อน ฉันจะรีบกลับมา” ชายหนุ่มบีบมือที่จับชายเสื้อเบาๆ ก่อนจะเดินหายออกไปข้างนอกกับลีออน เฉิน

ผู้ถูกทิ้งให้อยู่เบื้องหลังทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง ใบหน้าสวยฉายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

เฟยเฟิ่งเหม่อลอยชั่วครู่ก่อนจะกลับมายิ้มละไมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เราไปทางนั้นกันดีกว่าค่ะ ฉันจะแนะนำหม่าม๊ากับพี่ชายให้คุณรู้จัก”

“ขอโทษนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธ ใบหน้าเจือความรู้สึกผิด

“ฉันขอไปดูสองคนนั้นห่างๆ ได้มั้ยคะ” เธอให้เหตุผล รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีว่าจะเกิดเรื่อง

หญิงสาวในชุดแดงนิ่งคิด ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างตอบ

“เป็นห่วงมิเกลเหรอคะ งั้นเดี๋ยวฉันนำทางให้เอง”

ไม่รอให้ตอบรับหรือปฏิเสธ ร่างในชุดแดงก็ลากร่างสูงเพรียวเดินออกไปทันที



สองชายหนุ่มซึ่งภาพลักษณ์ภายนอกต่างกันโดยสิ้นเชิงยืนประชันหน้ากันบริเวณกว้างริมสระว่ายน้ำ ลีออน เฉิน เป็นหนุ่มเชื้อสายจีนแท้ๆ เรือนร่างที่อาจจะไม่กำยำเท่ามิเกลแต่ส่วนสูงห่างกันไม่มากยืนตระหง่านหลังตรง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเกือบจะดูนุ่มนวลหากไม่ประดับคิ้วเข้มพาดเฉียงและดวงตายาวรีทรงอำนาจไม่ต่างจากผู้เป็นบิดา จมูกโด่งตรงรับกับริมฝีปากบางแดงที่ตัดกับผิวขาวผ่อง เขาเป็นชายฉกรรจ์อายุยี่สิบแปดปี ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่ามิเกลแค่หนึ่งปีแต่ความอ่อนเยาว์สดใสกับต่างกันมาก ดูคล้ายเด็กหนุ่มที่พึ่งจะเหยียบยี่สิบเท่านั้น

มิเกลเป็นฝ่ายเริ่มถอดสูทโยนลงกับพื้น ก่อนที่ลีออนจะโยนสูทสีน้ำเงินเข้มของตนตามไป คนทั้งสองไม่พูดพร่ำอะไรมาก พุ่งเข้าหากันเหมือนศึกกระทิงดุ

“ไอ้หมาขโมย!” หมัดข้างขวาของมิเกลพุ่งออกไปเร็วพอๆ กับคำพูด

แน่นอนว่าลีออนไม่ใช่ทายาทบริษัทรักษาความปลอดภัยแค่ในนาม ฝีมือการต่อสู้ป้องกันตัวของเขาก็จัดว่าอยู่ในอันดับต้นๆ เช่นกัน แขนแข็งแกร่งยกขึ้นป้องกันได้ทันท่วงที แต่อีกฝ่ายกลับสวนหมัดซ้ายออกมาแรงพอๆ กัน แผลแรกจึงปรากฏบนหน้าขาวสะอาดของเขา โทสะพลันลุกโชนจนดวงตาแดงก่ำ

“ไอ้ระยำ!” ไม่เพียงแค่พูด ลีออนก็หมุนตัวยกศอกคมฟาดคืนไปทันที

มิเกลเซถอยหลังไปหลายก้าว บ้วนเลือดในปากลงพื้น ชั้นเชิงการต่อสู้เขาอาจจะไม่สู้ลีออน แต่เรื่องความทรหดกำยำคือว่ากินขาด อีกอย่างเขาถนัดทั้งซ้ายและขวา ดังนั้นไม่ว่าจะใช้แขนข้างไหนก็แรงและคล่องแคล่วไม่ต่างกัน

“ถ้าไม่มีบารมีพ่อคุ้มกะลาคิดว่ายังจะมีเงาหัวรอดมาจนถึงตอนนี้เร๊อะ!” ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีครามสบถคำราม โถมร่างเข้าซัดอีกฝ่ายไม่ลดละ

“ไอ้หน้าด้าน! ยังจะกล้ามาเหยียบที่นี่อีก!” ทุกหมัดและศอกต่างถูกนำมาใช้ต่างอาวุธ เหวี่ยงปะทะครั้งใดก็เรียกเลือดได้ทุกรอบ

“ของอยู่ไหน!” เสียงทุ้มตวาดกร้าว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น