มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

6 : แม่ช่อลดา (120%)

ชื่อตอน : 6 : แม่ช่อลดา (120%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2561 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6 : แม่ช่อลดา (120%)
แบบอักษร

(ต่อ)

"คุณคะ..."

เสียงของป้าอบดังขึ้นมาในความเงียบที่ปกคลุมอยู่รอบ ๆ ตัว   ขณะที่คุณผกากรองกำลังนั่งอยู่ในห้องนอน หลังจากที่บุตรสาวคนเดียวของตัวเองมาพูดเรื่องสำคัญด้วยแล้ว คุณผกากรองจึงหาเรื่องผละออกมาหาที่สงบเงียบอยู่ตามลำพัง ซึ่งก็คงไม่พ้นห้องนอนของตัวเอง โดยมีป้าอบ  ผู้ซึ่งเคยทำหน้าที่พี่เลี้ยงของตนมาก่อน  จากนั้นก็กลายมาเป็นแม่บ้านใหญ่ของบ้านชลันทรแทน และป้าอบผู้นี้ นอกจากสามีของตัวเองแล้ว ก็คือเพื่อนคู่คิดของตนด้วยนั่นแหละ

คุณผกากรองหันกลับมาสบตากับผู้สูงวัยกว่า แววตาทั้งคู่ได้สะท้อนออกมาซึ่งความหนักอกหนักใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

"เรื่องที่คุณหนูพูด ... เรื่องจริงหรือเปล่าคะ" ป้าอบค่อย ๆ ถาม เพราะตนก็ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน

คุณผกากรองพยักหน้ารับ นี่ก็เป็นเรื่องที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจของคุณผกากรองอยู่ทีเดียว ทำให้ตนเกิดความรู้สึกอึดอัด และน้อยใจอยู่เพราะ ความจริงก็เป็นอย่างที่ช่อลดาว่ามา ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน รุ่งระวีเพื่อนรักของตนเอง ได้มาเยี่ยมเยือนตนที่นี่ได้พูดคุยกันตามประสาเพื่อนฝูง ก่อนจะวกกลับมาพูดในเรื่องเด็ก ๆ ที่หมายถึงลูกสาวของตนและหลานชายคนเดียวที่รุ่งระวีได้เลี้ยงดูราวกับลูกชายแท้ ๆ 

ช่วงหนึ่ง รุ่งระวีเอ่ยว่าอยากจะเกี่ยวดองทั้งสองบ้านเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้น เมื่อเด็ก ๆ โตขึ้น จะให้ดรันหลานชายของรุ่งระวีและช่อลดาลูกสาวตนได้หมั้นหมายกันเอาไว้

แต่แล้วคำพูดเหล่านั้นก็เลือนหายไปกับวันและเวลา กระทั่งถูกกระทบให้กระเพื่อมขึ้นมาอีกครั้ง ที่ไม่ใช่มาจากคำพูดของช่อลดาหรอก แต่มาจากการกระทำของรุ่งระวีนั่นเอง เพราะหลายเดือนมาแล้วที่มีข่าวมาเข้าหูคุณผกากรองเป็นระลอก ๆ ว่ารุ่งระวีได้ใช้เวลาในแต่ละวันตระเวนดูตัวหญิงสาวให้กับหลานชายคนเดียวตามแวดวงของคนรู้จัก 

เนื่องจากใคร ๆ ก็รู้ว่ารุ่งระวีอยากให้หลานชายได้แต่งงานกับหญิงสาวที่เหมาะสม จากบ้านนั้นไปสู่บ้านนี้… ทว่า กลับข้ามบ้านหลังนี้ มองข้ามลูกสาวของตัวเองไป

ทีแรกคุณผกากรองก็รู้สึกน้อยใจอยู่ทีเดียว แต่เมื่อมาคิดดูอีกที ตนก็พอจะเข้าใจว่าทำไมรุ่งระวีถึงไม่ยอมเหลียวแลบุตรสาวคนนี้ ทั้งที่อีกฝ่ายก็เคยพลั้งปากอยากหมั้นหมายช่อลดาให้ดรัน นั่นก็เพราะช่อลดามีนิสัยที่ไม่น่ารักหลายอย่าง ทั้งเกียจคร้าน เอาแต่ใจ บางทีก็เจ้าอารมณ์ และชอบใช้วาจากระด้างไม่อ่อนหวานกับผู้คน ซึ่งก็เป็นนิสัยที่ตนเองได้พยายามแก้อยู่แล้วแต่ก็แก้ไขไม่ได้สักที

เมื่อใคร่ครวญได้ สุดท้าย คุณผกากรองจึงเข้าใจว่า ในเมื่อลูกสาวตนเองสอบตกคุณสมบัติของหญิงสาวที่ดี จะให้รุ่งระวีเอาชีวิตหลานชายคนเดียวของเขามาไว้กับลูกสาวคนนี้ก็ใช่ที่ คุณผกากรองเลยไม่นึกถึงเรื่องหมั้นหมายนั้นอีก แต่กับช่อลดาที่บอกกับตัวเองเมื่อครู่ ก็ทำเอาคุณผกากรองหนักใจขึ้นมาอีกครั้ง เพราะหากช่อลดาไม่ทราบเรื่องนี้เลยยังจะดีเสียกว่า 

แต่ช่อลดากลับรู้เรื่องการพูดจาหมั้นหมายในวันวาน แถมช่อลดาคงมีใจให้กับดรันไม่อยู่น้อยด้วย เมื่อครู่จึงได้อาจหาญมาทวงคำพูดต่อหน้าคนอื่น  ๆ 

ตอนนี้คุณผกากรองเริ่มกลุ้มใจขึ้นมาหลายอย่าง เนื่องว่าหากช่อลดามีใจให้กับดรัน  ฉะนั้นหัวอกของคนป็นแม่จึงอดรู้สึกสงสารเห็นใจบุตรสาวตัวเองไม่ได้เช่นกัน ขณะเดียวกันจะไปทวงถามเรื่องนี้กับรุ่งระวีเพื่อลูกสาวคนนี้ ตนก็ทำไม่ได้ด้วยเหตุผลหลายอย่างอย่างที่ว่ามา  และที่พลอยหนักใจที่สุดก็คือ จากแววตาที่งมุ่งมาดปรารถนาของช่อลดาก่อนหน้า ก็ทำเอาคุณผกากรองเริ่มรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมา  หากลูกสาวคนนี้ไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ก็คงไม่ยอมเลิกราจากเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่  เพราะนิสัยของช่อลดาที่ตนหนักใจอีกอย่างก็คือ การจะเอาชนะเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการนั่นเอง!

.

"ฉันไม่ยอมหรอกนะ!"

 ช่อลดากว่าอย่างเกรี้ยวกราด พร้อบตบมือลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดัง  จนสร้อยที่เพิ่งปิดประตูห้องพลอยสะดุ้งโหยงขึ้นมาด้วย

"เป็นผู้ใหญ่จะพูดจาพล่อย ๆ แล้วไม่รับผิดชอบ นั่นเหมาะสมหรือไง!"

"ไม่เหมาะหรอกค่ะ คุณลดา" สร้อยว่าอย่างเอาใจคนเป็นนาย พลางนั่งหมอบกระแตลงอยู่ตรงประตูห้องนอน พร้อมทอดสายตามองหญิงสาวที่กระแทกตัวลงนั่งกับเตียงนอนด้วยน้ำหนักพอควร พลางทำใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาขวางจัดไปด้วย

"หน็อย... ทีจะมาสั่งสอนเด็ก ๆ ให้เป็นคนรักษาคำพูดล่ะก็พากันพูดดีเชียว  แล้วทำไมตอนนี้พวกผู้ใหญ่ถึงไม่ยอมรักษาคำพูดพวกนั้นกัน!"

ช่อลดาก่นว่าอย่างโกรธเคือง พร้อมกับย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในวันนั้นเมื่อหล่อนยังเป็นเด็กหญิงอายุเจ็ดขวบอีกครั้ง  

ยามนั้นหล่อนยังเด็กก็เลยยังไม่เข้าใจความหมายคำว่า 'หมั้นหมาย' เท่าที่ควร กระทั่งโตขึ้นนั่นเอง จึงได้รู้ความหมาย และยิ่งลึกซึ้งกลายเป็นความต้องการมากขึ้นก็ตอนที่ หล่อนเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นอายุสิบห้าย่างสิบหก ตอนนั้นหล่อนได้ติดตามคุณแม่ไปเที่ยวคฤหาสน์อาจณรงค์ของคุณอารุ่งระวี แล้วก็ได้เห็นรูปถ่ายของดรันที่ถูกส่งมาจากประเทศอังกฤษเพื่อให้คนทางนี้ดู

เขา...ช่างเป็นชายหนุ่มที่ดูดีด้วยรูปร่างสูงในสูทสีกรม พร้อมด้วยหน้าตาหล่อเหลาจนหาใครมาเทียบไม่ได้ในความรู้สึกของช่อลดา   ใช่ จากภาพถ่ายเพียงใบเดียว หล่อนได้ตกหลุมรักเขาแล้วนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา 

และไม่นานมานี้ หล่อนก็บังเอิญได้พบเจอกับเขาอีกครั้ง หล่อนได้ติดตามคุณพ่อคุณแม่ไปที่วังเหมวัฒน์ที่เป็นค่ำคืนงานแต่งงานของคนที่คุณพ่อหล่อนรู้จัก  ดรันได้มาทักทายคุณพ่อและคุณแม่ แล้วก็ได้ทักทายหญิงสาวอย่างสุภาพตามด้วย  แต่แล้วเขาก็ขอตัวกลับไปอยู่ร่วมกับกลุ่มของเพื่อนเจ้าบ่าวเสีย

จากนั้น ช่อลดาจีงเข้าใจหัวอกของคนที่ถูกพิษรักกลุ้มรุมทำร้ายว่าเป็นอย่างไร หล่อนเข้าใจดีแล้ว เพราะหลังจากกลับจากงานแต่งงานในคืนนั้น ช่อลดาก็เอาแต่เฝ้าเพียรคิดถึงชายหนุ่มคนนี้อยู่ทุกขณะจิต  หากให้หล่อนนั่งนอนรออยู่เฉย ๆ ก็คงไม่สมหวังในรักเสียที วันนี้หล่อนจึงต้องลองพูดเรื่องหมั้นหมายนี้ขึ้นมากับคุณแม่เอง เพราะรู้ว่าคุณแม่น่าจะพูดกับคุณอารุ่งระวีได้ไม่ยาก

ทว่า ท่าทีของคุณแม่ที่ตอบกลับมาอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เมื่อครู่ บอกปัดแต่เพียงว่า นั่นเป็นคำพูดเชิงกระเซ้าเหย้าแหย่กันระหว่างผู้ใหญ่เท่านั้น  ไม่ใช่คำพูดที่จะสามารถยึดถือเอาเป็นคำสัญญามั่นหมายได้ เท่านี้ก็แสดงออกแล้วว่า ท่านไม่สามารถทำเพื่อให้ลูกสาวคนเดียวนี้สมหวังในรักได้แล้ว 

"สร้อย มาหาฉันหน่อย..."  ช่อลดาหันไปสั่งสร้อยที่นั่งอยู่ไม่ห่างออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

คนถูกสั่งเผลอกลืนน้ำลายลงคอทีเดียว แม้จะเริ่มหวาดหวั่นแต่เมื่อเป็นคำสั่งจากเจ้านาย สาวใช้อย่างตนก็ขัดไม่ได้ ว่าแล้วสร้อยจึงค่อย ๆ เข้าไปนั่งหมอบลงตรงข้างกายหญิงสาว 

ช่อลดาจึงได้วางมือข้างหนึ่งลูบลงตรงศีรษะสร้อย  แต่สร้อยกลับผวาแทนที่จะรู้สึกดีเพราะ... 

"โอ๊ย! คุณลดาอย่าจิกผมสร้อย...สร้อยเจ็บค่ะ!" 

ช่อลดาเหลือบมองมือข้างที่เผลอจิกทึ้งผมยาวของสร้อยอย่างเต็มกำมือ แม้สร้อยจะขอร้องอ้อนวอนอย่างเจ็บปวด แต่หญิงสาวก็หาคลายมือออกให้ไม่  ช่อลดากลับพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นเสียเองอีกว่า

"ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้มันเงียบหายไปอย่างนี้หรอกนะสร้อย ไม่มีทาง!"

.

ออกแนวจิตเนาะะะะะ … ดูหลอน ๆ ดี

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น