TOPICC6
email-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.4 วันหยุดของผม

ชื่อตอน : EP.4 วันหยุดของผม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 15:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.4 วันหยุดของผม
แบบอักษร

วันหยุดของผม

วันนี้เป็นวันหยุดของผม ผมตื่นมาตั้งแต่ตีห้าเตรียมของไปใส่บาตรให้แม่ แม่ผมตายไปได้ห้าปีแล้ว ท่านจากไปเพราะโรคหัวใจ วันนี้ผมทำอาหารที่แม่ชอบ แกงฝักกับหมูปั้นทอด

ผมจัดเรียงอาหารที่ทำใส่ปิ่นโต แม่ผมท่านเป็นคนสอนผมทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ พวกญาติๆมีแต่คนบอกว่าผมเหมือนแม่มากเหมือนแฝดกันเลยและวันนี้ก็เป็นวันครบรอบตายของท่าน ผมเลยตั้งใจที่จะทำบุญไปให้ท่าน

เสียงพระสวดดังไปทั่ววัด เป็นธรรมดาของวันหยุดคนมาทำบุญค่อนข้างเยอะ ผมใช่เวลาไม่นานในการใส่บาตรและถวายสังฆทาน ก่อนเดินลงมาจากโบสถ์เพื่อลงมากวดน้ำให้กับแม่

“เอ้า! หนูโม” ลุงศรเอ่ยปากทักผมเหมือนทุกครั้ง ท่านเป็นคนค่อยทำความสะอาดในวัดแห่งนี้

“สวัสดีครับลุง”

“ไว้พระเถอะลูก มาทำบุญให้แม่มาณีหรอ”

“ครับวันนี้ครบรอบวันตายของแม่” ผมเดินไปนั่งลงข้างๆต้นไม้ และพูดบทกวดน้ำพร้อมกับชื่อแม่ของผม ‘นางมาณี บุญส่ง’

“ถ้ามาณียังอยู่มันคงภูมิใจในตัวเรามากแน่เลยนะโมเอ่ย!” ลุงแกรู้จักแม่ผมครับเพราะแม่ผมมาทำบุญที่นี้ประจำตั้งแต่แกยังเป็นเด็กวัดเดินตาหลวงตาอยู่เลย

“ผมก็อยากให้แม่ยังอยู่ครับ”

“ณีมันไปสบายแล้ว...อย่าไปคิดมากเลยลูกเราดูแลตัวเองให้มันดีๆ แม่เรามองเราอยู่ข้างบนท่านจะได้ไม่ได้ต้องเป็นห่วง”

“ขอบคุณครับลุง...ลุกช่วยเดินมากับโมแปปนึงได้หรือป่าวครับ”

“ได้ลูก..” ผมพาลุกเดินมาที่รถก่อนจะเปิดฝากระโปรงท้าย อาหารสุนัขผมซื้อมาให้ลุงแกเอาไว้ให้พวกน้องหมา ผมก็อยากขนให้ลุงแต่ผมยกไม่ไหวกระสอบมันใหญ่กว่าตัวผมอีก

“โถ่หนูโมซื้อมาอีกแล้วหรอลูก”

“พวกเพื่อนโมฝากมาทำบุญด้วยครับพวกเราเลยรวมเงินกันซื้อ” เงินส่วนนึงมาจากพวกต้นกล้าด้วยมันรวมๆกันมาคนละนิดคนละหน่อย รวมๆกันก็ได้หลายบาท เลยซื้อมากระสอบใหญ่เลยทีเดียวเพราะผมก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างมาบ่อยนัก

“ขอบใจแทนพวกมันด้วยนะลูก...มีแต่คนเอามาทิ้งไม่มีคนเอาอาหารมาให้พวกมันเลย” เนี่ยแหละที่ผมอยากตั้งชมรม เพื่อนช่วยเพื่อน น้องมาโดนทิ้งเยอะมากใช่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

“เอ่อลุง! รอโมแปปนึง” ผมวิ่งเข้ามาในรถหยิบถุงเสื้อผ้าลงมาให้แก ต้นกล้ามันฝากมาของมันนั้นแหละ มันเก็บรวมๆเอาไว้ให้ลุงแก

“นี้ครับลุงเพื่อนโมฝากมาให้ลุงน่าจะใส่ได้”

“ขอบใจนะหนูฝากขอบคุณเพื่อนเราด้วย”

“ครับลุง ลุงถือได้นะเดี๋ยวโมต้องไปก่อน”

“ได้ลูกเดี๋ยวให้ไอจ้อยมากช่วย”

จ้อยที่ว่านี้คือหลานแกเองละครับ เห็นมันมาตั้งแต่เด็กๆ ผมล้ำลาลุงเสร็จก็ขับรถออกมาจากวัดตอนนี้พึ่งเที่ยงเองผมจะไปไหนต่อดีนะ

“นะโมพูดสายครับ”

[อยู่ไหนกระต่ายน้อย]

คงไม่ต้องเดาว่าคือใครมีคนเดียวที่เรียกผมแบบนี้

“พึ่งออกมาจากวัดครับ...

พี่เพลง

มีอะไรหรือป่าวโทรมาหาผมเนี่ย”

[พี่จะชวนเราไปดูหมาตัวที่โดนรถชนเมื่อวานก่อนที่คลีนิคไปป่าว]

“ไปสิครับไม่น่าถาม”

[เดี๋ยวเถอะเรา...พี่รอที่เดิมนะ]

“ครับผม”

ผมเปลี่ยนเส้นทางขับรถทันที ต้องไปรับพี่เพลงที่หน้าหมู่บ้าน ของผมกับเขา ผมกับเขาเป็นพี่น้องนอกสายเลือดกัน พี่เพลงเป็นลูกติดแม่เลี้ยงของผม เขาย้ายเข้ามาพร้อมกับแม่และน้องชายของเขาที่ห่างกับผมหนึ่งปีอีกหนึ่งคน

พี่เพลิง

“สบายจังมีคนขับรถให้ ขอบคุณนะครับ” เขาหันมาส่งยิ้มหวานให้ผมทันทีที่ขึ้นรถมา พี่เพลงเป็นผู้ชายหล่อ ไม่ได้หล่อคม หรือว่าหล่อกล้ามปูอะไรแบบนั้น ‘เขาหล่อเหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย’ ผมไม่ได้พูดเวอร์นะครับ เขาหล่อแบบนั้นจริงๆ เหมือนตัวการ์ตูนที่หลุดออกมาจากหนังสือเลย

“ยินดีครับเจ้าชาย”

“กินข้าวมายัง”

“ยังครับรอคนแถวนี้เลี้ยงอยู่”

“ไปสิเดี๋ยวพี่เลี้ยง” ผมส่งยิ้มให้พี่เพลง เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีคนนึง ค่อยปกป้องผมตลอดเวลา ปกป้องผมจากสิ่งที่ไม่ดีในบ้าน

ใช้เวลาไม่นานมากเราสองคนก็มาถึงที่คลีนิค เราตกลงกันว่าจะหาอะไรกินแถวคลีนิคนี้แหละจะได้ไม่ต้องวนไปวนมา

“ไปดูเจ้าตูบก่อนแล้วกันเนอะค่อยไปหาอะไรกิน”

“ครับ”

เมื่อวานก่อนผมกับพี่เพลงไปให้อาหารน้องหมาจรจัด แต่น้องหมาตัวนึงเขาจำพวกเราได้รีบวิ่งมาหาเรา แต่โดนรถขนสะก่อน ถ้าพวกผมไม่อยู่ตรงนั้นก็ไม่รู้น้องจะเป็นยังไง

ผมเดินเข้ามาในคลีนิคของพี่เพลง จะว่าที่นี้เป็นของเขาก็ไม่แปลกเพราะที่นี้เป็นคลีนิคของพ่อพี่เพลง แต่อีกสองปีคิดว่าน่าจะเป็นของพี่เพลงเต็มตัว

“สวัสดีค่ะคุณเพลง น้องนะโม” พี่พยาบาลออกมาทักทายผมกับพี่เพลงเป็นอย่างดี ถึงเราจะไม่ค่อยมาที่นี้บ่อยนักแต่ทุกครั้งที่มาเขาก็จะตอนรับดีแบบนี้เสมอ

“สวัสดีครับพี่ริน เจ้าตูบตัวนั้นอาการเป็นไงบ้างครับ”

“ทางนี้เลยค่ะคุณเพลงตอนนี้คุณพลกำลังล้างแผลให้น้องอยู่” เราเดินเข้ามาในห้องห้องนึงเห็นพ่อพี่เพลงกำลังทำแผลให้เจ้าตูบอยู่เขาเงยหน้าขึ้นมองผมเพื่อทักทายก่อนจะก้มหน้าลงไปทำแผลต่อ

เราอยู่พูดคุยเล่นกับเจ้าตูบอยู่พักใหญ่ก่อนจะขอตัวออกมาหาอะไรกินกัน เราตั้งชื่อให้มันแล้วนะครับ มันชื่อ

เจ้าราเมง

ก็เอาเพลงกับโมมารวมกันเป็นเมงเลยเติมราเข้าไปเป็นราเมง

“จะกินอะไรกระต่ายน้อย”

“เอาเส้นบะหมี่หมูแดง”

“โอเครอก่อนนะครับน้องกระต่าย” พี่เพลงขยี้หัสก่อนจะเดินออกไปสั่งก๋วยเตี๋ยวให้

ผมหยิบมือถือขึ้นมาเล่น จริงๆผมก็ไม่ได้ติดโทรศัพท์อะไรมากมาย แต่แปลกเหมือนกันตั้งแต่ผมได้คุยกับคุณอุ่นรู้สึกอยากคุยกับเขาอยู่เรื่อยๆ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าคนเราสามารถรู้สึกดีกับคนคนนึงโดยที่เราไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย ได้มากแค่ไหน

[Nm: วันนี้ไปเที่ยวไหนครับคุณอุ่น]

[Warm: ไม่ได้ไปไหนเลยครับผมมาช่วยที่บ้านทำงาน]

คุณอุ่นเขาดูเป็นคนที่มีความรับผิดชอบและขยันมาก ถ้าผมเดาไม่ผิดเขาต้องเป็นพี่คนโตสุดของบ้านอะไรแบบนั้น

[Warm:แล้วคุณตายิ้มละครับวันนี้ไปเที่ยวที่ไหน]

[Nm: ไปทำบุญมาครับ]

[Warm: ผมอยากไปกับคุณจัง]

[Nm: เอาไว้คุณพร้อมสถานที่แรกที่เราจะไปกันคือวัดนะครับ โอเคหรือป่าว]

[Warm: โอเคครับ]

[END NAMO]

..

[WARM TALK]

สมุดบันทึกคุณนะโมตายิ้ม

สถานที่แรกที่เราสองคนจะไปคือ

วัด

ผมปิดสมุดบันทึกของตัวเองและหันมาทำงานที่ค้างเอาไว้ต่อ กำลังใจของผมไม่ต้องพึงอะไรมากมาย แค่คุณตายิ้มทักมาหาผมก็พร้อมจะทำงานได้ทั้งวัน

ขอบคุณนะครับคุณตายิ้มกำลังใจคนสำคัญของผม

“ไปหาอะไรกินก่อนไหมลูก” ป๊าหันมาถามผม โต๊ะทำงานของเราสามคนอยู่ในห้องป๊าหมดเลยทุกคน แต่คนละมุม

“ผมยังไม่ค่อยหิวครับ”

“อิ่มอกอิ่มใจหรือไงเรา” ป๊าเดินมาตบบ่าผมเบาๆ ผมรู้ว่าป๊าหมายถึงอะไร ไอสองตัวนั้นคงโทรมาเล่าให้ป๊าฟังกันเรียบร้อยแล้ว

“ก็ดีอยู่ครับ”

“อย่ากลัวลูกชาย ป๊าไม่ได้บอกให้แกรีบนะ เราแค่แสดงออกมาให้มันมากกว่านี้ แสดงให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบไหน บางสิ่งบางอย่างไม่จำเป็นต้องพูดเขาก็สามารถรับรู้ได้”

“ครับป๊า”

ผมจะพยายามเพื่อเขา จะทำให้คุณตายิ้มรับรู้ความรู้สึกของผมให้ได้ด้วยหัวใจของเขา

ในช่วงเย็นผมเลิกงานตอนเกือบหกโมง ผมขับรถมาที่ห้างดังยานใจกลางเมือง ผมมาเดินดูตุ๊กตาบันนี่ให้คุณตายิ้ม ผมคิดว่าจะเอาของที่เขาใช่ติดตัวได้ตลอดเวลา คงไม่พ้นเคสโทรศัพท์เพราะคนเราพกโทรศัพท์ตลอดเวลา

ผมเดินตรงมาที่ Shop Bunny ทันที

“ขอดูรุ่นนี้” ผมจำได้ว่าคุณตายิ้มใช่โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดเหมือนของผมแต่คนละสี คุณตายิ้มสีขาวผมสีดำ

“รุ่นนี้มีเป็นคู่ด้วยนะคะ สนใจซื้อไปใส่คู่กับแฟนก็ได้นะคะ ได้ส่วนลด10% ด้วยค่ะ” คำว่าแฟนของพนักงานทำให้ผมหน้าร้อนฉ่า ผมยังไม่ได้เป็นแฟนกับคุณตายิ้มสักหน่อย เราแค่คุยกันแบบเพื่อน

“เอ่อ..เอามาคู่เลยก็ได้ครับ”

“น่ารักจังเลยนะคะพูดถึงแฟนแล้วหน้าแดงเชียว” พนักงานพูดไปอมยิ้มไปก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของชิ้นใหม่ให้กับผม

ผมรีบเอาแม็สปิดปากขึ้นมาใส่ ผมไม่ชอบให้ใครเห็นรอยยิ้มของผมนอกจากคนที่ผมรัก

“ได้แล้วค่ะ 1,240 ซื้อคู่ได้ส่วนลด10% เหลือ1,130 บาทค่ะ” ผมควักเงินในกระเป๋าจ่ายพนักงานอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกมาเลย

ผมหยิบของในถุงขึ้นมาเช็คดู Bunny มันคือตัวกระต่ายสีชมพู ตากลมๆ น่ารักสดใสเหมือนคุณตายิ้มของผม ผมจะใส่เคสนนี้คู่กับเขา

บันทึกคุณนะโมตายิ้ม

ของคู่ชิ้นแรกของเรา คือ

เคสโทรศัพท์ลาย Bunny

หวังว่าคุณตายิ้มจะชอบและใช่มันนะครับ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}