มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5 : ......ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก งึม ๆๆๆๆๆ ... (80%)

ชื่อตอน : 5 : ......ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก งึม ๆๆๆๆๆ ... (80%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2561 22:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 : ......ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก งึม ๆๆๆๆๆ ... (80%)
แบบอักษร

(ต่อ)


"คุณหนู!"

นมแม้นอุทานอย่างเสียงดัง ในขณะที่ตัวเองกำลังนั่งเย็บเสื้อที่ขาดอยู่ตรงม้านั่งตัวยาวใต้ร่มไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

จากนั้นจึงรีบดึงมือข้างที่ถือเข็มขึ้นมาให้ห่างจากใบหน้าหล่อคมของใครคนนั้นที่ล้มลงมานอนแนบตักของตัวเองด้วยความรวดเร็ว

"บอกแล้วว่าอย่าเรียกว่า...คุณหนู" ดรันว่าด้วยน้ำเสียงคล้ายงัวเงีย ลืมตาโพลงขึ้นมองเจ้าของตักหนานุ่มที่กำลังก้มหน้ามองตนด้วยอาการตำหนิเล็กน้อย

"ไม่ให้นมเรียกว่าคุณหนู ก็เลิกทำตัวเป็นเด็ก ๆ แบบนี้ได้มั้ยเล่าคะ" นมแม้นว่าเข้าให้อีก 

"ก็แค่มาขอนอนหนุนตักเองนะนมแม้น"

นมแม้นว่าชายหนุ่มไม่เข้าใจความหมายที่ตนกำลังสื่อ เรื่องหนุนตักตนเองไม่ได้หวง แต่ห่วงเรื่องที่ชอบเข้ามาซุกตัวลงนอนขณะที่ตัวเองกำลังเย็บผ้านี่แหละ ที่น่าตำหนิ "แล้วเกิดเข็มจิ้มเข้าที่ตาล่ะคะ"

"ทำแบบนี้มาหลายครั้ง เคยพลาดเสียที่ไหน" ชายหนุ่มเถียง พลางยิ้มน้อย ๆ ถือว่ายั่วให้นมแม้นของตนโมโหเล่นด้วย

"แล้วถ้าวันหนึ่งเกิดพลาดขึ้นมาคุณหนูตาบอด นมรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะคะ คุณรุ่งจะเล่นงานเอาอีก" พอได้ต่อว่าแล้วก็เริ่มมองชายหนุ่มที่นอนตักตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง

"แล้วนี่ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?"

เขาเม้มริมฝีปากได้รูปสีเนื้ออ่อนเข้าด้วยกันเล็กน้อย พลางบอก "ไม่มีอะไรหรอก ทำงานเพิ่งกลับเลยเหนื่อย อยากแวะมานอนหนุนตักนุ่ม ๆ ของนมแม้นให้หายเหนื่อยก็เท่านั้น"

คนสูงวัยพลอยพึงพอใจ กับคำพูดจากชายหนุ่มที่ตนรักพอ ๆ กับลูกชายในอุทรอีกคนก็ไม่ปาน แม้จะสูงใหญ่เพียงใด เติบโตเป็นหนุ่มนักเรียนนอกมาจากไหน ทว่า คุณหนูของตนก็ยังมีช่วงเวลาออดอ้อนคล้ายเด็กตัวน้อยมาให้ตนได้ชื่นใจอยู่เสมอ

"แหม ที่อย่างนี้มาอ้อน กลัวว่าอีกหน่อยแต่งงานแล้วก็คงไม่มานอนหนุนตักอย่างนี้แล้วสินะ นั่นล่ะ ตักแข็ง ๆ ของคนแก่ ๆ จะยังน่าหนุนเท่ากับตักนุ่ม ๆ ของคนสาว ๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้"

ดรันหัวเราะพรืดอย่างอดกลั้นไม่ได้ กับบทเปรียบเปรยเชิงน้อยเนื้อใจของแม่นม พลอยให้หัวอกที่หมองหม่นก่อนหน้าของชายหนุ่มได้ชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง

"แล้วที่ทำงาน ไปทำจริง ๆ นะ ไม่ได้ดอดไปหาสาวบ้านไหนมาหรอกนะคะ"

ดรันเข้าไปทำงานที่บริษัทตั้งแต่เช้า แล้วแวบออกจากบริษัทมาตอนบ่าย ๆ เพื่อไปพบกับหญิงสาวอีกครั้ง ก็ถือว่าไปทำงานอยู่ไม่ได้โกหกนะ ชายหนุ่มจึงกล้าสบตากับคนสูงวัยตรงหน้าเต็มที่  แล้วนมแม้นจึงรู้ว่าแววตาของดรันนั้นดูเปลี่ยนไป ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างไรก็ไม่รู้

"นมแม้นเย็บผ้าต่อไปเถอะ ผมขอนอนหนุนตักคิดอะไรหน่อย"

"มีเรื่องคิดไม่ตกมาล่ะซี่"

เขาแค่ยิ้มน้อย ๆ แทนคำตอบ

นมแม้นจึงถอนหายใจ เวลาที่ชายหนุ่มมีความกลัดกลุ้มไม่สบายใจ จะต้องมานอนหนุนตักตัวเองแบบนี้เสมอ เพื่อคิดใคร่ครวญบางสิ่งบางอย่าง แม่นมของชายหนุ่มผู้เข้าใจเขาดีกว่าใคร เลยไม่ว่าอะไร ปล่อยให้เขาใช้ความคิดตามลำพัง ส่วนตัวเองก็สอยผ้าที่ค้างอีกนิดอย่างเงียบ ๆ  ไปด้วย

จากนั้นดรันจึงค่อย ๆ พลิกตัวนอนตะแคง มือทั้งสองกอดอก คู้เข่าทั้งคู่ขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเป็นกริยาที่เขามักจะทำตั้งแต่เด็กเวลามีเรื่องกลัดกลุ้มใจจริง ๆ นมแม้นลอบมองชายหนุ่มไปด้วยความเป็นห่วง

ดรันจึงเริ่มนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ตอนที่พะนอขวัญได้ระบายเรื่องราวของผู้ชายที่ชื่อทรงยศคนนั้นให้กับเขาได้รับฟังว่า...

พะนอขวัญได้เจอกับทรงยศในวันหนึ่งที่หล่อนนำผ้าไปส่งที่ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าร้านเดิม หลังจากนั้นเขาก็มักจะมาดักรอหญิงสาวแถวนั้นอยู่บ่อย ๆ  เพราะทรงยศรู้สึกสะดุดตากับใบหน้าของหญิงสาวที่มีความจิ้มลิ้มพริ้มเพราของสาวแรกรุ่น 

ทีแรกหญิงสาวไม่ได้สนใจผู้ชายคนนี้นัก แต่ทรงยศก็ใช้ลูกตื้อ พยายามทำให้หล่อนได้เห็นถึงความจริงใจที่เขามีให้ บวกกับการวางท่าทางเป็นผู้ชายที่สุภาพ อ่อนโยน ก็เพียงพอที่จะทำให้หล่อนเริ่มรู้สึกดี ๆ ต่อเขาขึ้นมาบ้าง 

จากที่ไม่ค่อยมีการพูดคุยก็เริ่มมีการพูดคุย และเริ่มมีความสนิท ทรงยศก็เริ่มรบเร้าขอขับรถมาส่งหล่อนที่บ้าน พะนอขวัญที่กลัวถูกมารดาดุ เพราะว่าหล่อนทำอะไรมักจะไม่เป็นที่พอใจท่านอยู่แล้ว จึงได้ปฏิเสธเขาไปทุกครั้ง

ไม่ทราบว่าการที่หล่อนบ่ายเบี่ยงเช่นนี้ และการไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ตัวมากกว่าการพูดคุย  คงทำให้เขารำคาญหล่อนหรืออย่างไร  จากนั้นชายหนุ่มจึงได้เงียบหายไปจากชีวิตของหล่อนเสียดื้อ ๆ  ทิ้งปริศนาค้างคาใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและหล่อน

และปริศนานั้นก็ได้รับการคลี่คลายในเวลาต่อมา ด้วยวันหนึ่งหญิงสาวเห็นรถยนต์สีขาวคันคุ้นตาได้มาจอดอยู่ภายในบ้าน ทีแรกพะขอขวัญรู้สึกตื่นเต้น คิดเอาเองว่าเขาคงมาขอพบตัวหล่อน หญิงสาวจึงรีบจะเดินไปหาเขา 

แต่แล้วฝีเท้าทั้งคู่ของหล่อนก็ได้หยุดเอาไว้ตรงพุ่มดอกไม้ เมื่อเห็นพี่สาวกำลังเดินควงแขนชายหนุ่มคนนี้ออกมาจากตัวบ้าน ก่อนที่ทั้งสองจะหันไปไหว้มารดาหล่อนที่รับไหว้เขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พลางพูดจาอะไรกันไม่มาก เขาก็รีบเดินไปเปิดประตูให้พี่สาวหล่อนเข้าไปนั่งภายในรถยนต์คันนั้น จากนั้นทั้งสองก็นั่งรถออกไปด้วยกัน

เป็นอันว่า...พะนอขวัญจึงกระจ่างใจแล้ว ที่ทรงยศหายหน้าหายตาไป นั่นเป็นเพราะ เขาได้พบกับพี่สาวหล่อน แล้วรู้สึกถูกตาต้องใจมากกว่า จึงรีบสลัดหล่อนทิ้งไปอย่างไม่ใยดีนี่เอง

จากนั้นทรงยศก็มาที่บ้านนี้อีกหลายครั้งเพื่อรับส่งพี่สาวหล่อนระหว่างบ้านและมหาวิทยาลัย  แรก ๆ ที่เขาเจอหน้าหล่อนที่บ้าน เขาบอกกับพี่สาวหล่อนว่าไม่เคยรู้จักหล่อนมาก่อน สายตาเขาที่มีต่อหล่อนช่างว่างเปล่าเหมือนหล่อนไร้ตัวตน ไร้ความหมายในสายตาทั้งคู่ของเขา

พะนอขวัญจึงรู้สึกเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดที่หล่อนมีก็ไม่เทียบเท่ากับความเจ็บใจที่ตัวเองเคยเผลอไผลมีใจให้ผู้ชายโกหกพกลมคนนั้น! หล่อนจึงบอกกับตัวเองว่า ในเมื่อเขาได้ทำเหมือนหล่อนไม่มีตัวตน หล่อนก็จะทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนเช่นกัน

หลังจากที่ผ่านเรื่องของทรงยศไปได้ พะนอขวัญก็รู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้นอีกมาก ที่ได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตอีกรูปแบบคือ ความรักแรกที่ไม่สมหวัง แต่หล่อนก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเขาได้ไปพูดอะไรให้กับพี่สาวหล่อนฟังหรือไม่ เพราะสกาวใจก็เริ่มมีท่าทีระแวงหล่อนมากขึ้น 

จากที่ไม่สนิทคลุกคลีกันเฉกเช่นพี่น้องคู่อื่น ๆ อยู่แล้ว คราวนี้สกาวใจก็ยิ่งแสดงออกถึงความชิงชังที่มีต่อหล่อนอย่างชัดเจนทีเดียว!

.

วันนี้ว่าจะเอามาลงอีก แต่ถ้าเลยสี่ทุ่มแล้วไม่มีตอนใหม่ขึ้น ก็ไม่ต้องรอกันนะตัวเองงงงงง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น