มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5 : ......ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก งึม ๆๆๆๆๆ ... (40%)

ชื่อตอน : 5 : ......ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก งึม ๆๆๆๆๆ ... (40%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2561 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 : ......ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก งึม ๆๆๆๆๆ ... (40%)
แบบอักษร

5………….


หลังจากออกจากร้านขายกาแฟมา ดรันก็ใคร่ครวญตลอดว่า จะหาโอกาสที่เป็นส่วนตัวอย่างไรเพื่อจะบอกความจริงกับหล่อนไป เพราะการเดินทางทั้งขาไปและขากลับ ทั้งเขาและหล่อนก็ต้องพบเจอกับความจอแจของผู้คนอยู่ตลอดเส้นทาง เมื่อหาโอกาสอีกครั้งไม่ได้ สุดท้าย ดรันจำต้องเก็บความหนักใจเอาไว้อยู่กับตัวไปก่อน

ครั้นมาถึงบ้าน พะนอขวัญจะต้องเดินผ่านหลังใหญ่หลังสีขาวเหมือนเดิม วันนี้บ้านช่องเงียบลงไปอีก เพราะมารดาหล่อนไปค้างบ้านคุณตา คุณยายที่ต่างจังหวัด ส่วนพี่สาวที่เรียนมหาวิทยาลัยจะกลับมาถึงบ้านหรือยัง หล่อนก็ไม่แน่ใจ  พูดถึงบ้านหลังนี้จะมีคนที่ทำความสะอาดอีกสองคนคอยอยู่รับใช้คุณแม่และพี่สาว  แต่วันนี้ คุณแม่ไม่อยู่บ้านช่องจะเงียบสงบมาก ไม่เหมือนตอนที่ท่านอยู่ เพราะบางค่ำคืนบ้านหลังนี้จะได้ต้อนรับ 'อาคันตุกะ' ของคุณแม่อย่างมากหน้าหลายตาที่หล่อนไม่ชอบ เอาเสียเลย

นี่คือสาเหตุที่พะนอขวัญพอใจจะย้ายไปอยู่ที่เรือนคนใช้กับป้าช้อยและลุงชดแทน อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยของหล่อนเอง

พะนอขวัญเห็นรถยนต์คันสีขาวจอดอยู่ตรงหน้า จึงทำให้หล่อนรู้ว่า บัดนี้พี่สาวของหล่อนได้กลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้ว พร้อมกับแขกที่หล่อนไม่พึงประสงค์อยากพบหน้าอีกคน  นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวรีบสาวเท้าให้เร็วขึ้น จนทำให้ชายหนุ่มที่ เดินตามหลังห่าง ๆ พลอยแปลกใจตามไปด้วย 

แต่แล้วความแปลกใจนี้ก็ได้รับการเฉลยในเวลาต่อมา เมื่อเกิดเสียงห้าวของผู้ชายคนหนึ่ง เรียกหญิงสาวอยู่ด้านหลังว่า

"ขวัญ!" 

หล่อนเหมือนจะได้ยินจึงชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย ก่อนเร่งฝีเท้าหนีอีก  แต่เจ้าของเสียงห้าวที่เป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบห้าปีรูปร่างสันทัด ก็ปราดเข้าไปดักหน้าหญิงสาวอย่างรวดเร็ว เร็วชนิดที่ว่า ดรันที่เดินตามหลังหล่อนห่าง ๆ ก็ตกใจไปเหมือนกัน

"หลีก!"  หญิงสาวสั่งชายหนุ่มหน้าตาคมสันตรงหน้าเสียงเข้ม แล้วมองเขาด้วยสายตาเขม็ง

ดรันเห็นภาพที่เกิดอยู่ตรงหน้า จึงเข้าไปขวางหล่อนและผู้ชายคนนั้นทันที

"ไอ้คนนี้เป็นใคร!" ผู้ชายคนนี้ถาม ทำหน้าไม่พอใจขึ้น

"ใบ้ ใบ้หลบไปก่อน"  หล่อนบอกนายใบ้ เพราะท่าทางนายใบ้กำลังทำท่าปกป้องหล่อนจากผู้ชายคนนี้ หล่อนไม่อยากให้นายใบ้ไปมีเรื่องกับทรงยศเนื่องจากอีกฝ่ายมีบิดาที่มีอิทธิพลอยู่มาก  

แต่นายใบ้กลับไม่ยอมขยับไปไหน แถมยังก้มหน้าลงจ้องหน้าคนที่เสียเปรียบในเรื่องส่วนสูงตรงหน้าไปด้วย 

ด้วยร่างกายสูงใหญ่กว่าของอีกฝ่าย ทำให้ทรงยศยอมถอยห่างจากหญิงสาว แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วถามเสียงหยันว่า

"ใบ้ นี่...เป็นคนบ้าใบ้หรอกหรือ เดี๋ยวนี้ตกต่ำถึงขนาดไปคว้าเอาคนบ้าใบ้มา..."

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" พะนอขวัญอดที่จะใช้เสียงดังไม่ได้ พลางจ้องชายคนนี้ด้วยสายตาชิงชังมากขึ้น

 ดรันเห็นสายตาชิงชังของหญิงสาวที่มีต่อชายหนุ่มตรงหน้าชัดเจนทีเดียว  จึงรู้ว่าระหว่างหญิงสาวและผู้ชายคนนี้ต้องมีอะไรบางอย่างต่อกันแน่นอน

ทรงยศกดรอยยิ้มลงมุมปากอย่างถูกใจ ในขณะที่พะนอขวัญออกอาการโกรธจนตัวแทบสั่นเทิ้ม เพราะยามนี้หล่อนรู้สึกขยะแขยงผู้ชายตรงหน้านี้เหลือทน!

"นั่น...มีอะไรกัน!" สกาวใจรีบออกจากบ้านแล้วตามมาสมทบ เมื่อได้ยินเสียงอันดังของพะนอขวัญขึ้น และยามได้เห็นชายคนรักของตนได้อยู่ใกล้ชิดแม่น้องสาว หญิงสาวก็โกรธกริ้วแทบระงับไม่อยู่ "นี่ มันอะไรขวัญ...พี่ยศ?"  พลางเบือนหน้ากลับมาจ้องชายหนุ่มข้างกายเขม็ง

คนที่ถูกจ้องเขม็งลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย ก่อนจะแก้ตัวไปว่า

"พี่แค่ออกมาเดินเล่นแล้วก็เจอขวัญ เลยทักทายตามประสา แต่เหมือนขวัญจะไม่อยากทักทาย แถมยังให้นายบ้าใบ้นี่มาทำเสียมารยาทกับพี่"

"นายคนนี้อีกแล้ว?" สกาวใจมองชายร่างสูงด้วยความขัดเคือง ก่อนจะหันไปถามอย่างเอาเรื่องกับแม่น้องสาวตัวดี "คุณแม่เคยบอกแล้วใช่มั้ย ว่าห้ามให้มันกลับมาที่นี่อีก"

"เขามาช่วยขวัญทำงานค่ะ  วันนี้ลุงชดป่วย นายใบ้จึงต้องช่วยขวัญเอาผ้าไปส่งที่ร้าน"  พะนอขวัญพยายามใช้ความใจเย็นอธิบาย "นายใบ้นี่ไว้ใจได้ว่าเป็นคนใจซื่อ...ตรง ไม่เหมือนคนบางคนอย่างแน่นอน"

สกาวใจรู้ว่าพะนอขวัญกำลังเอ่ยกระทบกระเทียบถึงใคร จึงไม่ชอบใจเข้าไปอีก!

"ฉันจะฟ้องคุณแม่!"

พะนอขวัญแค่นยิ้มเล็กน้อย แล้วตอบกลับเสียงเรียบ "ก็ตามใจนะคะ ถ้าพี่จะฟ้องคุณแม่ จากนี้ก็คงไม่มีคนมาช่วยขวัญทำงานเพราะยังไม่มั่นใจว่าลุงชดแกจะอาการดีขึ้นหรือยัง  ถ้าไม่มีงาน ค่าไฟ ค่าน้ำ บ้านหลังนี้..." หล่อนหมายถึงหลังสีขาวตรงหน้า  "...ขวัญคงไม่มีเงินมาช่วยจ่ายให้"

"นี่!"  สกาวใจรู้ว่าพะนอขวัญขู่ เพราะจริงทีเดียวที่ค่าใช้จ่ายบ้านหลังนี้ พะนอขวัญเป็นผู้ดูแลอยู่เกือบจะทั้งหมด ซึ่ง ตนกับมารดาแสร้งทำเป็นหูหนวกตาบอดกับเรื่องพวกนี้มานานแรมปีแล้ว  "ก็ได้ แต่อย่าให้เห็นว่ามันมาวุ่นวายแถวนี้อีกก็แล้วกัน รำคาญลูกกะตา!" แล้วจึงหันไปบอกชายหนุ่มข้างกายด้วยน้ำเสียงที่ออกแนวคำสั่งอีกว่า "กลับเข้าไปติวหนังสือกันต่อดีกว่าค่ะ พี่ยศ อย่ายืนอยู่ตรงนี้นาน  เพราะบรรยากาศมันแย่!"

จากนั้นสะกาวใจก็ทั้งดึงทั้งลากแขนทรงยศกลับเข้าภายในบ้าน ทิ้งให้พะนอขวัญสูดหายใจเข้าลึก ๆ  แล้วรีบเดินหนีอย่างรวดเร็วคล้ายอารมณ์ไม่ดีขึ้น ทำให้ดรันรีบเดินตามไปแทบไม่ทัน

หล่อนเดินผ่านหน้านางช้อยไปอย่างรวดเร็ว จนอีกฝ่ายเอ่ยเรียกไม่ทัน

"คุณขวัญ อะ อ้าว!"

นางช้อยจึงรีบจับมือชายหนุ่มที่เดินตามหลังหล่อนมาติด ๆ เอาไว้ พลางถามเสียงเครียด "นายใบ้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น นายทำอะไรคุณขวัญ?"

ชายหนุ่มลดสายตาลงมาจับจ้องผู้สูงวัยกว่าแล้วรีบส่ายหน้า พลางโบกไม้บอกมือว่อน  อ้ำอึ้งไม่รู้จะอธิบายผู้สูงวัยอย่างไร  เขาจึงทำได้แค่ค่อย  ๆ แกะมือของอีกฝ่ายออก  แล้วรีบเดินตามหลังหล่อนด้วยความเป็นห่วงไปอีกคน

ดรันพอรู้แล้วว่า เรื่องกินแหนงแคลงใจระหว่างหล่อนและพี่สาวที่หล่อนเคยบอกเขาครั้งที่แล้ว คงมีผู้ชายคนนั้นเป็นตัวแปรอย่างไม่ต้องสงสัย 

ครั้นได้เดินตามหลังหล่อนมาติด ๆ ดรันจึงได้รู้อีกอย่างว่า เวลาหล่อนไม่สบายใจ คงชอบหลบมานั่งชมวิวตรงท่าน้ำนี้ล่ะสินะ ว่าแล้วชายหนุ่มจึงสาวเท้าลงไปหาหล่อน  เขาจงใจลงน้ำหนักที่ฝีเท้าทั้งสอง  เพื่อให้หล่อนได้รู้ว่าเขากำลังเดินไปหา

และแล้วเขาก็เดินมาหยุดตรงหน้าหล่อน พะนอขวัญจึงละสายตาจากผืนน้ำ แล้วเลื่อนสายตาขึ้นไปมองดูเจ้าของร่างสูงใหญ่ตรงหน้า เห็นดวงตาคมกล้าได้ฉายแววฉนเท่ห์อีกแล้ว หล่อนจึงถอนหายใจ แล้วเอ่ยถามเสียเอง 

"อยากรู้มั้ย ว่าผู้ชายคนนั้น...เป็นใคร"

ชายหนุ่มพยักหน้ารับช้า ๆ จดจ้องใบหน้างามที่มีแววโกรธขึงอยู่อย่างชัดเจน

"เขาคนนั้นชื่อทรงยศเป็นผู้ชายที่โกหก หลอกลวง..." หล่อนเอ่ยถึงตรงนี้แล้วก็เผลอไผลจ้องหน้านายใบ้เขม็ง แววตาทั้งสองส่อแสดงถึงความเกลียดชิงชังอย่างเด่นชัด แล้วว่าไปอีก 

"...จำไว้เลยนะใบ้ คนที่ฉันเกลียดที่สุดในโลกนี้ ก็คือคนโกหกหลอกลวง!"

!!!

.

เอ้า โดนดักหน้าเสียอย่างนี้ ดรันจะบอกความจริงได้ง่ายๆ ไหมนี่ ?????


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น