ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 14 สุขแทบจะลืมความฝันความตั้งใจที่เคยมีไว้ก่อนหน้านี้

ชื่อตอน : บทที่ 14 สุขแทบจะลืมความฝันความตั้งใจที่เคยมีไว้ก่อนหน้านี้

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2563 00:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 สุขแทบจะลืมความฝันความตั้งใจที่เคยมีไว้ก่อนหน้านี้
แบบอักษร

 

Lonely Moon 

สุขแทบจะลืมความฝันความตั้งใจที่เคยมีไว้ก่อนหน้านี้ 

 

       เมื่อถึงวันที่ฉันได้รับโทรศัพท์ติดต่อกลับจากฝ่ายบุคคลของโรงแรม ที่สมัครงานไว้     ตอนนั้นฉันดีใจมากเพราะทางโรงแรมตอบรับฉันเข้าทำงาน    ที่นั่น       อาทิตย์ต่อมาฉันได้ลาออกจากร้านกาแฟของพี่นุ่นเพื่อเตรียมตัวเข้าไปทำงานกับทางโรงแรม    

 

           พอถึงวันที่ได้เข้าไปทำงานที่นั่นวันแรก ฉันรู้สึกตื่นเต้นไปพร้อมกับความกระตือรือร้นที่ตั้งใจจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ การได้ทำงานในครัวเบเกอรี่  ฉันได้เห็นถึงความแตกต่างจากตอนที่เคยเรียนรู้ในห้องเรียนเป็นอย่างมาก  การทำงานจะเป็นระบบมากกว่า  ทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอย่างชัดเจน  บรรยากาศอาจจะไม่ได้วุ่นวายหรือทำไปเล่นไปอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆแบบในชั้นเรียน  แต่ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองสนุกกับมันได้ไม่ต่างกัน เพราะการทำขนมของโรงแรมมีหลายอย่างที่ฉันเองก็ต้องเริ่มค่อยๆเรียนรู้  ฉันเลยไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำงานอยู่สักเท่าไหร่  ฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้ตีไข่   นวดแป้ง  ได้กลิ่นเนยของขนมจากเตาอบ  และได้เรียนรู้อะไรมากมายที่ไม่เคยได้รู้มาก่อนจากเชฟที่คอยสอน  

 

           ทุกๆวันฉันจะเดินทางไปทำงานด้วยรถโดยสารประจำทางรอบเมือง  หรือบางทีถ้าพี่ตะวันเข้ามาในตัวเมืองก็จะแวะมารับฉันกลับไปด้วย          มันวนเวียนอยู่อย่างนี้ซ้ำๆ  จนไม่นานเวลาก็ผ่านไปแล้วหนึ่งปีที่ฉันได้ทำงานกับที่นี่   

 

           พูดถึงเรื่องอนาคตของฉัน พี่ตะวันเองก็อยากให้ฉันกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีให้จบ แต่สำหรับฉันตอนนี้ยังอยากทำงานที่โรงแรมต่อไป       อีกสักหน่อย  เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังเรียนรู้เรื่องขนมจากที่นี่ได้ไม่เยอะเท่าไหร่  และที่สำคัญโอกาสที่ได้มาทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟจากฝรั่งเศสของโรงแรมก็ไม่ได้มีได้ง่ายๆด้วย  ฉันถึงตัดสินใจพักเรื่องเริ่มเอาไว้อีกสักระยะ 

 

           พอคุยกันเรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัยของฉันไม่สำเร็จพี่ตะวันก็เบนความสนใจมาที่ฉันอีกครั้ง พี่เขาบอกว่าฉันควรขับรถยนต์ให้เป็นได้แล้ว     ซึ่งเรื่องนี้ฉันเห็นด้วยมากๆ แต่อันที่จริงฉันก็ไม่ได้ลำบากอะไร เพราะการใช้ชีวิตในแต่ละวันฉันจะอาศัยรถโดยสารรอบเมืองซะเป็นส่วนใหญ่   ฉันเองก็ยังไม่พร้อมที่จะซื้อรถตอนนี้ด้วย 

 

            จนมาวันหนึ่งหลังเลิกงานที่พี่ตะวันมารับฉันเช่นเคย เขาขับรถฮอนด้าแจ๊สสีขาวมารับฉันที่โรงแรม เขาบอกว่าเอารถคันนี้มาไว้ให้ฉันใช้   แต่ฉันก็ปฏิเสธไป เพราะมูลค่ามันมากเกินไป ฉันรับเอาไว้ไม่ได้จริงๆ  

 

           แต่เขาก็ยืนยันคำเดิมว่าอยากให้เอาไว้ใช้และไม่อยากให้ฉันคิดมาก เพราะที่จริงแล้วรถคันนี้เป็นรถที่พี่ภูพี่ชายของเขาเอาไว้ใช้งานที่ไร่ แต่ไม่ค่อยได้ใช้งานเพราะคันเล็กเกินไปสำหรับผู้ชาย  แล้วมันใช้งานไม่ค่อยสะดวก  ให้คิดซะว่าเอามาให้ยืมหัดขับ จนแล้วจนรอดฉันก็ยอมใจอ่อนจนได้ ก็เพราะเขาดีกับฉันและทำตัวน่ารักซะขนาดนี้ จะไม่ให้ฉันหลงได้ยังไง แต่พี่ตะวันก็ไม่ได้ให้ยืมแค่รถอย่างเดียว  เขายังให้ตารางหัดขับรถที่สมัครเอาไว้ให้ฉันเรียน  อีกหนึ่งคลอสมาด้วย    

 

           พอได้เข้าไปเรียนขับรถในวันหยุด  ฉันก็เริ่มขับรถเป็นแต่ยังไม่คล่องมากเท่าไหร่   ที่จริงก่อนหน้านี้ก็ได้พี่ตะวันช่วยสอนขับเบื้องต้นก่อนด้วยนั่นแหละ เพราะเขาบอกก่อนไปเรียนก็น่าจะให้พอมีพื้นฐานเอาไว้สักหน่อย  จนตอนนี้ฉันเริ่มขับได้ชินมากยิ่งขึ้นจนสอบใบขับขี่รถยนต์ได้สำเร็จแล้ว  กลายเป็นว่าตอนนี้  ฉันมีพี่ตะวันเข้ามาในชีวิตของตัวเองอย่างเต็มตัวจนเหมือนกับอากาศที่ขาดไม่ได้เลยล่ะ 

 

            หลังจากนั้นไม่นาน ฉันตัดสินใจย้ายออกจากหอพักที่วิทยาลัยเข้าไปอยู่คอนโดของพี่ตะวันในตัวเมืองแทน ที่นั่นห่างจากห้องพักเก่าของฉันไม่มากนัก  ตอนนี้ฉันเองก็ขับรถเป็นแล้ว การเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวกมากยิ่งขึ้น  พี่ตะวันบอกกับฉันว่าคอนโดที่ซื้อไว้เขาไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ เพราะหลักๆเขาเองก็อยู่บ้านที่ไร่ส้มมากกว่า พี่ตะวันจะเอาไว้ใช้พักเฉพาะตอนที่เข้าเมืองมาคุยเรื่องงานกับลูกค้าซะเป็นส่วนใหญ่ 

 

           พอฉันได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโด เราสองคนก็ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เขาเองก็มีมาพักด้วยกันบ้างถ้าวันไหนต้องคุยงานดึกๆ ฉันเองก็ไม่อยากให้เขาต้องขับรถกลับไปที่ไร้ในเวลากลางคืนเท่าไหร่ ปกติแล้วพี่ตะวันไม่เคยล่วงเกินอะไรฉันเลยในระหว่างที่คบกัน เขาทำตามอย่างที่เคยรับปากในเรื่องที่ฉันเคยขอเอาไว้ จะมีก็แต่จับมือ กอดหรือจูบกันบ้าง แต่ไม่เคยเกินเลยไปกว่านี้เลย  เพราะเรื่องแบบนี้เขาเองก็อยากให้เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจทั้งสองฝ่ายเช่นกัน          

 

           จนฉันเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างระหว่างเรามันพิเศษและชัดเจนมากขึ้น เราทั้งคู่เลยตัดสินใจเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ของร่างกายตามมา ครั้งแรกที่เรามีอะไรกันคือตอนที่พี่ตะวันพาฉันไปเที่ยวทะเลด้วยกันที่เกาะช้าง มันเป็นความยินยอมพร้อมใจของฉันเองแหละที่เป็นคนเริ่มก่อน   

 

           ที่ตัดสินใจแบบนั้นไม่ใช่เพราะความใจง่ายหรือขาดสติ ฉันคิดมาดีแล้วถึงได้ตัดสินใจเป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจ ฉันรู้สึกรักผู้ชายคนนี้จริงๆ พี่ตะวันเข้ามาเติมเต็มส่วนที่เคยขาดหายไปในกับชีวิตของฉัน ความรัก ความอบอุ่น การดูแลซึ่งกันและกัน มันทำให้ฉันมีความสุขอย่างบอกบอกไม่ถูก สุขแทบจะลืมความฝัน ความตั้งใจที่เคยมีไว้ก่อนหน้านี้ ราวกับว่าขอแค่ฉันได้มีเขาในชีวิตก็เหมือนกับทุกอย่างจะเพียงพอแล้วในตอนนี้  

 

           “พี่ตะวันคะ” 

 

           “หืม” 

 

           “พระจันทร์รักพี่นะ รักมากเลยแหละ”  

 

           “พี่รู้” 

 

       ฉันอยากจะกอดเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้กับตัวเองนานๆ ที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองมาโดยตลอด ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อความรู้สึกรักที่มีต่อตัวเอง แต่มาวันนี้ฉันกลับรู้สึกความรักมันมีค่ามากเมื่อได้มอบให้กับคนที่เรารัก ฉันไม่แปลกใจเลยทำไมแม่ถึงยังคงรักพ่อ รักทั้งๆที่พ่อทำให้แม่เจ็บปวด แต่เมื่อรักแล้วก็คือรัก มันไม่ได้มีเหตุผลหรือต้องหาเหตุผลอะไรเลย 

          

       

To Be Continued 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น