แมวขี้อ้อน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Vampire Yaoi Boy's Love (3P) -50- ...คำกล่าวในหนังสือ...

ชื่อตอน : Vampire Yaoi Boy's Love (3P) -50- ...คำกล่าวในหนังสือ...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2558 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Vampire Yaoi Boy's Love (3P) -50- ...คำกล่าวในหนังสือ...
แบบอักษร

Vampire Yaoi Boy’s Love (3P)

อันตรายรักร้ายฉบับนายแวมไพร์ตัวแสบ

 

อนที่ 50

 

 

...คำกล่าวในหนังสือ...

 

 

 

            หลายวันผ่านไปจนครบกำหนดการที่ริฮานน่าขอเวลาเพื่อแปลหนังสือ วันนี้เป็นวันที่ไอเดียลูซและดาร์คจะต้องเข้าไปในโลกต่างมิติอีกครั้งและก็เป็นอีกครั้งที่ไอเดียจะต้องให้เจเนซิสมาเฝ้าเรนเดลและไมล์เนอร์กับเกตที่ต้องคอยสอนหนังสือให้กับเรนเดลและไมล์เนอร์ ดีอยู่ที่เรนเดลและไมล์เนอร์นั้นหัวไวสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกตสอนมาได้เสียหมด

 

 

 

            “งั้นเราฝากลูกด้วยนะเกต” ไอเดียพูดบอกกับเกต

 

 

 

            “อืม แกก็รีบมานะ ฉันไม่อยากจะอยู่กับอีตานี้เท่าไหร่” เกตพูดว่าและบู้ปากไปทางเจเนซิส

 

 

 

            “เข้าใจแล้ว ขอโทษด้วยนะ” ไอเดียพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกมาจากบ้านพร้อมลูซและดาร์ค

 

 

 

            หลายวันที่ผ่านมานี้ไอเดียได้รับข่าวสารจากโลกต่างมิติว่าหัวหน้าเผ่าหมาป่าหรือรีคอนนั้นได้มีคู่ครองไปแล้ว และไอเดียเดาไม่ยากเลยว่าคือใคร เพราะถ้าไม่ใช่ทาโร่แล้ว มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะไอเดียนั้นรู้นิสัยของรีคอนดี

 

 

 

            “ทุกคนคงมากันหมดแล้วสินะ” ไอเดียพึมพำเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องที่นัดเอาไว้ภายในปราสาทของเขตแบล็คบลู

 

 

 

            “เข้าไปเลยมั้ย” ลูซพูดถามคนรัก

 

 

 

            “เข้าไปเลยครับ” ไอเดียตอบกลับลูซและดาร์คจึงเดินไปเปิดประตูคนละบานเมื่อเปิดประตูเข้าไปทุกคนก็ต่างลุกขึ้นและก้มหัวให้กับไอเดียเล็กน้อยเป็นสัญญาณของการทำความเคารพซึ่งไอเดียก็พยักหน้ารับเพียงเท่านั้น

 

 

 

            “แปลหมดแล้วใช่มั้ยครับ” ไอเดียหันไปถามริฮานน่า ริฮานน่าจึงพยักหน้ารับเล็กน้อย

 

 

 

            “คะ ข้าแปลออกมาหมดแล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงแค่ประวัติศาสตร์ก่อนก่อตั้งโลกนี้เพียงเท่านั้นและมันก็ไม่มีผลกระทบมาถึงท่านเลยสักนิด ท่านสบายใจได้” ริฮานน่าพูดยิ้มๆ ไอเดียจึงไปนั่งลงที่หัวโต๊ะ โดยที่ให้ลูซและดาร์คนั่งด้านข้างของเขา ซึ่งพวกแวมไพร์เลือดแท้ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเข้าใจดีว่าไอเดียต้องการให้คนรักนั้นนั่งข้างๆ เมื่อนั่งกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ริฮานน่าก็เปิดหนังสือขึ้นมา

 

 

 


            “ประวัติศาตร์ได้กล่าวไว้ว่า เมื่ออดีตโลกมนุษย์สงบสุขผู้คนต่างพากันอยู่อย่างสุขสบายโดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่า ภายในมุมมืดของโลกมนุษย์ที่ดูสุขสว่างนั้นจะมีนักล่าอันโหยร้ายไร้ความปราณีแฝงอยู่ เหล่านักล่ายามราตรี เฝ้าคอยเวลาล่าเหยื่ออยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่เคยทำให้เหยื่อสิ้นใจเสียที...” ริฮานน่าพูดตามในหนังสือที่เขียนกล่าวเอาไว้

 

 

 

 

            “นักล่ายามราตรี กับเหยื่อ...หมายถึง แวมไพร์กับมนุษย์งั้นหรอครับ” ไอเดียหันไปถามลูซ ลูซเองก็พยักหน้ารับ ไอเดียจึงหันมาหาริฮานน่าเพื่อให้หญิงสาวอ่านต่อ

 

 

 

            “จนผ่านมาหลายสิบปี หัวหน้าของกลุ่มนักล่ายามราตรีได้หลงรักหญิงสาวซึ่งเป็นสายเลือดนักล่าด้วยกันเอง และได้ให้กำเนิดบุตรชายขึ้นมาเป็นบุตรชายผู้นี้สืบสายเลือดแท้และเป็นนักล่ายามราตรีที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งให้ชื่อว่าวัลดัสและวัลดัสนั้นชอบการค้นคว้าเวทย์ผสมเป็นชีวิตจิตใจจนพลังเวทย์นั้นแข่งแกร่งเท่าเทียบเท่าพ่อของตนเอง” ริฮานน่าอ่านต่อและเปิดไปอีกหน้า

 

 

 

 

            “ผมอยากให้คุณอธิบายสักนิด วัลดัสนี้คือใครกันครับ” ไอเดียพูดถาม

 

 

 

            “วัลดัสคือนามของราชาผู้สร้างโลกนี้ พูดง่ายๆก็คือ ท่านพ่อของเจ้านั้นแหละ” ดาร์คพูดตอบแทน ไอเดียนิ่งไปนิดก่อนจะพยักหน้ารับ ริฮานน่าจึงก้มอ่านต่อ

 

 

 

 

            “วัลดัสนั้นชอบไปเที่ยวเล่นในดินแดนของมนุษย์ที่มีแต่แสงสว่างซึ่งแสงสว่างเหล่านี้เป็นแสงที่จำทำลายผิวหนังของพวกนักล่ายามราตรี เรียกได้ว่าเป็นโล่ชั้นดีของเหล่าเหยือเลยก็ว่าได้ วัลดัสนั้นชอบที่จะดูชีวิตและการเป็นอยู่ของเหยื่อย” ริฮานน่าพูดบอก ไอเดียนั่งฟังนิ่งๆอย่างตั้งใจเนื่องจากอยากรู้ประวัติความเป็นมาของพ่อตนอยู่แล้ว

 

 

 

            “...จนอยู่มาวันหนึ่งท่านแม่ของวัลดัสนั้นได้สิ้นใจลงด้วยน้ำมือของหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมือสังหารที่ไม่ปราณีใครและไม่ยอมทำตามกฏที่ตั้งไว้ หญิงสาวตนนี้มีนามว่าลาน่า นางได้หลอกล้อแม่ของวัลดัสออกมายังนอกเขตป่าทึบและจัดการทำให้นางหมดสติและมัดนางเอาไว้กับต้นไม้ซึ่งหากดวงอาทิตย์ส่องอยู่กลางหัวจะทำให้พื้นที่ตรงที่แม่ของวัลดัสถูกมัดไว้ส่องสว่าง ลาน่านั้นหลอกล้อแม่ของวัลดัสมาไม่พอกลับดึงให้วัลดัสนั้นมายืนดูแม่ตนตายด้วย..”

 

 

 

 

            “หะ...โหดร้าย...” ไอเดียพึมพำเพราะถ้าเรียกหญิงสาวผู้เป็นแม่ของพ่อของตนก็จะมีตำแหน่งอยู่ในฐานะของย่าไอเดียเลยทีเดียว

 

 

 

            “ลาน่านั้นใช้มนต์ทำให้วัลดัสขยับตัวไม่ได้ แม่ของวัลดัสที่ได้สติดีแล้วก็พยายามจะแก้เชือกออกแต่ทำไม่ได้ เพราะเชือกนี้ไม่ใช่เชือกธรรมดา แต่เป็นเชือกที่ถูกสร้างจากมนต์ของลาน่า วัลดัสนั้นพยายามจะช่วยแม่ของตนแต่ก็สายไปแล้ว ดวงอาทิตย์ได้ส่องตรงเหนื่อศรีษะและสาดส่องแสงสว่างลงมาที่ตัวของผู้เป็นแม่ แม่ของวัลดัสได้สิ้นใจอย่างทรมาณทั้งกรีดร้องและดิ้นเพื่อเอาชีวิตรอดแต่ก็ทำไม่ได้ วัลดัสก็ได้แต่โทษตัวเองที่ช่วยแม่ของตนไม่ได้ วัลดัสจึงนำเรื่องนี้ไปบอกกับพ่อของตนแต่มันก็ไม่เป็นผลเพราะลาน่านั้นปฏิเสธและแสร้งทำสีหน้าน่าสงสารอีกอย่างทุกคนไม่พบร่องรอยของผู้ที่ฆ่าแม่ของวัลดัสทำให้วัลดัสนั้นอยู่อย่างผิดหวังและเศร้าโศก แต่นาล่านั้นกลับมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นาล่าได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้ครองตำแหน่งแทนแม่ของวัลดัส ซึ่งมันก็สำเร็จไม่ว่าวัลดัสจะพยายามพูดบอกเหตุผลและพยายามห้ามพ่อของตนแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะพ่อของวัลดัสนั้นไม่ยอมฟังอะไรใดๆทั้งสิ้น จนวันหนึ่งนาล่าให้กำเนิดบุตรชายขึ้นมาอีกตนซึ่งบุตรชายของนาล่านั้นนิสัยเหมือนนาล่าไม่มีผิดทั้งชอบการล่า การฆ่าฟันและทรมาณเหยื่อจนสิ้นลมหายใจ..” ริฮานน่าเล่าต่อมาเรื่อยๆ ไอเดียนั่งหน้าเครียดเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นมันทำให้ไอเดียรู้สึกหดหู่แปลกๆ

 

 

 

            “บุตรชายของนาล่ามีนามว่า วอลเลอร์ซึ่งถ้าให้นับก็คือน้องชายสายเลือดเดียวกันกับวัลดัสนั้นเอง ลาน่าพยายามที่จะสืบเอาพลังชีวิตของพ่อวัลนัสเพื่อที่จะทำให้พ่อของวัลดัสสิ้นใจและมันก็เป็นไปตามแผน พ่อของวัลนัสหรือหัวหน้าเผ่าได้สิ้นใจลงไป และลาน่าได้ขึ้นครองตำแหน่งแทน...หลายร้อยปีผ่านไปนาล่าได้สิ้นใจตายไปเนื่องจากการที่นางคุมพลังของตนเองไม่ได้ ก่อนสิ้นใจนางไม่ได้ตัดสิ้นว่าใครจะได้ครองตำแหน่งทำให้เกิดการถงเถียงอย่างยาวนานจนผ่านไปราวๆ 2 ปี ทุกอย่างก็ยังไม่ลงตัวทำให้ทั้งสองต้องแยกกันอยู่ วอลเลอร์ได้บังคับให้นักล่าที่อ่อนแอกว่าตนนั้นตามตนไปโดยที่ วัลดัสพูดด้วยเหตุผลและไม่บังคับว่าใครจะติดตามตนไป สุดท้ายวอลเลอร์ก็ได้กำลังนักล่าไปมากว่าวัลดัสถึง 5 เท่า” ริฮานน่าพูดบอกออกมาอีกครั้ง ไอเดียถอนหายใจออกมาแทบจะทันทีเมื่อได้ยินเรื่องราว

 

 

 

            “วอลเลอร์นั้นถึงแม้ว่าจะแยกทางกับวัลดัส แต่วอลเลอร์นั้นก็พยายามที่จะลอบสังหารวัลดัสอยู่แทบทุกๆเดือน ซึ่งวัลดัสก็ไม่ได้คิดที่จะตอบโต้อะไรน้องชายของตนไป เพียงแค่พยายามอ่านบันทึกเวทย์ที่พ่อของวัลดัสได้บันทึกเอาไว้และศึกษาจนได้เวทย์ชั้นสูงมาคือ เวทย์ที่จะสร้างโลกที่วัลดัสต้องการได้ และเมื่อเรื่องนี้ถึงหูของวอลเลอร์ วอลเลอร์ก็ยิ่งพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะกำจัดวัลดัสให้พ้นจากทางของตน...” ริฮานน่าพูดว่าและปิดหนังสือลง

 

 

 

            “หนังสือเล่มนี้กล่าวเอาไว้เพียงเท่านี้” ริฮานน่าพูดบอก

 

 

 

            “อะไรกันหนังสือเล่มนี้ออกจะหนา ทำไมแปลมาได้เท่านี้” ดิเอโก้พูดถามอย่างไม่เข้าใจ

 

 

 

            “ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะหนา แต่ก็เต็มไปด้วยภาพวาดและสัญลักษณ์ต่างๆ ถ้าให้พูดก็คือหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงแค่สมุดภาพเท่านั้นเพียงแต่ด้านหน้าจะเขียนอักษรโบราณมาเพียงแค่ 10 หน้าเท่านั้น นอกนั้นเป็นเพียงภาพและสัญลักษณ์” ริฮานน่าพูดบอก ไอเดียนิ่งฟังและถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

 

 

 

            “เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า ข้าเห็นเจ้าถอนหายใจมาหลายรอบแล้วนะ” ลูซพูดถามไอเดียจึงส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงบอกไม่เป็นไร ลูซและดาร์คจึงไม่ถามอะเซ้าซี้

 

 

 

            “ต่อไปเป็นหนังสือที่เขียนว่า กษัตริย์ นะ” ริฮานน่าพูดบอกและเปิดหนังสือออกซึ่งเล่มนี้เป็นรูปภาพแต่เริ่ม เพียงแต่ด้านหลังจะมีตัวอักษรเพิ่มมาเล็กน้อย ลูซและดาร์คมองคนรักและลูบหัวและไหล่เบาๆ

 

 

 

            “ข้าจะอ่านต่อแล้วนะ...หลังจากข่าวเรื่องที่วัลดัสได้เวทย์สูงสุดคือเวทย์สร้างโลกมานั้นก็ทำให้พวกนักล่าที่แข็งแกร่งได้มาขอเข้าร่วมกับวัลดัสเพื่อคอยทำตามคำสั่ง และคอยช่วยเหลือวัลดัสอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา วอลเลอร์นั้นก็ไม่คิดจะลดละที่จะฆ่าวัลดัสเลยแม้แต่น้อย ยิ่งวอลเลอร์แค้นที่กำจัดวัลดัสไม่สำเร็จ วอลเลอร์ก็ยิ่งไปลงกับพวกเหยือจน เหยือรับรู้ถึงการมีอยู่ของนักล่าอย่างพวกวัลดัส และวอลเลอร์ จนมีกลุ่มที่ต่อต้านออกมา และกลุ่มๆนั้นได้เรียนขานนามของตนเองว่าฮันเตอร์และเรียนขานนามของนักล่าว่าแวมไพร์ เหล่าฮันเตอร์นั้นได้ปะทะกับกลุ่มของวอลเลอร์จนวอลเลอร์บาดเจ็บหนัก และด้วยความที่วัลดัสนั้นเป็นเหมือนพี่ชายที่มีสายเลือดเดียวกัน วัลดัสได้ช่วยเหลือน้องชายออกจากน้ำมือของฮันเตอร์ ทำให้วอลเลอร์นั้นรอดตายและได้อยู่ในที่ ๆ ปลอดภัย” ริฮานน่าเล่าออกมาเรื่อยๆ และหยุดพักเป็นช่วงๆ ไอเดียเองก็ลุ้นไปกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์เช่นเดียวกับเหล่าแวมไพร์เลือดแท้

 

 

 

            “หลังจากที่วอลเลอร์ถูกช่วยชีวิตไว้โดยพี่ชายสายเลือดเดียวกันแล้ว วอลเลอร์ก็เก็บเอาเรื่องนี้ไปคิดอยู่ตลอดเวลาจนวันหนึ่ง วอลเลอร์ได้เข้าไปพบวัลดัสโดยตรงและได้ตกลงกันว่าจะให้วัลดัสเป็นกษัตริย์เมื่อสร้างโลกแล้ว หลังจากนั้นมาไม่นานวัลดัสก็ตัดสิ้นใจสร้างโลกต่างมิติขึ้นมา แต่เนื่องจากพลังของวัลดัสยังน้อยทำให้การสร้างโลกต่างมิตินั้นเป็นไปลำบากพอสมควรจึงทำให้การสร้างโลกล่าช้าไปถึงสามเดือน แต่ก็สร้างสำเร็จจนได้” ริฮานน่าเปิดไปถึงหน้าภาพวาดและเอาให้ไอเดียดู เพราะหน้าต่อๆไปเป็นภาพวาดเสียส่วนใหญ่ และเนื้อหาด้านหลังก็เหลือเพียงนิดเดียวเท่านั้น

 

 

 

 

            ภายในหนังสือ เป็นภาพที่จะเขียนกำหนดไว้ใต้ภาพเป็นภาษาโบราณด้วย โดยที่ริฮานน่าบอกเป็นเพียงแค่ชื่อสถานที่เท่านั้น และส่วนมากไอเดียก็จะรู้จักสถานที่ในภาพ

 

 

 

 

 

 

            “ข้าจะอ่านสองหน้าสุดท้ายแล้วนะ...เมื่อโลกต่างมิติได้ถูกสร้างขึ้นเสร็จสมบูณร เหล่านักล่ายามราตรีก็มาสร้างที่พักพิงอาศัยซึ่งวัลดัสก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ถ้าหากสร้างโลกต่างมิติแล้ว สิ่งมีชีวิตอื่นๆก็จะกำเนิดตามมาด้วย ยกตัวอย่างเช่น เผ่าพันธุ์หมาป่า เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ดื่มกินพลังชีวิต เผ่าพันธุ์ปีศาจที่จะกินคน และสุดท้ายคือกลุ่มของนักล่าแห่งราตรีเอง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้วอลเลอร์ไม่พอใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเขาต้องการที่จะอยู่โดยไม่มีสิ่งอื่นมารบกวน วอลเลอร์จึงจัดการฆ่าเผ่าพันธุ์หมาป่า เพื่อที่จะล้างเผ่าพันธุ์นี้ออกจากโลก ทำให้เผ่าพันธุ์หมาป่านั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงตั้งตนเป็นศัตรูกับนักล่ายามราตรีโดยทันที...เมื่อวัลดัสรับรู้เรื่องนี้ก็โกรธเป็นอย่างมากและได้จัดการเรียกตัววอลเลอร์เข้าไปพบ เรื่องนี้ทำให้ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรงเนื่องจากวอลเลอร์ต้องการให้ทุกสิ่งในโลกต่างมิตินี้เป็นไปตามที่เข้าต้องการ แต่ความคิดของวัลดัสนั้นช่างแตกต่าง ทำให้วอลเลอร์คิดแค้น แต่เนื่องจากที่วอลเลอร์พลังยังไม่เทียบเท่ากับวัลกัส จึงทำได้เพียงแค่คิดแค้นในใจไม่สามารถทำอะไรได้” ริฮานน่าเปิดไปยังหน้าสุดท้ายและเริ่มอ่านต่ออีกครั้ง

 

 

 

 

            “วอลเลอร์ได้เก็บตัวเงียบภายในห้องของตัวเองนานถึงเจ็ดปี จะออกมาหาสาวชาวมนุษย์ไปขังไว้ที่ห้องของตนเดือนละครั้ง ครั้งละยี่สิบคน ทำให้พวกมนุษย์หวาดกลัวเหล่านักล่าเป็นอย่างมาก ฮันเตอร์ผู้เป็นอัศวินคอยปกป้องเหล่าเหยื่อหรือชาวมนุษย์จึงเรียกขานเหล่านักล่าว่าแวมไพร์ วัลดัสพยายามที่จะคุยกับน้องชายของตนเองแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะวอลเลอร์คิดว่าวัลดัสนั้นคิดต่างจากตนมากจนเกินไปและอาจจะทำให้โลกนี้ล้มสลายได้ วอลเลอร์ใช้ช่วงเวลาทั้งเจ็ดปีศึกษาพลังและเวทย์ต่างๆ โดยเฉพาะการแปลสภาพและได้ใช้เหยื่อมนุษย์มาทดลองกับเวทย์ของตนเองอยู่แทบจะทุกวัน และเมื่อวอลเลอร์เล่าเรียนเวทย์สำเร็จ จึงตีตัวออกจากปราสาทและไปแอบจัดตั้งเหล่ากำลังพลเอาไว้อีกฝั่งของปราสาท” ริฮานน่าอ่านจนจบและปิดหนังสือลง พร้อมกับหยิบเล่มใหม่ขึ้นมา

 

 

 

 

            “ต่อไปจะเป็นเล่มที่เขียนว่ากบฎ ซึ่งข้าจะบอกพวกท่านไว้เลยว่า ข้าอาจจะตกหล่นเล็กน้อยเนื่องจากข้าเองก็ไม่ค่อยคุ้นกับภาษานี้เท่าไหร่” ริฮานน่าพูดบอกเลือดแท้ทุกตนจึงพยักหน้ารับเนื่องจากหนังสือเล่มนี้มันเก่ามากแล้ว อีกอย่างแปลมาถึงขนาดนี้นับว่าสุดยอดมากจริงๆ

 

 

 

 

            “ข้าจะเริ่มอ่านเลยแล้วกัน วันนี้ข้าขออ่านให้จบเพราะจะได้ไม่ต้องทำให้ทุกท่านเสียเวลา” ริฮานน่าพูดบอกและเริ่มเปิดอ่าน

 

 

 

++++++++++!!จบตอนที่ห้าสิบ!!++++++++++

มาแล้วค่า คำพูดมันอาจจะยาวไปหน่อยน๊า อาจจะทำให้ปวดตาได้

ต้องขอโทษด้วยน๊า >3<

 

 

ความคิดเห็น