Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 30 : อยากคุย [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 30 : อยากคุย [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2561 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 30 : อยากคุย [100%]
แบบอักษร

2 ชั่วโมงต่อมา

ณ คาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งหน้ามอ

“สรุปว่าจะไปเรียนสถาปัตย์จริงๆ ใช่ไหม” ผู้เป็นแม่อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว และท่านก็บอกว่าจะมาหาฉันเพื่อพูดคุยเรื่องนี้

“อืม ก็หนูคุยกับพ่อแม่แล้วไง” ฉันหยิบแก้วชานมไข่มุกตรงหน้าดื่มหลังจากที่พูดจบ “จริงๆ หนูว่าจะเรียนต่อไปอีกสักหน่อย”

“ก็ดีแล้ว อุตส่าห์จ่ายค่าลงทะเบียนไปแล้วเยอะแยะก็เรียนอยู่นี่ให้มันคุ้มก่อน” แน่ะ..แม่ก็

ความจริงแล้วฉันเพิ่งมาตัดสินใจได้เมื่อไม่กี่วันมานี้ว่าจะอยู่ต่อไปอีกสักหน่อย ยังไม่ออกไปเร็วๆ นี้ เอาไว้รอถึงปีหน้าที่จะสอบเข้าใหม่ค่อยออกก็ยังไม่สายนี่นา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพี่แซคขอไว้รายนั้นบอกว่าถ้าฉันออกไปก็ต้องกลับไปอยู่บ้าน แล้วงี้จะได้เจอกันบ่อยๆ ได้ไง

เนี่ย ละฉันก็ดันคล้อยตามด้วยนะ

“แล้วพี่เขาล่ะ นึกว่าจะมาด้วยกัน” ผู้เป็นแม่คงจะหมายถึงพี่แซค ท่านเพิ่งทราบข่าวว่าเราคบกันเมื่อวันก่อนน่ะ..ดูเหมือนจะปลื้มในใจด้วยนะนั่น

“ให้มาด้วยทำไมอะ” นี่วันนี้แทบทั้งวันฉันก็อยู่แต่กับเขาแล้วนะ ให้มาด้วยอีกได้เบื่อหน้ากันพอดี

“เอ๊า เด็กคนนี้นี่” แม่หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า “จริงๆ แม่ก็แค่อยากมาเยี่ยมเฉยๆ น่ะ ไม่ค่อยได้เจอหน้าลูกนานแล้ว”

“อะ งั้นไปเดินช็อปกันสักหน่อยไหมคะ ตามประสาแม่ลูกงี้” ฉันเสนอความคิดเห็นให้ผู้เป็นแม่ เพราะนานทีจะได้เจอกันอย่างที่ท่านว่าก็ใช้โอกาสนี้ไปเดินเที่ยวกันสักหน่อย

“อืม แม่ว่าก็ดีนะ”

เมื่อต่างคนต่างเห็นด้วย เราสองแม่ลูกจึงจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มและเดินออกจากร้านไป ซึ่งห้างสรรพสินค้าอยู่ใกล้ๆ ร้านที่เรามานั่งแค่ไม่กี่เมตรเองจึงไม่ได้เวลามากนัก และไม่นานเราก็มาเดินเข้ามายังชั้นหนึ่งของตัวห้างซึ่งชั้นนี้จะเป็นร้านขายเสื้อผ้าเสียส่วนใหญ่

ไหนๆ ก็มากับแม่ละ ไม่ต้องออกเงินเอง~

“ไปดูร้านนั้นกันแม่ กระเป๋าสวยมาก” ฉันเอ่ยกับคุณนายคนสวยพร้อมกับชี้ไปยังร้านขายกระเป๋าที่มีชื่อร้านว่า CaraClear ในตัวร้านจัดแต่งด้วยสีขาว-เทาเรียบๆ แต่ดูมีสไตล์ ซึ่งด้านในจะขายกระเป๋าหลายๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเป้สะพายหลัง กระเป๋าสะพายข้าง หรือกระเป๋าตังค์ใบเล็กๆ

“นี่ อันเก่าก็ยังเห็นใช้ดีอยู่เลย” เมื่อฉันลากแม่มาดูของในร้านได้สำเร็จกลับเจอกับประโยคที่น่าสะเทือนใจ

“โถ่แม่ ใช้ไปนานๆ สีมันก็ไม่สวยแล้ว” ฉันพยายามหาข้ออ้างมาร้อยแปดเพื่อให้แม่ยอมซื้อกระเป๋าใบใหม่ให้ แต่เนี่ย..มันสวยจริงนะ

“ข้ออ้างน่ะสิ” ทำไมคุณนายรู้ทัน

“ไม่ซื้อให้ลูกจริงเหรออออ” ฉันออดอ้อนอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับสายตาเว้าวอนที่ทำให้ผู้เป็นแม่โดยเฉพาะ จนในที่สุดท่านก็ดูใจอ่อน

“งั้นก็เลือกดูสักอันก็แล้วกัน”

Mission Complete!

1 ชั่วโมงผ่านไป

เอาจริงๆ ตอนแรกที่ฉันยกนาฬิกาขึ้นมาดูก็แอบตกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกันที่เวลามันผ่านมาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันรู้สึกว่าเพิ่งเดินเที่ยวกับแม่แป๊บเดียวเองนะ หลังจากที่คิดว่าเดินเล่นกันพอแล้วฉันก็มาส่งแม่ที่ลานจอดรถของตัวห้าง เพื่อบอกลาและให้ขับรถกลับบ้านอย่างปลอดภัย

“งั้นแม่จะกลับก่อนนะ เย็นมากแล้วกว่าจะถึงนู่นก็คงค่ำ”

ถึงเวลาล่ำราแล้วสิ

“โห หนูต้องคิดถึงแม่มากแน่เลย” ฉันเอ่ยพร้อมกับเข้าไปกอดไปซบไหล่คุณนายแม่ของตนซึ่งท่านก็กอดตอบฉันกลับมาด้วย

“ปล้นตังค์แม่ไปเยอะแล้วนี่ ก็มองถุงพวกนี้ให้หายคิดถึงละกัน” แม่นี่ก็ช่างคิดนะเนี่ย คุณนายว่าพร้อมกับหัวเราะไปด้วยจากนั้นก็พูดต่อ “ให้แม่ไปส่งที่หอไหม”

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวหนูกลับเองได้จะแวะซื้อของกินเข้าไปด้วย เดี๋ยวเสียเวลาแม่อะ” ฉันยกมือปฏิเสธ

“งั้นแม่กลับแล้วนะ”

 “โอเคค่ะ กลับดีๆ นะคะ” ฉันโบกมือลาแล้วก็ยืนมองท่านเข้าไปในนั่งในรถมองจนกระทั่งรถคันนั้นแล่นออกไปจากบริเวณลานจอดรถจึงหันหลังเดินออกมาโดยมีความคิดจะแวะร้านขายของกินแถวนี้ก่อนเผื่อมีอะไรน่าอร่อยจะได้ซื้อไปเก็บไว้ที่ตู้เย็น

แต่ทว่าฉันกลับได้เจอใครบางคนเข้า

“น้องอบเชย” เขาเรียกชื่อฉันก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม

“เอ่อ สวัสดีค่ะพี่เอส” ฉันยอมรับว่าค่อนข้างตกใจที่เห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้า ก็แบบ..เมื่อก่อนหน้านั้นตัวเองเพิ่งจะส่งข้อความบ้าๆ นั่นไปให้เขาแถมยังบล็อกอีกต่างหาก ถึงแม้ฉันจะไม่ได้เป็นคนทำจริงก็เถอะแต่พี่เอสไม่ได้รู้เบื้องหลังนี่นา

“พี่ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม” รุ่นพี่ตรงหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก

“เอ่อ..คุยอะไรเหรอคะ” โอ๊ย..ต้องเป็นเรื่องข้อความนั่นแน่ๆ เลยอะ ทำยังไงดี ควรโทรไปถามไอ้ตัวต้นเหตุที่ก่อเรื่องซะตอนนี้เลยดีไหม

“ก็เรื่องของน้องนั่นแหละอบเชย”

ตอนนี้ฉันกำลังสองจิตสองใจเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นการ์ตูนก็คงจะมีอบเชยตัวเล็กๆ สองตัวในชุดนางฟ้ากับซาตานมาพูดอยู่ข้างหูในตอนนี้ จิตสำนึกด้านดีมันจะบอกว่าให้ไปคุยกับพี่เอสเถอะ อย่างน้อยก็จะได้เคลียร์ๆ กันให้จบแต่จิตสำนึกด้านชั่วมันบอกว่าอีกฝ่ายน่ะเป็นถึงคู่อริของพี่แซคเชียวนะอาจจะไว้ใจได้ ฉะนั้นอย่าไปเลย

“อ่า คือว่า..” เอาไงดีวะ

“ไปทางนั้นกันดีกว่า พี่อยากคุยด้วยจริงๆ” อีกฝ่ายว่าอย่างจริงจังจนฉันไม่รู้จะหาทางปฏิเสธอย่างไรดี

เอาวะ ก็แค่แป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก

“ได้ค่ะ” ฉันพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็เดินตามแผ่นหลังของรุ่นพี่ไปยังทางที่เขาจะพาไป

ทางที่พี่เอสพามาเริ่มแคบลงไปทีละนิดแถมยังน่าจะเป็นมุมอับของที่นี่อีกด้วย มันเป็นตรอกซอยเล็กๆ ของด้านข้างลานจอดรถบริเวณที่ซึ่งไร้คนผ่านไปมา บรรยากาศรอบกายก็เริ่มแปลกไป..

ยิ่งเดินมาก็ยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดี

“คือ วันนี้ฉันขอกลับก่อนนะคะ” ฉันโพล่งออกไปเพื่อให้คนด้านหน้าได้ยินก่อนจะเตรียมหันหลังหนีออกไป แต่แล้วทุกอย่างกลับผิดคาดไปหมด

ผลัวะ!

ต้นคอของฉันรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกจากของแข็งขนาดใหญ่ที่ฟาดลงมาพอดิบพอดี นั่นคือความรู้สึกสุดท้ายที่ฉันได้รับรู้



Castle-G's Talk

เราจะเริ่มลบตอนก่อนหน้าแล้วนะคะ

ป.ล.หนังสือวางร้านแล้วน้า ว่างๆ ไปเดินดูได้

ขอบคุณค่า

ความคิดเห็น