กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่2.2 เรื่องคืนนั้น

ชื่อตอน : บทที่2.2 เรื่องคืนนั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 64.2k

ความคิดเห็น : 85

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2561 20:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่2.2 เรื่องคืนนั้น
แบบอักษร

ไร่จอนห์สัน 

“ป้าพุดคะ อย่าเลยค่ะอย่าทำแบบนี้เลย” ละอองทรายเอ่ยห้าม พลางกอดแขนของพุดซ้อนเอาไว้แน่น เมื่อเข้ามายังไร่จอนห์สันที่อยู่ติดกับไร่ชนกานต์ 

“นี่เป็นทางเดียวที่หนูนิดจะได้ออกไปจากบ้านไร่ชนกานต์ หนูนิดจะได้ไปมีชีวิตใหม่ ได้เรียนหนังสือตามที่ตั้งใจเอาไว้” พุดซ้อนบอกกับสาวน้อยที่ยังคงกลัวที่จะทำตามแผนการของเธอ แต่เธอคิดไตร่ตรองมาดีแล้ว วิธีนี้คือหนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ละอองทรายได้เป็นอิสระจากการถูกรังแกเสียที 

“แต่…จะมีแต่คนเสียหาย”  

“ทนเอานะลูกนะ เรื่องนี้อาจเป็นขี้ปากชาวบ้าน แต่เดี๋ยวเราก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว พอเราไปเดี๋ยวทุกคนก็ลืม ส่วนคุณราฟาเอลเป็นผู้ชาย เขาไม่เสียหายอะไรหรอก หนูนิดเชื่อป้านะคะ” พุดซ้อนพยายามพูดให้หญิงสาวได้เข้าใจ รู้ดีว่าเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นมันไม่ถูกไม่ควรแต่ก็ต้องทำเพราะเธอมองไม่เห็นทางใดที่จะดีกว่านี้อีกแล้ว 

“ป้าพุดจะมารับหนูนิดแต่เช้าเลยใช่มั้ยคะ”  

“ค่ะ ป้าจะรีบมา”  

“หนูนิดจะรอป้าพุดนะคะ” ละอองทรายมองหน้าพุดซ้อนน้ำตาคลอ หวาดกลัวและหวั่นเกรงไปหมดทุกอย่าง 

“ตอนนี้หนูนิดเข้าไปในบ้านนะคะ แล้วทำทุกอย่างตามที่ป้าบอก ตอนเช้าป้าจะรีบมารับ แล้วเราจะได้ไปจากที่นี่โดยไม่มีใครกล้าไปตามรังควานพวกเราอีก” พุดซ้อนกำชับหนักแน่น 

“ค่ะ” ละอองทรายพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังสวนองุ่นกว้างขวาง โชคดีที่ตอนนี้คนงานต่างเข้านอนกันหมดแล้ว จึงทำให้ทางสะดวกกว่าที่คิดเอาไว้เยอะทีเดียว 

ห้องราฟาเอล

ละอองทรายค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้อง มันไม่ได้ล็อกตามที่พุดซ้อนได้บอกเอาไว้ ไม่รู้ว่าพุดซ้อนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนี้ได้อย่างไร แต่นี่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาสงสัย เพราะยังมีสิ่งยิ่งใหญ่ที่เธอต้องทำ นั่นก็คือการทำให้ความปรารถนาของเธอเป็นจริง 

เธอเดินไปยังเตียงกว้าง ที่มีร่างสมบูรณ์แบบของชายหนุ่มนอนอยู่ ที่พื้นและโต๊ะข้างเตียง มีทั้งขวดเหล้าและขวดไวน์วางกระจัดกระจาย ไม่บอกก็รู้ว่าเขาคงจะดื่มหนักจนนอนหลับไม่ได้สติอยู่แบบนั้น 

“หนูขอโทษนะคะ” ละอองทรายจ้องมองใบหน้าของเขาแล้วเอ่ยออกไป ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือที่สั่นเทาไปปลดตะขอกางเกงของเขาออก ด้วยความที่ไม่กล้าและเขาก็ตัวหนักอึ้ง เธอจึงถอดออกอย่างยากเย็น พยายามจับเขาพลิกซ้ายพลิกขวาอยู่นานจนในที่สุดก็ถอดได้เป็นอันสำเร็จ ยังดีที่เขามิได้สวมเสื้อไม่อย่างนั้นคงทุลักทุเลมากกว่านี้อีกเป็นแน่ 

“เพนนี…ทำไมทำแบบนี้ ทำไมทิ้งกันไปเพนนี…”  

“เอ่อ…คือ..คือ..” ละอองทรายตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆคนที่เธอคิดว่าหลับก็ขยับกาย แล้วดึงตัวเธอให้ลงไปนอนโดยมีเขาทาบทับเอาไว้ 

“เพนนี เพนนี...” คนเมาเอ่ยเรียกชื่อเดิมซ้ำๆ พลางซุกไซ้ลงที่ซอกคอหอมของหญิงสาว  

“อย่า…อย่าค่ะหนูไม่ใช่…” ละอองทรายพยายามเบือนหน้าหนี ร่างกายผวาเฮือกเมื่อริมฝีปากอุ่นของเขาขบเม้มและดูดดึงที่ลำคอของเธอ มือเล็กยกขึ้นทั้งผลักทั้งดันเขาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล 

“เพนนีของฉัน…” แต่ดูเหมือนยิ่งเธอดิ้นเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น แน่นขึ้นจนเธอไม่หลงเหลือพื้นที่ให้หลีกหนีได้อีกต่อไป

เช้าวันต่อมา

“หนูนิด! หนูนิดลูก!” เสียงของพุดซ้อนดังโหวกเหวกโวยวายขึ้น คราแรกแค่แสร้งทำเสียงดังเพื่อให้ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมา แต่พอเข้าไปในห้องแล้วพบกับเนื้อตัวของละอองทรายก็ถึงกับต้องเสียงดังด้วยความตกใจขึ้นมาจริงๆ 

“นี่…นี่มันอะไรกันครับ นี่เธอ..” ราฟาเอลขยับกายลุกขึ้นมาด้วยความงงงวย และก็ต้องเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวตัวเล็กที่นั่งซุกกายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่บนเตียงเดียวกันกับเขา 

“พุดซ้อนพาหนูทรายไปแต่งตัวดีๆแล้วลงไปคุยกันข้างล่าง” วัลลพที่เดินตามเข้ามาเอ่ยขึ้น พุดซ้อนจึงประคองสาวน้อยให้ลุกลงจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องไป 

“นี่ผม…”  

“ลงไปคุยกันข้างล่างดีกว่านะครับ” วัลลพบอก ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเช่นเดียวกัน 

“ทำอะไรลงไปวะเนี่ย” ราฟาเอลพึมพำ พลางยกมือขยี้ศีรษะของตนเอง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคราบเลือดบนผ้าปูยับยู่ยี่ นี่เขาเมาไม่รู้เรื่องราวจนทำเรื่องเลวร้ายลงไปอย่างนั้นหรือ 

เวลาต่อมา ห้องรับแขก 

“ตกลงมันยังไงกันหนูทราย คุณราฟาเอลได้ทำอะไรหนูหรือเปล่า” วัลลพทำหน้าที่ซักไซ้ไล่เลียง โชคดีที่วันนี้ภรรยาและลูกสาวของเขาพากันไปทำเรื่องทรัพย์สินมรดกกันแต่เช้าไม่อย่างนั้นเรื่องคงจะวุ่นวายมากกว่านี้เป็นแน่

“ค่ะ” ละอองทรายพยักหน้ารับ 

“คุณราฟาเอลครับ คุณ…”  

“ผมจำไม่ได้ครับคุณลพ ผมรู้ว่าผมเมา ผมนั่งดื่มอยู่ในห้องนอนผมจำได้แค่นั้น” ราฟาเอลเอ่ยออกมาก่อนที่วัลลพจะถามจบ 

“คุณราฟเขาบอกว่าจำอะไรไม่ได้น่ะ” วัลลพหันไปแปลถ้อยคำให้พุดซ้อนและละอองทรายได้ฟัง 

“พูดอย่างนี้จะไม่รับผิดชอบกันหรือไงคะ” พุดซ้อนทำทีโวยวายขึ้น

“หลักฐานก็มีให้เห็นอยู่ คุณลพดูเนื้อตัวคุณทรายสิคะ” พุดซ้อนบอกพลางลูบไปที่ร่องรอยตามลำคอของละอองทราย 

“ใจเย็นๆนะพุดซ้อน” วัลลพเอ่ยห้าม 

“เย็นได้ยังไงคะก็คุณทรายถูกปู้ยี่ปู้ยำขนาดนี้”  

“คุณลพครับช่วยถามเขาหน่อยว่าเด็กคนนี้เข้ามาในบ้านผม เข้ามาห้องนอนผมได้ยังไง”  

“อะไรคะคุณลพเขาพูดอะไร จะไม่รับผิดชอบใช่มั้ยทำหน้าแบบนั้น”  

“ผมอยากรู้ครับคุณลพ เธออาจจะจัดฉากเพื่อหวังจะจับผมก็ได้”  

“คุณลพต้องให้ความเป็นธรรมกับหนูทรายนะคะ” พุดซ้อนยังคงเถียงคอเป็นเอ็น แผนที่วางไว้มันไม่ได้คาดว่าจะเป็นแบบนี้เลยสักนิด คิดว่าเรื่องจะเงียบแล้วชายหนุ่มจะยอมรับผิดชอบง่ายๆเสียอีก แต่ก็เอาวะใครจะว่าอีพุดซ้อนหน้าด้านหน้าทนก็ยอม ขอแค่ให้เธอได้พาละอองทรายออกไปจากที่นี่ก็พอแล้ว 

“พอเถอะค่ะ! ทุกคนเลย” ละอองทรายเอ่ยขึ้นพลางค่อยๆลุกขึ้นยืน สองมือยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของตน ไม่คิดว่าการตัดสินใจทำเรื่องเมื่อคืนมันจะทำให้เธอต้องมานั่งเป็นผู้หญิงไร้ยางอายเรียกร้องให้ใครรับผิดชอบตัวเองแบบนี้เลย 

“ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรทรายทั้งนั้นค่ะ จบกันแค่นี้นะคะคุณลุง ฉันขอโทษค่ะ” ละอองทรายบอกกับวัลลพ ก่อนจะหันไปยกมือไหว้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ 

“หนูนิด”  

“กลับบ้านเราเถอะค่ะป้าพุด หนูนิดอยากกลับบ้าน” ละอองทรายเอ่ยเสียงสั่นเครือพลางจับมือพุดซ้อนเอาไว้ ในเมื่ออะไรๆมันไม่เป็นอย่างที่คิด เธอก็จะยอมรับชะตากรรมอันเลวร้ายยอมอยู่ที่ไร่เพื่อให้ศรศรีและศิรสาโขกสับต่อไป 

“ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างครับ” ราฟาเอลลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยคำเป็นมั่นเป็นเหมาะกับวัลลพ ก่อนจะหันหน้าไปมองหญิงสาว สายตาสำรวจตรวจสอบร่างอรชรก็คาดคะเนได้ว่าเขาคงทำร้ายเธอลงไป ทั้งรอยจูบที่ลำคอระหง และท่าเดินของเธอที่ดูจะมีอาการเจ็บกาย ไหนจะรอยเลือดบนที่นอนนั่นอีก แค่นี้ก็คงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเขาคงมีอะไรกับเธอเพียงแต่เขาคงจำไม่ได้เท่านั้น ซ้ำหน้าแสนเศร้าของเธอนั้นทำให้เขาปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ลงเอาเสียเลย

“แน่ใจนะครับ” วัลลพเอ่ยถาม 

“ครับ” ราฟาเอลพยักหน้ารับ 

“ผมขอคุยกับเธอตามลำพังได้มั้ยครับ พูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่า” ราฟาเอลบอกกับวัลลพ ก่อนจะหันหน้าไปถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ 

“นิดหน่อยค่ะ” ละอองทรายตอบไป 

“ถ้าอย่างนั้นคุยกันไปนะครับ ผมกับพุดซ้อนจะรอด้านนอก” วัลลพบอก ก่อนจะพาพุดซ้อนเดินออกไป 

“เธอเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง” เมื่อเหลือเพียงสองต่อสองราฟาเอลจึงเริ่มตั้งคำถาม 

“ฉัน…ฉัน…”  

“จะจับฉันใช่มั้ย อยากได้เงินใช่มั้ย”  

“ไม่ใช่ค่ะคือว่า…คือ...”  

“คืออะไรตอบมาสิ อ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้”  

“ใช่ค่ะ ฉันอยากได้เงินของคุณ” ละอองทรายตอบรับ แม้อยากจะอธิบายแต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะเธอพูดภาษาอังกฤษได้ไม่เยอะนัก ฟังเขาออกแต่ก็ไม่รู้จะตอบเป็นประโยคกลับไปยังไง เลยจำต้องตอบประโยคแบบเดิมกับเขาเพื่อที่จะให้บทสนทนามันจบๆไป 

“จะเอาเท่าไร”  

“เอ่อ…ค่าเรียนค่ะ ขอค่าเรียนมหาวิทยาลัย4ปี” ละอองทรายตอบ 

“ได้ ตกลงตามนี้ เรื่องระหว่างเธอกับฉันจะไม่มีอะไรผูกมัดกันไปมากกว่านี้ ต่างคนต่างอยู่ ฉันจะส่งเสียค่าเล่าเรียนให้เธอจนจบ หลังจากนั้นก็ทางใครทางมัน”  

“ค่ะ” ละอองทรายฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่ก็พอจะจับใจความได้ว่าเขาจะส่งเธอเรียน ได้ยินเพียงแค่นี้เธอก็พอใจแล้ว 

“เห็นหน้าซื่อๆใสๆ แต่หน้าเงินกว่าที่ฉันคิดนะ ไร้ยางอายขนาดที่เอาความบริสุทธิ์ตัวเองมาแลก” ราฟาเอลเอ่ยเหน็บแหนมออกไป  

“ค่ะ” อีกครั้งที่ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างแต่ก็พอรู้ว่าเขาด่าทอต่อว่ามา ถึงกระนั้นก็พยักหน้ารับไปอย่างไม่คิดปฏิเสธ เพราะรู้ดีว่าเธอทำผิดจริง เขาจะด่าจะว่ายังไงก็สุดแล้วแต่ เพราะสิ่งเดียวที่เธอปรารถนาก็คือการได้ออกไปจากที่นี่ แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที 

ปัจจุบัน 

“เฮ้อ…” ราฟาเอลถอนหายใจเบาๆ เมื่อคิดถึงเรื่องสี่ปีก่อนก็ต้องหนักใจทุกที ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะต่างคนต่างอยู่แท้ๆ ไม่มาพบหน้าเธอสี่ปีไม่เคยเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร แต่มาเจอวันนี้แค่ไม่กี่ชั่วโมงกลับทำให้ความคิดที่เขาลำดับไว้รวนเรไปหมด ถึงกระนั้นทุกความคิด ทุกความตั้งใจที่เกิดขึ้นใหม่ กลับมีสิ่งเดียวที่ลำดับไว้เหมือนกัน นั่นก็คือ…เขาอยากอยู่กับเธอ...


******************************************

เอานะพอรู้อดีตกันบ้างแล้วเนอะ แต่ไรท์จะไม่อธิบายละเอียดยิบนะ เพราะอยากให้ลุ้นกันว่าความจริงที่แท้จริงเป็นอย่างไร

แต่ที่แน่ๆคุณราฟเขาอยากอยู่กับหนูนิดนาจา อิอิ^^




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น