sadalone

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 วนิภาหนีออกจากบ้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 วนิภาหนีออกจากบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2561 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 วนิภาหนีออกจากบ้าน
แบบอักษร

​ฟลืนนนนน....~

สนามบินแห่งเดียวในเมือง B ไม่ใหญ่โตมากนักแต่ก็มีหลายสายการบินเป็นพาร์ทเนอร์

ผู้คนขวักไขว่เข้าออกเป็นว่าเล่น บ้างเดินทางมา บ้างเดินทางไป

ทว่า.. ที่นั่งพักมุมหนึ่งสาวแว่นผมยาวตรงสลวยผู้มีสีหน้าอมทุกข์นั่งจมจ่อมอยู่ตรงนี้กว่า 6 ชั่วโมงแล้ว

กระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ ข้างกายไม่รู้ว่าใส่อะไรเอาไว้บ้าง บางทีคงมีแต่พระเจ้าที่รู้ว่าสาวน้อยผู้นี้ต้องการเดินทางไปแห่งหนใด

อันที่จริงวนิภาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความหลายครั้ง แต่ก็ลบทิ้งไปทุกครั้ง

แน่นอนว่าหญิงสาวมีแผนจะออกเดินทาง แต่แล้วความกลัวก็ทำให้เธอไม่กล้าที่จะไปเพียงลำพัง ครั้นจะดึงชายที่เคยให้คำมั่นไปด้วยก็รู้ดีว่าจะทำให้เขาเดือดร้อน

จนสุดท้ายความกลัว ความเห็นแก่ตัว และความต้องการที่พึ่งเอาชนะความดีในใจของเธอ

วนิภาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความอีกครั้ง

......

วันนี้หัวหน้าห้องไม่มาโรงเรียน ผมไม่ได้แปลกใจอะไรจนกระทั่งเธอส่งข้อความมา

Line วนิภา : พี่คะ

Line วนิภา : มาหาหน่อยได้ไหมคะ

ผมถามสถานที่และรีบออกจากโรงเรียนทันทีโดยอ้างว่าปวดท้องหนักมากต้องการไปหาหมอ

อาจเป็นเพราะชื่อเสียงสุรเชษฐ์ไม่ดีเป็นทุนเดิม ไม่มีใครสนใจห้ามผมโดดเรียนเลย

หลังจากไปถึงสนามบินผมก็ตามหาคนจนเจอ เห็นสีหน้าของหัวหน้าห้องผมก็พอจะเดาอะไรได้

เวรแล้วไง.. ช่วงนี้ยิ่งยุ่งๆ เรื่องทำร้านอยู่ด้วย

“พี่คะ..” หัวหน้าห้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

ผมเข้าใจสิ่งที่เธอต้องการทันที

เอาวะ! ไม่มีอะไรสำคัญเท่าผู้หญิงของผมหรอก! ผมยกมือห้ามหัวหน้าห้องทำสีหน้าประมาณว่า ‘ไม่ต้องพูด เข้าใจแล้ว’ ก่อนถามไปว่า “เธออยากให้ถูกเจอตัวง่ายหรือยาก?”

“ฉันไม่อยากให้เขาหาฉันเจออีกเลยตลอดชีวิต..” หัวหน้าห้องพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด

ผมรู้ว่าเธอพูดเพราะอารมณ์ร้อน

ผมพยักหน้า

ทันใดนั้นหัวหน้าห้องก็ถาม “ฉันทำให้พี่ลำบากรึเปล่าคะ?”

“เธอเป็นผู้หญิงฉลาดรู้อยู่แล้วว่าฉันลำบากหรือเปล่า”

พูดแบบนั้นไปหัวหน้าห้องก็ก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดและกำลังจะเอ่ยบางอย่าง “งั้น..”

ผมรีบพูดขัด “หยุดเลย”

ผมลูบหัวเธอเบาๆ ก่อนเอ่ยต่อ “แม้จะลำบากก็ไม่ใช่ที่ใจ ต่อให้วันนี้ฟ้าถล่มลงมาฉันก็จะแบกมันไว้ให้เธอเอง”

“...” (หัวหน้าห้อง)

ระหว่างหัวหน้าห้องเอ๋ออยู่ผมก็หยิบกระเป๋าและจูงมือเล็กๆ ของเธอไปที่ทางออกสนามบินเรียกรถแท็กซี่

จากนั้นแวะร้านเสื้อผ้าข้างทาง ผมซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่รวมทั้งหมวกแก๊ปพร้อมแว่นดำปิดบังตัวตน แน่นอนว่าซื้อแว่นดำให้หัวหน้าห้องด้วย

แถวนี้กล้องวงจรปิดไม่น่าจะมีเยอะ ฉะนั้นผมมั่นใจว่าจะถูกถ่ายภาพสุดท้ายที่สนามบิน! หากมีคนตามสืบข้อมูลเดียวที่พวกเขาจะได้คือ วนิภาหนีไปกับสุรเชษฐ์!

หลังจากซื้อตั๋วรถทัวร์และขนมขบเคี้ยวพวกเราก็นั่งรอขึ้นรถ

“ทำไมเราไปด้วยรถทัวร์ล่ะ?”

หัวหน้าห้องถามขณะที่ผมกำลังพิมพ์ข้อความบอกแม่ใบหม่อนว่าจะไปเที่ยวสักระยะไม่ต้องเป็นห่วง

“ขึ้นเครื่องบินต้องใช้บัตรประชาชน เราจะถูกติดตามได้ง่าย”

ส่งข้อความเสร็จผมกระทืบโทรศัพท์ที่เพิ่งซื้อมาทิ้งอย่างไม่เสียดาย จากนั้นหันไปเอ่ยกับหัวหน้าห้อง “ส่งโทรศัพท์ของเธอมา”

“...” หัวหน้าห้องส่ายหน้ารัวๆ ถือโทรศัพท์ในมืออย่างของรักของหวง

“ถ้าเธอไม่ทำลายมันทิ้ง พรุ่งนี้.. ไม่สิแค่ชั่วโมงเดียวก็ถูกตามเจอแล้ว ไม่ต้องห่วงฉันจะซื้อให้ใหม่เอาที่แพงกว่านี้ก็ยังได้” ผมพูดอย่างจริงจัง

“ไม่ใช่.. มันมีพวกรูปและเพลงที่ฉันร้อง..” หัวหน้าห้องพูดอย่างเสียดาย

“แล้วแต่นะ”

“...ขอแบล็กอัปข้อมูลก่อน” หลังจากทำทุกอย่างเสร็จหัวหน้าห้องมองเจ้าโทรศัพท์คู่ใจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนค่อยๆ ส่งมาช้าๆ หลับตาปี๋เหมือนทำใจไม่ได้

พอกระทืบจนมั่นใจว่าไม่เหลือชิ้นดีผมก็ทิ้งพวกมันลงถังขยะรีไซเคิล

ส่วนเรื่องเงินผมไม่กังวล แค่สมัครบริการเงินดิจิตอลของบริษัทต่างประเทศเท่านี้การจะตามรอยการใช้เงินของผมก็แทบเป็นไปไม่ได้ บริษัทพวกนี้เก็บความลับของลูกค้าเป็นอย่างดี หากไม่ใช่คดีใหญ่ขนาดที่เรียกได้ว่าผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศแล้วละก็พวกเขาไม่เผยข้อมูลลูกค้าอย่างแน่นอน ข้อเสียคือค่าธรรมเนียมค่อนข้างสูง

แม้ผมจะทำทั้งหมดอย่างจริงจังในใจก็รู้ดีว่าเด็กสาวข้างกายไม่สามารถหนีไปกับผมได้ตลอดชีวิต ไม่ช้าก็เร็วเธอจะต้องกลับไปหาครอบครัวของเธออย่างแน่นอน

เรานั่งรถทัวร์นานมาก ผมรู้ว่าหัวหน้าห้องชื่นชอบทะเลจึงเลือกลงมาทางใต้ ที่เมือง p มีทะเลสวยที่สุด และมีเกาะมากที่สุด

กว่าจะมาถึงฟ้าก็มืด ตอนนี้ต้องหาที่พักแล้ว ผมเดินไปเช่ารถสองแถว

“พี่ครับ พอดีผมกับภรรยามาเที่ยวแต่ดันลืมเอาบัตรประชาชนมา พี่พอจะแนะนำโรงแรมดีๆ ที่ไม่ต้องใช้บัตรประชาชนในการเข้าพักให้เราหน่อยได้ไหมครับ”

ชายกลางคนมองผมอย่างรู้ทันก่อนเอ่ย “ไอ้หนูไม่ใช่ว่าเอ็งอายุไม่ถึง 20 แล้วอยากให้ข้าแนะนำที่พักให้หรือไง?”

“พี่ชายสุดหล่อช่างปราดเปรื่องเป็นที่สุด” ผมแอบกระซิบ “เอางี้ผมให้เพิ่มหนึ่งพันจากค่ารถ”

“เออ เอ็งพูดแบบนี้แต่แรกก็จบ!”

พี่คนขับพาพวกผมมาส่งที่เกรซเฮ้าส์แห่งหนึ่งที่ดูสะอาดสะอ้าน

ผมพึงพอใจมากและดูเหมือนหัวหน้าห้องก็จะชอบ

กริ๊งๆ เมื่อเดินผ่านม่านประตูเสียงกระดิ่งก็ดังกรุ๊งกริ๊ง

ป้าเจ้าของบ้านเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

“ป้าครับ มีห้องว่างไหมครับ คือผมกับน้องสาวอยากจะขอเช่าสักหน่อย”

ผมไม่กล้าบอกว่ามากับภรรยาแล้ว หน้าตาของผมกับหัวหน้าห้องมันดูเด็กเกินไปจริงๆ

“แหม มาเที่ยวเหรอจ๊ะ”

“ใช่ครับว่าจะอยู่สักหลายคืนหน่อย”

“คืนละ 500 ไม่มีอาหารเช้านะ” ป้าเจ้าของบ้างเอ่ย

“ผมขอเช่าอาทิตย์นึงครับ”

ขณะที่ผมกำลังจะหยิบเงินหัวหน้าห้องก็รีบแทรกเข้ามา “พี่คะ ฉันจ่ายเอง”

พูดแบบนั้นแล้วก็หันไปถามป้าเจ้าของบ้าน “เอ่อ.. คุณป้ารับบัตรไหมคะ?”

“รับจ้ะ”

ผมส่ายหน้าขมวดคิ้วมองหัวหน้าห้อง เธอสังเกตเห็นสายตาของผมก็คิดได้ว่าไม่ควรใช้บัตรของธนาคารในประเทศ เธอเอ่ย “ลืมไปเลยว่าบัตรหมดอายุ พี่จ่ายไปก่อนแล้วกัน..”

ใช่แล้วผมอุตส่าห์ระวังเรื่องนี้และเบิกเงินสดติดตัวมามากมาย.. ว่าแต่ข้ออ้างบัตรหมดอายุนี้... ถึงจะรู้ว่าด้นสดมันก็ดูไม่น่าเชื่อไปหน่อยไหมครับ คุณน้องสาวกำมะลอ

ผมยิ้มให้ป้าเจ้าของบ้านพร้อมส่งแบงค์พันไป 4 ใบ

หลังจากได้กุญแจผมก็ขึ้นมาชั้นสอง ห้องนอนเป็นเพียงห้องเล็กๆ ที่มีห้องน้ำในตัว ไม่มีทีวีหรือตู้เย็น

“คงไม่เป็นไรนะที่เปิดห้องเดียว” ผมถามหัวหน้าห้อง

อันที่จริงจะเปิดสองห้องก็ได้ แต่ผมกลัวว่ามันจะน่าสงสัย ไหนว่ามาเที่ยวกับน้องแล้วไหงต้องเปิดสองห้อง?

ก็ได้.. เลิกอ้างก็ได้ ความจริงอยากนอนห้องเดียวกับหัวหน้าห้อง โอเคป่ะ?

หัวหน้าห้องเหมือนไม่มีอารมณ์จะเขินเธอพูดเสียงเบา “แค่ได้ที่พักก็ดีแล้วล่ะค่ะ”

“อยากเล่าไหม” ผมยืนกอดอกเลิกคิ้วถาม

หัวหน้าห้องหย่อนก้นลงบนเตียงก่อนส่ายหน้าเบาๆ

“งั้นอยากออกไปกินข้าวหน่อยไหม”

“พี่ไปเถอะ ฉันยังไม่หิว”

ผมดูนาฬิกานี่ก็ 3 ทุ่มเข้าไปแล้ว ตั้งแต่เที่ยงได้กินแต่ของรองท้องยังไม่ได้กินข้าวจริงๆ จังๆ สักมื้อ แต่ผมจะทิ้งสาวน้อยที่กำลังอ่อนแอไว้คนเดียวได้ยังไง?

อาบน้ำเรียบร้อยผมก็กระโดดขึ้นไปบนเตียง ใครจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ? ไม่ใช่ผมแน่นอน

หัวหน้าห้องถือหมอนลงจากเตียง

“จะไปไหน” ผมถาม

“ฉันจะไปนอนที่พื้น..”

“เธอคิดว่ามันต่างกัน? จะนอนพื้นหรือนอนเตียงในห้องเล็กๆ นี่ยังไงก็คือนอนด้วยกัน เลิกคิดมากแล้วนอนลงซะดีๆ อย่าให้ต้องใช้กำลัง” ผมยิ้มหวาน

“...” (หัวหน้าห้อง)

ผมเลิกสนใจเธอและนอนหลับไป

...

เด็กสาวนอนตาแข็งมาเป็นชั่วโมงยังไงก็หลับไม่ลง ที่นอนข้างๆ คือใคร? ไม่ใช่จอมวายร้ายแสนอันตรายศัตรูโดยธรรมชาติของผู้หญิงหรือ?

ตั้งแต่ตัดสินใจให้เขาช่วยพาหนีออกจากบ้านเด็กสาวก็มีเตรียมใจไว้บ้างแต่เอาเข้าจริง... มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ

ในจังหวะนี้เรื่องที่บ้านลืมไปแล้วล่ะ เด็กสาวหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาราวได้รับความรักจากสวรรค์มาเต็มเปี่ยม เพียงแค่มองก็ทำให้ใบหน้าของเธอขึ้นสีช่างเป็นอาวุธที่อันตรายจริงๆ

เสียงลมหายใจสม่ำเสมอร่างกายไร้การกระดุกกระดิก นี่เขาหลับไปแล้วจริงๆ?

นี่มันออกจะไม่เหมือนที่คิดไว้... อีกด้านก็โล่งใจ อีกด้านก็แปลกใจ

เด็กสาวพยายามข่มตานอนอีกครั้ง

...

เวลาเดียวกัน ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่งในเมือง B

“แกว่าอะไรนะ!” ชายกลางคนดูภูมิฐานแผดเสียงดังสนั่นใส่โทรศัพท์ของเขา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายคนนี้ได้ข้อมูลอะไรมา ไม่ใช่ว่าลูกสาวของเขาหนีไปกับเด็กผู้ชายชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่สุดในเมืองหรือ?

“ฮึ่ม! ตามหาเธอให้เจอ!”

หลังจากวางโทรศัพท์แล้วเขาก็รู้สึกเหมือนเส้นเลือดในสมองจะระเบิด

ยัยลูกไม่รักดี! จะไปกับใครก็ได้ทำไมต้องไปกับไอ้สุรเชษฐ์!

“คุณคะ บางทีเราอาจจะกดดันลูกมากไป..” ภรรยาของเขาเอ่ย

“ทำยังไงได้ ฝั่งนั้นคุมสายการผลิตไว้หมดหรือเธออยากให้บริษัทของเราเจ๊ง!”

คุณภรรยาถอนหายใจมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเป็นห่วง ในมือกำจดหมายเล็กๆที่เจอในห้องนอนลูกสาว เด็กน้อยตอนนี้ไปตกระกำลำบากอยู่ที่ไหนกันนะ..

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น