Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ตอนที่ 20 Comeback (ต่อ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 Comeback (ต่อ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 742

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2561 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 Comeback (ต่อ)
แบบอักษร

​กลับมาเขียนตอนต่อจากเมื่อคืนให้ค่ะรู้สึกว่ามันสั้นไปเพราะงั้นขออนุญาตใช้เป็นคำว่าตอนต่อแล้วกันนะคะ 

_________________________________________________________________________________________________________________________________________________

หลังจากที่แสตมป์กลับมาถึงบ้านแสตมป์ก็จัดการเตรียมหนังสือท่องเที่ยวหรือแม้แต่อ่านภาษาญี่ปุ่นที่อาจจะตกหล่นทบทวนไปพลางๆ เพื่อไม่ให้ตัวของเขานั้นคิดเรื่องอื่นๆจนไม่เป็นทำงานทำการ…เขาจะกลับใช้ชีวิตเดิมๆของเขานั้นก็คือคนที่แต่งาน มีความสุขกับทัวร์ของตัวเองและ…โลกที่ไม่มีคนที่ชื่อว่าเมซเซจอีกแล้ว

ขอให้ไม่มีคนแบบนั้นเข้ามาวนเวียนกับชีวิตเขาเหมือนที่ผ่านมาด้วยเถอะ...


6ชั่วโมงผ่านไป


แสตมป์คลุกคลี้อยู่กับหนังสือนานหลายชั่วโมงจนเจ้าตัวรู้ตัวอีกทีก็เป็นเวลากว่าสี่ครึ่ง แสตมป์เลยผละออกมาจากหนังสือแล้วบิดขี้เกียจไปมา

“เฮ้ออ อ่านเพลินเลยแฮะ” แสตมป์คลี่ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ เขาเป็นหนอนหนังสือคนหนึ่งที่ในบ้านของเขานั้นมีตู้หนังสือที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือต่างๆนานๆเป็นสามตู้ใหญ่ในบ้านยังไม่นับตู้ในห้องของเขาเลยนะ แสตมป์คิดอยู่เสมอว่าหนังสือนั้นคือเพื่อน เพื่อนที่คอยอยู่กับเขาตลอดเวลาแม้ยามที่เขาเหงาและหนังสือพวกนี้…ทำให้เขาเหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่งยามที่โลกของเขานั้นดูมืดมน


Rrrrr….Rrrr


เสียงโทรศัพท์ของแสตมป์ดังขึ้นมาแสตมป์เลยเอื้อมมือไปดูหน้าจอว่าใครเป็นคนโทรมาเมื่อรายชื่อของคนที่โทรเข้ามาหาเขาทำให้แสตมป์ชะงักนิดๆ

‘Sky’

สกายงั้นเหรอ…

นั้นสินะ สกายเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาสกายก็เคยบอกเขาเหมือนกันว่าช่วงนี้นั้นสกายยุ่งมากพักนี้เลยไม่ได้มาหาเขาแต่เขาเองก็ไม่ได้อยากรบกวนอีกฝ่ายให้มาหาเขาบ่อยๆหรอก เขาไม่ได้เป็นอะไรสาหัสนี่นะ

“สวัสดีครับ”

[แสตมป์ เป็นไงบ้าง] 

ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเป็นห่วง แสตมป์ที่เป็นคนฟังก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อตนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของปลายสายด้วย

“ผมสบายดีครับ พี่ล่ะ?”

[อืม พอกลับมากรุงเทพก็ต้องจัดการเอกสารอีกเยอะแต่ก็เสร็จแล้วล่ะ ของฝากเยอะแยะด้วยว่าจะไปหาแสตมป์ แสตมป์สะดวกไหม?]

“ว่างสิครับ ของฝากนี่ของฝากของผมใช่ม้า?”

[เปล่า ของพี่เอง] ปลายสายตอบอย่างกวนประสาททำให้แสตมป์แอบเบ้ปากเล็กน้อยที่ตนนั้นกวนประสาทสู้ไม่ไหวเลย

“ถ้าพี่มีแต่ของพี่พี่ก็กลับไปกินที่บ้านนู่น”

[ฮ่าๆๆๆ เด็กอะไรขี้งอนเนี่ย พี่มีของฝากครับๆ ทีงี้ไปหาได้ไหม?]

“ต้องงี้สิครับถึงเข้ามาได้”

ทั้งคู่ยังคงคุยกันอีกต่อเล็กน้อยก่อนที่สกายจะเป็นฝ่ายวางสายไปเพราะจะได้ขับรถได้สะดวกมากขึ้น แสตมป์ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปที่ห้องครัวเพื่อจัดอะไรรอสกาย สกายบอกเขาว่าเขาไม่ต้องเตรียมอะไรมากนักเพราะเดี๋ยวสกายจะซื้อของเข้ามาให้เขากินด้วย

สกายเป็นคนคนหนึ่งที่ใจดีกับเขาเสมอนั้นแหละ…



ปิ๊บๆ!

เสียงบีบแตรดังขึ้นมาจากหน้าประตูรั้วบ้านของแสตมป์ แสตมป์ที่คอยรออยู่หน้าบ้านก็เลยเดินไปอย่างไม่ต้องรีบร้อนหนักพลางตะโกนบอกไปด้วย

“ครับๆ กำลังไป!”


ครืดดด….


แสตมป์เปิดประตูรั้วบ้านเพื่อให้สกายขับรถเข้ามาในบ้านของเขาแล้วเขาก็พบรถคันคุ้ยเคยขับเข้ามาแต่มีบางอย่างที่ผิดแปลกตาไปนั้นคือ…มันเหมือนมีรอยตรงแถวประตูด้านขวาจริงๆนะ


ปัง!


“เฮ้ออ รถโคตรติดเลยอ่ะแสตมป์” สกายทันทีที่ได้ลงจากรถก็บ่นออกมาพลางนวดไหล่ของตัวเองนิดๆ บนถนนที่เขาขับผ่านนั้นเป็นเส้นทางเดียวที่เข้ามาหาหมู่บ้านของแสตมป์ได้แต่รถค่อนข้างติดเลยเพราะเป็นถนนหลักของเมือง

“น่าๆ ว่าแต่รถไปโดนอะไรมาครับ?” แสตมป์ถามออกมาอย่างคาใจขณะที่มือชี้ไปที่รอยขีดของรถ แม้จะไม่ได้เป็นรอยใหญ่อะไรขนาดนั้นแต่เขาก็พอมองเห็นมันคือข้อดีของการใส่แว่น(ที่เข้ากับสายตาของเจ้าตัวสักที)ไงล่ะ

“อ่อ เฉียวมานิดหน่อยอ่ะ แต่ช่างมันมันเป็นแต่เช้าแล้ว” สกายตอบอย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินไปเปิดประตูหลังพร้อมหอบข้าวของถุงมากมายจนเต็มมือ

“เฮ้ย พี่เอาอะไรมาเยอะแยะเนี่ย ผมช่วยนะ!” แสตมป์อดที่จะตกใจไม่ได้ก็ของเต็มมือขนาดนั้นถ้าเป็นแค่ของเขาคนเดียวเขาตายแน่ๆเพราะคงกินมันไม่หมด

“โอ๊ยๆ เรื่องเล็ก ไปเข้าบ้านไม่ต้องช่วยหรอก” สกายเบี่ยงตัวหลบไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาพลางพยักเพยิกให้แสตมป์เดินเข้าบ้านไปก่อน แสตมป์เลยทำท่าเหมือนจะช่วยสักพักแต่พอเจอสายตาของสกายที่จ้องเขาอยู่ทำให้แสตมป์ยอมวิ่งกลับไปที่บ้านก่อนพร้อมบ่นออกมา

“โธ่ พี่อ่ะ!”



“ว้าว…น่ากิน…”แสตมป์ร้องออกมาในขณะที่เจ้าตัวกำลังเทถุงกุ้งอบวุ้นเส้นอยู่ เส้นที่เป็นสีน้ำตาลเข้มแบบสวยกลิ่นหอมของเครื่องที่ชวนน่ากินไหนจะกุ้งตัวใหญ่ๆอ้วนๆนอนอยู่ในจานสามตัว

“เจ้านี้สุดยอดมากเลย พี่ชอบ”สกายหัวเราะออกมาเบาๆขณะที่เทข้าวสวยร้อนๆใส่จานสองจานและแกะถุงของแกงเขียวหวานอยู่ด้วย

“ถุงพวกนั้นแรกๆ ผมคิดว่ากับข้าวหมดซะอีก”

“โห่ ถ้าพี่ซื้อมาขนาดนั้นแล้วกินกันไม่หมดเปลืองมากเลยนะครับบ” สกายเลยส่ายหัวไปมาเบาๆ แม้ว่าฐานะบ้านของเขาจะดีแต่ก็ใช่ว่าเขาจะใช้เงินเปลืองสักหน่อย ถูกไหม?

“นั้นสินะ ผมเองก็กินไม่เก่ง…”แสตมป์พยักหน้าเชิงเห็นด้วยเบาๆ ในถุงที่สกายหอบมาทั้งหมดบางส่วนของของกินอย่างพวกกับข้าวที่สกายซื้อมาให้เขากับเจ้าตัวกินเอง บางส่วนคือขนมหวานที่เก็บไว้กินตอนว่างๆและบางส่วนมันคือสิ่งของเหมือนของที่ระลึกที่เจ้าตัวได้ไปมา

“หื้อ…” สกายเลยร้องเบาๆออกมาในลำคอแล้วมองหน้าแสตมป์เชิงสงสัยนิดๆ

“กลับมาจำได้แล้วเหรอ?” สกายถามออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมแล้วสบสายตาของแสตมป์ที่กำลังมองมาทางเขาอยู่เช่นกัน

“พี่คิดว่ายังไงล่ะ?”

“กวนเก่งนะเราเนี่ย” สกายส่ายหัวไปมาอย่างเอือมๆกับแสตมป์เล็กน้อยแล้วยกจานข้าวไปวางที่โต๊ะเพียงเตรียมกินมื้อเย็นด้วยกัน

“ครับ ผมกลับมาแล้ว” สุดท้ายแสตมป์ก็ยอมเฉลยออกมาในขณะที่จัดการกับจานกุ้งอบวุ้นเส้นให้น่ากินมากขึ้นแล้ววางลงบนโต๊ะเบาๆ ทำไมสกายดูไม่เห็นตกใจเลยเนี่ยเขาตั้งใจว่าอีกฝ่ายทำหน้าเหวอแล้วจะแซวให้อายไปข้างสักหน่อยเชียว

“พี่ไม่ตกใจเลยนะ”

“ก็….มีเรื่องหนึ่งที่แสตมป์จำได้หรือไม่ได้พี่ก็อยากจะบอก แต่ไหนๆเราจำได้แล้วพี่ก็ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ” น้ำเสียงของสกายดูเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปด้านจริงจังจนแสตมป์เองก็ไม่กล้าเล่นอะไรมากนักนอกจากเงียบให้อีกฝ่ายได้เข้าเรื่อง

“แสตมป์คงจำวันนั้นได้แล้วใช่ไหมที่เราคุยกันบนรถ”

“อือ”  แสตมป์พยักออกมาเบาๆเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น  ที่สกายเคยขอเขาจีบตอนที่นั่งด้วยกันอยู่บนรถ


‘แสตมป์จะว่าอะไรไหมถ้าพี่ขอจีบ..แสตมป์’

‘แสตมป์ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเอง ชอบพี่เมื่อไหร่ก็คบกัน โอเคนะ? ไม่ว่าผ่านอะไรมาเราคุยกันได้’


เขาจำได้ทุกประโยคนั้นแหละแม้แต่…รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของคนตรงหน้าแล้วมือที่ดูอบอุ่นนั้นลูบศรีษะของเขา

“พี่ยังรอคำ…”

“ผมตกลงครับ” แสตมป์ไม่รอให้สกายพูดออกมาจบประโยคแล้วเอ่ยออกมาซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับคนตรงหน้าได้มากจนถึงขั้นสกายเหวอเลยทีเดียว

“อะไรนะ…”

“ผมตกลง เราเป็นแฟนกันนะครับ?” แสตมป์ยืนยันออกมามือบางก็เอื้อมจับมือที่ใหญ่กว่าเขาเบาๆแล้วบีบให้เชื่อมั่นในคำพูดของเขา


หมับ!


สกายรีบคว้าร่างบางของแสตมป์เข้ามาสวมกอดแล้วกอดเอาไว้แน่นราวกับเพื่อความมั่นใจด้วยว่าแสตมป์ตรงหน้าเขาไม่ใช่ฝุ่นละอองไม่ใช่ความฝันที่ว่าพอทุกอย่างกำลังจบลงด้วยดีแล้วตื่นขึ้นมา

นี่มันความจริง…และแสตมป์ตรงหน้าคือแสตมป์จริงๆด้วย

“พี่ดีใจจัง”

“ผมดีใจนะที่ตลอดมามีพี่ที่คอยดูแลผม ขอบคุณนะครับ”แสตมป์ยิ้มออกมาให้กว้างๆจนหัวใจของคนตรงหน้าถึงขั้นสั่นอย่างรุนแรง มันดูมีพลังและน่ารักมากสำหรับเขา และสกายเองก็รอวันนี้มานานแล้วเช่นกัน วันที่เขากับแสตมป์จะหัวใจตรงกันสักทีหนึ่ง

“แสตมป์แน่ใจแล้วนะ”

“อื้ม”

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น…พี่จะคอยช่วยแสตมป์เอง”ประโยคหลังสกายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาแผ่วแสตมป์ที่อยู่ด้านข้างก็ยังไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังพูดอะไร

หนึ่งคนกำลังสมหวังในความรักที่ตนทำมานานแล้วใฝ่หาพยายามอยู่ทุกวันอย่างมีความสุขในขณะที่อีกคนหนึ่งนั้นแม้ตัวเองจะยิ้มออกมาทว่าในใจของเขานั้นกลับไม่ได้มีความสุขเท่าอีกคนหนึ่งราวกับว่าเจ้าตัวกำลังมีเรื่องบางอย่างที่ไม่อาจเล่าให้คนตรงหน้าฟังได้


ทุกสิ่งที่อย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้มันยากจริงๆที่ต้องคาดเดาแต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าใครกำลังจะทำอาจย้อนคืนสู่เจ้าตัวในเร็ววัน

เวลาไม่อาจจะย้อนคืนหรือเปลี่ยนแปลงไป

​________________________________________________________________________________________________________________________________________________

แอร่ เรื่องราวกำลังเข้มข้นนะคะ ทุกๆคนต่างมีเหตุผลของตัวเองแต่มันจะจบลงยังไงก็ต้องติดตามต่อไปนะคะ แล้วตาเมซอาจจะได้สิ่งที่เจ็บปวดกลับคืนมาเร็วๆนี้ก็ได้ค่ะ ^^

แต่เรื่องราวก็มาได้ครึ่งเรื่องแล้วนะคะอย่าเพิ่งเบื่อนะคะไรท์จิ้งสัญญาค่ะว่าจะเรื่องนี้จะจบภายในเดือนนี้แน่นอนขอบคุณสำหรับการคอมเม้นนะคะ ฮึบๆ

ความคิดเห็น