มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

7 : เรือแห่งโชคชะตา (50%)

ชื่อตอน : 7 : เรือแห่งโชคชะตา (50%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2561 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7 : เรือแห่งโชคชะตา (50%)
แบบอักษร

7 : เรือแห่งโชคชะตา


ที่รำพึงบอกกับทุกคนที่บ้านนี้ว่าจะไปเยี่ยมบิดามารดาของตน ความจริงแล้ว รำพึงไม่ได้ไปอย่างที่ว่าจริง ๆ หรอก แต่แอบไปทำธุระอย่างหนึ่งมาต่างหาก และวันที่กลับก็ไม่ได้กลับมาคนเดียว รำพึงยังพาพี่ชายคนหนึ่งของตนกลับมาพร้อมกันอีกด้วย

พี่ชายคนนี้ชื่อสุรทิน เป็นชายร่างผอมสูง ผิวคล้ำ มีลักษณะเป็นคนเจ้าสำราญสำมะเลเทเมาอยู่ไม่น้อย แถมยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งอีก  ครั้นสุรทินมาถึงที่นี่ก็รีบตรงดิ่งมาที่เรือนคนใช้ทันที เพราะสุรทินหวังว่าจะมาดูหน้าหลานสาวคนเล็กให้เห็นกับตาว่าโตขึ้นแค่ไหน ดูว่าจะสมกับความสวยอย่างที่รำพึงได้ไปโพนทะนาเอาไว้ที่แห่งหนึ่งจริงหรือไม่

เมื่อมาถึงแล้ว บุรุษร่างสูงก็ลอบยิ้มที่เห็นพะนอขวัญกำลังนั่งเย็บปักผ้าอะไรของตัวเองอยู่ สุรทินรีบตวัดมือขึ้นมาลูบคางแหลมของตัวเองไปมาอย่างที่พึงพอใจ ไม่เห็นหน้าหลานคนนี้มาหลายเดือน พอเห็นแล้วจึงมีอาการตาลุกวาวทีเดียว เพราะหลานสาวคนนี้มีลักษณะสวยสมกับที่รำพึงว่าเอาไว้ไม่มีผิดเลย… 

พะนอขวัญมีผิวขาวลออตาผิดไปจากพี่น้องคนอื่น ๆ  แถมใบหน้าก็งามจิ้มลิ้มดูไม่หน่ายตาเอาเสียเลย  

และความจริงอีกอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในใจของบุรุษคนนี้คือ เวลาสุรทินมองพะนอขวัญ กลับไม่มีความรู้สึกเหมือนได้มองดูสกาวใจที่เป็นหลานสาวอีกคนเลยสักนิด อาจจะเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาของพะนอขวัญที่ดูผิดพ่อผิดแม่ ผิดพี่น้องคนอื่นไปหมด

แถมยังมีเรื่องที่ลือ ๆ  กันในหมู่ญาติ ๆ ว่า รำพึงยังตะขิดตะขวงใจอยู่เสมอมาว่า พะนอขวัญอาจจะไม่ใช่ลูกสาวจริง ๆ ของตัวเองด้วย 

สุรทินจึงได้มีความรู้สึกให้หลานคนนี้แตกต่างจากหลานสาวคนอื่น ๆ ไป

ก็ หากไม่ใช่หลานสาวตัวเองจริง ๆ จะคิดอกุศลเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกหรอกกระมัง สุรทินคิดอย่างยิ้ม ๆ มองดูหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเห่อเหิมในตัณหาอันมากล้น  จากนั้นจึงแกล้งส่งเสียงออกมาดัง ๆ เพื่อให้พะนอขวัญที่กำลังนั่งทำงานตรงหน้าได้ยิน

"แหม! ไม่ได้เจอหลานขวัญมาหลายเดือน หลานลุงคนนี้โตขึ้นเป็นกองเลยนะ..." คนเอ่ย เอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกายบางอย่าง ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนเป็นลุงกำลังมองดูหลานสาวด้วยความเอ็นดูเลยสักนิด 

พะนอขวัญละสายตาจากงานในมือขึ้นมามองเจ้าของเสียงห้าวนั้นทันที แม้หญิงสาวจะไม่ชอบในกริยาและสายตาที่อีกฝ่ายลอบมีต่อตนเอง เพราะมันมักจะมีความรู้สึกอื่นแฝงเร้นอยู่เสมอ แต่เมื่อเขาได้อยู่ในฐานะพี่ชายของมารดา จึงเป็นลุงแท้ ๆ ของหล่อน หล่อนก็จำต้องแสดงออกมาอย่างเคารพนับถือนั่นเอง

ว่าแล้วพะนอขวัญจึงยกมือขึ้นมาไหว้บุรุษร่างสูงตรงหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้  "สวัสดีค่ะ คุณลุงทิน"

เสียงของสุรทินที่ดังไปทั่วก่อนหน้า ทำให้เกิดเสียงฝีเท้าของคนสองคนรีบวิ่งมาหาพะนอขวัญ เป็นนางช้อยและนายชดนั่นเอง ด้วยทั้งสองคนไม่ชอบสุรทินมาตั้งนานแล้ว ตอนที่คุณผู้ชายยังไม่เสีย สุรทินไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก เพราะว่าเขาค่อนข้างเกรงกลัวคุณผู้ชาย 

แต่ตอนนี้ไม่มีคุณผู้ชาย ทำให้ผู้สูงวัยทั้งสองต้องรีบมาแสดงท่าทางเพื่ออยากปกป้องหญิงสาวเอาไว้ด้วย เพราะตั้งแต่พะนอขวัญเริ่มเป็นสาว สายตาของสุรทินก็จะมักลอบมองหญิงสาวอย่างโลมเลียตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

ทั้งที่สุรทิน อยู่ในฐานะลุงแท้ ๆ  ยังมีหน้ามามองหญิงสาวที่เป็นหลานสาวด้วยสายตาเช่นนี้ นางช้อยและนายชดเห็นแล้วอยากจะหาไม้มาไล่ตะเพิดสุรทินไปเสียให้พ้น ๆ เรือน ทว่า ทั้งสองก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจนึก เนื่องจากเกรงกลัวคุณรำพึงที่พร้อมจะเข้าข้างพี่ชายของตนเองอย่างเต็มที่อยู่ 

อีกประการ หากตนทั้งสองจะโพนทะนาให้ใคร ๆ รู้ว่าสุรทินไม่ได้มองพะนอขวัญอย่างหลานสาวแท้ ๆ คุณรำพึงก็จะหาว่าพวกตนคิดอกุศลกับชายคนนี้ไปอีก

 และเมื่อเห็นทั้งนางช้อยและนายชดทำท่าจะเข้ามาหาพะนอขวัญ  สุรทินจึงรีบส่งสายตามองคนแก่ทั้งสองอย่างไม่ชอบใจ แล้วว่าไปว่า

"แค่ลุงจะมาทักทายหลานสาว แล้วพวกมึงจะแห่มาทำอะไรกัน ไปให้พ้น ๆ เลยนะ...ไปสิ!"

สุรทินกระแทกเสียงใส่ พะนอขวัญที่ไม่อยากให้มีเรื่องราวเกิดขึ้นอีก จึงหันไปมองผู้สูงวัยทั้งสองแล้วพยักหน้า จากนั้นทั้งแม้ผู้สูงวัยจะไม่อยากทิ้งหญิงสาวให้อยู่พูดคุยกับผู้ชายคนนี้ตามลำพัง แต่ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งกลาย ๆ ของหญิงสาวได้ 

สุดท้าย ทั้งคู่จำต้องถอยกลับไปทำงานของตัวเองไป  

พะนอขวัญรีบเขยิบตัวให้ออกห่าง เมื่อสุรทินได้ขยับตัวลงมานั่งใกล้ ๆ  ขณะนั้นหล่อนก็ได้กลิ่นเหล้าอ่อน ๆ โชยออกมาจากเนื้อตัวของสุรทินอีก  

"นี่  หลานลุงกำลังทำอะไรอยู่นะ..." สุรทินแกล้งถามอย่างสนใจไปอย่างนั้นเอง ความจริงจะหาเรื่องอยู่พูดคุยกับแม่หลานคนนี้ให้นาน ๆ เท่านั้นเอง  คุยแล้วก็อดชำเลืองตามองผิวขาวจัดของพะนอขวัญไปด้วยไม่ได้ เพราะภายนอกร่มผ้าผิวของหญิงสาวยังขาวน่าทนุถนอมขนาดนี้ แล้วภายในร่มผ้าจะน่าดูขนาดไหน…

"กำลังปักผ้าค่ะ ลูกค้าสั่ง" หล่อนตอบคำถามผู้เป็นลุงเรียบ ๆ เริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นก็ตอนที่ สุรทินเริ่มใช้สายตาสำรวจเนื้อตัวหล่อนอย่างโจ่งแจ้งอีกแล้ว

แล้วสุรทินจึงทำเป็นชะโงกหน้ามองผ้าในมือหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกว่า "โถ มัวแต่มานั่งทำงานอย่างนี้ แล้วเมื่อไหร่จะมีเงินมีทองมาให้แม่รำพึงเขาเยอะ ๆ ล่ะ ถ้ามีเงินเยอะ ๆ แม่รำพึงเขาจะได้อยู่อย่างสุขสบายอย่างคนอื่นเสียที"

พะนอขวัญไม่เข้าใจคำพูดนี้ของอีกฝ่ายว่ามีความหมายอย่างไร  หล่อนแค่เข้าใจว่า สุรทินอยากให้หล่อนมีเงินเยอะ ๆ เท่านั้น จึงรีบตอบกลับอย่างพาซื่อไป "ถ้าเราขยัน และรู้จักประหยัด เราก็จะมีเงินเยอะ ๆ ได้เองล่ะค่ะ"

แม้ฟังแล้วจะขัดหูขัดใจนัก แต่สุรทินก็แกล้งเออออไปอย่างนั้นเอง "ก็นั่นน่ะสินะ,,," แล้วจึงแกล้งพูดขึ้นมาลอย ๆ อีกว่า "แต่ถ้ามีทางที่จะทำให้เรารวยเร็วขึ้น อยู่สุขสบายขึ้น ลุงว่าหลานขวัญก็ควรที่จะทำนะ  แม่ของเราก็พลอยสุขสบายไปกับเราด้วย"

พะนอขวัญเริ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ กำลังจะเปิดปากถาม แต่แล้วก็มีเสียงอันดังของรำพึงแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"พี่ทิน!"

รำพึงที่เดินอย่างเร็ว ๆ เพื่อมาหาทั้งพี่ชายและลูกสาวคนเล็ก เมื่อมาถึงจึงมองพี่ชายด้วยสายตาตำหนิขึ้น 

สุรทินอ่านสายตาเช่นนี้ออกจึงยิ้มแหย แล้วรีบแก้ตัวว่า "พี่ก็แค่มาทักทายหลาน ไม่เห็นหน้าหลานหลายเดือนอยากรู้ว่าโตขึ้นแค่ไหนแล้ว ก็เท่านั้น"

รำพึงยังมองพี่ชายอย่างไม่เชื่ออีก ก่อนจะตัดใจเพราะยังไม่อยากให้ความมาแตกตอนนี้ จึงหันหน้ามาแกล้งถามลูกสาวคนเล็กว่า "แม่ไม่อยู่บ้านสามสี่วัน ทุกอย่างภายในบ้านเป็นปกติ เรียบร้อยดีมั้ย"

พะนอขวัญไม่แน่ใจว่าที่ท่านถามเพราะมีเรื่องนายใบ้ไปเข้าหูท่านหรือเปล่า แต่เมื่อมาคิดว่า ท่านคงไม่ได้ถามกระทบถึงเรื่องนายใบ้ที่มาช่วยหล่อนทำงานที่นี่หรอก  สกาวใจคงไม่กล้าเอาเรื่องนี้ไปฟ้องท่าน เนื่องจากหล่อนได้ขู่พี่สาวคนนี้เอาไว้แล้วนี่ 

"เรียบร้อยทุกอย่างค่ะ แม่" หล่อนตอบเรียบ ๆ พร้อมกับวางท่าทางให้เป็นปกติ  

รำพึงจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะแกล้งพูดจาเอาใจลูกสาวคนนี้เสียหน่อยว่า 

"ดี  หัดทำตัว ดี ๆ แบบนี้ดูแลบ้านช่องเป็นหูเป็นตาให้แม่อย่างนี้น่ะดีแล้ว แม่กลับมาบ้านแล้วจะได้ไม่ต้องมาทำอารมณ์เสียกับเราอีก" ว่าแล้วจึงหลุบตามองดูผ้าผ่อนที่ลูกสาวกำลังนั่งเย็บปักตรงหน้า แล้วจึงส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปบอกพี่ชายทันที

"ไปเถอะพี่ทิน รถมาจอดรอเราอยู่แล้ว  ปล่อยให้คนอื่น ๆ รอนานมันไม่ดี"  ว่าแล้วก็หมุนกายระหงเดินจากตรงนี้ไปเลย

สรุทินจึงจำต้องผุดลุก แล้วรีบเดินตามหลังน้องสาวที่เดินล่วงหน้าไปแล้ว ครั้นทั้งสองได้เดินห่างออกมาจากเรือนคนใช้พอที่จะพะนอขวัญจะไม่ได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างคนทั้งคู่แล้ว รำพึงจะรีบหันมาถามพี่ชายทันทีว่า 

"พี่ได้เผลอพูดอะไรให้แม่ลูกสาวตัวดีของฉันรู้ตัวแล้ว หรือเปล่า?" 

 อีกฝ่ายรีบแก้ตัวเสียงอ่อย "ไม่ ไม่ได้พูดอะไรเลย "

"จริงนะ"

"จริงสิ" สุรทินปฏิเสธ แล้วก็รีบพูดอย่างเอาใจน้องสาวอีกว่า "ว่าแต่วาสนาของน้องรำพึงนี่ดีจริง ๆ นะ ลูกสาวคนรองก็กำลังคบหากับลูกชายเจ้าของร้านทอง ส่วนลูกสาวคนเล็กก็กำลัง..."

รำพึงรีบตวัดสายตาปราม ก่อนที่สุรทินจะหลุดปากพูดอะไรออกมามากกว่านี้  แล้วจึงว่าอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องเองว่า

"จะให้มันมัวแต่มานั่งเย็บผ้าส่งคนอื่นเขางก ๆ แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้สุขสบายเสียทีล่ะ  อุตส่าห์เลี้ยงดูมันมาจนโตเป็นสาวแล้ว ก็ถึงเวลาอันสมควรที่มันจะทดแทนบุญคุณแม่ของมันแล้วนะ" 

แล้วจึงรีบกำซับพี่ชายเสียงเข้มอีกหนว่า  "...พี่ก็อย่าเผลอพลั้งปากพูดเรื่องนั้นให้แม่ลูกสาวคนนี้ของฉันรู้ตัวก่อนเชียวนะ ยัยพะนอขวัญแม้ภายนอกจะดูหงิม ๆ ติ๋ม ๆ แต่มันก็หัวแข็ง มีหัวที่ดื้อรั้นเหมือนพ่อของมันอยู่ไม่น้อย  เกิดมันรู้ตัวขึ้นมาก่อน  เราจะอดใช้เงินก้อนโตกันพอดี เอาไว้ให้ถึงเวลาที่เถ้าแก่ย้งใกล้จะกลับมาจากจีนเสียก่อนเถอะ แล้วเราค่อยจัดการเรื่องนี้อย่างรวบรัดอีกที..."

"แหม น้องสาวของพี่คนนี้นี่ฉลาดจริง ๆ"  

แม้ปากจะพูดชมน้องสาว แต่ภายในใจของสุรทินก็ยังอดเสียดายหน้าตารูปร่างของแม่หลานสาวคนนี้ไม่ได้ 

.

รำพึงคิดจะทำอะไรกับลูกสาวคนเล็กนะ  เอาใจช่วยหนูขวัญหน่อยเร็ววววววว


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น