โฉมชบา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ลำพังสองเรา 50%

ชื่อตอน : ลำพังสองเรา 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.8k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2561 11:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลำพังสองเรา 50%
แบบอักษร

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ภาสน์ก็หันไปมองหน้าอิงดาว สิ่งที่เห็นคือสีหน้าเธอกลับมาสงบนิ่ง อาการตกใจเมื่อครู่หายไปปลิดทิ้ง ซึ่งก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นมาก เพราะแสดงว่าเธอหมดเยื่อใยกับผู้ชายเลวๆ คนนั้นแล้วจริง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากรู้ว่าเธอคิดยังไง

“คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้”

“มันสำคัญด้วยเหรอคะ” อิงดาวย้อนถาม เพราะไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ

ภาสน์ยักไหล่ เห็นท่าทางไม่แยแสของเธอแล้วก็รู้สึกถูกใจ แต่ไม่รู้เป็นอย่างไร เขาชอบเวลาที่เห็นเธอโต้ตอบกับเขาเพราะถูกยั่วให้โมโหจึงพูดต่อ

“ไม่รู้สิ เผื่อคุณจะมีข้อแก้ต่างอะไรให้เขา”

“ไม่มีหรอกค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอันสงบราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรในใจแล้วจริงๆ

“คุณใจร้ายจัง”

“สิ่งที่เขาทำกับฉัน ใจร้ายกว่า” อิงดาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นึกถึงเหตุการณ์ที่กฤชพลทำกับเธอแล้วยังกลัวไม่หาย หากวันนั้นคนที่ซื้อเธอไปไม่ใช่ภาสน์ และเธอไม่สามารถเอาตัวรอดออกไม่ได้ ป่านนี้เธอคงรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในนรกทั้งที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลบ

“ผมอาจจะต้องไล่แฟนคุณออก” คราวนี้ภาสน์กล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ ตามกฎของบริษัท หากพบว่ากฤชพลทุจริตจริงก็คงเอาไว้ไม่ได้

อิงดาวถอนหายใจหนักๆ แล้วแย้งในสิ่งที่เขาพูดผิด

“อดีตแฟนค่ะ ไม่ใช่แฟน”

“อ้อ...อดีตแฟน คุณว่าผมใจร้ายกับเขามากไปไหม” ไม่รู้ทำไมเขาเหมือนกันที่เขาอต้องการอยากรู้ความรู้สึกของเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งที่หากฝ่ายนั้นทำผิดจริงนอกจากจะไล่ออกแล้วยังสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้อีกด้วย

“มันก็เป็นไปตามกฎของบริษัทนี่คะ มันก็ควรเป็นไปตามนั้น”

ภาสน์พยักหน้า และมองเธออย่างจริงจังอีกครั้งเพราะเขามีข้อสงสัยบางอย่างที่ค้างคาใจมาจนถึงตอนนี้

“อย่าหาว่าผมละลาบละล้วงเลยนะ ผมไม่เข้าใจเลยว่าคนฉลาดอย่างคุณทำไมถึงคบหมอนี่เป็นแฟน ทั้งที่น่าจะมีคนมาขายขนมจีบคุณมากมาย”

“ฉันต้องตอบด้วยเหรอคะ”

“ตอบหน่อย ผมอยากรู้”

“พี่กฤชเคยเป็นคนดีค่ะ เขาเคยช่วยชีวิตฉันครั้งหนึ่งจากการจมน้ำ แต่หลังๆ น่าจะติดพนัน ทำให้กลายเป็นแบบนี้” เธอตอบไปตามความเป็นจริง การคบหากับกฤชพลไม่ได้ใช้เวลาแค่วันสองวัน เธอศึกษาดูใจกับเขาเป็นปี โดยอยู่ในสายตาพ่อแม่ เขาเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่รู้จักพวกเสี่ยอู๊ด คนพวกนั้นชักนำให้กฤชพลเสียคน

แต่เธอไม่โทษคนพวกนั้นหรอก เพราะหากอดีตแฟนหนุ่มของเธอนั้นเป็นคนใฝ่ดี เขาคงไม่ถูกลากไปสู่อบายมุขพวกนั้น

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” ภาสน์พยักหน้ารับรู้ แล้วกล่าวต่อ “เพื่อเห็นแก่คุณ ผมจะบอกให้เขามาลาออกเอง คุณว่าเป็นไง”

อิงดาวมองเขาด้วยความแปลกใจ ตอนแรกเธอนึกว่าเขาล้อเล่น แต่เมื่อเห็นแววตาจริงจังก็รู้ว่าภาสน์พูดจริง

สำหรับเธอไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะใจเธอหมดเยื่อขาดใจจากชายหนุ่มตั้งแต่วันที่เขาลวงเธอไปขาย ส่วนข้อเสนอของภาสน์นั้นมันก็จะดีต่อกฤชพลตรงที่ไม่มีประวัติเสียหายติดตัว แค่ลาออกเหมือนคนทั่วไป จะไปสมัครที่ไหนก็ทำได้ ดังนั้นคำตอบของเธอคือไม่อยากออกความเห็น จึงกล่าวอ้อมๆ ไป

“จริงๆ มันก็ต้องแล้วแต่คุณ และกรรมการบริหาร”

ภาสน์เคาะนิ้วกับโต๊ะอย่างครุ่นคิด และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจไม่ทำลายอนาคตของกฤชพล เพราะยังเชื่อว่าบางทีควรให้โอกาสอีกฝ่ายแก้ตัว แต่เป็นที่อื่นไม่ใช่ที่นี่

“งั้นก็ตามนี้ แต่คงต้องรอหลักฐานการทุจริตมาก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที”

อิงดาวได้แต่เงียบ เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องนี้ และสำหรับเธอ ต่อให้กฤชพลตกระกำลำบากขนาดไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับเธออีกแล้ว

เมื่อเรื่องของกฤชพลผ่านพ้นไป ภาสน์ก็หันมาสั่งงานใหม่กับเธอ

“เดี๋ยว เสาร์นี้เตรียมไปงานนอกสถานที่กับผมด้วย ค้างหนึ่งคืน”

“ค้างด้วยเหรอคะ” เธอทวนคำอย่างตกใจ เหตุการณ์เมื่อคืนโผล่เข้ามาในสมองทันที ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้เธอรู้ว่าเขาอันตรายกว่าที่คิด

และเหมือนภาสน์จะรู้ความคิดของเธอ ก่อนที่เธอจะปฏิเสธเขาก็ยื่นซองมาให้

“งานจริงๆ นี่ไง การ์ดเชิญ”

ภาสน์ส่งซองกระดาษสีน้ำเงินให้กับอิงดาวดู เมื่อเธอเปิดออกก็พบว่าเป็นการ์ดเชิญไปงานวันเกิดของนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่ง แม้จะไม่อยากไป แต่หน้าที่ทำให้เธอยากที่จะบิดพลิ้ว

“ได้ค่ะ”

เธอตอบรับก่อนที่จะหมุนกายจากไป โดยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น