mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : DOCTOR ♡6 // WHO [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 169.7k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2561 23:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DOCTOR ♡6 // WHO [100%]
แบบอักษร

ตอนที่6

‘จะให้รุ่นน้องไปรับ วันนี้กูไม่กลับคอนโดนะ ติดโปรเจค’

‘นอนดีๆ หาอะไรทานด้วยนะครับ’ – Read

ผมก้มลงอ่านไลน์ในโทรศัพท์ แล้วเลิกคิ้วขึ้นท่าทางจะเป็นโปรเจคที่ยากมากแฮะ

“ผัวไม่อยู่หรือวันนี้” แล้วหันไปทำหน้าใส่ไอ้กิ้งที่เสลอหน้าเข้ามาอ่าน

“เออ”

“งั้นไปเที่ยวกับกูป่ะ”

“เที่ยว ?” ผมขมวดคิ้ว “เที่ยวไหน”

“เที่ยวผับไงมึง มึงไม่ได้ไปนานแล้วนี้หว่า ผับเดิมที่มึงเจอพี่เสือน่ะแหละ”

“อ๋อ” ผมลากเสียง “คงไม่อ่ะ”

“เอ้า!”

“คิดว่าเสือมันคงไม่ให้ไป”

“ไปสังสรรค์บ้างเหอะ” อันนี้เป็นเสียงไอ้เมฆครับ มันรู้เรื่องของผมกับไอ้เสือแล้วเพราะกิ้งน่าจะเล่าให้ฟังทุกซอกทุกมุม ผมหันไปมองหน้าไอ้เมฆ มันยังหล่อเหมือนเคยแถมสาวตรึมเพราะนอกจากหล่อแล้วยังรวย บวกกับที่มันสันดานเจ้าชู้มาแต่กำเนิดผู้หญิงเลยมากไปหน่อย

ก้มหน้ามองโทรศัพท์อีกครั้งแล้วทำท่าทางเหนื่อยใจ ผมไม่อยากให้เสือมันเครียดเดี๋ยวนี้มันยิ่งเครียดๆอยู่ด้วย

“ถ้ามึงลำบากใจ งั้นก็ไม่ต้องไปก็ได้” พวกมันก็คงอยากให้ผมไปด้วยไม่ได้สังสรรค์กันนานแล้วนี้หว่า ถ้าเป็นปกติก็คงจะไปเกือบทุกอาทิตย์เลยแต่เดี๋ยวนี้ผมมีเสือมาคอยตามตลอดแล้วไง

“ไปก็ได้ว่ะ ผับเดิมใช่ไหม”

พวกมันสองคนพยักหน้าพร้อมกัน ก่อนจะเดินนำผมไปขึ้นรถเมฆ ผมเหล่ตามองโทรศัพท์อีกครั้ง คิดว่าไม่บอกน่าจะดีกว่า ขืนบอกไปมันคงจะตามมาลากตัวผมให้กลับบ้านแน่ๆ!


ผับชื่อดังย่าน M เป็นผับประจำของพวกผมเนื่องจากเจ้าของผับเป็นพี่ชายห่างๆของไอ้เมฆเราจึงได้ส่วนลดตลอดยามมาดื่มแถมมีบริการเซอร์วิสเมาแล้วพาส่งกลับถึงบ้านอีกด้วย (ในสามคนผมใช้บริการบ่อยสุด) พี่ชายห่างๆของเมฆชื่อพี่ทอส แต่ผมเรียกเฮียทอสเพราะสนิทอยู่พอสมควร เป็นหนุ่มเจ้าสำราญรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาติดเชื้อสายทางยุโรปมาด้วยนิดๆ ผมชอบเฮียเขานะ ดูพี่แกใช้ชีวิตได้สำราญมาก เที่ยว นอน กิน ดื่ม ตกดึกเล่นหญิง  เฮียเขาไปต่างประเทศบ่อยแทบทุกครั้งจะมีของฝากจำพวกขนมมาให้ผมด้วย ครั้งก่อนเฮียทอสไปเที่ยวญี่ปุ่นทริปหนึ่งเดือนกับแฟนสาวถึงไทยปุ๊บลังคิทแคทชาเขียวขนาดใหญ่ก็มาปรากฏอยู่ที่หน้าบ้านผม ในนั้นมีการ์ดเล็กๆเขียนเอาไว้ว่า ‘แดกให้อร่อยนะธาม’ กิ้งก็ได้เหมือนกันแต่เป็นลังเสื้อผ้าส่วนไอ้เมฆไอ้เป็นลังถุงยาง (ก็เหมาะกับมันดี)

พวกเราสามคนเดินเข้ามาในผับได้เลย แบบไม่ต้องตรวจบัตรเพราะซี้กับพี่บอร์ดี้การ์ดหน้าโหดที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูดี ผมผะงกหัวให้พี่เขาทีหนึ่งก่อนจะเดินตามหลังกิ้งเข้าไป กลิ่นแอลกอฮอล์ปะทะเข้าจมูก เสียงดนตรีชวนให้ออกท่าเต้นดังสนั่น วัยรุ่นชายหญิงรักสีสันยามราตรีหลายคนกำลังออกลวดลายและเกี้ยวพาราสีกันในที่มืดอย่างไม่อายฟ้าอายดินโดยมีของมึนเมาเป็นตัวชักนำ ที่นี้มีห้องและให้สูบบุหรี่ได้ก็จริงแต่ไม่มียาเสพติดอย่างอื่นเป็นอีกเหตุผลที่ผมไว้ใจผับของเฮียทอส

“ชั้นสองวีไอพีที่จองไว้ครับ” เมฆบอกกับพี่บอร์ดี้การ์ดที่ยืนคุมบันไดขึ้นชั้นวีไอพี เพราะเป็นโซนวีไอพีเลยให้ใครขึ้นไปนั่งสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เนื่องจากผู้มีอิทธิพลหลายคนก็มาผับนี้กันเยอะพอสมควร ราคาชั้นสองเลยอัพพรวดอย่างรวดเร็วเรียกได้ว่ากระเป๋าตังค์ไม่หนักขึ้นไม่ได้ ส่วนพวกผมหรือ ฟรีครับจ่ายแค่ค่าเหล้าเอาจริงก็แทบไม่ได้ออก เจอเฮียทอสพี่แกก็เลี้ยงตลอดเลย ถ้าไม่อยู่ก็ยังอุตส่าห์บอกกับพนักงานเก็บเงินว่าไม่ต้องรับเงินจากพวกผม เป็นเหตุให้มาทีไรก็กินฟรี ดื่มฟรี

“หือ”

ผมมอง เมื่อพี่แว่นสูทดำหันหน้าไปบอกให้พี่แว่นอีกคนที่เคาน์เตอร์เช็คว่ามีการจองเอาไว้หรือเปล่า อืม ที่จริงให้เช็คคือฉากบังหน้าหรอกครับผมเห็นพี่เขาแอบกระพริบตาให้พวกเราตั้งนานแล้ว ส่วนพี่ที่เช็คก็ทำจริงซะที่ไหนยังพิมพ์มั่วอยู่ที่โปรแกรม word อยู่เลย ที่ทำอย่างนี้เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าที่นี้มีเส้นได้เฉยๆ

“โต๊ะ 7 ครับ” พี่เขาบอกก่อนจะยื่นใบจองโต๊ะให้กับไอ้เมฆ ผมผะงกหัวขอบคุณอีกครั้งแล้วเดินตามไป ชั้นสองบรรยากาศดีนะครับ ผมว่าเป็นชั้นที่เหมาะสำหรับการแอบมองที่สุดแล้ว เห็นหมดทั้งนมทั้งหุ่น!

ผมนั่งเล่นโทรศัพท์รอพวกนั้นสั่งเหล้ามาดื่ม อยู่ๆแอพไลน์สีเขียวก็เด้งขึ้นมาให้ใจสั่นเล่นๆ

‘พี่อยู่ไหน’

อ่า… ไม่ใช่เสือแต่เป็นธีม น้องสาวของผม


‘ผับ กับเมฆและกิ้ง มีอะไร’

‘มีเรื่องคุยจะด้วย แต่คุยในไลน์ไม่ได้’

‘อาทิตย์หน้าถึงจะว่าง วันพุธ อาจารย์จะไม่เข้า’

‘ตามนั้น ที่ร้านคาเฟ่ใกล้มหา’ลัยพี่นะ แล้วเจอกันค่ะ’

‘ครับ’

บทสนทนาได้บทสรุปผมจึงออกจากไลน์แล้วเข้าเล่นเกมแทน เล่นได้ไม่ถึงห้านาทีแก้วเย็นๆก็มาแตะที่ใบหน้า  ผมหันไปมองกลิ่นเป็นเหล้า มือบางยื่นไปรับแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวหมด

“เหล้าใหม่ ดีกรีแรงนะนั้น” ไอ้เมฆบอก

ผมส่งเสียงอืมในลำคอก่อนจะยื่นแก้วไปให้มันเติมอีก ดีกรีคงจะแรงจริงๆแต่แก้วเดียวก็ทำมึนไปทั้งหัวแบบนี้แล้วผมไม่สนใจใครดื่มไปเล่นไป พอเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ก็พบว่าไอ้กิ้งหายไปไหนแล้วไม่รู้แถมข้างกายไอ้เมฆยังมีผู้หญิงสวยนุ่งสั้นมาขนาบข้างกายมันสองคน

“เมฆกู… อึก! ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”  ผมบอก เมฆพยักหน้าแล้วหันไปคลอเคลียกับผู้หญิงต่อ เมื่อมันไม่สนใจผมก็ไม่มีอะไรต้องสนมัน แต่พอยืนขึ้นเท่านั้นแหละ เวร… โลกหมุนหรือสัส

ผมส่ายหน้าแรงๆ ค่อยๆพยุงตัวเองเดินลากเท้าชนคนอื่นตามทางไปยังห้องน้ำ ผมหรี่ตามองแสงไฟอ่อนๆและป้ายแสดงเพศชายหญิงบ่งว่าตนเองมาถึงจุดหมายแล้ว แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าพื้นที่ก็โดนใครสักคนจับแขนเอาไว้เสียก่อน ผมตวัดหน้าไปมองอย่างอารมณ์เสีย กูยิ่งปวดฉี่อยู่ด้วยเนี่ย เจ้าของมือหนาเป็นผู้ชายหน้าตาดีพอสมควรแต่สายตาวิบวับนั้นทำเอาจากหน้าตาดีเป็นน่าขยะแขยงไปเลย

“โอ๊ะ ขอโทษครับแค่อยากรู้จักคุ…”

“ปล่อย” ผมบอกเสียงเข้ม

“แหมอย่าใจร้ายนักสิ นั่งดื่มด้วยกันไหม ผมเลี้ยงเอง”

“กูบอกให้ปล่อย” ผมสะบัดมือแต่ยังไม่หลุด เริ่มรำคาญผนวกปวดฉี่ยิ่งทำให้หงุดหงิดเข้าไปใหญ่

“โหดจริงนะ ไปเล่นกันบนเตียงสักรอบหน่อยจะเป็นไร”

“ไอ้เหี้ยนี่!!” ผมกำมือแน่นหวังจะต่อยมันเต็มแรงแต่โดนกระชากเอวออกก่อน ไม่ได้หันไปมองว่าใครแต่กลิ่นกายมันคุ้นๆชอบกล ผู้ชายคนที่มายุ่งกับผมหน้าซีดพอๆกับผมที่ตอนนี้เริ่มมึนเต็มที่แล้ว บอร์ดี้การ์ดชุดดำมาล้อมพวกเราเอาไว้ผู้คนมากมายส่งสายตาและเดินมาทางนี้จนเริ่มจะเป็นไทยมุง ร่างสูงผลักผมให้ไปยืนด้านล่างแวบหนึ่งผมเห็นใบหน้าจึงรู้ว่าใคร ‘เฮียทอส’

“มึงยุ่งอะไรกับน้องกู” เฮียทอสถาม ผู้ชายคนนั้นตัวสั่น ใครๆก็รู้ว่าเฮียทอสเป็นเจ้าของผับเพราะเคยออกทีวีและนิตยสารอยู่หลายหน ถึงจะเป็นหนุ่มเจ้าสำราญแต่อย่ายุ่งหรือทำให้เขาโมโหเด็ดขาดไม่งั้นหนุ่มเจ้าสำราญจะกลายเป็นซาตานได้ “ธามมันทำอะไรเรา”

ผมส่ายหน้าไม่อยากเอาเรื่อง หงุดหงิดอยากฉี่และมึนเต็มทน

“อย่ามายุ่งกับน้องกูอีก” เฮียทอสชี้หน้ากล่าวเตือนเป็นอันจบไทยมุงและพี่บอร์ดี้การ์ดจึงเริ่มสลายตัว ผมจะไปบ้างแต่พอก้าวไปก็เซจนล้มลงกับพื้น “เมาแล้วยังมาคนเดียว หน้าเรายิ่งล่อผู้ชายอยู่ด้วย” เฮียบอกแล้วพยุงผมขึ้น

“อือ”

“ทำไมไม่ให้กิ้งหรือเมฆพามา”

“กิ้งหาย เมฆอยู่กับผู้หญิง”

“คราวหลังก็โทรบอกเฮียก่อนเดี๋ยวให้คนตาม”

“อือเฮีย ปวดฉี่อ่ะ”

“รู้แล้วครับ” เฮียทอสบอกก่อนจะพยุงผมเดินเข้าห้องน้ำ แต่ผมห้ามเอาไว้ก่อนพร้อมเอ่ยปากไล่เนื่องจากไม่อยากกวนพี่เขามาก เฮียทอสทำหน้าหนักใจแต่ก็ยอมเดินออกไปแต่โดยดี ผมจึงเดินเซๆชนคนอื่นโดนด่าประปรายปากเข้าห้องน้ำฉี่และอ้วกแตกไปหนึ่งทีจึงเปิดประตูออกมาล้างมือล้างหน้าให้หายมึน

‘ไม่น่าดื่มเลยกู’

คำหนึ่งพุดขึ้นมาในหัว ปกติผมดื่มประจำนะแต่เป็นเหล้าอ่อนๆ ถึงอย่างนั้นก็เมาแต่เมาแบบหลับไปเลยไม่มึนเท่าไหร่ตื่นมาก็ไม่ค่อยแฮงค์ นี้เป็นครั้งที่สองที่ดื่มดีกรีแรงๆ ครั้งแรกก็วันเจอกับไอ้เสือนั้นแหละ กิ้งบอกผมเมาแล้วจะหน้าด้านเรื่องประมาณว่ายางอายกูทำได้หมด

ผมวักน้ำปริมาณมากใส่หน้า มองสภาพตัวเองในกระจก ใบหน้าอ่อนติดมึนนิดๆตามไรผมมีน้ำหยดลงมาติ้งๆเป็นผลจากเมื่อครู่ ยกเสื้อเชิ้ตสีขาวเช็ดน้ำลวกๆแล้วเดินเซหวังจะกลับที่ แต่ยังไม่ถึงที่ก็เดินชนใครสักคนจนล้มลงกับพื้นดังตึ้ง! ผมเกาหัวภาพตรงหน้าเลือนรางกว่าเดิม อาการหงุดหงิดเพิ่มขึ้นจนต้องจิกปากตัวเอง จนกระทั่งมีมือมาฉุดผมขึ้นจากพื้นคงจะเป็นร่างสูงที่ผมเดินชนไปเมื่อสักครู่นั้นแหละ

ผมเงยหน้ามอง ใบหน้าหล่อเหลาราวซาตาน ผิวขาวซีดและเส้นผมสีดำสนิท ที่ไม่ว่ามองด้านไหนก็เป็น…

“เสือ ?”

…ไหนบอกติดโปรเจคไงวะ ?

ผมขมวดคิ้วสงสัย เสือไม่ได้อยู่ในชุดนักศึกษาแล้ว ใส่เสื้อสีเทากางเกยีนส์ธรรมดาและแจ็กเกตเท่ๆ เห ? ปกติมีชุดแบบนี้ในตู้เสื้อผ้าด้วยหรือทำไมไม่เคยเห็น

ทันใดนั้นอาการหน้าด้านก็เริ่มเข้าสิง เมื่ออยู่ๆผมก็เอามือไปโอบรอบคอของมัน แนบตัวชิดกับร่างสูงก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลานั้นลงมาจุ๊บทีหนึ่งอย่างเคยชิน

“…”

“ไหนบอกติดโปรเจคไง”

“…” เสือไม่ตอบผมเอียงคอ

“พี่เสือ ?”

ดวงตาสีครามเข้มมองหน้าผมนิ่งๆ หรือมันโกรธจะผมกันนะที่มาโดยไม่บอก กำลังจะอ้าปากถามมือหนาก็เข้าโอบรอบเอวผมเอาไว้ ดันให้ร่างผมเข้าไปยังมุมมืดของผับที่ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น จนรู้สึกแผ่นหลังที่กำลังแนบชิดกับกำแพงเย็นๆ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาเหมือนจะจูบแต่ก็ไม่วนเวียนอยู่ตรงริมฝีปากแล้วเลื่อนไปยังซอกคอ เอวถูกยกขึ้นเท้าลอยไม่แตะพื้น ผมนิ่งมองว่าเขากำลังจะทำอะไร เราสบตากันวูบหนึ่งผมรู้สึกเหมือนคนตรงหน้าไม่ใช่เสือ

มือหนาแตะขอบกางเกงผม สักพักมันก็ถูกดึงออกไปเหลือแต่บ็อกเซอร์สีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาวของผมปิดเอาไว้ได้เพียงน้อยนิด เสือชิดตัวผมเอากับกำแพง ยกตัวผมสูงขึ้นอีกครั้ง น่าหวั่นจนต้องเอาขาเรียวเกาะกับสะโพกแกร่งไว้ ผมเอามือโอบรอบคอ ยืดตัวขึ้นไปจูบแต่คนตรงหน้ากลับไม่ให้ความร่วมมือ

“หึ” ร่างสูงหัวเราะในลำคอ แจ็กเกตถูกถอดออกและขว้างทิ้งไปตามยถากรรม มือหนาลูบไล้ไปทั่วตัวผมก่อนจะประกบริมฝีปากลงมืออย่างรุนแรง จูบที่เต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่ แต่แปลกจัง…

เสือสูบบุหรี่กลิ่นนี้ด้วยหรือ ?

ปกติมันจะเป็นกลิ่นเย็นๆแต่เย้ายวนชวนหลงใหลแฝงความร้อนแรงเอาไว้ แต่กลิ่นนี้กลับเป็นกลิ่นฉุนที่พอได้สูดเข้าไปหัวใจก็เต้นระทึกอย่างน่าหวาดเสียว เร้าร้อนและอันตรายจนน่ากลัว ผมทุบไหล่แกร่งเบาๆเพราะเริ่มหายใจไม่ออก ร่างสูงละริมฝีปากออกมา น้ำลายสีใสไหลเยิ้มออกมาด้วย แม้จะนึกสงสัยและรู้สึกแปลกๆแต่ผมก็ไม่ได้ถามออกไป

ผมเอื้อมมือเข้าไปกอด กระซิบที่ข้างหู “ต่อที่คอนโดเถอะ”

แล้วซบใบหน้าลงกับไหล่กว้างอย่างเคยชิน

ผมไม่ได้สนใจต่อรู้แต่ว่าถูกร่างสูงอุ้มด้วยท่าเจ้าหญิงมาที่รถไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่ารถอะไรเพราะเอาแต่หลับตาลงอยู่ตลอด พอถึงคอนโดผมก็ยังไม่ยอมลืมตารู้เพียงถูกอุ้มขึ้น กลับมาถึงห้องหลายอย่างถูกถอดออกจากตัวไปทั้งนาฬิกา กำไลเหล็ก สร้อยเสื้อผ้าของผมไม่ได้ถูกถอดออกแต่เหมือนเสือจะถอดของตัวเองออก แถมทิ้งเกลื่อนไปตามทางเดิน จนกระทั่งถูกวางลงบนเตียงผมถึงลืมตาขึ้น ไฟไม่ได้เปิดเงาทะมึนทาบทามลงบนตัว เสือกำลังคร่อมผมอยู่แขนยาววางพาดเอาไว้บนหัวของผม นิ้วเรียวไล่ไปตามใบหน้าลงคอผมร้องอื้ออึงในลำคอเสือไม่เคยทำแบบนี้ กระดุมถูกปลดออกทีละเม็ด ช้าจนน่าขัดใจผมจะเอามือมาปลดเองแต่ถูกรวบข้อมือเอาไว้เสียก่อน

“อย่า” เสียงทุ้มว่าลิ้นร้อนเลียที่ข้างหู จนกระทั่งกระดุมเม็ดสุดท้ายถูกปลดลง เสือวันนี้แปลกยังไงชอบกลไม่ได้ร้อนแรงและเร่งเหมือนแต่ก่อนห่างแต่ชักช้า เอื่อยเฉื่อยแต่กลับทำให้ผมรู้สึกถึงอันตรายยามได้สบตากับนัยน์ตาสีครามเข้มคู่นั้น

นิ้วร้อนไหล่ลง ผมหายใจหอบถี่อาการตื่นตัวแสดงอย่างให้ได้ชัดจนคนด้านบนหัวเราะหึ นิ้ววนที่ยอดดอกสะกิดเบาๆแต่กลับเสียวซ่าน ไล่วนช้าๆไปมาอย่างขัดใจผมจิปากกัดฟันแน่น ละออกจากยอดดอกไล่ลงมาเรื่อยๆถึงหน้าท้อง ผมเสียววาบจนกระทั่งถึงกับส่วนที่อ่อนไหวที่สุด เสือยังช้าวันนี้เขาขัดใจผมชะมัด เขาถอดบ็อกเซอร์ของผมออกตอนนี้ผมเปลือยต่อหน้าเขาเต็มๆ นิ้วไล่วนตรงส่วนปลายที่เริ่มจะมีน้ำหลุดออกมาบ้าง แล้วผละออกไปผมจะร้องแต่ถูกปิดปากตัวจูบที่รุนแรงก่อน เจลเย็นถูกเทใส่จากเชื่องช้ากลายมาเป็นรวดเร็ว สามนิ้วถูกสอดเข้ามาด้านในเจ็บในน้ำตาคลอ

“จุ๊ๆ” เขาบอกให้ผมเงียบ ภายในใจเริ่มมีความหวาดกลัวขึ้นมาเสือไม่เคยเป็นแบบนี้ มือหนาหันไปถอดเสือตัวเองภายอกแกร่งผมยังไม่ทันสำรวจเขาได้เต็มที่ก็ถูกพลิกคว่ำใบหน้าแนบหมอน แขนทั้งสองข้างถูกจับรวบไว้ด้านหลังแนบตรงที่เหลือสะโพกขึ้นมาเล็กน้อย

“เสือ” ผมร้องขึ้นมา สามนิ้วถูกถอนออกไปแทนที่ด้วยสิ่งที่ใหญ่กว่าแม้จะเจ็บกว่ามากก็ตาม ผมเหลียวหน้าไปมองกางเกงยีนส์ยังคงประดับอยู่ เขาแค่ดึงมันลงมานิดหน่อยให้เจ้านั้นของเขาสามารถเข้ามาภายในผมได้ “เสือเจ็บ ผมเจ็บ”

ผมดิ้นแต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งทำร้ายตัวเอง เสือไม่ได้ตอบแต่พอเขาเห็นผมขัดขืนก็จะกระแทกเข้ามาทีหนึ่งจากนั้นก็ไม่ทำอะไรต่อ ค้างเอาไว้อย่างนั้น ผมแนบหน้ากับหมอนนิ่งเจ็บช่องทางด้านหลังเจียนตาย เสือไม่เคยเป็นแบบนี้ไม่ใจร้ายกับผมอย่างนี้ เขาไม่เคยใส่เข้ามาถ้าผมยังไม่พร้อม

ผมได้กลิ่นฉุนของบุหรี่ จึงหันหน้าไปมองเสือกำลังสูบบุหรี่อยู่ มือหนาเขาใช้จับแขนผมเอาไว้ นัยน์ตาสีครามเข้มยังคงจ้องผมอยู่ สิ่งนั้นก็ยังค้าง ไม่ได้เอาออกแต่ก็ไม่ได้ขยับ

จนกระทั่งบุหรี่ม้วนนั้นหมดไป เพลิงบรรลัยแห่งรักสวาทจึงได้ปะทุ…


แย่

เป็นเซ็กส์ที่แย่ที่สุดที่เคยเจอมา เหมือนกับถูกขืนใจที่คนรักเป็นคนกระทำ

ผมแนบหน้าลงกับหมอน ร่างกายเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยต่างๆ ตอนนี้เช้าแล้วแต่วันนี้คงไม่ได้ไปเรียนแน่ๆ คนข้างตัวผมเอนพิงกับหัวเตียงในมือถือบุหรี่กลิ่นใหม่ที่ผมออกจะไม่ชอบมันเลยสักนิดรวมถึงเพศสัมพันธ์เมื่อคืนด้วยเลยก็แล้วกัน ผมเงยหน้าขึ้นมองเสือก็กำลังมองผมอยู่เหมือนกัน ใบหน้าหล่อเหลาราวซานตานั้น คาดว่าวันนี้เราคงต้องเคลียร์กันหน่อยแล้ว

“เสือ” ผมเรียกร่างสูงไม่ตอบแต่กลับหันมามองหน้าผมนิ่ง ยังไม่ได้ถามสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นรอยสักบนสะโพกเป็นจุดเดียวกันที่เสือสักแต่ไม่ใช่! มันไม่ใช่รอยสักแบบนี้!

ผมขมวดคิ้วเอ่ยเสียงดัง “เสือรอยสั…”

ปัง!!

ผมยังไม่ทันพูดจบประตูห้องก็เปิดเข้ามาเสียงดัง ปรากฏร่างของผู้ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อสีนิสิตสีขาวปักเข็มกลัดสัญลักษณ์แพทย์ที่ผมคุ้นตาดี ใบหน้าหล่อเหลาติดหอบที่ทำเอาผมต้องสะดุดลมหายใจตัวเอง นัยน์ตาคู่นั้นมองมาทางผมและเขา พวกเรา …บนเตียง

“ตี้” เสียงทุ้มว่าแผ่วเบา เบาจนผมใจหล่นฮวบ ทันใดนั้นน้ำตาสีใสก็ไหลออกมาเมื่อมองทั้งสองคนพร้อมกัน

เหมือนกันมาซะจนแยกไม่ออก ทั้งหน้าตาและบุคลิกเป็นคำตอบให้ผมได้รู้ว่าเสือนั้น

…มีสองคน

เฮือก!

นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมา ลมหายใจหอบสะท้าน และร่างกายสั่นไหวเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายขึ้นตามใบหน้า ผมหลับตาลงแน่นอีกครั้งแล้วเลียริมฝีปากก่อนจะเปิดตาขึ้นมาพบกับแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านเข้ามายังม่านหน้าต่าง

อะไรนะ

ฝันหรือ ?

ผมยันตัวเองขึ้นนั่งแล้วพิงหลังกับหัวเตียง เหล่มองนาฬิกาดิจิตอลที่บอกเวลาหกโมงสี่สิบเก้านาทีของวันที่เจ็ดเดือนกรกฎาคม และกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังอึก

วันต่อจากเมื่อวาน

แอด~

เสียงประตูห้องถูกเปิดออก ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับเจ้าของนัยน์ตาสีครามเข้มทีหนึ่งก่อนจะหลบสายตา ร่างสูงเดินเข้ามาใบหน้าหล่อเหลาฉายแววแปลกใจ ในมือถือแก้วใส่ของเหลวสีขาวขุ่นมันคือนมที่เสือเริ่มจะบังคับให้ผมกินทุกเช้า เขาวางมันลงที่โต๊ะข้างเตียงแล้วเดินเข้ามาใกล้ผม “ตื่นเร็ว”

ผมส่ายหน้าแล้วเอื้อมมือไปกอดสะโพกซุกใบหน้าลงกับหน้าท้องแน่น

“สีหน้ามึงดูไม่ดีเลยนะ”

“อือ”

“ฝันร้ายหรือ”

“อือ”

“ตี้” ผมผละออกมา แล้วล้มตัวลงนอนตามเดิม หัวใจยังเต้นตึกตักๆจากความฝันเมื่อสักครู่ เปลือกตาสีไข่ค่อยๆปิดลงอีกครั้ง ผมรู้สึกได้ถึงแรงยุบของเตียงนอน ร่างสูงลอดตัวเข้ามาในผ้าห่มมือหนาคว้าเอวผมเข้ามาแนบชิดก่อนจะบังคับให้ผมพลิกตัวไปทางเขา เสือกอดผมเอาไว้แน่นกดหน้าผมลงแนบอกแล้วใช้มือลูบศีรษะผมอย่างแผ่วเบาพร้อมจูบหนักที่หน้าผากสองสามที

“เสือ” ผมขานเรียก

“หืม”

“มึงมีแฝดหรือเปล่า”

ร่างสูงนิ่งไปสักครู่ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เปล่าหนิ”

ผมถอนหายใจโล่งแล้วยิ้มจนตาหยี่ พลางยืดตัวขึ้นไปจุ๊บเบาๆที่ริมฝีปาก “ดีจัง”

“เล่าให้ฟังหน่อยสิ”

ผมพยักหน้าเบาๆ ซุกตัวเข้าหาอกอุ่นมากกว่าเดิม แล้วเริ่มเล่าความฝันของตนเองให้ฟัง


เสือกระพริบตาปริบๆ

มองคนตัวเล็กในอ้อมกอดที่กำลังเล่าฝันร้ายของตนเองให้เขาฟัง ร่างกายของตี้กำลังสั่น สั่นเหมือนกำลังกลัวอะไรบางอย่างจากความฝัน ถึงกระนั้นหลังจากที่ได้ฟังทั้งหมดแล้ว เสือก็มีความคิดว่าความมโนของเมียตัวเองนี้ท่าทางจะเข้าขั้นแอดวานซ์ไปแล้ว

“ฮึก!” ตี้สะอึกทันทีหลังจากที่เล่าจนจบ เขาก้มหน้าลงประทับจูบปลอบประโลมให้คนใต้ร่างอีกครั้ง

“ใจเย็นๆ”

“มันน่ากลัวมากเลยเสือ”

เสือไม่พูดแต่กอดตอบเพื่อให้รู้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้และเรื่องทั้งหมดมันเป็นแค่ความฝันเท่านั้น ตี้สะอึกไปพักใหญ่และเมื่อเริ่มสงบลงได้เสียงทุ้มจึงเอ่ยขึ้น

“ถ้าเรื่องมันจะเป็นความจริง”

“…”

“กูก็จะแย่งมึงมากอยู่ดีแหละ” เสือเห็นนัยน์ตาโตนั้นเบิกกว้าง ก่อนจะคลียิ้มหวานใส่เขา แต่แล้วร่างเล็กก็ทำท่าทางเหมือนจะนึกอะไรได้ก่อนจะมีท่าทีเศร้าอีกครั้งหนึ่ง

“แต่กูทำผิดมากเลยนะ”

“ความผิดมึงมันน้อยนิดเดียวถ้าเทียบกับความรักกู”

จบคำร่างเล็กก็ยืดตัวขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปจับใบหน้าของเขาเข้ามาประกบริมฝีปากทันที เสือตอบรับกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ถ้ามันเป็นความจริงละก็ร่างเล็กนี้ก็คงจะผิดอยู่มากโขล่ะมั้งแต่ผิดที่ไม่บอกเขาก่อนนะ ส่วนเรื่องไปนอนกับแฝดของเขาที่ไม่มีตัวตนในโลกแห่งความจริง ร่างสูงคิดว่ามันไม่ผิดเนื่องจากเขากับตี้ทำเรื่องอย่างว่าบ่อยจนแทบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เจอคนหน้าคล้ายกันบวกเมาแถมไม่รู้ว่าคนนั้นมีแฝดถ้าเจอปั่นป่วนอารมณ์นิดหน่อยเป็นเสือก็คงจะไม่ปฏิเสธเหมือนกัน

แต่ถ้าหากมันเกิดเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้วละก็

“วันนี้โดดเรียนเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม”

“เด็กไม่ดี”

“วันเดียวน่า ไปดูหนัง เล่นเกม ฟังเพลง กินข้าวกัน”

“จะไปเดทหรือไง”

“งั้นล่ะมั้ง”

“ได้” ร่างสูงตอบแล้วยิ้มแสยะที่ริมฝีปาก ใบหน้าก้มลงต่ำกระซิบเสียงแหบพร่าบอกถึงความต้องการที่ข้างหู “แต่กูขอออเดิฟบนเตียงก่อนก็แล้วกัน”

แต่ถ้าหากมันเกิดเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้วละก็*…*

เขาก็คงจะให้อภัยอย่างไร้ข้อกังขาเลยล่ะมั้ง

ก็รักมากจน… ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายเลยนี่


“แล้ว… นี้เราจะไปไหนกันดี ?” ทันทีที่พวกผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเวลาก็ล่วงเลยมาถึงห้าโมงย้ำเกือบเที่ยง และพร้อมใจกันโดดเพื่อไปเดทอย่างที่ปกติพวกเราไม่เคยทำกัน คำถามหนึ่งถูกเอ่ยขึ้นมาหลังจากขึ้นรถหรูคันใหม่ที่ไม่ใช่ Lamborghini Aventador แต่เป็น Lamborghini Veneno สีเทาคันงามที่ผมแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คราคาของมันก็พบว่ารถนี่มันแพงถึง 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 146 ล้านบาท ถึงผมจะมีฐานะอยู่พอตัวแต่ก็คงไม่รวยถึงขั้นเอาเงินเกือบร้อยห้าสิบล้านไปเผาผลาญไปกับรถคันเดียวแถมยังนั่งได้แค่สองที่นั่ง อ้อ! มีอีกอย่างหนึ่งที่ผมรู้คือเสือมันสะสมรถยนต์ราคาแพงเอาไว้เป็นงานอดิเรก ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่โคตรจะสิ้นเปลืองเนื่องจากวันนี้ผมพึ่งได้เข้าไปเยือนโรงเก็บรถของมัน ชื่อโลคลาสไปหน่อยแต่ด้านในเก็บรถยนต์ที่รวมๆราคาแล้วผมต้องกลืนน้ำลายอึกลงคอ มีเยอะจนตาลายยิ่งพวกลัมโบกินี่ เฟอร์รารี่ พอร์ช มันมีแทบจะทุกรุ่นทุกสี ช็อครอบที่สองคือมันยังมีโรงเก็บรถอีกหลายที่แต่ทุกที่ล้วนแล้วแต่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ทำให้ผมเริ่มคิดได้ว่าความรวยมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ

“เสือสรุปบ้านมึงทำธุรกิจอะไรกันแน่ทำไมรวยจังวะ” ผมถามขึ้นหลังจากที่เราตกลงกันได้แล้วว่าจะเดินเล่นกินเล่นที่ห้างดัง(และราคาของแต่ละอย่างยังแพงโคตรๆ)ห้างหนึ่งในกรุงเทพฯ เสือเคลื่อนตัวขึ้นยังไม่ตอบคำถามผมจึงพูดขึ้นมาอีก “ตกลงบ้านมึงทำอะไร ขนาดที่รวยถึงหมื่นล้านบาทเลยหรือวะ”

“ไม่ใช่หมื่นล้านบาทหรอก” เสียงทุ้มพูดขึ้นแต่เป็นประโยคที่ผมทำให้ผมต้องหันไปมองหน้ามันพลางยกขวดน้ำในรถขึ้นมาดื่มไปด้วย “หมื่นล้านดอลลาร์นะ”

พรวดดดดดด!!

“อ๊ะ แค่กๆๆ” ผมสำลักน้ำจนต่อมน้ำตามันแตก มือหนามาลูบแผ่นหลังเบาๆ ผมค่อยๆหายไอแล้วจึงกลับมาทำหน้าเหวอ หันไปถามมันอีกที “งั้นมีชื่อใครสักคนในครอบครัวมึงขึ้นท็อป 10 คนที่รวยที่สุดในโลกบ้างหรือเปล่า”

รถหรูถูกเบรกเพราะติดไฟแดง ใบหน้าหล่อเหลาจึงหันมามองผมแล้วพยักหน้าขึ้นลงไปมา “ชื่อของคุณพ่อน่ะ”

โอ้มายก็อดดดดดดดดด

ผมตะลึงได้ไม่นานเสียงทุ้มก็กล่าวต่อ “แต่ไม่ใช่คนไทยหรอกนะ”

“งั้นมึงก็เป็นลูกครึ่ง ?”

“เสี่ยวไทย – อเมริกา – กรีซ” มันพยักหน้าอีกครั้ง “แต่ใช้นามสกุลของฝ่ายแม่”

กูว่าล่ะทำไมมึงหล่อเกินกว่าคนปกติมีสายยุโรปอยู่ในสายเลือดด้วยนี้เอง สีตาและผิวขาวซีดๆก็คงได้มาจากอเมริกา ใบหน้าคมๆคงจะมาจากกรีซ และหุ่นล้ำคงมาจากไทยผสมเมกาสินะ ผมไม่อยากคิดถึงหน้าพ่อกับแม่ของเสือเลย ลูกหล่อขนาดนี้ยีนส์จะดีขนาดไหนกัน คือมันหล่อ หล่อแบบหายาก คนอะไรแม่งโคตรหล่อ นึกดูแล้วมันก็น่าอนุรักษ์เอาไว้เป็นมรดกโลกแบบที่ไอ้กิ้งเคยพูดเปรยๆเอาไว้กับผมจริงๆ

“ทำพวกอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือเป็นพวกสนับสนุนหลักตามงานใหญ่ๆ จะให้บอกหมดคงยาวมันเยอะจนกูจำไม่ได้แล้ว” เสือว่าด้วยท่าทีนิ่งๆ

อืม… นอกจากหล่อไม่พอยังรวยอีกด้วย

“แม่งเฟอร์เฟ็กว่ะ” เบะปากใส่มันด้วยความหมั่นไส้

“มึงควรดีใจนะตี้” ผมเลิกคิ้ว “ที่มีผัวเฟอร์เฟ็ก”

เอ่อ… ผมขอถอนคำพูดจะทันไหม ?


ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายหลังจากที่ติดไฟแดงเลยมีโอกาสซักประวัติกันอยู่นานพอสมควร ทันทีที่ร่างสูงเดินจูงมือผมเข้าห้างยังไม่ทันเอ่ยถึงแอร์เย็นฉ่ำที่มากระทบกับใบหน้า สิ่งแรกคือทุกคนในห้างแทบจะหันมามองมันเกือบหมดเพราะเหมือนออร่าความหล่อมันกระแทกตาในคนอื่นหันมาสนใจ แล้วยิ่งวันนี้ผมบังคับให้เสือมันแต่งหล่ออย่างเต็มที่เพราะเป็นเดทแรกแต่ดูเหมือนมันจะเป็นผลเสียต่อพวกเราไปซะแล้ว

ดูเหมือนผมจะหน้าบึ้งจนเสือจับสังเกตได้ มันเสือจับมือผมให้แน่นกว่าเดิม “ตกลงว่าจะไปไหน”

“ดูหนัง” วันนี้อเวนเจอร์สเข้าโรงครับ ผมระริกระรี้ด้วยความตื่นเต้น กัปตันอเมริกาคือสเปคไง เฮียแกหล่อดี

เสือให้ผมนั่งรอส่วนมันไปซื้อตั๋วหนัง  โชคดีที่เรามาถูกเวลาเลยได้ดูเร็วเนื่องจากไม่ได้เปิดดูโปรแกรมหนังของมันก่อน ตั๋วหนังที่นั่งสวีทสองที่ถูกยื่นมาให้ผม ผมเห็นมีผู้หญิงหลายกลุ่มแอบชี้นิ้วมาทางเราแล้วหันไปถามพนักงานที่จำหน่ายตั๋วด้วย เดาได้ไม่ยากว่าพวกเธอกำลังจะตามพวกผมเข้าโรง “อีกสิบห้านาที”

“ไปซื้อป๊อปคอร์นกับโค้กกัน”

“ไปเองได้หรือเปล่า”

“ทำไมอ่ะ” ผมถามขึ้น

“มีธุระต้องไปทำก่อนนะ”

เห็นว่าเป็นธุระจึงพยักหน้าเสือมองผมด้วยสายตากรุ่มกริ่มก่อนจะยื่นบัตรสีทองไม่จำกัดวงเงินมาให้ พอถามก็ได้รับคำตอบมาว่าให้เอาไปซื้อป๊อปคอร์น ผมรับมาแต่พอไปซื้อก็ใช้เงินสดของตัวเองซื้อเพราะไม่อยากแปลกแหวกแนวกว่าชาวบ้านเขานัก ประมาณห้านาทีกว่าๆร่างสูงก็เดินกลับมาหาพอถามว่าธุระอะไรทำไมเสร็จเร็วมันก็ยังยิ้มๆแต่ไม่ตอบพร้อมขโมยป๊อปคอร์นรสหวานไปกินชิ้นหนึ่งก่อนจะเบะหน้า เสือไม่ชอบหวานแต่ชอบเค็มมากกว่า “กินด้านล่างมีรสกระเทียม”

เสือพยักหน้าเบาๆ เมื่อถึงเวลาเราจึงพากันเดินเข้าโรงหนังจงใจเข้าสายสิบห้านาทีรอโฆษณา และแน่นอนผู้หญิงตามกันมาเป็นโขยง

ผมเริ่มจะนับถือความพยายามของพวกเธอแล้วจริงๆ

เสือจองที่นั่งสวีทอยู่ตรงกลางพอดีดังนั้นทั้งด้านหน้าและด้านข้าง(พวกผมนั่งชั้นบนสุด)ต่างก็รายล้อมไปด้วยผู้หญิง แถมยังพากันจงใจมองไอ้เสือชนิดที่ไม่มีความเกรงใจจนผมเริ่มไม่รู้แน่ชัดแล้วว่าพวกเธอมาดูหนังหรือมานั่งมองไอ้เสือกันแน่ บางคนมีการเสียมารยาทด้วยการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปด้วย ยังดีหน่อยที่ยังรู้จักกาลเทศะห้ามเสียงดังในโรงหนัง

“เป็นอะไร” เสียงทุ้มกระซิบถามเบาๆที่ข้างหู

“รำคาญคน” ว่าพลางถอนหายใจ “มึงหล่อเกินไปอ่ะ”

เสือมันหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมากัดที่ริมฝีปากผม “อยากให้คนเลิกสนใจไหมละ”

“อยาก”

“ด้วยวิธีไหนก็ได้”

“อือ” จบคำนัยน์ตาสีน้ำครามเข้มก็เหมือนมีประกายวิบวับขึ้นผมใจสั่น ขยับถอยห่างจากมันจนสุดที่นั่งแต่ก็ยังโดนมันตามมาอยู่ดี เสือก้มกอดผมเอาไว้ร่างของมันแทบจะบังผมเกือบหมด ริมฝีปากขยับเบาๆมันไม่ได้พูดแต่อ่านปากแล้วจับใจความได้ว่า ‘มึงพูดเองนะว่าวิธีไหนก็ได้’ ผมขมวดคิ้วสงสัยยังไม่ได้ทันถามก็…

“อ๊า!” เสียงครางหลุดจนต้องยกมือขึ้นมาปิดปาก แต่เจ้าการยังไม่เลิกทำด้วยการเลิกเสื้อผมขึ้นแล้วไต่นิ้วเข้าไปวนเวียนกับจุดไวต่อสัมผัสบนหน้าอก “เสือจะทำอะไร” ผมถามเสียงสั่น

ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มแต่ไม่ตอบผม มือหนาอุ้มผมขึ้นนั่งตรงระหว่างขา แล้วจับศีรษะของผมให้พิงบนไหล่ของเขาร่างสูงโน้มหน้าลงกับประทับจูบที่ทำให้สติของผมสั่นพร่า มารู้ตัวอีกทีอะไรบางอย่างก็ล้วงเข้ามาภายใจกางเกงก่อนจะเล่นกับน้องน้อยของผมไปซะแล้ว ผมเอามือปิดปากแน่นแต่โดนมือหนาบังคับให้เอาออกโดนการจับมือของผมรวบกันเอาไว้ทั้งสองข้างด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกมือก็วนกับอวัยวะใต้กางเกงของผมอยู่ เสียงครางเบาๆดังให้ได้ยินเป็นระยะผมพยายามกัดปากแต่มันกลั้นไม่ไหวจริงๆ “ส…เสือ”

“ดูสิคนเขาไม่มองกันแล้วนะ” ผมเหล่ตามองก็พบว่าผู้หญิงที่เคยสนใจไอ้เสือแทบจะหันไปสนใจหนังเกือบหมดแล้วแถมใบหน้าของทุกคนยังขึ้นสีแดงระเรื่ออีกด้วย อยู่ดีๆมือหนาก็ปลดข้อมือของผมให้เป็นอิสระแต่กลับเอามันมาปิดปากผมแทนพร้อมๆกับจังหวะของมือตรงเป้าด้านล่างที่เริ่มเร่งให้มันเร็วขึ้น ผมเกร็งตัวยืดร้องครางอย่างบ้าคลั่งในลำคอก่อนจะถึงจุดที่ทำให้ผมรู้สึก…

เชี่ยยยยยยยยยยยยย!

ไอ้เหี้xเสือ!!!!!!!!

ผมดิ้นเร้าๆเหมือนโดนไฟลน แต่ตัวการกลับทำแค่หัวเราะเล็กๆน้อยๆ “ปล่อยตรงนี้ไม่ได้หรอก”

ตั้งใจจะไม่ให้กูสุดแล้วเร่งทำเพื่อ ?

“เสือได้โปรด” ผมอ้อนวอน เพราะอารมณ์ที่หยุดค้างมันทรมานจนแทบทนไม่ไหว ร่างสูงไม่ตอบแต่ลุกขึ้นยืนแล้วช้อนตัวผมในท่าเจ้าหญิงแล้วเดินออกจากโรงหนังสู่ ...ห้องน้ำ

“อ๊ะ!! อ๊า!! อ๊า!!” น้ำสีขาวขุ่นถูกปล่อยออกมาเปรอะเปื้อนบริเวณฝาชักโครกทันทีที่เสียงครางครั้งสุดท้ายจบ ขาผมสั่นระริกพยายามจับฝาชักโครกด้านหน้าเพื่อพยุงตัวแต่สุดท้ายก็ได้ล้มลงไปนั่งกับพื้นห้องน้ำ มือร่างคว้าเอวยกตัวผมขึ้นวางให้นั่งลงตรงชักโครก  ผมแหงนหน้ามองร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดเดิมเมื่อกี้มันแค่ช่วยผมเฉยๆครับ

“ตี้” แสยะยิ้มร้ายแล้วจัดการแยกขาผมออกเผยช่องทางสีสดของตนเอง “อ้ำ” นิ้วเรียวสองนิ้วถูกส่งเข้าปากผมพัวพันกับลิ้นจนเปียกได้พอเหมาะมันจึงย้ายสถานที่จากบนลงล่าง

“อ๊า! เสือ” นิ้วร้อนถูกสอดเข้ามาข้างใน พลันกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างเสียวจนต้องร้องครางออกมาเสียงดัง “อ๊ะ! อ๊า!! เสือ…มันเสียว!! อ๊า!!”

“ชู่ว เงียบหน่อยตี้”  แต่เหมือนจะดังเกินไปหน่อย

นิ้วร้อนที่ควาญอยู่ภายในตัว ทั้งเจ็บทั้งเสียวจนน้ำตาเล็ดรอด ผมทำได้แค่ดิ้นเร้าๆยามนิ้วที่สามและสี่ถูกเพิ่มเข้ามา “อ่าส์ พี่เสือ” เมื่อเริ่มมีน้ำหล่อลื่นออกมาร่างสูงจึงถอนนิ้วออกมันรู้สึกโหวงๆยังไงชอบกล ลิ้นร้อนเลียไปตามปลายนิ้วของตัวเองสายตาคมที่มองลงมาก็ทำให้ผมแทบจะคลั่งตายให้ได้

“ลุกขึ้นหันด้านหลังมาให้กู”

…ท่าหมาอีกแล้ว

ผมถอนหายใจก่อนจะค่อยๆพยุงตัวเองแล้วหันหลังไปให้มันตามที่บอก สองมือจับแน่นที่ฝาชักโครก รออยู่สักพักก็รู้สึกถึงซิกแพคที่สัมผัสกับแผ่นหลังของผมและอะไรบางอย่างที่จ่ออยู่ตรงปากทางเข้าแต่ก็ไม่เข้ามา มือหนาจับเอวผมเอาไว้ก่อนปลายทางจะค่อยๆเบิกกว้างขยายเพื่อรับอะไรบางอย่างให้เข้ามาด้านในจนสุด

ผมขาสั่นพร่าพยายามทรงตัวให้ได้ที่สุด ร่างกายอ่อนระทวยและร้อนไปหมด ร่างสูงไม่ขยับแต่กลับใช้มือหนามาขยี้กับยอดดอกสีชมพูอย่างรุนแรง ผมกัดริมฝีปากแน่น “เหวอจะทำอะไรนะเสือ!” ร่างของผมถูกยกขึ้นสูงจนเท้าลอยพื้น ทั้งเสียวไม่น่ากลัวเสือไม่ตอบมันกางขาผมให้กว้างกว่าเดิมแล้วทำการจับกระแทกเข้ามาจนผมครางลั่น

“อ๊า!!! เสือ!! ไม่เอาท่านี้!!” ผมกรีดร้องแม้จะเสียวจนตัวสั่นเร้า กระแสไฟฟ้าในร่างกายไหลไปทั่วทั้งตัว ลมหายใจหอบถี่ ร่างสูงชะงักไปนิดแต่ยังไม่ยอมปล่อยเหมือนจะมันส์กว่าเดิมซะด้วย จนในที่สุดผมก็ถูกวางลงกับพื้น น้ำตาสีใสไหลออกมาเป็นสายเสื้อที่ยังค้างอยู่ในตัวผมถูกฉีกกระชากแล้วเปลี่ยนมันมาเป็นที่มัดรวบแขนให้กับผม

ใบหน้าถูกจับติดผนังห้องน้ำ ของแข็งถูกสอดใส่เข้ามาภายในตัวอีกครั้งหนึ่ง ร่างสูงโน้มตัวลงอกแกร่งแนบติดแผ่นหลังชื้น มือหนาจับเอวผมให้มั่นค่อยๆขยับเข้าจนสุดและยามเอาออกก็เอาออกเกือบหมดแท่ง ทำให้ผมเริ่มรู้ตัวว่าโดนแกล้งเข้าให้แล้ว

“เสืออย่าแกล้ง”

“อยู่นิ่งๆสิที่รัก” เสียงแหบพร่าบอกผมก่อนจะค่อยๆขยับเข้าออกตามจังหวะของมัน ผ่อน เร็ว ผ่อน เร็วขึ้น และเร็วขึ้นเรื่อย เสียงครางดังเล็ดลอดขึ้นจนกระทั่งถึงจุดที่ผมเผลอเกร็งตัวขึ้นอีก ใบหน้าเรียวแหงนขึ้น พร้อมๆมือหนาที่จับขาอีกข้างของผมขึ้นพาดบ่า หากทว่า!!


‘หนังแม่งมันส์สัส!’

‘ปวดฉี่โว้ยยย’

‘ปวดขี้มากกว่า’

‘ถังขยะอยู่ไหนวะ จะทิ้งป๊อปคอร์น’

เราสองคนหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของคนหลายคนที่เดินแห่เข้ามาในห้องน้ำ ผมกลืนน้ำลายอึกเหงื่อแตกพลันเต็มใบหน้า อย่างนี้แสดงว่าหนังจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าเรียวค่อยๆหันไปมองร่างสูง เสือยิ้มร้ายก่อนมันกระแทกแรงๆใส่ทีหนึ่งจนผมหลุดครางออกไป

“อ๊า!!” สะโพกหนาค่อยๆขยับเบาๆแต่ความเสียวกลบกลืนกันไม่ลง ผมเม้มปากแน่นมือทั้งสองข้างที่ถูกมัดทำให้มันใช้งานไม่ได้ตอนนี้

“อย่าขมิบแรงสิเด็กดี” ผมหันไปมองใบหน้าหล่อเหลา เสือเหงื่อแตกพลันออกมาก่อนจะโน้มตัวเข้ามาจูบผม ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวกันไปมา พอรู้ตัวอีกทีผมก็โดนย้ายจากผนังห้องน้ำมาเป็นตรงประตูห้องน้ำไปซะแล้ว

“ส… เสือมึงจะทำอะไร” ผมกระซิบเสียงเบา ประตูห้องน้ำมันหลวมถ้ากระแทกเข้ามาต้องได้ยินเสียงแน่ๆ แค่คิดก็…

“อ่าส์ กูว่าแล้วไง” เสือพึมพำกับตนเอง ผมเห็นในตาสีครามเข้มประกายแวววับซึ่งมันไม่เป็นผลดีกับผมแน่ๆ “อย่าตอดแรงนักสิที่รัก” มันว่าขณะกำลังขยับเข้าออกช้าๆ มือหนามาบิดตรงยอดดอกของผมไปมา ร่างสูงกัดปากแน่นแล้วก้มต่ำมองดูช่องทางสีสวยที่โดนเบิกกว้างเพื่อรองรับของเขาอยู่ “มึงตื่นเต้น”

“อ๊า!! อ๊ะ!!”

“รู้หรือเปล่าว่าตัวเองเป็นคนเซ้นซิทีฟเรื่องนี้มากเวลาตื่นเต้นน่ะ” เสือหอบหายใจถี่แล้วครางเสียงทุ้มในลำคอ “แฉะกว่าเดิมแล้วเห็นไหม” เขาพูดก่อนจะก้มต่ำมองน้ำหล่อลื่นที่ตอนนี้ไหลเอ่อล้นช่องทางสีสวยหยดลงกับพื้นและตามช่วงขาเรียวด้านล่างอย่างหยาบโลน “ยิ่งตอนนี้”

“ส…เสือไม่นะไม่” ผมเบิกตากว้าง เมื่อมือหนาหันไปปลดล็อคกลอนจนก่อนเกือบหมดเหลือเอาไว้เพียงนิดเดียวที่ทำให้มันยังสามารถปิดเอาไว้อยู่ นิดชนิดที่ว่าถ้ามีใครเผลอเดินชนมาโดนหน่อยประตูห้องก็จะเปิด ร่างกายของผมพุ่งพล่านกว่าเดิม ได้ยินเสียงปีศาจร้าย ณ ตอนนี้กำลังร้องหึหึในลำคอ ขาที่พาดบ่าอยู่เอาลง มือหนาอุ้มผมขึ้น เสือนั่งลงบนตักโครกแล้วให้ผมนั่งบนตัก ก่อนจับจะขาของผมอ้าออกโดยมีน้องชายของเขาค้างอยู่ ผมตัวสั่นกว่าเดิม ถ้าประตูมันถูกเปิดละก็…

“อ่าส์! เด็กดีของกู”ร่างสูงค่อยๆยกขึ้นผมขึ้นลงไปมา ผมกัดปากแน่น ทั้งเสียวทั้งตื่นเต้น ยามที่แท่งร้อนครูดไปตามเนื้อภายในและกระแทกจุดกระเส่าของผมได้อย่างถูกจุด ผมบิดตัวขึ้นเผลอตอดรัดแท่งร้อนนั้นไปอย่างลืมตัว เสียงครางทุ้มดังต่ำๆที่ข้างหู “เก่งมากครับ โคตรเสียวเลยสัสเอ้ย!”

“อ๊ะ!! เสือแรงกว่านี้ได้ไหม” ผมขอร้องก่อนจังหวะมันจะแรงขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ผมกัดริมฝีปากจนเลือดไหลถึงกระนั้นเสียงครางก็ยังเล็ดรอดออกมา สองมือที่ถูกพันธนาการด้วยผ้าถูกจับขึ้นไปไว้บนหัว เสือยืนขึ้นอีกครั้งเขาให้ผมใช้ขาข้างเดียวยืนกับพื้นส่วนขาอีกข้าหนึ่งก็ถูกยกขึ้นด้วยแขนแกร่ง ตามด้วยแรงกระแทก น้องชายของผมตั้งขึ้นน้ำสีขุ่นเริ่มไหลปริ่มๆที่ปลายด้าม


‘ห้องนี้ทำไมนานจังเลยวะ’

ผมแหงนหน้าขึ้น เสียวจนน้ำลายไหลไปตามคาง

‘มึงลองถีบประตูดูดิ’

แรงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อยๆ เสียงครางดังขึ้นตามจังหวะ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ไปตามซอกคอขาว

‘จะดีหรือวะ’

‘ลองดูดิ ยังไงประตูก็ล็อคอยู่แล้ว’

ปัง!!!!!!!!!!

ผมและไอ้เสือสะดุ้งไปพร้อมๆกัน



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น