QuinY

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ลมเปลี่ยนทิศ

ชื่อตอน : ลมเปลี่ยนทิศ

คำค้น : พิศวาสทรราช

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2562 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลมเปลี่ยนทิศ
แบบอักษร

 

"มู่เหมียนเจ้าเป็นอันใดหรือไม่ "

 

อำมาตย์เหลียนวิ่งกระหืดกระหอบมายามที่มีผู้ไปแจ้งว่าบุตรสาวตนเป็นลมล้มพับในฝ่ายใน อำมาตย์เหลียนลูบผมบุตรสาวเบาๆและสอบถามหมอหลวงว่านางเป็นเช่นใดบ้าง

 

"ลูกข้าเป็นเช่นใดบ้างท่านหมอหลวง"

 

"นางคงแค่อ่อนเพลียเท่านั้นข้าตรวจดูนางถ้วนถี่แล้ว. นางคงพบกับแสงแดดจึงเป็นลมสลบไปแค่เพียงนั้น ท่านอำมาตย์เหลียน. อย่าวิตกใดๆเลย"

 

พระชนนีขยับกายกวักมือเรียกอำมาตย์เหลียนเข้าไปใกล้ๆ

 

"ท่านอำมาตย์เหลียนหากบุตรสาวของท่านมิแข็งแรงนัก ข้าว่า...ท่านส่งนางเข้าวังหลวงโดยเร็วดีหรือไม่เล่า นางจะได้มิต้องลำบากลำบนเดินทางเข้าออกในวังหลวงให้ป่วยไข้อีก ท่านว่าดีหรือไม่เล่า"

 

พระชนนีกรีดตาจ้องมองอำมาตย์เหลียนไม่วางตา อำมาตย์เหลียนเหงื่อตกช้าๆ

ยามนี้องค์จักรพรรดิชรามีอาการเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะมิอาจว่าราชการได้อีกแล้ว องค์จักรพรรดิได้แต่งตั้งองค์รัชทายาทแล้ว

 

หากองค์จักรพรรดิทรงสิ้นพระชนม์แล้ว. เป็นแน่ว่าพระชนนีคงได้เป็นใหญ่ในตำหนักในนี้เป็นแน่แท้

 ยามก่อนนั้นอำมาตย์เหลียนมิเคยฝักไฝ่ฝ่ายใดมาก่อน แต่ยามนี้บุตรสาวของตนถูกตาต้องใจองค์รัชทายาท ที่มีชายามากมายดั่งบุปผาบานในวังหลัง

 

 องค์ชายอื่นๆในตอนนี้ หากมิโดนเนรเทศไปชายแดน แต่มินานก็ใกล้จะหมดวาระในการอยู่อาศัยในวังหลวง มินานองค์ชายทุกพระองค์จะต้องออกไปจากตำหนักใน

 

ฝ่ายใดที่ถือหางองค์ชายใดจะต้องเริ่มขยับไหว และครานี้ดูท่าตนเองคงจะต้องตกกระไดพลอยโจนไปกับองค์รัชทายาทเป็นแน่แท้

 หากเป็นยามก่อนคงมิติดขัดในสิ่งใด แต่ยามนี้ธิดาตนนั้นแสนงดงามและอ่อนบาง การเป็นดอกไม้งามในตำหนักในอาจนำนางไปสู่ความตายอย่างทุรนทุรายได้ อำมาตย์เหลียนปาดเหงื่ออีกครา

 

"ข้าจะรอคำตอบในอีกไม่นาน หากท่านมิตอบรับข้า ข้าจะถือว่าท่านมิใช่ฝ่ายเดียวกับข้าในยามนี้ จงจำไว้นะอำมาตย์เหลียน โปรดทบทวนดูให้ดี ว่ายามนี้ท่านจะเลือกขึ้นเรือลำใดออกจากชายฝั่ง "

 

พระชนนีตบบ่าอำมาตย์เหลียนเบาๆ และให้ผู้คนพยุงร่างท่านหญิงเหลียนออกจากตำหนักในไปขึ้นรถม้ากลับจวนตน มู่เหมียนกุมศีรษะตนช้าๆความทรงจำนางขาดหายไป

 

นางจำมิได้ว่ามาถึงตำหนักในได้เช่นไรกัน นางจดจำได้เพียงแค่บางสิ่งที่มืดสนิท

 

"คุณหนูเจ้าขาคุณหนูกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ "

 

สาวใช้ของนางเร่งมาเกาะแขนขา พยุงตัวนางเข้าไปในเรือน

อำมาตย์เหลียนมองบุตรสาวตนด้วยแววตาหม่นหมอง ครานี้มิรู้จะหลีกหนีชะตาให้บุตรสาวตนในทางใด

 

มิคาด..หลังจากมาถึงจวนตน ในวังหลวง สั่นระฆังเป็นสันญาณว่าองจักรพรรดิ ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว !!!

 

 

ครานี้วังหลวงอลหม่านนัก สตรีในวังหลวงผู้มิมีบทบาทอันใดในวังหลวงล้วนต้องถูกจองจำในอารามชีไปชั่วชีวิต บรรดาองค์ชายน้อยใหญ่ล้วนถูกเนรเทศระเห็จออกจากวัง ในชั่วข้ามคืน

 

 

 

แต่มีตำหนักหนึ่งที่ผู้คนลืมเลือนไป..

 

ตำหนักสีดำในทิวไม้ ตำหนักที่มิเคยเปิดหน้าต่างรับแสงสว่างใดๆเข้ามาในตำหนัก ครานี้ ผู้คนในตำหนักดำล้วน ชุมนุมกันเงียบๆ ในเงามืดของตำหนัก

 

"ครานี้เราจะทำเช่นใดดีกระหม่อม องค์จักรพรรดิได้สิ้นลงแล้ว "

 

"ในยามนี้เราคงยังมิต้องขยับใดๆทั้งสิ้น อย่างไรตำหนักนี้ก็ยังมิมีผู้คนมาสนใจ แม้แต่องค์จักรพรรดิยังหลงลืมว่าได้จองจำข้าอยู่ในตำหนัก

 

เช่นนี้เราก็ทำเหมือน มิมีผู้ใดมาแจ้งข่าวให้ออกนอกฝ่ายในก็ได้เช่นเดียวกัน

ข้าเป็นองค์ชายอย่างไรก็คงมิอาจมิโทษหนักใดๆกว่าขับออกนอกฝ่ายในแล้ว ในยามนี้องค์รัชทายาทคงยังมิตั้งตัวในการหันมาสนใจข้านักหรอก เราจะกระทำการอันใดในวังนี้ก็ย่อมได้ "

 

ผู้คนพยักเพยิดตามผู้อยู่หน้าแสงเทียน ใบหน้าแข็งกร้าวขยับริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยช้าๆ

 

"อีกมินานนางคงถูกส่งเข้าวังหลวงจับตาดูบิดานางไว้ให้ดี "

 

"ขอรับ แล้วเรื่องกองกำลังต่างๆเล่าขอรับ "

 

"ให้ปะปนมาสอบจอหงวนฝ่ายบู๊ในวังหลวง ตลอดจนฝ่ายบุ๋น แทรกแซงในทุกฝ่าย ส่งสตรีมีฝีมือเข้ามาให้มาก. อย่าให้หน้าตาสะดุดสายตาบุรุษผู้นั้นเป็นอันขาด มิเช่นนั้นจะเสียผู้คนไปเปล่าๆ แผนที่ข้าวางจะขยับเขยื้อนไปโดยสิ้นเปลืองสมองอีก

 

"ขอรับข้าน้อยจะจดจำเอาไว้ขอรับ "

 

"ยามนี้ผู้คนกำลังออกจากฝ่ายใน จงสับเปลี่ยนขันทีและคนรับใช้ รวมถึงองครักษ์ให้คลายลงในทุกส่วน จงให้ผู้ไร้ฝีมือขนาบข้างคู่บุรุษบนบัลลังค์ให้มากเข้า

 

." อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น ให้มันหลงตนขึ้นคลองบัลลังค์เสียให้พอ...อีกมินานข้าจึงจะค่อยเคลื่อนไหว ยามนี้ผู้คนระมัดระวังตนนัก "

...

....

ในสายฝนยามเช้า ... เสียงหวีดร้องร่ำไห้ระงมในฝ่ายใน สตรีหลายนางถูกบังคับนุ่งห่มชุดขาว สิ่งของถูกยึดครองและขับไล่ออกไปยังอารามชี ผู้คนใบหน้าเปื้อนทุกข์  มีเพียงตำหนักในของพระชนนีที่ยังคงสรวลดังลั่นออกมาจากตำหนัก

 

"พระชนนีจะทรงสวมฉลองพระองค์ชุดใดดีนะเพคะ ชุดนี้ก็งามนะเพคะ ลายนกยูงเพคะ "

 

เสียงนางกำนัลประจบสอพลอดังขึ้นในตำหนัก พระชนนีปรายตามองและตะโกนก้อง

 

"บังอาจ!!!! "

 

"องค์จักรพรรดิสิ้นยังมิถึงข้ามวัน เจ้าใช้สิ่งใดขบคิดให้ข้าแต่งกายสีฉูดฉาดเช่นนั้นกันนังโง่ !!!"

 

"ไปหาชุดไว้ทุกข์เรียบๆมาให้ข้าสวมใส่ แล้วอย่าได้เอะอะอันใดอีก ยามนี้ผู้คนต้องไว้ทุกข์ ทั่วเมืองล้วนเศร้าโศกยิ่งนัก "

 

"โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ "

 

พระชนนีปรายตาแล้วแย้มยิ้มเพียงนิด

 

"ชุดงดงามเช่นที่เจ้าหยิบยกมานั้น ข้าจะรอคอยวันที่บุตรข้าขึ้นครองบัลลังค์จึงจะสวมใส่มันเป็นแน่ "

 

" ถึงยามนั้นอย่างไรก็ต้องสวมใส่มัน ในฐานะพระชนนี จงเก็บรักษาไว้ให้ดี อย่างไรก็มินานเกินที่ข้าจะรอคอยเลย"

 

"เพคะ เพคะ หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ จะรีบไปจัดการตามรับสั่งเดี๋ยวนี้เลยเพคะ "

 

นางข้าหลวงเร่งถลาออกไปกองภูษา ตัดเย็บชุดไว้ทุกข์ที่แสนสง่าให้พระชนนีอย่างรีบเร่ง

ในกองภูษาล้วนคำนับข้ารับใช้ผู้เหนือผู้ใดในยามนี้อย่างนอบน้อมถ่อมตน ป้องกันตนกันสุดชีวิต

กระแสน้ำไหลเปลี่ยนทิศแล้ว ทุกสิ่งย่อมมิแน่นอน ผู้ปกครองเปรียบเสมือนเจ้าชีวิต  อันใดก็เกิดขึ้นได้

ความคิดเห็น