เด็กหญิงเย็นชา

หลงเข้ามารึเปล่าไม่รู้ แต่ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคร๊าาาา

ตอนพิเศษ : 02 หลบหน่อย...พระเอกมา

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : 02 หลบหน่อย...พระเอกมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2561 02:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : 02 หลบหน่อย...พระเอกมา
แบบอักษร

Series : Lovely Countryman รักไสยๆ...สไตล์บ้านนา

Story : Impossible Lovely!! เรื่องลุ้น…ของพี่หนุ่ม [พี่หนุ่ม x คุณพิชิต]

บทที่ 01 : หลบหน่อยพระเอกมา


                เรื่องของเรื่องก็คือพี่หนุ่มที่เป็นตัวร้ายในเรื่องรักของพี่เจิดดันจับพลัดจับพลูมาเป็นตัวเอกของเรื่องนี้ เป็นตัวเอกก็เด่นจนพี่หนุ่มไม่รู้จะเด่นยังไงแล้ว แต่พี่หนุ่มดันมีบุญวาสนาเกิดมาหน้าตาดีได้มีคนทาบทาบให้มาเป็นพระเอกหนังน่ะสิ!!

                ก็อย่างที่ว่า…เพราะว่าทำวีรกรรมเอาไว้เยอะ สร้างหนี้สร้างสินเอาไว้ก้อนโต ก็เลยต้องยอมตกปากรับคำเข้ากรุงมาเป็นดาราหาตังค์ใช้หนี้ที่ยืมพ่อมา

                แต่ว่าการเป็นพระเอกหนังมันไม่ได้ง่ายอย่างที่พี่หนุ่มคิดเลยนี่หว่า!! มันไม่ใช่แค่ใช้หน้าตาอันหล่อเหลาของพี่หนุ่มอย่างเดียว แต่นี่มันเป็นหนังบู๊ ลำพังแค่แสดงต่อหน้ากล้องต่อหน้าคนเป็นสิบก็เกร็งจะตายห่าอยู่แล้ว แต่บางฉากที่ต้องบู๊กับสตั๊นเป็นสิบก็เล่นเอาแทบหมดแรงข้าวต้ม แถมกองถ่ายก็ร้อนตับแตกต้องพัดวีกันตลอดเวลา

                “เย็นไหมจ๊ะพี่หนุ่ม”ไอ้จิ๋วถามพลางโบกพัดไปมาให้พี่หนุ่มที่กึ่งนอนเอกไขว่ห้างเขนกอยู่บนเก้าอี้เปลเพราะเป็นช่วงพักกองพอดี

                วันนี้แดดแรงพี่หนุ่มก็เลยสวมแว่นกันแดดสีดำ พอสวมแว่นกันแดดก็ยิ่งดูเท่เข้าไปใหญ่

                “พัดแรงๆอีกสิวะ กูร้อน”พี่หนุ่มหันไปบ่นใส่

                “พี่หนุ่มจ๊ะ นี่น้ำส้มเย็นๆจ้ะ จะได้คลายร้อน”ไอ้จิ๋วยื่นแก้วน้ำส้มเย็นๆมาให้

                “เออ ดีมาก”พี่หนุ่มคว้าแก้วน้ำส้มมาดูดอย่างสบายใจ เสร็จแล้วไอ้จิ๋วก็หันไปนวดขาให้พี่หนุ่มแทน

                ถามว่าไอ้จิ๋วกับไอ้แจ๋วคือใคร ไอ้จิ๋วกับไอ้แจ๋วก็คือลูกน้องของพ่อพี่หนุ่มที่พ่อพี่หนุ่มส่งมาดูแลพี่หนุ่ม จะว่าดูแลมันก็ไม่ถูกหรอก ต้องเรียกว่าคุมความประพฤติมากกว่า คงจะกลัวว่าพี่หนุ่มจะทำอะไรให้ครอบครัวอับอายขายขี้หน้าตระกูลอีกมั้ง

                แม่ของพี่หนุ่มเป็นคนหมู่บ้านดอนไฟไหม้ ส่วนพ่อพี่หนุ่มเป็นเสี่ยเจ้าของโรงสีหลายที่ ลูกหลานรุ่นเดียวกันมีแต่หน้าตี๋หน้าหมวย แต่พี่หนุ่มได้หน้าไทยๆมาจากแม่เต็มๆ พ่อพี่หนุ่มบอกว่าพ่อของพ่อของพ่อเป็นคนจีนโล้สำเภามาจากแผ่นดินใหญ่มาตั้งรกรากเมื่อนานมาแล้ว ตระกูลของพี่หนุ่มจึงเป็นตระกูลใหญ่ วีรกรรมครั้งที่แล้วของพี่หนุ่มทำให้พ่ออับอายขายขี้หน้ามาก ก็เลยส่งลูกน้องมาจับตาดูอย่างที่เห็น

                อันที่จริงทางบ้านก็ไม่เห็นด้วยหรอกที่จะให้พี่หนุ่ม เพราะมันเป็นงานเต้นกินรำกินไม่มีศักดิ์ศรี แต่พี่หนุ่มก็คือพี่หนุ่มประกอบกับเป็นลูกชายคนโปรดก็เลยอย่างที่เห็น

                “เฮ้ออออ กูนี่มันหล่อจริงๆ”พูดชมตัวเองพลางเสยผมที่ช่างทำผมเซ็ตให้เบาๆเต๊ะท่าหล่อ

                “ใช่จ้ะ พี่หนุ่มหล๊อหล่อ”ไอ้จิ๋วสำทับ

                “หล่อสุดในสามโลกเลยจ้ะ”ไอ้แจ๋วตัวชง

                ใครๆก็พากันมองมาทางพี่หนุ่มเพราะพี่หนุ่มเป็นพระเอก

                ใครๆก็มองพี่หนุ่มเพราะพี่หนุ่มหล่อ

                ยิ่งโดดเด่นเข้าไปใหญ่เมื่อพี่หนุ่มมีลูกน้องคอยพัดวีคอยดูแลอย่างดีตลอดเวลา ใครๆก็อิจฉา

                “คุณหนุ่มคะ”ทีมงานในกองเดินเข้ามาหา

                “อ๊ะๆ เดี๋ยวก่อน!! หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ”ไอ้จิ๋วรีบลุกขึ้นไปกางแขนขวางไม่ให้ทีมงานเดินเข้ามาใกล้ไปกว่านั้น

                เป็นอย่างนี้ทุกที ทั้งไอ้จิ๋วไอ้แจ๋วไม่ใครก็ใครคอยจำขวางไม่ให้ใครเข้าใกล้พี่หนุ่ม ยิ่งตอนนี้เป็นดาราก็ยิ่งเข้มงวดเข้าไปใหญ่ มันบอกว่าเพื่อความปลอดภัย เผื่อจะมีคนขี้อิจฉาฉวยโอกาสเข้าใกล้มาทำร้าย

                “มีอะไรจ๊ะน้องกานต์”พี่หนุ่มถอดแว่นออกแล้วยิ้มหวานให้

                พอยิ้มหวานปุ๊บน้องกานต์ทีมงานสาวสวยประจำกองก็แทบจะละลายในรอยยิ้มพิฆาตใจ

                “อะ เอ่อ ผู้กำกับให้มาตามคุณหนุ่มไปนัดแนะเรื่องคิวบู้ฉากต่อไปค่ะ”

                “อ้อ ได้สิ เดี๋ยวพี่หนุ่มไป”

                “เอ๊ะ!! จะไปได้ยังไงล่ะจ๊ะ พี่หนุ่มไม่ต้องไปนะ!! พี่หนุ่มเป็นพระเอกเลยนะจ๊ะ ถ้าเขาอยากคุยก็ให้เขาเดินมาคุยเองสิ”ไอ้จิ๋วค้านเสียงดัง เล่นเอาพี่หนุ่มแทบกุมขมับ

                “ถ้าอยากคุยก็ให้เดินมาเองสิวะ อย่าริอาจมาออกคำสั่งกับพี่หนุ่มนะโว้ย”ไอ้นี่ก็ตัวชง

                “อะ เอ่อ”น้องกานต์อึกอัก มองลูกน้องทั้งสองสลับกันไปมา

                “จะมาองมาเอ่ออะไร ก็ไปตามผู้กับกับมาสิ ไม่เห็นรึไงว่าอากาศมันร้อน เสียเวลา”

                “งั้นเดี๋ยวการต์ไปตามผะ…”

                “มีอะไรกันเหรอครับ เสียงดังเอะอะโวยวาย”ก่อนที่น้องกานต์จะพูดจบเสียงนุ่มทุ้มลึกก็ดังขึ้น

                ก่อนที่หนุ่มสำอางค์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าใส่กางเกงแสล็คหรูหราสวมรองเท้าหนังมันวับกับแว่นกันแดดราคาแพงจะเดินเข้ามาขัดการสนทนา

                คนนี้ผู้จัดการส่วนตัวของพี่หนุ่มเอง!!

                “คุณพิชิตมาพอดีเลย คือว่าผู้กำกับให้กานต์มาตามคุณหนุ่มไปคุยเรื่องคิวบู๊ซีนถัดไปน่ะค่ะ”น้องกานต์ยิ้มดีใจเหมือนมีพ่อพระมาโปรด

                “แล้วมีปัญหาอะไรเหรอครับ”คุณพิชิตถอดแว่นกันแดดออกแล้วหันมามองพี่หนุ่ม ทำหน้าตาเหมือนจะถามอะไร

                เห็นแล้วพี่หนุ่มก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไร ใจมันเต้นแรงยังไงก็ไม่รู้สิเวลาที่เห็นหนุ่มสำอางค์แบบนี้

                เหมือนน้องมะลิ…

                ไม่เหมือนก็ตรงคุณพิชิตนี่มันท่าทางร้อยเล่ห์ เหมือนพวกเจ้าชู้ หรือเป็นเพราะเป็นแมวมองก็ไม่รู้ ถึงได้มีท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจตลอด

                “คือว่า…”น้องกานต์หันมามองพี่หนุ่ม ไม่กล้าพูด

                “อ้อ… เอาเป็นว่าคุณกานต์ไปบอกผู้กำกับนะครับว่าอีกเดี๋ยวคุณหนุ่มจะตามไป ส่วนทางนี้ผมจะจัดการเอง”

                คำว่าจัดการของคุณพิชิตทำเอาพี่หนุ่มขนลุก พอน้องกานต์ไปสายตาของคุณพิชิตจากที่แพรวพราวก็กลายเป็นโหดเหี้ยมทันที

                “คุณหนุ่มครับ”น้ำเสียงที่เรียกไม่ได้ดังหรือตะคอก แต่มันเป็นเสียงที่ทำเอาพี่หนุ่มเย็นวาบไปทั้งตัว

                “อะไรของมึงอีกล่ะ จู้จี้จริงๆ”พี่หนุ่มบ่นกระปอดกระแปดสู้ไปก่อน

                “คุณจะให้ผู้กำกับเป็นคนเดินมาหาคุณแบบนี้ได้ยังไง จะให้ผมบอกสักกี่ครั้งกัน นี่ผมก็อุตส่าห์ยอมเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้คุณแล้ว คุณยังจะอะไรอีก”

                มาถึงก็บ่นหูชา ทำอย่างกับเป็นเจ้านาย เออ!! จะว่าเป็นเจ้านายก็เป็นจริงๆนั่นล่ะ เพราะตั้งแต่จรดปากกาเซ็นสัญญา ไอ้คนที่มันมาอ้อนวอนให้พี่หนุ่มมาเป็นนักแสดงในสังกัดก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นเจ้านายจอมโหดที่ใช้งานพี่หนุ่มอย่างกับทาส

                “ก็มึงไม่เห็นรึไงว่าแดดมันร้อน เดินตากแดดออกไปเดี๋ยวกูก็ดำพอดี”พี่หนุ่มสมอ้าง

                “คุณคงไม่ดำไปมากกว่านี้แล้วล่ะ”ดูทำเป็นมาถอนหายใจใส่ พี่หนุ่มไม่ได้ดำสักหน่อย แค่ผิวเข้มแค่นั้นเอง ฝรั่งเขาเรียกว่าอะไรนะ ผิวแทนใช่ไหม

                “เออๆ เดี๋ยวกูเดินไปเองก็ได้ มึงนี่จู้จี้น่ารำคาญ ใช้งานกูอย่างกับแรงงานพม่า”พอเถียงเข้าก็เหมือนจะแพ้ทุกที

                “คุณหนุ่มพูดถึงเรื่องนี้ก็ดี คืนนี้คุณต้องไปงานเลี้ยงกับผม อย่าลืมเตรียมตัวด้วยล่ะ”

                “งานเลี้ยงอีกแล้วเหรอวะ!!”

                “คุณเป็นดาราหน้าใหม่ ต้องทำความรู้จักกับสื่อเยอะๆ เป็นการโปรโมทละครไปในตัวด้วย”

                “โปรโมททั้งปี!! นี่มึงปลุกกูตั้งแต่เช้ามืด บังคับให้กูทำนู่นทำนี่ ถ่ายหนังเหนื่อยๆยังต้องไปงานเลี้ยงอีก แถมเหล้าเบียร์ก็ยังไม่ยอมให้กูแตะ”

                นี่พี่หนุ่มคิดผิดหรือคิดถูกเนี่ยที่ให้คุณพิชิตมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ อันที่จริงคุณพิชิตจะให้คนอื่นมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้พี่หนุ่มเพราะปกติคุณพิชิตจะไม่เป็นผู้จัดการให้ใคร แต่เพราะเป็นพี่หนุ่มไงล่ะ จะให้ไก่กาที่ไหนมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ได้ยังไง ก็เลยพูดไปว่า

                ‘มึงจะให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กูได้ยังไง มึงนั่นแหละมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของกู ไม่งั้นกูไม่เซ็น’

                ทุกๆวันสิ่งที่พี่หนุ่มต้องเจอก็คือการบังคับให้ตื่นตั้งตีห้าไปวิ่ง ออกกำลังอาย อาบน้ำกินข้าวเช้าเสร็จก็พาไปสปานวดนู่นทานี่จนผิวกร้านๆสมชายชาตรีของพี่หนุ่มมันลื่นไปหมด พี่หนุ่มล่ะเซ็ง คิดว่าทำสปาเสร็จจะได้พักผ่อน แต่ตกสายหลังปลาก็ต้องไปเรียนการแสดง ตกบ่ายถ่ายละคร ตกเย็นต้องไปห้องเสื้อแต่งตัวไปงานเลี้ยงต่อ เหนื่อยจนหลับเป็นตายทุกทีที่หัวถึงหมอน

                ลืมบอกไปว่าเพราะพี่หนุ่มไม่มีบ้านในบางกอก ก็เลยต้องมาอาศัยอยู่บ้านของคุณพิชิตไปก่อน ถึงคุณพิชิตจะบอกให้พี่หนุ่มรู้สึกลำพองใจว่าเป็นการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่แท้จริงแล้วมันคือการใช้งานพี่หนุ่มแบบคุ้มราคาค่าเซ็นสัญญาเลยล่ะ

                “บ่นเสร็จรึยังครับ”คุณพิชิตยืนกอดอกแสยะยิ้มใส่

                “เออ!! กูจะทำยังไงได้ล่ะ ก็เซ็นสัญญาไปแล้วนี่”พี่หนุ่มกระแทกเสียงใส่ เดินลงสิ้นไปทางเต้นท์ผู้กำกับ ให้ไอ้จิ๋วกั้บไอ้แจ๋ววิ่งตามมาติดๆ

                แพ้มันทุกที!!

แพ้ไอ้ท่าทางเจ้าเล่ห์ที่ไม่ว่าจะบ่นสักเท่าไรก็ไม่สะทกสะท้านแถมกลับใช้งานพี่หนุ่มหนักขึ้นทุกวันๆ ถึงค่าตอบแทนมันจะดีจนพี่หนุ่มใจเต้นทุกทีที่เห็นเลขศูนย์หลายตัวในบัญชี แต่การเป็นดารานี่มันโคตรยากเลย ยิ่งมาเจอผู้จัดการส่วนตัวหน้าเลือดอย่างคุณพิชิตอีก

                นี่พี่หนุ่มเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวตอนนี้ทันไหมวะเนี่ย!!


                -----------------------------------------------------------------------


​ก็เอามาให้ลุ้นอีกแหละมาใครจะรุกใครจะรับในเกมนี้ ระหว่างพระเอกหนังบ้านนอกผู้มีลูกน้องคุม กับผู้จัดการส่วนตัวจอมโหดที่ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านในคำบ่นแถมใช้งานพระเอกหนังเยี่ยงทาส

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น