1only
email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.4 วันหยุดของผม

ชื่อตอน : EP.4 วันหยุดของผม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2563 23:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.4 วันหยุดของผม
แบบอักษร

วันหยุดของผม

 

[นะโมตายิ้ม]

 

วันนี้เป็นวันหยุดของผม ผมตื่นมาตั้งแต่ตีห้าเตรียมของไปใส่บาตรให้แม่ แม่ผมตายไปได้ห้าปีแล้ว ท่านจากไปเพราะโรคหัวใจ วันนี้ผมทำอาหารที่แม่ชอบ แกงฝักกับหมูปั้นทอด

 

ผมจัดเรียงอาหารที่ทำใส่ปิ่นโต แม่ผมท่านเป็นคนสอนผมทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ พวกญาติๆมีแต่คนบอกว่าผมเหมือนแม่มากเหมือนแฝดกันเลยและวันนี้ก็เป็นวันครบรอบตายของท่าน ผมเลยตั้งใจที่จะทำบุญไปให้ท่าน

 

เสียงพระสวดดังไปทั่ววัด เป็นธรรมดาของวันหยุดคนมาทำบุญค่อนข้างเยอะ ผมใช้เวลาไม่นานในการใส่บาตรและถวายสังฆทาน ก่อนเดินลงมาจากโบสถ์เพื่อลงมากรวดน้ำให้กับแม่

 

“เอ้า! หนูโม” ลุงศรเอ่ยปากทักผมเหมือนทุกครั้ง ท่านเป็นคนค่อยทำความสะอาดในวัดแห่งนี้

 

“สวัสดีครับลุง”

 

“ไว้พระเถอะลูก มาทำบุญให้แม่มาณีหรอ”

 

“ครับวันนี้ครบรอบวันตายของแม่” ผมเดินไปนั่งลงข้างๆต้นไม้ และพูดบทกรวดน้ำพร้อมกับชื่อแม่ของผม ‘นางมาณี บุญส่ง’

 

“ถ้ามาณียังอยู่มันคงภูมิใจในตัวเรามากแน่เลยนะโมเอ่ย!” ลุงแกรู้จักแม่ผมครับเพราะแม่ผมมาทำบุญที่นี้ประจำตั้งแต่แกยังเป็นเด็กวัดเดินตาหลวงตาอยู่เลย

 

“ผมก็อยากให้แม่ยังอยู่ครับ”

 

“ณีมันไปสบายแล้ว...อย่าไปคิดมากเลยลูกเราดูแลตัวเองให้มันดีๆ แม่เรามองเราอยู่ข้างบนท่านจะได้ไม่ได้ต้องเป็นห่วง”

 

“ขอบคุณครับลุง...แต่เดี๋ยวลุงช่วยเดินมากับโมแปปนึงได้หรือป่าวครับ”

 

“ได้ลูก..” ผมพาลุกเดินมาที่รถก่อนจะเปิดฝากระโปรงท้าย อาหารสุนัขผมซื้อมาให้ลุงแกเอาไว้ให้พวกน้องหมา ผมก็อยากขนให้ลุงแต่ผมยกไม่ไหวกระสอบมันใหญ่กว่าตัวผมอีก

 

“โถ่หนูโมซื้อมาอีกแล้วหรอลูก”

 

“พวกเพื่อนโมฝากมาทำบุญด้วยครับพวกเราเลยรวมเงินกันซื้อ” เงินส่วนนึงมาจากพวกต้นกล้าด้วยมันรวมๆกันมาคนละนิดคนละหน่อย รวมๆกันก็ได้หลายบาท เลยซื้อมากระสอบใหญ่เลยทีเดียวเพราะผมก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างมาบ่อยนัก

 

“ขอบใจแทนพวกมันด้วยนะลูก...มีแต่คนเอามาทิ้งไม่มีคนเอาอาหารมาให้พวกมันเลย” เนี่ยแหละที่ผมอยากตั้งชมรม เพื่อนช่วยเพื่อน น้องมาโดนทิ้งเยอะมากใช่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

 

“เอ่อลุง! รอโมแปปนึง” ผมวิ่งเข้ามาในรถหยิบถุงเสื้อผ้าลงมาให้แก ต้นกล้ามันฝากมาของมันนั้นแหละ มันเก็บรวมๆเอาไว้ให้ลุงแก

 

“นี้ครับลุงเพื่อนโมฝากมาให้ลุงน่าจะใส่ได้”

 

“ขอบใจนะหนูฝากขอบคุณเพื่อนเราด้วย”

 

“ครับลุง ลุงถือได้นะเดี๋ยวโมต้องไปก่อน”

 

“ได้ลูกเดี๋ยวให้ไอ้จ้อยมากช่วย”

 

จ้อยที่ว่านี้คือหลานแกเองละครับ เห็นมันมาตั้งแต่เด็กๆ ผมล่ำลาลุงเสร็จก็ขับรถออกมาจากวัดตอนนี้พึ่งเที่ยงเองผมจะไปไหนต่อดีนะ

 

“นะโมพูดสายครับ”

 

[อยู่ไหนกระต่ายน้อย]

 

คงไม่ต้องเดาว่าคือใครมีคนเดียวที่เรียกผมแบบนี้

“พึ่งออกมาจากวัดครับ...พี่เพลงมีอะไรหรือป่าวโทรมาหาผมเนี่ย”

 

[พี่จะชวนเราไปดูหมาตัวที่โดนรถชนเมื่อวานก่อนที่คลีนิคไปป่าว]

 

“ไปสิครับไม่น่าถาม”

 

[เดี๋ยวเถอะเรา...พี่รอที่เดิมนะ]

 

“ครับผม”

 

ผมเปลี่ยนเส้นทางขับรถทันที ต้องไปรับพี่เพลงที่หน้าหมู่บ้าน ของผมกับเขา ผมกับเขาเป็นพี่น้องนอกสายเลือดกัน พี่เพลงเป็นลูกติดแม่เลี้ยงของผม เขาย้ายเข้ามาพร้อมกับแม่และน้องชายของเขาที่ห่างกับผมหนึ่งปีอีกหนึ่งคนพี่เพลิง

 

“สบายจังมีคนขับรถให้ ขอบคุณนะครับ” เขาหันมาส่งยิ้มหวานให้ผมทันทีที่ขึ้นรถมา พี่เพลงเป็นผู้ชายหล่อ ไม่ได้หล่อคม หรือว่าหล่อกล้ามปูอะไรแบบนั้น ‘เขาหล่อเหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย’ ผมไม่ได้พูดเวอร์นะครับ เขาหล่อแบบนั้นจริงๆ เหมือนตัวการ์ตูนที่หลุดออกมาจากหนังสือเลย

 

“ยินดีครับเจ้าชาย”

 

“กินข้าวมายัง”

 

“ยังครับรอคนแถวนี้เลี้ยงอยู่”

 

“ไปสิเดี๋ยวพี่เลี้ยง” ผมส่งยิ้มให้พี่เพลง เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีคนนึง ค่อยปกป้องผมตลอดเวลา ปกป้องผมจากสิ่งที่ไม่ดีในบ้าน

 

ใช้เวลาไม่นานมากเราสองคนก็มาถึงที่คลีนิค เราตกลงกันว่าจะหาอะไรกินแถวคลีนิคนี้แหละจะได้ไม่ต้องวนไปวนมา

 

“ไปดูเจ้าตูบก่อนแล้วกันเนอะค่อยไปหาอะไรกิน”

 

“ครับ”

 

เมื่อวานก่อนผมกับพี่เพลงไปให้อาหารน้องหมาจรจัด แต่น้องหมาตัวนึงเขาจำพวกเราได้รีบวิ่งมาหาเรา แต่โดนรถขนสะก่อน ถ้าพวกผมไม่อยู่ตรงนั้นก็ไม่รู้น้องจะเป็นยังไง

 

ผมเดินเข้ามาในคลีนิคของพี่เพลง จะว่าที่นี้เป็นของเขาก็ไม่แปลกเพราะที่นี้เป็นคลีนิคของพ่อพี่เพลง แต่อีกสองปีคิดว่าน่าจะเป็นของพี่เพลงเต็มตัว

 

“สวัสดีค่ะคุณเพลง น้องนะโม” พี่พยาบาลออกมาทักทายผมกับพี่เพลงเป็นอย่างดี ถึงเราจะไม่ค่อยมาที่นี้บ่อยนักแต่ทุกครั้งที่มาเขาก็จะตอนรับดีแบบนี้เสมอ

 

“สวัสดีครับพี่ริน เจ้าตูบตัวนั้นอาการเป็นไงบ้างครับ”

 

“ทางนี้เลยค่ะคุณเพลงตอนนี้คุณพลกำลังล้างแผลให้น้องอยู่” เราเดินเข้ามาในห้องห้องนึงเห็นพ่อพี่เพลงกำลังทำแผลให้เจ้าตูบอยู่เขาเงยหน้าขึ้นมองผมเพื่อทักทายก่อนจะก้มหน้าลงไปทำแผลต่อ

 

เราอยู่พูดคุยเล่นกับเจ้าตูบอยู่พักใหญ่ก่อนจะขอตัวออกมาหาอะไรกินกัน เราตั้งชื่อให้มันแล้วนะครับ มันชื่อเจ้าราเมงก็เอาเพลงกับโมมารวมกันเป็นเมงเลยเติมราเข้าไปเป็นราเมง

 

“จะกินอะไรกระต่ายน้อย”

 

“เอาเส้นบะหมี่หมูแดง”

 

“โอเครอก่อนนะครับน้องกระต่าย” พี่เพลงขยี้หัสก่อนจะเดินออกไปสั่งก๋วยเตี๋ยวให้

 

ผมหยิบมือถือขึ้นมาเล่น จริงๆผมก็ไม่ได้ติดโทรศัพท์อะไรมากมาย แต่แปลกเหมือนกันตั้งแต่ผมได้คุยกับคุณอุ่นรู้สึกอยากคุยกับเขาอยู่เรื่อยๆ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าคนเราสามารถรู้สึกดีกับคนคนนึงโดยที่เราไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย ได้มากแค่ไหน

 

[Nm: วันนี้ไปเที่ยวไหนครับคุณอุ่น]

 

[Warm: ไม่ได้ไปไหนเลยครับผมมาช่วยที่บ้านทำงาน]

 

คุณอุ่นเขาดูเป็นคนที่มีความรับผิดชอบและขยันมาก ถ้าผมเดาไม่ผิดเขาต้องเป็นพี่คนโตสุดของบ้านอะไรแบบนั้น

 

[Warm:แล้วคุณตายิ้มละครับวันนี้ไปเที่ยวที่ไหน]

 

[Nm: ไปทำบุญมาครับ]

 

[Warm: ผมอยากไปกับคุณจัง]

 

[Nm: เอาไว้คุณพร้อมสถานที่แรกที่เราจะไปกันคือวัดนะครับ โอเคหรือป่าว]

 

[Warm: โอเคครับ]

 

..........

 

 

สมุดบันทึกคุณนะโมตายิ้ม

สถานที่แรกที่เราสองคนจะไปคือวัด

 

ผมปิดสมุดบันทึกของตัวเองและหันมาทำงานที่ค้างเอาไว้ต่อ กำลังใจของผมไม่ต้องพึงอะไรมากมาย แค่คุณตายิ้มทักมาหาผมก็พร้อมจะทำงานได้ทั้งวัน

 

ขอบคุณนะครับคุณตายิ้มกำลังใจคนสำคัญของผม

 

“ไปหาอะไรกินก่อนไหมลูก” ป๊าหันมาถามผม โต๊ะทำงานของเราสามคนอยู่ในห้องป๊าหมดเลยทุกคน แต่คนละมุม

 

“ผมยังไม่ค่อยหิวครับ”

 

“อิ่มอกอิ่มใจหรือไงเรา” ป๊าเดินมาตบบ่าผมเบาๆ ผมรู้ว่าป๊าหมายถึงอะไร ไอ้สองตัวนั้นคงโทรมาเล่าให้ป๊าฟังกันเรียบร้อยแล้ว

 

“ก็ดีอยู่ครับ”

 

“อย่ากลัวลูกชาย ป๊าไม่ได้บอกให้แกรีบนะ เราแค่แสดงออกมาให้มันมากกว่านี้ แสดงให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบไหน บางสิ่งบางอย่างไม่จำเป็นต้องพูดเขาก็สามารถรับรู้ได้”

 

“ครับป๊า”

 

ผมจะพยายามเพื่อเขา จะทำให้คุณตายิ้มรับรู้ความรู้สึกของผมให้ได้ด้วยหัวใจของเขา

 

 

ในช่วงเย็นผมเลิกงานตอนเกือบหกโมง ผมขับรถมาที่ห้างดังยานใจกลางเมือง ผมมาเดินดูตุ๊กตาบันนี่ให้คุณตายิ้ม ผมคิดว่าจะเอาของที่เขาใช้ติดตัวได้ตลอดเวลา คงไม่พ้นเคสโทรศัพท์เพราะคนเราพกโทรศัพท์ตลอดเวล

 

ผมเดินตรงมาที่ Shop Bunny ทันที

 

“ขอดูรุ่นนี้” ผมจำได้ว่าคุณตายิ้มใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดเหมือนของผมแต่คนละสี คุณตายิ้มสีขาวผมสีดำ

 

“รุ่นนี้มีเป็นคู่ด้วยนะคะ สนใจซื้อไปใส่คู่กับแฟนก็ได้นะคะ ได้ส่วนลด10% ด้วยค่ะ” คำว่าแฟนของพนักงานทำให้ผมหน้าร้อนฉ่า ผมยังไม่ได้เป็นแฟนกับคุณตายิ้มสักหน่อย เราแค่คุยกันแบบเพื่อน

 

“เอ่อ..เอามาคู่เลยก็ได้ครับ”

 

“น่ารักจังเลยนะคะพูดถึงแฟนแล้วหน้าแดงเชียว” พนักงานพูดไปอมยิ้มไปก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของชิ้นใหม่ให้กับผม

 

ผมรีบเอาแม็สปิดปากขึ้นมาใส่ ผมไม่ชอบให้ใครเห็นรอยยิ้มของผมนอกจากคนที่ผมรัก

 

“ได้แล้วค่ะ 1,240 ซื้อคู่ได้ส่วนลด10% เหลือ1,130 บาทค่ะ” ผมควักเงินในกระเป๋าจ่ายพนักงานอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกมาเลย

 

ผมหยิบของในถุงขึ้นมาเช็คดู Bunny มันคือตัวกระต่ายสีชมพู ตากลมๆ น่ารักสดใสเหมือนคุณตายิ้มของผม ผมจะใส่เคสนนี้คู่กับเขา

 

บันทึกคุณนะโมตายิ้ม

ของคู่ชิ้นแรกของเรา คือเคสโทรศัพท์ลาย Bunny หวังว่าคุณตายิ้มจะชอบและใช่มันนะครับ

ความคิดเห็น