มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

6 : แม่ช่อลดา (70%)

ชื่อตอน : 6 : แม่ช่อลดา (70%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2561 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6 : แม่ช่อลดา (70%)
แบบอักษร

(ต่อ)

แม้จะทำใจแล้วว่า เมื่อลงมาจากห้องนอนมาแล้ว จะได้เห็นภาพอะไรบ้าง กระนั้นยามที่ดวงตาคมของช่อลดาที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็ทำเอาหล่อนต้องยกมือขึ้นมากอดอกจนบ่นงึมงำออกมาว่า

"จะอะไรกันนักกันหนานะ!"

เพราะภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า ก็คือภาพที่คุณแม่ของหล่อนกำลังนั่งบงการ สาวใช้อีกสองคนให้ช่วยกันปลดผ้าบังตาที่ขึงตามหน้าต่างออก แล้วจะเอาของใหม่ ที่ท่านเพิ่งได้มาเข้าไปเปลี่ยนแทน โดยมีป้าอบแม่บ้านและถือว่าผู้ช่วยมือขวาของท่านอยู่ช่วยด้วยกันอีกคน

"ลายน่ารักเชียวนะคะคุณผกา ฉลุเป็นลายเถาองุ่นดูกระจุ๋มกระจิ๋มเชียว" ป้าอบเอ่ย ขณะหยิบผ้าผืนหนึ่งสีฟ้าอ่อนขึ้นมาลูบตรงลวดลายผ้าที่ได้รับการฉลุลายเป็นเถาองุ่นพวกเล็กพวงน้อยไปด้วยยามที่มือหยาบกร้านข้างนั้นได้ลูบไล้ 

"นั่นน่ะสิ เขาเข้าใจทำนะ...ฝีมือละเอียดลออดี" เสียงของคุณผกากรองเอ่ยผสม พร้อมกับทอดมองผ้าที่ตนเพิ่งแวะไปรับมาก่อนหน้าด้วยความสุข เนื่องจากคุณผกากรองมีความนิยมชมชอบในงานฝีมือเช่นนี้อยู่ไม่น้อยด้วย

จะมีค่าอะไรกันนักกันหนาเชียว! ช่อลดาเอ่ยประชดอยู่ในใจเพราะมารดาหล่อนและป้าอบได้ทำราวกับผ้าที่วางพาดบนตักตนเองเป็นของมีค่ากันอย่างนั้น พากันชื่นชมยินดีอย่างไม่มีหยุด หากเป็นเพชรพลอย แก้วแหวนเงินทองหล่อนก็ว่าไปอย่าง

ช่อลดามองผ้าเหล่านั้นด้วยสายตาดูแคลนอีกครั้ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาท่านแล้วถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างกระด้างว่า "นี่คุณแม่กำลังทำอะไรกันอยู่นี่"

คุณผกากรองหันกลับมามองบุตรสาวคนเดียวที่มีสีหน้าติดจะบึ้งตึงเล็กน้อย พลางตอบ "แม่กำลังปลดเอาผ้าม่านเก่าออก แล้วเอาผืนใหม่เข้าไปเปลี่ยน"

"คราวที่แล้วก็เพิ่งเปลี่ยนไป...ไม่นานนี่คะ"

"แต่เปลี่ยนบ่อย ๆ จะทำให้บ้านช่องน่าอยู่นะคะ ไม่ซ้ำซาก ไม่น่าเบื่อ" ป้าอบคนสนิทของคุณแม่ตอบแทน 

ช่อลดาจึงรีบบิดริมฝีปากอย่างดูแคลน "ก็แค่จะเปลี่ยนผ้าบังตาตามหน้าต่าง ให้คนใช้ทำให้ก็พอ คุณแม่ไม่จำเป็นจะต้องมานั่งเฝ้าดูถึงขนาดนี้หรอกค่ะ"

"แม่ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ ลดาเองก็รู้นี่..." 

คุณผกากรองตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะมองบุตรสาวนิ่ง จนช่อลดาเริ่มรู้ตัวว่ากำลังถูกตำหนิแล้วจึงเป็นฝ่ายหลบสายตาของท่านไปที่อื่นแทน เพราะเรื่องงานพวกนี้หล่อนและผู้เป็นแม่มักจะมีความเห็นตรงกันข้ามกันมาตลอดอยู่แล้ว  บทบาทของคุณแม่หล่อนท่านต้องรับผิดชอบงานการภายในบ้าน โดยนอกบ้านนั้นก็มีคุณพ่อเป็นผู้ดูแลกิจการอยู่แล้ว  ท่านจึงรับผิดชอบงานในบ้านได้ดีอย่างไม่เคยที่ขาดตกบกพร่องเสมอมา

เมื่อมองใบหน้าสวยคมของลูกสาวอยู่ครู่ คุณผกากรองจึงขอสอนลูกสาวคนเดียวในเรื่องนี้เพิ่มอีกว่า "ลดาเองก็เหมือนกันนะลูก ต้องหัดเรียนรู้เรื่องพวกนี้เอาไว้ให้มาก ๆ อีกหน่อยหากต้องแต่งงานแต่งการไป พวกนี้ก็ถือว่าเป็นวิชาความรู้ของแม่ศรีเรือนให้ติดตัวเอาไปใช้ได้อยู่เสมอ..."

"จริงอย่างที่คุณแม่ว่านะคะ คุณหนู..." ป้าอบขอเสริม สอนหญิงสาวราวบุตรหลานแท้ ๆ ด้วยรอยยิ้มอย่างเอ็นดูเพราะตนก็ได้ช่วยเลี้ยงหญิงสาวมาด้วย  ทว่าจิตใจที่หยาบกระด้างของคนฟังกลับไม่สามารถสัมผัสถึงความเมตตาของป้าอบได้เลย เอาแต่ตั้งแง่รังเกียจหาว่าป้าอบพร่ำสอนแต่เรื่องคร่ำครึ!

 "...ดูอย่างคุณพ่อของคุณหนูแต่งงานกับคุณแม่มาหลายปี ไม่มีเลยที่คุณผู้ชายจะวอกแวกไปไหน เลิกงานทีไร ก็ตรงกลับบ้านทุกครั้ง เพราะว่าคุณแม่ชอบทำบ้านช่องให้น่าอยู่สะอาดสะอ้านอย่างนี้ คุณผู้ชายกลับมาถึงทีไรจึงชอบพูดอยู่เสมอว่ารู้สึกชื่นใจสบายตาทุกครั้งนะคะ"

หญิงสาวที่ราวกับกำลังถูกหัดอบรมเรื่องพวกนี้อีกแล้วจึงรีบเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง แล้วมองคนสนิทของมารดาด้วยแววตาวาวจัด จนป้าอบต้องรีบก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วช่อลดาจึงกล่าวตามความคิดของหล่อนไปว่า "การจะทำให้สามีรัก สามีหลง ไม่เห็นจะต้องทำเรื่องพวกนี้ให้ยุ่งยากเลย แค่รู้จักเอาใจยามนอน…" 

"ตายจริง!" น้ำเสียงที่ถูกลดเบาลงของบุตรสาว พอจะทำให้คุณผกากรองที่นั่งอยู่ใกล้ได้ยิน 

คุณผกากรองตวัดมือทาบอก เบิกดวงตาเรียวรีขึ้นมอง คำพูดสองแง่สองง่ามออกแนวหยาบโลนนี้ตนไม่เคยสอน หรือพูดให้บุตรสาวได้ยินเลยสักครั้ง  "นี่ ลูกไปเอาคำพูดพวกนี้จากที่ไหนมา!"

ช่อลดาจึงรีบชี้ไปที่ใบหน้าของสร้อยที่เดินติดตามหล่อนมาไม่ห่างแต่แรก แล้วบอกผู้เป็นแม่ "สร้อยสิคะ สร้อยเคยบอกลดามาอย่างนี้"

สร้อยจึงรีบก้มหน้า รีบแก้ตัวด้วยสีหน้าตกใจ ไม่คิดว่าคุณลดาจะกล้าเอาคำพูดของตนที่เคยพูดกันมาบอก มาพูดให้คุณแม่ทราบ  "สร้อย สร้อยก็ฟังมาจากละครวิทยุอีกทีค่ะ"

ป้าอบมองสร้อยหลานสาวตนอย่างไม่ชอบใจ ขยับตัวเข้าไปใกล้แม่หลานตัวดีได้แล้วจึงหยิกลงที่สีข้างของอีกฝ่ายทันใด 

"โอ๊ย เจ็บนะป้า!" สร้อยบอกพลางลูบตรงที่โดนป้าหยิกตาม

"เจ็บสิดีจะได้จำ! พูดจาทะลึ่งตึงตังเกินหญิงแบบนี้มันไม่งาม" แล้วป้าอบก็อบรมหลานสาวต่อหน้าเจ้านายอีกชุด

"ไม่พูดถึงเรื่องนี้กันดีกว่า..." ช่อลดารีบตัดบท ว่าแล้วก็เบียดตัวนั่งลงใกล้กับผู้เป็นแม่ เข้าเรื่องที่ต้องการจะพูดกับท่านเสียที "ลดามีเรื่องที่จะถามคุณแม่ค่ะ เรื่องสำคัญของลดา"

คุณผกากรองมองบุตรสาวอย่างสนเท่ห์ขึ้น "เรื่องอะไรลูก"

"ก็เรื่องที่ คุณอารุ่งเคยพูดต่อหน้าคุณพ่อ คุณแม่ตรงนี้ว่า ถ้าหากลดาโตขึ้น จะให้พี่รันหมั้นกับลดา"

คุณผกากรองมีสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดขึ้นมา "ลูก...ลดา! " 

ช่อลดามองมารดาที่ทำสีหน้าทั้งประหลาด และตกใจ อย่างคาดไม่ถึงว่าหล่อนจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา และคงคาดไม่ถึงว่าหล่อนจะรู้เรื่องนี้ด้วย 

คุณผกากรองเหลือบมองดูสาวใช้และป้าอบ แม้จะเป็นนายแต่คุณผกากรองก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่แฝงไว้ได้วยความกระดากอายของแต่ละคนที่มีต่อบุตรสาวคนเดียวของตัวเอง แล้วหันมาตำหนิบุตรสาวอีกว่า  "เป็นผู้หญิงพูดเรื่องแบบนี้ออกมาเองได้อย่างไรกันลูก แล้ว...ลดาไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน หรือว่า..." ว่าแล้วจึงเบนสายตาไปทางสร้อย

สร้อยจึงส่ายหน้าหลุกหลิกปฏิเสธ "ไม่ ๆ ค่ะ คุณผู้หญิง สร้อยไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้คุณหนูฟัง และสร้อยก็ไม่รู้เรื่องนี้ด้วยค่ะ"

"คุณแม่ไม่ต้องไปถามสร้อยหรอก ลดารู้เรื่องนี้ด้วยตัวเองค่ะ" ช่อลดายิ้ม ท่าทีไม่ได้ทุกข์ร้อนเหมือนคุณแม่ แล้วบอกความจริงว่าหล่อนรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่พวกผู้ใหญ่ไม่เคยบอกหล่อนเลยสักครั้ง "ตอนเด็กลดาแอบฟังคุณแม่และคุณอารุ่งพูดคุยกันจากตรงนั้น..." 

ช่อลดาชี้ไปยังชั้นวางของที่อยู่ไม่ห่างจากบันได ตอนนั้นหล่อนอายุราวเจ็ดขวบ หล่อนกำลังเดินลงบันไดมา ได้ยินเสียงพูดคุยของผู้ใหญ่ที่นั่งคุยกันอยู่ เป็นคุณแม่และคุณพ่อหล่อนกำลังนั่งรับแขกคือเพื่อนคนสนิทของคุณแม่กับสามี ซึ่งหล่อนก็มาทราบภายหลังว่า เป็นคุณอารุ่งระวี และคุณลุงอัศวิน อาจณรงค์นั่นเอง 

ช่อลดาจึงแอบยืนอยู่ด้านหลังชั้นวางของเพื่อลอบฟังพวกผู้ใหญ่คุยกัน โดยช่วงหนึ่งของการสนทนาหล่อนจำได้ดีว่า คุณอารุ่งระวีได้เอ่ยคำพูดที่สำคัญไหนออกมา...

'แหม ถ้าเด็ก ๆ โตขึ้น เราก็ให้ทั้งสองคนเขาหมั้นกันเลยดีมั้ย'

 แม้จะเป็นคำพูดเชิงกระเซ้าเย้าแหย่กันก็ตาม แต่สำหรับช่อลดา หล่อนเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรทำเป็นเรื่องเล่น ว่าแล้วจึงจ้องใบหน้าที่ค่อย ๆ ซีดเผือดของคุณแม่ด้วยแววตานิ่งสงบ เยือกเย็น พลางกดรอยยิ้มลงมุมปากเล็กน้อย หมายมาดต่อเรื่องนี้อย่างแรงกล้า ซึ่งก็ได้สร้างความรู้สึกร้อน ๆ  หนาว ๆ ต่อคุณผกากรองที่ยังมองใบหน้าบุตรสาวอยู่ไม่น้อย

"ว่าอย่างไรคะ คุณแม่..." ช่อลดาถามย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบและใช้กิริยาดุจเดิมคือนิ่งสงบ หล่อนหมายมาดต่อเรื่องนี้ด้วยใจแรงกล้า เพราะหล่อนถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของหล่อน เนื่องจากผู้ชายที่หล่อนอยากผูกใจเขาให้รักแต่หล่อนคนเดียวก็คือ 

พี่รัน หรือดรัน อาจณรงค์ นั่นเอง! 

.

อึยยยย...งานนี้จะต้องมีใครสักคนที่มือเปื้อนเลือด ได้กลิ่นคาวเลือดมาละ... เชื่อไรต์เซ่!!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น