mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : DOCTOR ♡7 // THAT'S XXX [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 156.8k

ความคิดเห็น : 59

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2561 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DOCTOR ♡7 // THAT'S XXX [100%]
แบบอักษร

ตอนที่7


ปัง!!!!!!!!!!

ผมและไอ้เสือสะดุ้งไปพร้อมๆกันเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากห้องข้างๆ

“เฮ้ยย เหี้ยยย ขอโทษครับพี่ ขอโทษครับ”

“ถีบมาหาพ่องมึงหรือ กูขี้อยู่พวกเด็กเวร”

“ขอโทษครับพี่ ขอโทษจริงครับ”

“อ่าส์” ร่างเล็กกระตุกสองสามทีก่อนน้ำสีขาวขุ่นจะไหลเปรอะไปตามเรียวขาสวยที่กำลังสั่นไหว มือหนาค่อยๆปล่อยขาที่ถูกยกขึ้นเมื่อสักครู่ลง ใบหน้าสวยแดงฉ่ายามแท่งเนื้อละออกจากภายในของตน ฉับพลันร่างเล็กก็ล้มลงฮวบไปนั่งกับพื้น เสือหอบหายใจสะท้านแล้วเลื่อนไปมือปลดล็อคกลอนตามเดิมก่อนจะคว้าเอวบางขึ้นกอด พร้อมพรมจูบที่ขมับชื้นเบาๆ

“เก่งมากครับคนดี” เสียงทุ้มกล่าวขณะกอดเอวบางนั้นอย่างรักใคร่ นัยน์ตาสีครามเข้มเหลือบไปเห็นข้อมือที่ยังถูกรวบมัดกันเอาไว้จึงค่อยๆปลดผ้าพันธนาการออก ข้อมือเล็กๆนั้นเกิดรอยแดงจนเห็นได้อย่างชัดเจนบ่งว่าเขามันแน่นขนาดไหน เสือถอดถุงยางตัวเองออกโดนทิ้งเข้าถังขยะในห้องน้ำก่อนจะลุกขึ้นมาจัดการสวมเสื้อผ้าให้ตัวเอง “ตี้”

เสียงทุ้มเรียกทันทีที่เขาจัดการจนเองเสร็จ “ทำไมถึงมีถุงยางละ ?”

“หือม์” เสือเลิกคิ้ว “ซื้อตอนทำไปธุระไง”

“ธุระของมึงคือไปซื้อถุงยาง”

ใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มก่อนจะลงไปช้อนตัวบางขึ้นมานั่งบนตักแล้วจูบแผ่วเบาเข้าที่ริมฝีปาก พลางตอบคำถามด้วยการทำเสียงอื้ออึงในลำคอว่า “อื้อ” ขณะเดียวกันที่ปลายนิ้วร้อนเอื้อมไปแตะที่ลำคอทางด้านหลัง “จะเอาให้หมดกล่องเลยไหมละ”

จบคำสายตาร้อนแรงที่ส่งมาอย่างสื่อความหมายจนทำให้ร่างกายของคนบนตักต้องสั่นสะท้าน

ก่อนยกที่สามจะเริ่มต้นขึ้น


3 อาทิตย์ต่อมา

คือ… เมียไม่ให้แตะ

นับจากวันที่จบฉากในห้องน้ำลงและพวกเขาน่าจะเอ๊ะใจได้ตั้งแต่ทีแรกที่มีคนไปถีบประตูของคนที่นั่งอยู่ห้องข้างๆ ครันถุงยางถูกใช้จนหมดกล่องพวกเขาจึงเดินออกมา (ไม่น่าจะเรียกว่าเดินเพราะตี้ต้องให้เขาอุ้มเนื่องจากเรี่ยวแรงไม่เหลือแล้ว) พอเปิดประตูปุ๊บนั้นแหละก็เจอะกับเจ้าคนห้องข้างๆ เป็นไอ้หัวเกรียนหน้าตาเถื่อนๆที่เหล่สายตามองพวกเขาด้วยท่าทางล้อๆก่อนจะยิ้มแสยะที่มุมปากพร้อมประโยคที่ทำให้ตี้ไม่ให้เขาแตะอีกเลยตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน

สำหรับเขามันไม่ได้สะทกสะท้านสักนิดแต่สำหรับตี้แล้วละก็…

ยิ่งกว่าโดนระเบิดปรมาณูก้อนใหญ่ตกใส่หน้าดังตู้มมมมม!!!!

ตี้เป็นเด็กดื้อแถมยังเป็นคนที่ไม่ชอบยอมรับความจริงสักเท่าไหร่ เสือสังเกตมานานก่อนเขาจะมั่นใจว่าเมียของจนเองนั้นเป็น ‘มาโซคิสต์’ ร่างเล็กชอบถูกมัดมากที่สุดแม้ปากจะบอกว่าอย่าๆๆ แต่ร่างกายกลับตอบสนองกว่าเดิมเสียอีก และยิ่งตี้ตื่นเต้นจะยิ่งร้อนแรงกว่าเดิมถึงสิบเท่า โชคดีที่เขาก็เหมือนจะเป็นประเภท ‘ซาดิสซ์’ อ่อนๆไปซะแล้ว

พอโกรธก็ชอบพาลตลอด โกรธคนอื่นนะแต่เอามาพาลกับคนใกล้ตัว ส่วนผู้เคราะห์ร้ายก็อย่างเขานี้ไง พอโดนจับได้ว่ามีอะไรกันในห้องน้ำ เอ้าดอร์นอกสถานที่ครั้งแรกแถมยังเป็นรอบที่มันส์ที่สุดที่เคยมี ปกติแล้วตี้คงจะโวยวายเต็มแก่แต่คราวนี้กลับไม่ แถมยังเงียบ เงียบอย่างน่ากลัว กระทั้ง 1 อาทิตย์ 2 อาทิตย์ จวบจน 3 อาทิตย์ผ่านไปเสือจึงได้รู้ว่าผู้เคราะห์ร้ายอย่างเขาโดนบทลงโทษไปเต็มๆแล้ว

แถมยังเป็นบทลงโทษที่ร้ายกาจ ร้ายกาจถึงขั้นทำให้เขาแทบจะคลั่งตาย!!!

โดยการห้ามมีอะไรกันแบบไม่รู้กำหนดวันสิ้นสุด

“อ่านอะไรอะ” เสียงของผมดังขึ้นขณะกำลังเดินเข้ามาหาร่างสูงบนโซฟาในมือถือชีทอยู่ เสือเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยื่นมาให้ผมอ่านดู ชีทประมาณ 7-8 แผ่นซึ่งทุกหน้าก็ล้วนแต่เป็นภาษาอังกฤษและศัพท์ทางการแพทย์ยากๆทั้งนั้น ผมส่งกลับคืนก่อนจะเบียดเข้าไปนอนตักมันบนโซฟา “เรียนยากจัง”

“หาเงินเลี้ยงมึงไง”

“รวยขนาดนี้แล้วยังจะต้องหาเงินอีกหรือ” คำถามนี้ไม่ได้รับคำตอบเมื่อเสือมันเริ่มเข้าสู่โหมดก้มหน้าก้มตาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ผมแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาจากทางด้านล่างก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบชีทออกจากมือมัน พลางยันตัวลุกนั่งบนตักแกร่ง ทำให้หน้าผมอยู่สูงกว่ามันนิดหน่อย เสือใช้มือหนึ่งกอดผมแน่นส่วนอีกมือกำลังทำหน้าที่โน้มศีรษะของผมให้ริมฝีปากเราสัมผัสกัน

ครืด~

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ริมฝีปากที่เกือบสัมผัสกันต้องผละออก เสือมันทำหน้าเสียดายสุดขีดพลางกระพุ้งแก้มแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดรับ

“ครับ”

“…”

“อะไรนะครับ”

“…”

“แต่ผม”

“…”

“โอเคครับได้ครับ”

“…”

“สวัสดีครับ”

ผมกระพริบตามองไอ้เสือที่กดวางสายแล้วถอนหายใจเฮือก มันเข้ามาจูบผมทีหนึ่งก่อนจะกดใบหน้าผมให้แนบกับอกกว้าง นิ้วเรียวม้วนเส้นผมเล่นเบาๆ “ตี้”

“หือม์”

“ไปเที่ยวต่างกระเทศกันไหม ?”

ผมทำหน้าฉงนทันที


United States of America ,California

“หนาวจังเลยอ่ะเสือ” ผมบอกพลางโชว์หนาวจนควันออกปากให้ร่างสูงดู เสือขมวดคิ้วก่อนจะยกมือขึ้นมากระชับเสื้อโค้ดตัวใหญ่ของผม(ที่มันเป็นคนซื้อให้)ให้แน่นกว่าเดิม

“รอก่อนนะ เดี๋ยวรถก็มารับแล้ว”

ผมพยักหน้าเป็นการตอบรับ จากที่นั่งเครื่องบินมาจนตูดแทบเปื่อยตอนนี้เราก็อยู่ที่สนามบินในสหรัฐอเมริการัฐแคลิฟอร์เนียแล้วครับหลังจากที่โดนถามไปวันนั้นพวกผมก็ไปเคลียร์เรื่องการสอบล่วงหน้าให้เสร็จก่อนเพราะท่าทางจะอยู่ยาว โชคดีที่ทางมหา’ลัยคณะของผมเหลือแต่ให้สอบและโชคดีรอบที่สองคือเมื่อสอบล่วงหน้าเสร็จผมก็ปิดเทอมทันที(ส่วนเสือรายนั้นผมพึ่งรู้ไม่นานว่ามันเรียนไม่เหมือนชาวบ้านมาตั้งแต่ตนอยู่แล้ว) เสร็จกิจทั้งหมดเราจึงออกเดินทาง ไอ้กิ้งดิ้นใหญ่ตอนผมบอกว่าจะมาเที่ยวกับเสือกันสองคน เพราะมันดันคิดว่าเรามาฮันนีมูนกัน แต่เปล่าเลยเหมือนเสือต้องมางานอะไรสักอย่างที่นี้ซึ่งเป็นงานธุรกิจเกี่ยวกับครอบครัวของมันด้วย ส่วนผมนั้นหรือมาเที่ยวล้วนๆ

ลีมูซีนสีดำสวยอร่ามตามาแต่ไกลแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าฟุตบาทที่พวกผมยืนอยู่ก่อนผู้ชายในชุดสูทดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วท่าทางจะอายุเกินหกสิบจะเดินออกมาจากรถแล้วโค้งให้เสือด้วยท่าทางนอบน้อม แล้วพูดภาษาอะไรสักอย่างที่ผมฟังไม่ออก มันไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสก็ไม่ใช่ เห็นอย่างนี้ผมก็พูดได้หลายภาษาพอสมควร แวบหนึ่งผู้ชายคนนั้นหันมามองผมแล้วพยักหน้าเบาๆก่อนจะหันไปคุยกับเสือต่อ เมื่อสนทนากันเสร็จแล้วจึงเชิญพวกเราขึ้นรถแล้วเคลื่อนตัวออกจากสนามบิน

“พูดภาษาอะไรกันนะ”

“อืม ภาษารัสเซีย”

“เขาเป็นคนรัสเซียหรือ”

“เปล่าหรอกเป็นคนอังกฤษแต่พวกเขายังไม่ไว้ใจมึงน่ะ โทษทีนะ” เสือบอกก่อนจะก้มใบหน้าลงกับกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน ผมยักไหล่ไม่ใส่ใจในวงการธุรกิจก็คงจะมีเรื่องแบบนี้อยู่บ้าง ยิ่งเสือที่เป็นทายาทสืบถอดธุรกิจอันประเมินค่าไม่ได้พวกนั้นด้วยแล้ว พวกเขาจะไม่ไว้ใจผมที่เหมือนจะสนิทกันเกินเหตุก็ไม่แปลกหรอก

“เราจะไปไหนกันหรือ”

ผมสงสัยก่อนจะชะโงกหน้าออกไปมองตรงหน้าต่าง

“เดี๋ยวก็รู้”

ผมเบะปากแล้วไม่ถามอะไรอีก นั่งรถไปประมาณสามสิบนาทีกว่าๆ ในที่สุดผมก็มาถึงจุดหมาย คฤหาสน์ทรงโมเดิร์นใหญ่โตสีขาวติดริมหน้าผา ด้านล่างเป็นทะเลสีฟ้าสวยงาม ผมอึ้งกับความอลังการของมันอยู่ครู่หนึ่ง คิดว่าคอนโดที่อยู่ปัจจุบันมันก็ใหญ่พอสมควรแล้วแต่ถ้าเทียบกับหลังนี้ กลายเป็นแค่ก้อนหินเล็กๆไปเลย เสือดึงตัวผมลงจากรถ ก่อนนัยน์ตาโตจะเริ่มสำรวจบริเวณรอบนอก เนื้อที่มหาศาลที่กวาดไปไม่รู้กี่ไร่และมันคงจะแพงพอสมควรยิ่งเป็นแถบติดหน้าผาด้วยละก็ไม่อยากจะคิดถึงเงินที่เสียไป ผมเคลื่อนสายตาไปเรื่อยๆก่อนจะเจอะเข้ากับ อื้อหือ ที่จอดเฮลิคอปเตอร์!!

“ตี้ เข้าไปข้างในก่อน” มือหนาสะกิดเบาๆที่ไหล่ ผมพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปแต่ร่างสูงกลับไม่ตามมา “เสือ” ผมตะโกนเรียก เสือที่กำลังคุยกับพ่อบ้าน(ผู้ชายในชุดสูทที่ผมสถาปนาให้เป็นพ่อบ้านเรียบร้อยแล้ว)อยู่ เขาชะงักไปนิดก่อนจะเดินมาหาผมแล้วรวบตัวเข้ากอดก่อนจะผลักลงไปที่โซฟาใกล้ตัว

ลมหายใจร้อนคลอเคลียที่แก้ม เสียงทุ้มกระซิบที่หู “อยู่ที่นี้ก่อนได้ไหม”

“หือม์ มึงอ่ะ”

“จะไปทำธุระน่ะ อยู่คนเดียวก่อนได้ไห..”

“ไม่!!” ผมส่ายหน้ารัว รู้อยู่ว่ามันมาที่นี้เพื่องานแต่ถึงขนาดต้องทิ้งผมเอาไว้คนเดียวเลยหรือ คิดจะเอากูมาปล่อยเกาะแล้วจากไปหรือไงไอ้เสือ “ไม่เอามึงไปไหนกูไปด้วยอ่ะ”

“ตี้” ใบหน้าหล่อเหลาทำหน้ากังวล มือหนาประคองใบหน้าผมเข้าใกล้แล้วจูบเบาๆที่ริมฝีปากและปลายคาง “แปปเดียว”

“…”

“นะครับคนดี”

“ไม่ไปไม่ได้หรือ”

“ขอโทษนะ” เสือบอกมันเป็นคำสั้นๆที่มีความหมายว่า ‘ไม่ได้หรอก’ เขาผละและเงยหน้าขึ้นมาจากไหล่ผม “กลับมาจะพาไปเที่ยว”

“…” ผมเม้มปาก

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ” มือหนาหยิกแก้มผมเบาๆ

“ไม่ทิ้งแน่นะ”

“อือไม่ทิ้งหรอก”

ผมถอนหายใจแล้วพยักหน้า “ไปเถอะ”

ร่างสูงรวบตัวผมเข้าไปจูบอีกรอบ นานจนผมหอบหายใจแฮ่กๆยามหลุดออกมาได้ “จะมีคนมาดูแลมึง ทั้งเรื่องอาหาร เสื้อผ้าและเรื่องอื่นๆด้วย” ผมพยักหน้าร้องอือ “อย่าดื้อเข้าใจไหม”

“อือ”

“ถ้ากูกลับมาไม่เห็นมึงมีเรื่องแน่”

“ครับ” เขาเงียบ “จะไปกี่วัน”

“1 อาทิตย์นะ”

…นานมาก

ผมเบะปาก “อือ”

เสือมันไม่พูดอะไรต่อกดจูบลงมาที่ริมฝีปากนานๆก่อนจะเดินออกไป เสียงสตาร์ทของรถดังขึ้นแล้วค่อยๆเบาเรื่อยๆบ่งว่าตอนนี้ผมถูกปล่อยเกาะแล้วเรียบร้อย นัยน์ตาโตมองกระเป๋าเสื้อผ้าใบหนาที่ถูกนำเข้ามาวางไว้ในบ้านตั้งนานแล้ว ผมถอนหายใจเอาเถอะ อย่างแรกที่ต้องทำในตอนนี้ก็คงจะเป็นการเอากระเป๋าไปจัดของก่อน คิดพลางเดินไปยังกระเป๋าก่อนจะก้มลงไปเก็บขณะนั้นเองที่ร่างของผมโดนใครสักคนชนจนล้ม

“โอ๊ยยยย!!”

Sorry boy”

เงยหน้าขึ้นก่อนจะเจอะกับคนๆหนึ่ง

Are you Time ?”

นอกจากปล่อยเกาะแล้ว

มันยังปล่อยผมเอาไว้กับใครอีกละเนี้ย!!


1st  วันที่ไม่มีผัวอยู่ด้วย

รอยด์  แมกคานีวาล

คือบุรษรูปงามในร่างของเทพเจ้ามิคาเอลตรงข้ามกับเสือที่เปรียบเหมือนซาตานลูซิเฟอร์โดยสิ้นเชิง เขาเป็นคนที่โดนเสือส่งมาให้ดูแลผม(บอกมาแบบนั้น) ร่างสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าๆ ใบหน้าเรียวหล่อแบบสุภาพบุรุษอันแสนอ่อนโยน เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนและนัยน์ตาสีฟ้าเข้มที่เมื่อสบตาทีไรก็เหมือนเห็นแสงสว่างจ้ามาจากทางด้านหลังของคนตัวสูงที่อยู่ในชุดสูทสีดำเนียบทุกกระเบียดนิ้ว แต่จะว่าไปแล้วรอยด์ก็มีใบหน้าคล้ายเสืออยู่นิดๆแฮะ

“คุณจ้องผม” ใบหน้าดุจดั่งเทพบุตรเงยขึ้นมาจากชามอลูมิเนียม สองมือกำลังค้นแป้งทำคุกกี้ที่เป็นขนมยามว่างให้ผมทานอยู่ สืบเนื่องจากเมื่อวานที่ผมได้เจอเขาหลังจากซักประวัติจนไม่มีอะไรให้ถามผมจึงเข้าไปเก็บเสื้อผ้าใส่เข้าตู้ เพราะกะว่าจะอยู่นานเลยเอามาเยอะทำให้ใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมง ถึงตอนนั้นก็ค่ำแล้วจบด้วยการอาบน้ำ กินข้าวเย็น นอนด้วยประการละฉะนี้

“กูเปล่า” เชื่อเถอะว่าถึงเขาจะสุภาพขนาดไหนผมก็ยังให้ความหยาบได้อย่างเท่าเทียม อ๋อ… อีกอย่างหมอนี้พูดภาษาไทยได้ชัดเจน รอเรือชัดปร๋อจนคนไทยเองยังต้องอาย ดูเหมือนเสือมันจะประเมินผมต่ำถึงขั้นพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น แต่คนบ้านนี้เขาต้องสปีคได้ทั้งหมด 5 ภาษาขึ้นไปครับไม่รวมอังกฤษ ไทย และรัสเซีย

“พูดไม่เพราะเลยครับ”

“กูแค่หยาบอย่างเท่าเทียม”

รอยด์ทำตอบแต่ทำหน้าเหมือนเหนื่อยใจแทน

“ทำไมมีปัญหา”

“เปล่าหรอกครับ” เขาตีไข่ใส่ลงในชามไปอีกฟอง “อยากลองทำหรือเปล่าครับ”

“ทำ ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นงง “ทำไอ้คุกกี้นี้หรือ ไม่เอาอ่ะไม่ใช่แนว”

“นายท่านชอบคนที่ทำอาหารเป็นนะครับ”

“…”

“คราวนี้อยากลองทำบ้างไหมละครับ :)” มันยิ้มเจ้าเล่ห์

“เสร็จแล้วเรียกก็แล้วกันจะไปนอนรอที่ห้อง” ผมตัดบทอย่างรวดเร็ว เชื่อเถอะว่าเอาอะไรที่เสือมันชอบมาประยุกต์ใช้กับผมไม่ได้ ไม่ได้ไม่ต้องการปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อคนอื่นแต่การทำอาหารบอกเลยมันไม่ใช่แนวครั้งล่าสุดที่เข้าครัวบ้านก็เกือบบึ้ม!ไปทั้งหลัง จะฝีมือดีหน่อยก็ต้มมาม่าอ่ะนะ ผมเปิดประตูห้องนอนลงไปแผ่ราบบนเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโพตส์สเตตัสในไลน์เล่นๆ

‘โดนปล่อยเกาะที่เมกา ตัวการหายแวบไปกับปุยเมฆจะติดต่อมาบ้างก็ไม่เห็นมี เบื่อว่ะL

สักพักก็มีคนส่งสติ๊กเกอร์ให้ประมาณสามสี่คน เพื่อนในไลน์ของผมไม่เยอะ หนึ่งร้อยกว่าคนเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังตั้งแบบไม่สามารถเพิ่มไลน์ผมด้วยไอดีได้


‘โพตส์มึงหมายความว่าไง ผัวไม่อยู่ ?’

เป็นน้องกิ้งคนสวยนี่เองที่ทักมา…

‘ตามนั้น ตอนนี้เวลาที่ไทยกี่โมง’

ผมถามเพราะตอนมาก็ตั้งนาฬิกาในมือถือเป็นแบบของประเทศอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว

‘ห่างกันสิบสองชั่วโมง มึงไปนับเลขเอาแล้วกัน’

‘จัญไรมาก เบื่อว่ะLอยู่บ้านกับรอยด์แค่สองคน

‘ใครคะรอยด์’ ผมขมวดคิ้วก่อนจะอ๋อเมื่อนึกได้ว่ากิ้งมันยังไม่รู้จัก

‘คนที่เสือส่งมาให้อยู่กับกู ทำอาหารทำงานบ้านให้’

‘ผัวมึงแม่งห่วงสัส’

‘เออ’

ผมตอบสั้นๆไม่มีอารมณ์อยากคุยกับมันแล้ว

‘พี่เสือไปกี่วันคะ’

‘1 อาทิตย์’

‘โหมึงไม่เหงาบ้างหรือคะ’

‘เหงา ? เหงาไรวะ กูบอกแค่ว่าเบื่อ’

‘เหงาที่ไม่มีผัวมาเสียบตูด’

“สัส!!!” ผมตะบึงเสียงดังก่อนจะส่งสติ๊กเกอร์รูปหน้าเบะไปให้มัน ไอ้กิ้งส่งข้อความหัวเราะมาให้พร้อมกับลิ้งค์ของเว็บๆหนึ่ง

‘เหงาก็ดูหนังโป๊ทดแทนไปก่อนนะคะ กูเช็คมาแล้วเว็บนี้เด็ด’

ก่อนจะจบบทสนทนาด้วยการส่งรูปนิ้วกลางไปให้มัน

“คุณครับคุกกี้เสร็จแล้ว” เสียงเคาะประตูทำให้ผมที่ยังคงสลึมสลือตาเริ่มหลับกลับมาตื่นอีกครั้ง รอยด์ถือวิสาสะเปิดเข้ามาในมือมีถาดขนมคุกกี้กลิ่นหอมอยู่ผมกำลังจะร้องเฮ้ประท้วงด่าก็โดนจับคุกกี้ยัดปากซะก่อน “อร่อยไหมครับ”

“ไอ้อ้า” (ไอ้บ้า) พูดไม่ได้ยังมีขนมอยู่เต็มปาก

“คุณเบื่อหรือ?”

ผมแหงนหน้าขึ้นมองเอียงคอสงสัย “ห้ะ ?”

“ผมเห็นในไลน์ของคุณนะ”

“มึงไปมีไลน์กูได้ยังไง”

“ผมแอบเพิ่มเพื่อนตอนคุณเผลอน่ะ”

“เลว”

“ครับ” ผมไม่ตอบไปหยิบคุกกี้อีกชิ้นมาทาน “งั้นอยากไปเที่ยวด้านนอกไหมละ”

เสียงกัดคุกกี้ดังกึก!

“ไม่เอาอะไปเที่ยวกับมึงก่อน พอเสือมากูก็ไม่มีที่เที่ยวดิ”

“แคลิฟอเนียร์ไม่ได้มีที่เที่ยวแค่สองสามที่นะครับ”

ผมยังเคี้ยวคุกกี้ต่อไม่สนใจที่รอยด์พูด

“North Beach” สำเนียงอังกฤษชัดเจนดังขึ้น “อยากไปไหมครับ”

“…”

“ผมเลี้ยงเอง”

สรุปแล้วก็ได้ไปจริงๆนั้นแหละ

ก่อนขึ้นรถผมลากรอยด์มันไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดไปรเวทธรรมดาด้วยกางเกงสามส่วนสีเทาและเสื้อยืดบวกรองเท้าผ้าใบธรรมดาแต่มันใส่แล้วหล่อไปส่วนผมก็ชุดธรรมดามีออฟชั่นเสริมนิดหนึ่งคือนาฬิกา รถที่ใช้เดินทางในวันนี้เป็นรุ่นBugatti Veyronสีขาวดูไฮโซดีแต่ยังสู้ Lamborghini Veneno คันก่อนของเสือไม่ได้

North Beach อยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก รอยด์บอกมาแค่นั้นก็ตะบึงรถออกด้วยความเร็วสูง เอาจริงๆแล้วคฤหาสน์ของเสืออยู่เมืองไหนในรัฐแคลิฟอร์เนียผมยังไม่รู้เลย แต่ที่รู้อีกอย่างหนึ่งคือตอนนี้แดดเปรี้ยงมากแต่อุณหภูมิกลับเย็นนิดๆ เหมาะแก่การเปิดประทุนชมวิวสองข้างทางแต่เจ้าหน้าที่สารถีที่อยู่ข้างๆกลับห้ามเอาไว้ก่อนด้วยสาเหตุใดนั้นผมไม่อาจทราบได้

“ทำอะไรน่ะครับ” เขาถามหลังจากที่ผมยึดโทรศัพท์ของมันมาเช็คอะไรบางอย่าง

“หาข้อมูล” ผมใช้โทรศัพท์ของผมไม่ได้เพราะยังไม่ได้ซื้อซิม ตอบไปแค่นั้นแล้วตั้งหน้าตั้งตาอ่านต่อ โดยรวมแล้ว North Beach เป็นสถานที่เที่ยวเล่นมีอาหาร เครื่องดื่มและร้านต่างๆ จะว่าไปก็เหมาะสำหรับการเที่ยวเล่นดีอยู่เหมือนกัน

“อีกนานกว่าจะถึงคุณนอนไปก่อนก็ได้นะครับ”

“อือ” ผมตอบพร้อมนั่งดูวิวข้างทางไปจนหลับตื่นมาอีกทีก็ถึงแล้ว ผมลงจากรถรอยด์บอกให้จับแขนเขาเอาไว้แน่นๆจากนั้นก็พาผมตระเวนเดินดูไปเรื่อยๆพอเริ่มชินผมจึงปล่อยมือเดินนำพร้อมแวะเข้าร้านโน้นร้านนี้ของกินมันเยอะดีจริงๆ

“เอาสี่ไม้ครับ” ผมสั่งเป็นภาษาอังกฤษยิ้มให้คนขายด้วย คนขายใจดีแถมให้ผมอีกไม้หนึ่งเป็นกล้วยราดช็อกโกแลต

“คุณทานเยอะแล้วนะครับ” รอยด์พูดเป็นภาษาไทยกับผมตอนจ่ายเงิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดจริงๆไม่บ่นสักคำ จะเกริ่นๆว่ากินเยอะแล้วนะ จะเอาอีกหรือครับเดี๋ยวทานข้าวเย็นไม่ได้นะ อะไรประมาณนี้

“มึงบอกเองนี้ว่าพามาเที่ยว จะเลี้ยงด้วย”

“ผมแค่กลัวคุณจะทานข้าวเย็นไม่ได้”

“ระดับนี้” ผมกินจุเถอะจะบอกให้ “อ๊ะให้ไม้หนึ่งชิมดูอร่อยดี” มือบางยื่นไปให้แต่เขาไม่รับกลับยื่นใบหน้าเข้ามาแล้วกัดไปคำหนึ่ง

“อร่อยดีนะครับ” มันบอกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า ผมใจหล่นฮวบแวบหนึ่งเหมือนรู้สึกว่าตัวเองได้คบชู้ยังไงยังงั้น เลยเชิดหน้าปากบอก

“มึงเอาไปถือเองเลย”

เขาหัวเราะหึในลำคอแล้วรับไป ผมเหล่ตามองพลางเคี้ยวไปด้วยแต่นัยน์ตาสีฟ้าเข้มกลับตวัดมามองพอดี “คุณจ้องผมอีกแล้ว”

“กูเปล่านะ”

“ทำไมไม่ชอบยอมรับความจริงล่ะครับ”

“กูปะ…”

“ช่วยด้วยค่ะโจรขโมยกระเป๋าของฉันไป!!!” เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยและดังขึ้นพร้อมเสียงฮือฮาของผู้คน ผมกำลังหันหน้าไปมองแต่กลับถูกชนเข้าอย่างจังจนล้มลงไปกับพื้นซะก่อน พร้อมครางอย่างโอดโอยคาดว่าคนชนจะเป็นโจรวิ่งราวที่ว่า ร่างสูงของรอยด์ที่น่าจะผ่านการฝึกมาอย่างดีวิ่งตามเขาไป ผมมองเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าเข้มที่ค่อยๆหายเข้าไปในกลุ่มคนก่อนจะมีฝรั่งใจดีมาช่วยฉุดผมขึ้นจากพื้น

“คุณโอเคหรือเปล่า” เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย

“ผมโอเค” ผมตอบกลับผะงกหัวเป็นการขอบคุณให้เธอแล้วเดินออกมารอด้านนอก

มาเมกาคราวนี้ดูท่าผมจะดวงสมพงกับความว่า ‘โดนปล่อย’ ซะจริง แต่เอาเถอะ! รอยด์มันวิ่งไปเอากระเป๋ากลับคืนมาให้เจ้าของรายนั้นผมให้อภัย แต่เสือนี้…

“ขอเงินหน่อยครับ”

ห้วงความคิดสะดุดพลัน ร่างเล็กของเด็กชายวัยประมาณหกขวบมายืนแบมือตรงหน้าผม เขาร่างกายมอมแมม นัยน์ตาสีฟ้าที่สื่อออกมาอย่างมีความหวังทำให้ผมใจอ่อน ผมหันไปหยิบตังทอนในกระเป๋าเสื้อที่รอยด์มันลืมเอาให้คนตรงหน้า เขาบอกขอบคุณก่อนจะเดินออกไป

“คุณใจดีกว่าที่ผมคิดนะ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นมันนั้นแหละใบหน้าหล่อเหลาติดเหงื่ออยู่นิดๆ

“เงินมึง”

เขายักไหล่ “ถ้าเป็นเงินคุณ คุณก็ต้องให้อยู่ดี ผมเชื่อยังงั้น”

“เหรอ” ผมลากเสียงยาวคล้ายประชด

“มีสาเหตุอะไรหรือเปล่าครับ”

“ก็มี” เสียงของผมเงียบลงแล้วนึกย้อนถึงความหลังแต่ไม่ได้พูดออกไป ครั้งหนึ่งตอนผมยังเด็กมากและธีมพึ่งอายุได้ประมาณ 2-3 ปี ครอบครัวของผมเคยถูกฟ้องล้มละลายจากการโกงของคนในบริษัทของพ่อ ร้ายแรงถึงขั้นแม่บอกให้ผมเตรียมใจเอาไว้เลย(ปกติแล้วมีเรื่องอะไรแม่จะไม่บอกผม) แต่แล้วพวกเรากลับรอดพ่อบอกว่ามีมหาเศรษฐีคนใหญ่คนโตช่วยเอาไว้โดยแลกกับอะไรบางอย่างที่ผมไม่อาจทราบได้ แต่ผมก็ไม่ได้สงสัยอะไรต่อถ้าไม่ได้ถูกช่วยในครานั้น ไม่แน่ว่าชีวิตของผมอาจจะเป็นเหมือนกับน้องคนเมื่อกี้

“ตอนนี้คุณดูเป็นคนมีปมนะครับ”

“มึงนะเงียบไปเลย”

“ผมมีอีกคำถามนะครับ”

“หือม์”

“คุณรัก… นายท่านจริงหรือเปล่า”

ผมเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงกรีดร้องของสายลม โทนเสียงเข้มที่ถามบ่งเลยว่าเขาไม่ได้ถามแบบเล่นๆแต่เป็นคำถามที่จริงจัง ใบหน้าหล่อเหลาติดอ่อนโยนมีท่าทีเคร่งขรึม ผมเบะปากยักไหล่แล้วยิ้มกรายใส่ “มึงไม่รู้อะไรหรอก” ผมก็สังเกตมาแล้วเหมือนกันหมอนี้มักแสดงท่าทีแปลกๆตอนผมพูดถึงเรื่องของเสือ

“…”

“กลับกันเถอะ” ผมบอกก่อนจะเดินนำไปยังรถได้ยินเขาพูดอะไรสักอย่างที่ผมแปลไม่ออก ท่าจะเป็นภาษารัสเซียอีกตามเดิม แต่เอาเถอะผมไม่ได้สนใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

นัยน์ตาสีฟ้าเข้มมองร่างเล็กที่ค่อยๆเดินนำหน้าไป ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนลง หัวใจเต้นตึกตักจากประโยคเมื่อครู่

‘มึงไม่รู้อะไรหรอก’

“ใครกันแน่ครับที่ไม่รู้อะไรนะ” เขาพึมพำเป็นภาษารัสเซียมั่นใจว่าร่างเล็กคงจะแปลไม่ออก แต่อีกไม่นานหรอก ไม่รู้ว่า ‘นายท่าน’ คนนั้นจะปิดเรื่องของเขาไปได้นานเท่าไหร่กันเชียว “จะแก้ปัญหาตรงนี้ยังละครับ …นายท่าน

…เป็นคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ

“ออกไป” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆท่ามกลางความเงียบ เหล่าชายชุดดำที่ยืนก้มหน้าอยู่นานจึงค่อยๆทะยอยกันออกจากห้องใหญ่ไป ร่างสูงของเสือถอนหายใจหนัก ใบหน้าหล่อเหลาติดอิดโรยเล็กน้อย มือหนาคลายปมผูกเนคไทออกพลางโยนสูทสีดำตัวใหญ่พาดเข้ากับโซฟา สองเท้าเดินไปยังกำแพงใสที่เป็นกระจกเผยให้เห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของรัสเซีย

“ตี้” ร่างสูงพึมพำเบาๆ เขาคิดถึงร่างเล็กใจจะขาดแล้วแถมยังปล่อยเอาไว้ไม่ได้ติดต่อไปไม่รู้จะโกรธกันหรือเปล่า เพราะเคลียร์มรดกที่ใกล้จะได้รับตอนเรียนจบมันยุ่งยากกว่าที่คิด แถมปัญหาอื่นอีกๆทำให้เขาแทบไม่มีเวลาพักเลย เสือถอดนาฬิกาเครื่องหรูออกจากข้อมือก่อนจะหยิบโทรศัพท์ตรงสายไปที่คฤหาสน์ในแคลิฟอร์เนีย

(สวัสดีครับ) เสียงที่ไม่คุ้นเคยทักเป็นภาษาอังกฤษ

“ใคร ?”

(ผมเอง รอยด์ครับ)

…รอยด์

เสือขมวดคิ้ว เขารู้จักรอยด์ดีและเป็นคนส่งไปดูแลตี้เองถึงจะบอกอย่างนั้นแต่เสียงนี้ไม่คุ้นหูเอาซะเลย

“นายเสียงแปลกๆนะ”

ปลายสายเงียบไปสักครู่แล้วตอบกลับ (ผมเป็นหวัดน่ะครับ นายท่านมีอะไรหรือเปล่า)

“ตี้อยู่ไหน”

(ตี้ ? อ๋อ… คุณธามหรือครับเหมือนว่าจะหลับไปแล้วนะครับ)

“งั้นหรือ” เสือเม้มปาก “วันนี้เขาทำอะไรบ้าง”

(ผมพาไป North Beach เพราะเขาบ่นว่าเบื่อนะครับ)

“อืม” ร่างสูงพยักหน้าเหมือนเข้าใจ จริงๆแล้วถ้าจะให้แต่ตี้อยู่แต่ในบ้านก็คงจะน่าเบื่อจริงๆ “วันนี้เขาทานอะไรบ้าง”

(กินที่ North Beach เยอะซะจนไม่กินข้าวเย็นนะครับ ส่วนตอนเช้าเป็นโจ๊กของว่างเป็นคุกกี้ครับ คุยกับใครอยู่น่ะ) ประโยคสุดท้ายเหมือนได้ยินเสียงแว่วๆ เสือหน้านิ่งเหล่สายตามองโทรศัพท์

“เสียงอะไร”

(เสียงโทรทัศน์นะครับ)

“งั้นหรือ”

(…)

เมื่อปลายสายไม่ตอบมือหนาจึงกดตัดสายไป เสือจ้องโทรศัพท์ก่อนจะกดหมายเลขติดต่อคนที่ต้องการจะคุย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งถึงความคุกกรุ่นอยู่ภายใน

“โอ้ ไม่โทรมาตั้งนานนะเสื…”

“อลันหรือเปล่า ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่คฤหาสน์ในแคลิฟอร์เนียให้ทีว่าตอนนี้ใครอยู่กับเมียกู!”

“คุยกับใครอยู่น่ะ” ผมขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความสงสัยหลังจากที่ไปเอาแก้วนมเพื่อดื่มก่อนนะที่ห้องครัวพอกลับมาก็เห็นร่างสูงของรอยด์ยืนคุยโทรศัพท์ด้วยใบหน้าออกติดเคร่งเครียดนิดๆ นัยน์ตาสีฟ้าเข้มหันมามองผมแล้วเบิกตากว้างผมเลิกคิ้วขึ้นเห็นเขาไม่พูดอะไรต่อก่อนจะวางโทรศัพท์ลงที่เดิม “คุยกับใครหรือ” ผมถามอีกรอบ

“เพื่อนน่ะครับ”

“หรือ”

…ไม่ใช่เสือหรือ

พอรู้ว่าไม่ใช่เสือก็เศร้าจิตนิดๆก่อนจะเดินไปยังหน้าทีวีที่ยังเปิดค้างเอาไว้แล้วจัดการดื่มนมตรงหน้า รอยด์มองผมก่อนเขาจะเดินไปยังทางห้องครัว ผมมองตามก่อนจะจับสังเกตความเหมือนจากอะไรได้บางอย่างบนร่างสูง

…แผ่นหลังของรอยด์อย่างกับของเสือเลย


100%

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น