กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่4.2 อ้อยเข้าปากช้าง

ชื่อตอน : บทที่4.2 อ้อยเข้าปากช้าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 65k

ความคิดเห็น : 90

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2561 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่4.2 อ้อยเข้าปากช้าง
แบบอักษร

“คุณราฟหยุดนะคะ ถ้าคุณทำรับรองได้ว่าคุณจะต้องเสียใจ” ละอองทรายมองหน้าเขาอย่างร้องขอ แม้จะรู้แล้วว่าการเจรจาอาจจะใช่ไม่ได้ผลกับคนขี้โมโหเอาแต่ใจอย่างเขา แต่ใช้แรงเธอก็สู้ไม่ได้การใช้คำพูดจึงเป็นเพียงหนทางเดียว 

“มันเลยคำว่าเสียใจมาไกลแล้วละอองทราย” ราฟาเอลตอบตามความจริง เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้นเขาไม่เคยคิดเสียใจ คราแรกมันโกรธเคืองที่เธอใช้วิธีไม่ซื่อรวบหัวรวบหางเขา แต่มาครานี้เขารู้สึกเสียดาย เสียดายที่จำอะไรไม่ได้ และทิ้งห่างเธอมาสี่ปี ทั้งที่ควรจะได้ครอบครองร่างนุ่มนิ่มนี่เพื่อทบทวนความทรงจำตั้งนานแล้ว 

“คุณราฟ!” ละอองทรายตาเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อเขาดึงรั้งชายเสื้อเธอขึ้น ชายหนุ่มสอดมือไปใต้แผ่นหลังบางเพียงชั่วพริบตาเดียวก็กระชากเสื้อชั้นในเธอให้หลุดออกไปได้อย่างง่ายดาย 

“………” ราฟาเอลไม่ได้สนเสียงท้วงติงเลยสักนิด ตอนนี้เขาเหมือนคนหน้ามืดตาลาย ไร้การรับรู้ใดๆ มีเพียงร่างอรชรนี้เท่านั้นที่เป็นสิ่งเดียวในการรับรู้ของเขา 

ชายหนุ่มจ้องมองเรือนร่างสวยสดไม่วางตา สัดส่วนของเธอไม่ได้เล็กไปตามขนาดของร่างกายเลย ตรงที่ควรเว้าก็เว้าคอด ตรงที่ควรนูนก็จัดมาเต็มล้นเกินมาตรฐาน ต้องบอกเลยว่าเห็นตัวเล็กๆแบบนี้แต่อะไรๆใต้ร่มผ้าช่างซ้อนรูปไว้จริงๆ 

“คุณราฟ อย่าค่ะ ปล่อยหนูนิดเถอะนะคะ” ละอองทรายยังคงร้องขอ เมื่อชายหนุ่มเริ่มวางทาบมือที่ทรวงอกสล้างของเธอ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราอย่างพรั่นพรึง ยามที่เนื้อนุ่มแห่งวัยสาวสะพรั่งที่ใหญ่เกินร่างอรชรอ้อนแอ้นสัมผัสกับฝ่ามือหนาที่กอบกุม เคล้าคลึง ราวกับจะบีบมันให้แหลกคามือ 

“อื้อ…” ละอองทรายเม้มริมฝีปากแน่น เนื้อตัวสั่นเทายามที่เขาละมือเลื่อนต่ำลงไปด้านล่าง กอบกุมเนินเนื้อสาวกรีดกรายปลายนิ้วไปเหย้าหยอกจนย่ามใจ ก่อนจะกดแทรกเข้าไปยังปากทางคับแน่น กดคืบขยับเข้าออกคล้ายกำลังเปิดทางให้เธอเตรียมพร้อมรอเขา 

ละอองทรายน้ำตาซึม รู้สึกเจ็บแปลบจากฝ่ามือที่จาบจ้วงแตะต้องในส่วนที่เธอไม่เคยให้ใครได้สัมผัสมาก่อน ยิ่งเขาขยับเร่ง ดวงตาสวยก็เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต จุดจบมันเดาได้ไม่ยากเลยว่าเขาจะจัดการเธออย่างไร 

“พอเถอะนะคะ ได้โปรด หยุดก่อนที่อะไรมันจะผิดไปมากกว่านี้” ละอองทรายพยายามเอื้อนเอ่ยบอกเขา พลางขยับตัวดิ้นไปมา ออกแรงที่มีสุดกำลังหวังว่าจะหลุดพ้นจากเขา แต่แรงอันน้อยนิดของเธอมีหรือจะสู้ช้างตกมันที่พร้อมฟาดงวงฟาดงาอย่างเขาได้ และยิ่งเธอดิ้นขัดขืนเขาก็ยิ่งเร่งเร้าบดขยี้ไปที่กลีบกุหลาบสวยสดกระตุ้นมันให้เต้นตุบๆกับการเสียดสีที่เร่าร้อนไม่ผ่อนปรนใดๆ 

“คืนนั้นฉันยังไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลย” ราฟาเอลละมือออกจากเนินสาว ก่อนจะมาจัดการกับกางเกงของตนเอง ปลดปล่อยตัวตนแกร่งกล้าออกจากกางเกงที่ปิดบัง เพื่อเตรียมพร้อมจะเดินทางเข้าสู่ช่องทางเล้นลับ 

“มะ ไม่นะคะคุณราฟอย่า เรื่องคืนนั้นเรา…” ยังไม่ทันพูดจนจบดีเสียงของหญิงสาวก็ถูกกลืนหายไป เมื่อเขาก้มลงมาประกบทาบทับริมฝีปากเธอ 

รสจูบที่เขามอบให้ครั้งนี้ช่างแตกต่าง เรียกได้ว่าไร้ความอ่อนโยนอ่อนหวาน ไม่เหมือนครั้งแรกที่เขาจูบเธอที่บ้านริมน้ำ ที่ช่างอ่อนหวานนุ่มนวลชวนให้หัวใจพองโต แต่ตอนนี้มีแต่แรงบุ่มบ่าม หยาบกระด้าง เขากดจูบบดขยี้ลงมาคลุกเคล้าดูดดึงจนเรียวปากนุ่มนิ่มเจ็บแปลบ และขณะเดียวกันที่เขาตะโบมจูบเธออยู่นั้น ตัวตนแข็งแกร่งและร้อนราวกับออกมาจากเบ้าหลอมก็กำลังแฝงกายเข้ามายังกึ่งกลางกายของเธอ ขยับทาบมาใกล้ไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัว 

“มะ..อื้อ…” ละอองทรายส่งเสียงอู้อี้ เพราะยังโดนเขาประกบริมฝีปากอยู่ ดวงตาสวยเบิกโพลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่รินไหล เพราะความเจ็บที่กายสาวมันช่างเกินทน เมื่อเขากดฝังตัวตนเข้ามาจนชิดสนิทแน่น 

ความอึดอัดคับแน่นถาโถมเข้ามา ราวกับร่างของเธอกำลังถูกเขาฉีกทึ้งออกเป็นชิ้นๆ ทั้งน้ำหนักที่เขากระทั้นเข้ามาอย่างไร้ความปรานี เหมือนดอกไม้บอบบางที่ถูกเขาขยำให้ป่นปี้คามือ 

ร่างกายสาวดิ้นเร่าๆ รู้สึกชาหนึบและเกร็งยะเยือกไปทั้งร่าง ซึ่งไม่ต่างจากคนรุกรานเสียเท่าไร มือหนาที่เกาะกุมข้อมือของเธอไว้ปล่อยคลายออก ก่อนจะเปลี่ยนมาทุบกำปั้นลงยังที่นอนนุ่ม ดวงหน้าหล่อเหลาดูเจ็บปวดเหลือแสนยามที่มองเห็นใบหน้าหวานเหยเกและมีน้ำตาไหลรินเพราะความเจ็บ 

“โกหกทำไม” ราฝาเอลแผดเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ซบใบหน้าลงตรงไหล่บางพร้อมเสียงคำรามฮึมฮำในลำคอราวกับสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ ละอองทรายรู้สึกได้ว่าตัวของเขาสั่นสะท้านไม่ต่างไปจากเธอ 

“แม่งเอ้ย!” สิ้นคำสบถหนสุดท้าย เขาจึงขยับกายออกห่างจากเธอ อ้อยเข้าปากช้างไปแล้วแต่ก็ต้องจำใจคายออกมาอย่างสุดแสนเสียดาย

สภาพหญิงสาวตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับผ้าปูที่ยู่ยี่ยับเยิน ร่างกายที่แม้จะไม่เปลือยก็คล้ายว่าเปลือย เสื้อยืดถูกร่นขึ้นไปกองอยู่บนเนินอก กางเกงขาสั้นที่ถูกดึงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า เธอจึงรีบดึงผ้าห่มมาคุมตัวเอาไว้  

“ลุกสิ! จะนอนรออะไรอีก” ราฟาเอลเอ่ยเสียงแข็ง สะบัดหน้าไม่ยอมหันไปมองเธอ ก่อนจะลุกลงจากเตียงเก็บตัวตนเข้ากางเกงตามเดิมก่อนจะเดินงุ่นง่านไปรอบๆห้อง 

ละอองทรายได้ยินเสียงถอนหายใจของเขาดังออกมาหลายหน พอเขาเหลือบมามองเธอก็ก้มหลบตา ภายใต้ผ้าห่มที่คลุมตัวเธอก็พยายามจัดแจงแต่งกายให้เรียบร้อยเท่าที่จะพอทำได้ เสร็จแล้วจึงฝืนทนเจ็บขยับลุกขึ้นนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่กลางเตียง มองเขาที่ยังเดินไปเดินมาไม่หยุด 

“ทำแบบนั้นทำไม” เงียบมานานในที่สุดก็เอ่ยออกมา เขากอดอกมองมาขณะที่ยืนหันหลังพิงประตูห้องน้ำที่ห่างจากเธอเป็นโยชน์ ทิ้งช่องว่างระหว่างกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

“ถ้าคุณฟังที่หนูนิดบอกสักนิด…” ละอองทรายเหลือบมองเขาที่ยืนห่างออกไป ทำราวกับว่ากลัวเธอจะลุกกระโจนเข้าไปข่มเหงเขาก็ไม่ปาน อีกอย่างคนที่จะเอ่ยคำนี้ต้องเป็นเธอมากกว่าไม่ใช่หรือ แต่ก็ทำได้แค่คิดอยู่ในใจเพราะเธอยังมีคดีเก่าที่เป็นความผิดติดตัว 

“ทำไมไม่บอกตั้งแต่วันนั้นเล่า มาบอกตอนนี้มันจะไปต่างอะไร” ราฟาเอลถอนหายใจอย่างนึกหงุดหงิด เขาคิดมาตลอดว่าทุกอย่างคืนนั้นมันเกิดขึ้นจริง ทำใจยอมรับแม้จะโดนครหาว่าพรากผู้เยาว์ก็ตามทีเพราะตอนนั้นเธออายุแค่17ปีเพียงเท่านั้น 

“…….” ละอองทรายได้แต่นิ่งงัน ต่างสิ เพราะถ้าเขาฟัง เธอก็จะไม่ต้องเสีย…แต่ก็ช่างเถอะพูดไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว 

“เพราะเงินจริงๆใช่มั้ย ที่มาสร้างเรื่องโกหกหลอกลวงก็เพราะอยากได้เงินเหมือนที่บอกวันนั้นใช่หรือเปล่า”  

“ใช่ค่ะ” ละอองทรายพยักหน้ารับ พราะอย่างน้อยมันก็มีความจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง และในเมื่อเขาเข้าใจแบบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้เขาได้ฟังอีก 

“เธอมันเหลือเกิน ละอองทราย” ราฟาเอลจ้องมองเธอด้วยแววตาผิดหวัง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป 

ปัง! เสียงประตูห้องที่ปิดลงดังขึ้นพร้อมๆกับประตูหัวใจของเธอที่ปิดลงด้วย แน่ชัดแล้วว่าเวลาเขานึกโมโหร้าย เขาเอาแต่ใจตัวเองได้ถึงเพียงไหน คงจะดีกว่าหากเธอจำกัดขอบเขตของหัวใจตนเองได้ เธอควรจะอยู่ในที่ของเธอและอยู่ในเส้นที่เธอขีดไว้แค่นั้นก็พอ 

เวลาต่อมา 

“คุณทรายกับป้าพุดไม่ต้องช่วยหรอกจะ นี่ก็ใกล้เสร็จกันหมดแล้ว เหลือแต่ก็ขับรถไปส่งให้คนงานที่ฟาร์มด้านหลังเกาะเท่านั้น” อารีหญิงสาวคนครัวเอ่ยขึ้น เมื่อละอองทรายและพุดซ้อนเดินเข้ามาอาสาช่วยเหลือหยิบจับในครัว  

“ให้พวกเราช่วยเถอะค่ะ นิดๆหน่อยๆช่วยกัน” ละอองทรายส่งยิ้มให้ ก่อนจะเข้าไปช่วยหยิบจับนั่นนี่ เพราะตั้งแต่ชายหนุ่มออกจากห้องไปเธอก็ยังไม่เห็นเขาอีกเลย ไม่รู้ว่าเขาจะให้เธอทำอะไรบ้าง จะนั่งรออยู่ในห้องเฉยๆก็ทำไม่ได้ เธอกับพุดซ้อนจึงพากันมาเข้าครัวเพื่อหวังว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง 

“ถ้าอย่างนั้นป้าพุดกับคุณทรายช่วยปรุงแกงเขียวหวานหม้อนั้นหน่อยนะจ๊ะ ฉันเพิ่งหัดทำครั้งแรก เห็นคนงานบ่นอยากกินกันน่ะจะเลยลองทำดู” อารีบอก 

“ได้เลยลูกเดี๋ยวป้าจัดการให้” พุดซ้อนรับคำ ก่อนจะเดินไปยังหม้อแกงเขียวหวานใบใหญ่ หยอดนั่นนิดเติมนี่หน่อย จนสุดท้ายก็ได้รสชาติเป็นที่ถูกอกถูกใจคนปรุง และคนชิมอีกสองคน 

“อร่อยมากเลยจ้ะป้าพุด ฉันก็ถนัดทำแต่พวกแกงใต้ มีป้าพุดมาอย่างนี้เห็นทีคนงานคงได้กินกันพุงกลางแน่” อารีเอ่ยด้วยรอยยิ้ม 

“มีอะไรให้ป้าช่วยก็บอกเลยนะ คนงานอยากกินแกงอะไรบอกป้าเลยป้ายินดีทำให้”  

“งั้นคงต้องรบกวนป้าพุดบ่อยๆแล้วล่ะจะ ว่าแต่นายหัวจะไม่ว่าเอาใช่มั้ยจ๊ะที่ฉันมาใช้คนของเมียนาย”  

“เอ่อ…”  

“ไม่หรอกจะ” ละอองทรายจะตั้งท่าปฏิเสธ แต่พุดซ้อนก็เอ่ยขัดขึ้นก่อน ปล่อยให้ใครต่อใครเข้าใจอย่างนั้นก็ดีแล้ว เพราะเธอไม่อยากให้ละอองทรายถูกใครกดหัวข่มเหงอีก อย่างน้อยขึ้นชื่อว่าเป็นเมียนาย คนก็ต้องเกรงใจอยู่บ้าง 

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันเอากับข้าวไปส่งคนงานก่อนนะคะ”  

“ทรายขอไปด้วยได้มั้ยคะ อยากไปเดินดูฟาร์มก่อนที่จะเริ่มทำงานด้วย” ละอองทรายเสนอขึ้น 

“ได้สิคะ งั้นไปค่ะ” อารีส่งยิ้มให้ นายหญิงช่างน่ารักนิสัยดี ต่างจากที่ใครๆคิดไว้มากทีเดียว 

ฟาร์มท้ายเกาะ

“ทำไมวันนี้พวกคนงานเงียบกันหมดเลย นี่เพิ่งเลยเวลาเลิกงานมาสิบนาทีเองนี่ เดี๋ยวนี้ชักขี้เกียจกันใหญ่แล้วสินะ” ราฟาเอลเดินออกมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ก็เอ่ยขึ้นกับเมฆาหรือเมฆ หนุ่มวัย29ปี ซึ่งนับเป็นเลขาคู่ใจที่ราฟาเอลไว้ใจให้ดูแลฟาร์มแทนเขาทั้งหมดยามที่เขายังบินไปๆมาๆระหว่างนิวยอร์กกับไทย 

“ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับนายหัว อยู่ที่เรือนกินข้าวนู่น” เมฆาตอบ 

“ไปดูหน่อยซิ หิวโซอะไรกันนัก ปกติก็เห็นทยอยกันไปกิน ทำไมวันนี้แห่กันไปจนฟาร์มเงียบไปหมด”  

“ไม่ได้หิวหรอกครับนาย เห็นว่าวันนี้นายหญิงเป็นคนลงมาตักอาหารให้พวกคนงานเอง มันเลยรีบวิ่งกันไป เห็นพากันชมเปาะว่านายหญิงสวยอย่างกับนางฟ้าเทพธิดามาดิน”  

“นายหญิง?”  

“เอ้า ก็เมียนายไงครับ นี่ลืมแล้วเหรอว่ามีเมีย” เมฆากระเซ้าแหย่ผู้เป็นนาย 

“ละอองทราย” ราฟาเอลกัดฟันกรอด ก่อนจะรีบสาวเท้ายาวไปยังเรือนกินข้าวทันที แม่ตัวดีนะแม่ตัวดี ใครใช้ให้ลงมาข้างล่างกัน ดูซิมาวันแรกหนุ่มทั้งฟาร์มก็พากันกรูไปหา เดี๋ยวเจอตัวก่อนเถอะน่าจะจับแม่เจ้าประคุณตีเสียให้เข็ดเชียว...


******************************************

อย่างนี้เรียกว่าได้มั้ยอะ5555^^ ใครรอให้อ้อยถูกเคี้ยวจนละเอียดก็รออีกนิดนะ ตอนนี้ให้คุณราฟพอได้ชิมๆก่อน ส่วนตอนหน้ามาดูว่าจะมีคนหึงเมียมั้ยน้อ^^



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น