โฉมชบา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ลำพังสองเรา 100%

ชื่อตอน : ลำพังสองเรา 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2561 12:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลำพังสองเรา 100%
แบบอักษร

เธอมองห้องพักอีกครั้ง แล้วพบว่ามันมีสองห้อง และเมื่อมองที่ประตู เธอก็เห็นว่าสามารถลงกลอนจากทางด้านในได้ หากเธอเก็บตัวอยู่แต่ในนั้น สามวันนี้เธอก็น่าจะรอดปลอดภัย

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะพักที่นี่ เธอก็หันไปถามเขา

“แล้วคุณจะให้ฉันนอนห้องไหน”

“คุณเลือกก่อนเลย”

“งั้นฉันเลือกห้องเล็กแล้วกัน” เธอตัดสินใจเลือกห้องที่อยู่ด้านใน เพราะอย่างไรเธอก็ต้องให้เกียรติเขาซึ่งเป็นเจ้านาย

ดูเหมือนภาสน์จะอ่านใจเธอได้ เพราะเมื่อเธอเลือกเสร็จ เขาก็กล่าวขึ้นมา

“คุณเลือกห้องเล็กเพราะเกรงใจผมใช่ไหม”

อิงดาวไม่ตอบ แต่แววตาของเธอทำให้ภาสน์รู้ว่าสิ่งที่เขาเข้าใจนั้นถูกต้อง ชายหนุ่มจึงยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

“ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก ผมมานานที่นี่หลายครั้งแล้ว คุณนอนห้องใหญ่เถอะ วิวสวย คุณจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น”

ใช่ ห้องใหญ่เป็นห้องที่เห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา เพราะตอนที่มาครั้งแรกเธอเคยเห็นมันแล้วครั้งหนึ่งและเธอก็ประทับใจมาก และวันนี้แม้เขาจะอนุญาต แต่เธอก็ยังลังเล

“มันคงไม่ดีถ้าใครรู้” เธอกล่าวอย่างเป็นกังวล เพราะอย่างไรเขาก็คือเจ้านายเธออยู่ดี

“งั้นเรานอนห้องใหญ่ด้วยกัน”

“จะบ้าเหรอ” หญิงสาวแหวด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ อุตส่าห์เกือบซึ้งในน้ำใจเขาแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเขาก็เวียนเข้ามาเรื่องสัปดนจนได้

ภาสน์หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ที่ยั่วให้เธอโกรธได้ แล้วเขาก็ยกข้อมือขึ้นมามองนาฬิกา ก่อนจะกล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ

“คุณเก็บของเถอะ เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอกสักหน่อย”

“ไปไหนคะ ไปนานไหม”

เมื่อรู้ว่าถูกทิ้งอิงดาวก็ถามออกมาอย่างลืมตัว

ภาสน์ยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู แล้วอดที่จะเอ่ยแซวเธอไม่ได้ “อ้าวเมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนอยากจะอยู่ห่างๆ ผม แต่พอผมจะไปจริงทำไมถึงได้ทำหน้าเหมือนลูกหมาหลงทางอย่างนั้นล่ะ นี่ใช่ไหมที่เขาบอกว่าผู้หญิงปากกับใจไม่ตรงกัน”

“ไม่ใช่สักหน่อย ฉันก็แค่ถามตามหน้าที่ของเลขา” อิงดาวอ้าง ทั้งที่รู้ว่านี่คือการแถชนิดที่เรียกว่าสีข้างถลอกบอกเปิดไปหมด

ภาสน์ยักคิ้วให้อย่างขี้เล่น

“ผมมีนัดกับลีโอน่ะ ไปทำธุระกันแบบแมนๆ ถ้าจะตามไปด้วยก็ได้นะ สนใจไหม”

“เชิญคุณสองคนตามสบายเถอะค่ะ”

ภาสน์เห็นท่าทางแง่งอนของเธอแล้วก็ใจอ่อน และเพื่อไม่ให้เธอเข้าใจผิดว่าเขาจะทิ้งขว้างเธอเมื่อมาถึงที่หมายจึงอธิบาย

“ผมไปหาเพื่อน เดี๋ยวหกโมงเย็นผมจะพาคุณไปกินข้าว แต่งตัวรอเอาไว้นะ เดี๋ยวผมให้คนเอาชุดมาให้”

พอได้ยินว่าเขาจะเอาชุดมาให้ ความทรงจำในวันนั้นก็โผล่เข้ามาในสมองอีกครั้ง อิงดาวจึงถามออกไปด้วยอาการหวาดระแวง

“ทำไมต้องใส่ชุดของคุณ”

ภาสน์ยิ้มอย่างใจเย็น ก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไร้เล่ห์กลใดๆ

“พอไปถึงข้างล่างแล้วคุณจะรู้ว่าทำไมต้องใส่ชุดของผม”

เมื่อเขาตอบคำถามเธอเสร็จ ชายหนุ่มก็หันกลับไปที่ประตู ก่อนจะเปิดมันแล้วก้าวจากไป ทิ้งให้เธอได้มีเวลาเป็นส่วนตัวอีกครั้ง

อิงดาวมองชุดที่อยู่ในกล่องด้วยความลังเล มันเป็นเกาะอกสีชมพูอ่อน ไม่ยาวไม่สั้นจนเกินไป ตรงขอบมีขนมิ้งค์สีขาวพองฟูติดเอาไว้อย่างเก๋ไก๋ จึงทำให้ชุดนี้ทั้งหวานและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน

เขาจะมาไม้ไหน เธอเดาใจไม่ถูก แต่เขาบอกว่าเป็นเรื่องงาน ดังนั้นเธอควรจะเชื่อเขาสักครั้ง

หญิงสาวหยิบชุดมาสวม แล้วก็พบว่ามันพอดีราวกับวัดมาก่อน เขารู้ไซส์เธอได้อย่างไรกัน

แล้วภาพที่ร่างกายเขาและเธอนัวเนียแนบชิดก็โผล่เข้ามาในสมอง หรือว่ามันจะเป็นตอนนั้น....

ใบหน้านวลเห่อร้อน เขาต้องเป็นเพลย์บอยระดับไหนนะ ถึงสามารถกะขนาดรูปร่างของผู้หญิงได้เพียงแค่ได้สัมผัสแค่ครั้งถึงสองครั้ง

ความคิดนั้นทำให้เธอฉุนเฉียว ไม่พอใจเขาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อคิดว่าเขาเคยทำอย่างนี้กับคนอื่นด้วยเหมือนกัน

อิงดาวสวมชุดด้วยอาการกระแทกกระทั้น ก่อนที่จะนั่งลงตรงหน้ากระจก แล้วจัดการแต่งหน้าตัวเองให้สวยเป็นพิเศษ ตามประสาผู้หญิงทั่วไป ที่ไม่อยากยอมแพ้สาวๆ ในคอลเล็กชั่นของเขา

เมื่อแต่งตัวแต่งหน้าเรียบร้อยเธอก็ออกมารอที่ห้องด้านนอก ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ภาพตรงหน้าช่างงดงามไม่เหมือนแดนมนุษย์ มุมปากจึงคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความชื่นชม ลืมความขุ่นข้องหมองใจเกี่ยวกับภาสน์ไปจนหมดสิ้น จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก เมื่อหันไปเธอก็พบว่าเขาอยู่ในชุดลำลอง กางแกงขาสั้นกับเสื้อลอยดอก ดูไม่เข้ากับเธอแม้แต่นิดเดียว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}