sadalone

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 คุยกับเชอรีน

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 คุยกับเชอรีน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2561 00:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 คุยกับเชอรีน
แบบอักษร

​ผมยักไหล่หนึ่งทีอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อขึ้นมาถึงห้องก็เก็บของและลงไปเช็กเอ้าท์ทันที

รถตู้จอดรออยู่พร้อมแล้ว ผมขึ้นไปนั่งที่เดิม

เจ้าแม็ครีบเสนอหน้า “พี่ผมนั่งด้วย”

“ไม่” ผมเอ่ยอย่างเย็นชา หัวหน้าห้องขึ้นรถมาพอดีผมเรียกพร้อมตบมือลงที่เบาะข้างๆ “หัวหน้าห้อง!”

หัวหน้าห้องยอมนั่งลง แก้วตาเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็กลืนมันลงคอ หัวหน้าห้องไม่มีทีท่ารังเกียจที่จะนั่งกับผมแล้วแก้วตาจะพูดอะไรได้อีกล่ะ?

ผมยิ้มกวนบาทาให้ยัยสาวแก่นไปหนึ่งทีพร้อมยักคิ้วให้

ก่อนจะปรี๊ดแตกยัยแก้วตาก็นั่งแถวหน้ากับเพื่อนสาวอีกสองคน

กลิ่นหอมหวานของหัวหน้าห้องทำให้พึงพอใจและเคลิบเคลิ้ม

ออกเดินทางไปได้สักพักผมก็ถือโอกาสคว้ามือนุ่มนิ่มมากุมไว้ หัวหน้าห้องพยายามขัดขืนแต่ไม่นานเธอก็รู้ว่าไร้ประโยชน์ เธอจึงทำได้เพียงหยิบกระเป๋าใบเล็กๆ มาปิดบังไว้ไม่ให้ใครสังเกตเห็นมือของพวกเรา

ผมค่อยๆ ลิ้มรสช่วงเวลาดีดีด้วยการนวดมือของเธอเบาๆ

“เหงื่อเต็มมือหมดแล้วนะ..” ด้วยแก้มแดงๆ หัวหน้าห้องเอ่ยเสียงเบาราวยุงบิน

“ก็อย่าตื่นเต้นสิ” ผมยิ้มมุมปาก

“...” (หัวหน้าห้อง)

ขากลับก็ไม่ต่างจากขามาพวกเด็กวัยใสคุยกันเจี๊ยวจ๊าวอย่างสนุกสนาน ยังพูดถึงว่าฉากที่เหลือจะไปถ่ายที่ไหนกันดี แต่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับผมอีกแล้ว นอกจากฉากที่ผมต้องเล่นพวกเขาก็ไม่ยอมแบ่งหน้าที่อื่นๆ ให้

ทุกครั้งที่มีคนเรียก หัวหน้าห้องจะแสดงปฏิกิริยาน่าๆ รักๆ ออกมาเสมอ เช่น สะดุ้ง กลอกตา บีบมือ นั่นทำให้การนั่งกับหัวหน้าห้องมีสีสันกว่านั่งกับยัยแก้วตาที่เอาแต่หลับตลอดทาง

กลับมาถึงโรงเรียนทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ บ้างให้คนมารับ บ้างกลับเอง

“พี่เจอกันพรุ่งนี้!” แม็คบอกลาก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ของเขาไป

ผมพยักหน้าให้

หัวหน้าห้องมีรถยนต์มารับกลับไป ผมไม่รู้ว่าใครขับมา ส่วนยัยแก้วตานั่งรถเมล์กลับ

เมื่อผมกลับมาบ้านก็ต้องแปลกใจ ยัยผู้หญิงต่ำช้าคนนี้มาทำอะไรฟะ! ที่สำคัญกว่านั้นทำไมคุณแม่ใบหม่อนถึงต้องยอมให้เจ้าหล่อนเข้าบ้านมาด้วยเล่า

ผมเมินยัยเชอรีนและหันไปคุยกับแม่ใบหม่อน “พ่อกับเฟิร์นไม่อยู่เหรอครับ”

ใบหม่อนเป็นผู้หญิงอ่อนโยนเธอไม่ทำหน้าประมาณว่า ‘เห็นว่าอยู่ไหมล่ะ?’ และตั้งใจตอบอย่างจริงจัง “ใบเฟิร์นออกไปเที่ยวกับเพื่อน พ่อแกไปทำธุระอะไรสักอย่างเขาไม่ได้บอกไว้น่ะ”

“ผมซื้อขนมมาฝาก” ผมส่งถุงของฝากให้แม่ใบหม่อนไป

ซึ่งเธอก็เอาไปเก็บหลังบ้านพลางบ่น “ซื้ออะไรมาเยอะแยะสิ้นเปลืองเปล่าๆ”

เชอรีนเดินเข้ามาหาแบมือสองข้างก่อนเอ่ย “ของเค้าอ่ะ?”

ผมขมวดคิ้ว เดินไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟาหยิบโทรศัพท์ออกมาหาข้อมูลร้านให้เช่า

“...” (เชอรีน)

เชอรีนเห็นผมไม่สนใจก็กัดริมฝีปากก่อนเดินมานั่งลงข้างๆ ยื่นหน้ามาใกล้อย่างเสียมรรยาทก่อนถามว่า “สนใจพวกพื้นที่เช่าร้านเหรอ?”

ผมไม่ตอบและเดินขึ้นห้องไป

“เชนี่เย็นชาจังเลยน้า” เชอรีนตามขึ้นมาบนห้องและนั่งลงบนเตียง

“ต้องการอะไร” ผมถามออกไปอย่างรำคาญ

“ไปเล่นเครื่องเกมที่ห้องเค้ากัน”

หากเป็นตามปกติผมอาจไปแต่ตอนนี้ผมต้องรีบหาร้านเช่าเพื่อจำหน่ายเครื่องประดับในอนาคต

“ติดใจ?” ผมถาม

“เปล่า! เค้าแค่อยากเล่นเกมแต่เล่นคนเดียวมันไม่สนุก” เชอรีนเอ่ยอย่างร้อนรน

“ฮึ!” ผมหัวเราะในลำคอ “ก็หมายถึงเกมไง คิดเรื่องอะไรอยู่ยัยลามก”

เชอรีนทำหน้าไม่พอใจที่โดนกวนประสาท แต่แวบเดียวก็กลับมาเป็นโหมดสาวน้อยขี้เล่น

“เห~ เชพูดเหมือนตัวเองไม่ลามก?”

“อย่าเอาฉันไปเปรียบกับผู้หญิงชั้นต่ำแบบเธอ” ผมเอ่ยเสียงเรียบสายตาก็มองจอโทรศัพท์อย่างตั้งอกตั้งใจ

เชอรีนหรี่ตาเล็กลงก่อนเอ่ย “แล้วไม่ทราบว่ามือที่จับนมเค้าอยู่นี่ มือใครคะ?”

ผมตกใจ หันไปมองมือตัวเอง บ้าเอ๊ย! ถึงว่ารู้สึกนุ่มๆ ไอ้มือไม่รักดี!

แค่กๆ

“จะยังไงก็ช่างกลับไปซะ ฉันไม่ไปกับเธอแน่”

ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง คุณน้องสาวผู้น่ารักเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดีแต่พอเห็นผมกับเชอรีนนั่งอยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ จากอารมณ์ดีกลายเป็นอารมณ์ร้ายขึ้นมาทันใด เธอเอ่ยอย่างรังเกียจ “อย่ามาทำเรื่องสกปรกในห้องของฉัน”

ผมยิ้มเจื่อน คุณน้องสาวครับ มองยังไงถึงเห็นเป็นแบบนั้นครับ เห็นไหมว่าพวกพี่เสื้อผ้าครบทุกชิ้น!

เชอรีนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เฟิร์น ฉันซื้อมาการองร้านดังมาอยู่ในครัวนะ”

ใบเฟิร์นตาโตเป็นไข่ห่าน หันหลังเตรียมวิ่งลงไปแต่หยุดและพูดว่า “ห้ามใช้เตียงของฉันเด็ดขาด”

นั่นแหละครับ คุณน้องสาวของผมถูกซื้อไปด้วยขนมหวานซะแล้ว

ผมมองเชอรีนอย่างไม่ชอบใจ ยัยนี่รู้จุดอ่อนน้องสาวผม!

ช่างเถอะ ว่าแต่จะมีที่ไหนรับแปรรูปก้อนเพชรดิบบ้างนะ

“เธอรู้จักที่ที่เขาทำก้อนเพชรดิบเป็นเม็ดๆ บ้างไหม” ผมตัดสินใจถามคนพื้นที่

“อืม.. ไม่รู้อ่ะ ทำไมเหรอ?”

“เปล่า”

“หาเช่าร้านอยู่เหรอ?” เชอรีนกระแซะเข้ามาถาม

เมื่อผมไม่ตอบเธอจึงพูดต่อ “อยากได้ที่ในห้างของเค้าไหม”

ผมหันขวับมองลูกแมวน้อยที่คลอเคลียอยู่แถวหัวไหล่ขวาอย่างไม่เชื่อสายตา

‘ห้างของฉัน’ โอแม่เจ้า ยัยผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้ก็มีคิดอยู่ว่าอาจจะเป็นลูกคนรวย แต่คงไม่ใช่แค่รวยธรรมดาแล้ว... โคตรรวย?

“แพงไหมล่ะ” ผมถาม

“ถ้าห้องเล็กๆ ปกติก็เดือนละสองแสน ถ้าเชอยากได้เค้าจะไปขอพี่ให้เก็บค่าเช่าแค่เดือนละสองหมื่นก็พอ”

ผมมองยัยเชอรีนอย่างไม่ไว้วางใจ “ไม่มีของฟรีในโลกส่วนลด 90% แลกกับอะไร”

“แค่มาเที่ยวเล่นกับเค้าบ้าง” เชอรีนยิ้มเห็นเขี้ยวอย่างน่ารัก

ที่จริงยัยนี่ก็ดูไม่เหมือนคนขาดเพื่อนทำไมถึงจงใจอยากไปเที่ยวกับผมนักนะ หรือว่าจะชอบ? ไม่ๆ ครั้งที่แล้วเธอเป็นคนพูดเองว่าสุรเชษฐ์เป็นแค่ของเล่น คงเหมือนเด็กสาวที่อยากมีตุ๊กตาสวยหล่อมากกว่า

“เฮอะ! ฉันไม่ชอบเป็นของเล่นของใคร ขอเช่าเต็มราคาแล้วกัน” ผมส่ายหน้า

“แกมีเงิน?” เชอรีนเปลี่ยนโหมดเจ้าแม่มองผมอย่างดูถูก “คิดว่าสุดท้ายจะขอฟรีเหมือนทุกทีซะอีก หืม.. แล้วครั้งนี้ไปหลอกเงินอีแก่ที่ไหนมาล่ะ ดูท่าจะได้มาไม่ใช่น้อยเลยนิ”

ผมถอนหายใจ ไม่มีควันถ้าไม่มีไฟ เชอรีนน่าจะพูดถึงเรื่องในอดีต สิ่งที่สุรเชษฐ์เคยทำไว้

“เธอกลับไปได้แล้ว” ผมเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ใส่ใจ

“...” เชอรีนเงียบไปพักหนึ่งก่อนกลับเข้าโหมดขี้เล่น “เช.. โกรธเหรอ เค้าขอโทษนะ..”

ยัยผู้หญิงคนนี้เป็นไบโพล่าหรือไง เปลี่ยนโหมดไวเหลือเกิน

จากนั้นเชอรีนรีบโทรศัพท์ไปหาใครสักคนคุยสองสามประโยคก็หันมายิ้มให้ผม

“เดือนหน้ามีว่างล่ะ เชเข้าไปใช้ได้เลย”

เมื่อเป็นในห้างย่อมดีกว่าร้านข้างถนน ผมไม่อยากเรื่องมากเลยพยักหน้าไป

“เตรียมสัญญาไว้ด้วยฉันจะเช่าราคาเต็ม”

ตามกฎหมายผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและอายุไม่ต่ำกว่า 12 ปี จะทำนิติกรรมใดๆ ก็ได้โดยได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม หรือจะจดทะเบียนพาณิชย์ก็ยังได้ รวมทั้งเข้าเป็นหุ้นส่วน ผู้ก่อนการ หรือกรรมการบริษัท เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องทำคือขอหนังสือรับรองความยินยอมมาจากแม่ใบหม่อน ซึ่งดูจากนิสัยตามใจลูกของเธอแล้วผมคงได้มาไม่ยากนัก

ได้ร้านแล้วยังไม่มีสินค้าเลย ผมยังต้องตกแต่งร้าน หาช่างแปรรูปก้อนเพชรดิบ ช่างอัญมณี ช่างเครื่องประดับอีก โธ่.. หนทางทำธุรกิจไม่ง่ายจริงๆ

“ครั้งนี้เล่นขายของเหรอ เค้าเล่นด้วยได้ไหม” เชอรีนถามอย่างตื่นเต้น

“อย่างเธอไปตั้งใจเรียนซะ เผื่อฉลาดขึ้นจะได้เลิกบ้าผู้ชาย” ผมมองอย่างสังเวช

“ใครบ้าผู้ชาย! อีกอย่างคะแนนสอบเค้าติด top 3 ตลอด ไม่เหมือนเชหรอก top 3 นับจากล่าง!” เชอรีนโมโห

ผมตกใจเล็กน้อยที่ยัยเชอรีนเป็นเด็กหัวดี

ผมขี้เกียจเกินกว่าจะเถียงกับเจ้าหล่อนจึงเมินๆ ไป

หลังจากอยู่กินข้าวเย็นอย่างกับเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวผมแล้ว เชอรีนก็ยอมกลับไป แน่นอนว่าแม่ใบหม่อนใช้ผมไปส่งเธออีกตามเคย

เมื่อกลับมาที่บ้านผมก็จัดการโน้มน้าวแม่ใบหม่อนจนได้หนังสือรับรองมา

เอาล่ะ! คืนนี้ต้องฟาร์มให้หนัก ต้องใช้เงินอีกมากในการทำให้บริษัทเครื่องประดับเป็นรูปเป็นร่าง!

และคืนนี้ผมก็ทำเงินได้ 120,000 บาท รวมกับของเก่าตอนนี้จึงมีเงิน 980,400 บาท

ในตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าประโยชน์ที่แท้จริงของดันเจี้ยนพิศวงไม่ใช่เงินทองหรือเพชรพลอย แต่เป็นพละกำลังและความสามารถต่างหาก!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น