ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 12 เรายังมีกันและกันเป็นเพื่อนอยู่เสมอ

ชื่อตอน : บทที่ 12 เรายังมีกันและกันเป็นเพื่อนอยู่เสมอ

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 เรายังมีกันและกันเป็นเพื่อนอยู่เสมอ
แบบอักษร

 

Lonely Moon 

เรายังมีกันและกันเป็นเพื่อนอยู่เสมอ   

 

         หลังจากที่ฉันออกจากบ้านมาอยู่หอเองตั้งแต่วันนั้น ในที่สุดวันรอคอยก็มาถึง ตอนนี้ฉันกับมะปรางพวกเราทั้งคู่ได้เรียนจบวิชาชีพชั้นสูงเรียบร้อยแล้ว  ย่าของมะปรางดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่  ท่านบอกว่าถ้าแม่กับพ่อของมะปรางยังมีชีวิตอยู่คงจะภูมิใจในตัวมะปรางไม่ต่างจากท่าน 

 

 

           แต่ที่ทำให้ย่าของมะปรางใจหายมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องที่มะปรางตัดสินใจไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯเพื่อเอาวุฒิปริญญาตรีอีกใบเพื่อตามเป้าหมายในชีวิตของเธอที่วางแผนเอาไว้ และที่สำคัญเจ้านายของมะปรางอยากส่งเสียให้เรียนต่อจนจบเพื่อจะได้กลับมาช่วยงานที่ไร่ได้    มากยิ่งขึ้น 

    

              ตอนนี้เส้นทางชีวิตของฉันกับมะปรางคงต้องแยกกันไปคนละ   ทางแล้ว  เพราะต่างคนต่างมีเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกัน สำหรับฉันคงจะต้องขอพักโครงการเรียนต่อเอาไว้ก่อน ตอนนี้ฉันอยากลองหางานทำมากกว่า ฉันคิดไว้ว่าถ้าแผนที่วางไว้เรื่องขอบ้านคืนกับเปิดร้านกาแฟที่ฉันอยากทำลงตัวเมื่อไหร่  ในตอนนั้นฉันคงสามารถแบ่งเวลามาเลือกลงเรียนวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์กับมหาวิทยาลัยในตัวจังหวัดได้ 

   

          ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับการถ่ายรูปกับครอบที่มาแสดงความยินดีให้กับนักศึกษา ฉันมองไปรอบตัวเองอย่างรู้สึกอิจฉา แต่ความคิดนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังเดินตรงเข้ามาที่ฉันกับมะปราง  ยืนอยู่  ฉันค่อนข้างแปลกใจที่วันนี้พี่ตะวันเองก็มาแสดงความยินดีให้กับฉันและมะปรางด้วยเช่นกัน  ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นใบหน้าคมผิวสีขาวของพี่เขายอมตากแดดฝ่าผู้คนเดินอยู่ท่ามกลางความร้อนเพื่อมาแสดงความยินดีให้กับพวกเรา 

   

           แต่ฉันก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่เขาจะตั้งใจมาแสดงความยินดีให้กับฉันโดยเฉพาะ  เขาคงจะมาแสดงความยินดีกับมะปรางมากกว่า เพราะครั้งก่อนวันที่ฉันกับมะปรางจบการศึกษา ตอนนั้นพี่ตะวันไม่ได้มา คงเพราะเขาก็เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีที่กรุงเทพฯเหมือนกัน แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่อย่างน้อยพี่เขาก็มาในวันนี้ด้วย 

   

           ต่างจากพ่อของฉันที่ไม่เคยมาแสดงความสำเร็จกับฉันเลยสักครั้ง  ปีนี้ก็เช่นเคย  พ่อเพียงแค่โทรมาแสดงความยินดีและให้ลูกน้องที่บริษัทเอาช่อดอกไม้แล้วก็นาฬิกามียี่ห้อมาให้เป็นของขวัญ แต่ก็นั่นแหละพ่อไม่ได้มาด้วยตัวเอง  พ่อบอกว่าพ่อจะต้องเตรียมตัวไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารงานกับบริษัทในเครือที่พ่อทำงานอยู่สาขาที่ยุโรปสองปี 

   

           ฉันยังกังวลเรื่องบ้านอยู่ว่าจะเอายังไงต่อไป แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าคงต้องกลับไปทวงคืนเร็วๆนี้แน่นอน อย่างน้อยตอนนี้ ต้นอ้อก็ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อื่นแล้ว ที่นั่นเองพ่อก็ซื้อคอนโดไว้ให้คงไม่ลำบากอะไรกันหรอกถ้าฉันจะไปทวงสิทธิของฉันคืน 

 

           พอถึงวันที่ไปส่งมะปรางเรียนต่อที่กรุงเทพฯ อยู่ๆก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก   เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเราแทบไม่เคยแยกจากกันเลย เรียนก็เรียนด้วยกันมาตลอด พอมีเรื่องอะไรก็มักจะปรึกษากันอยู่เสมอ  มะปรางเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ฉันคุยด้วยได้แทบทุกเรื่อง 

   

           ขณะที่เราร่ำลากันมะปรางได้พูดถึงพี่ตะวันให้ฉันฟัง  ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่ามะปรางต้องการจะสื่ออะไรเป็นหลัก  เพราะฟังแล้วมันคลุมเครือไม่ค่อยชัดเจน  เหมือนเป็นการบอกเตือนเรื่องความเจ้าชู้ของผู้ชายมากกว่า ประมาณว่าถ้าเป็นไปได้มะปรางไม่อยากให้ฉันไปข้องเกี่ยวกับผู้ชายอย่างพี่ตะวัน ที่มะปรางบอกฉันแบบนั้นก็เพราะเธอเป็นห่วง ฉันเองก็ขำกับความเป็นห่วงเพื่อนแบบซื่อๆของมะปราง  ฉันได้แต่บอกไปให้เพื่อนสบายใจว่าไม่ต้องห่วงอะไรเพราะฉันเองก็โตแล้ว เข้มแข็งพอที่จะตัดสินใจอะไรได้ด้วยตัวเอง  ไม่อยากให้เป็นห่วงอะไรขนาดนั้น 

   

           สุดท้ายก่อนจะส่งมะปรางขึ้นรถ  เราทั้งคู่ไม่ลืมที่จะกอดลาและบอกให้ต่างฝ่ายต่างดูแลตัวเองให้ดี ถึงพวกเราจะอยู่ไกลกัน แต่เรายังมีกันและกันเป็นเพื่อนอยู่เสมอ 

 

           ตั้งแต่พ่อของฉันไปทำงานที่ต่างประเทศ เราก็คุยกันผ่านโปรแกรมแชทตลอด ท่านบอกที่นั่นอากาศดีถ้าเป็นไปได้อยากให้ฉันไปเที่ยวหา    ท่านบ้าง ฉันก็อยากไปอยู่หรอก  แต่ติดตรงที่น้าวิมลและน้องๆเองก็อยู่กับพ่อที่นั่นในตอนนี้  เป็นช่วงที่น้องๆเองก็ปิดเทอมด้วย บ้านทั้งบ้านเลยพากันไปใช้ชีวิตที่นั่นกับพ่อกันหมด 

               

       ฉันไม่อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับครอบครัวของท่านเท่าไหร่  ในช่วงวันเวลาที่ผ่านมาได้ทำให้ฉันโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก  การที่ฉันได้ออกมาใช้ชีวิตเพียงลำพังมันสามารถทำให้ฉันก้าวผ่านช่วงชีวิตในวันวานมาได้ ตอนนี้ฉันโตและเริ่มมองในโลกของความเป็นจริง ที่สำคัญฉันไม่อยากให้อดีตที่ผ่านมายังคงทำร้ายฉันอยู่  มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันยังคงยึดอยู่ในจิตใจคือความรักของแม่  และฉันเองก็พยายามที่จะใช้ชีวิตทำให้ตัวเองให้สนุกและมีความสุขกับสิ่งที่รัก 

      

 

 

 

 

To Be Continued 

ความคิดเห็น