สาวน้อยเหมันต์

นิยายตามอารมณ์ เกี่ยวกับการใช้ชีวิต ที่แอบแทรกความโรแมนติกให้นักอ่านได้ฟินไปตามๆกัน จะติดเหรียญ แค่ตอนพิเศษกับ nc+ เท่านั้นเพราะงั้นช่วยสนับสนุนนักเขียนตัวน้อยๆคนนี้ด้วยนะคะ~~ อย่าลืมให้ดาวนักเขียนนะคะ~~

ชื่อตอน : งานแต่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 322

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2561 09:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
งานแต่ง
แบบอักษร


"เฮ้ออ~~"

ข้าทิ้งตัวลงที่นอนนุ่มของตนหลังกลับจากการแข่งที่จบลงด้วยผลว่า

"ในรอบสุดท้ายนี้ ผู้ที่ผ่าน 4 ท่านคือ คุณหนู หนี่ซินเยี่ย คุณหนู​สวีสื่อเฉียน คุณหนู อู่หลิงเฟย และ คุณหนู เย่วชิง ขอรับขอยินดีกับนายท่าน หนี่ นายท่าน สวี นายท่าน อู่ และนายท่านเย่วด้วย   ต่อไปจะเป็นการแสดงสุดท้ายขอทุกท่านรับชม"

ข้านั่งข้างท่านพี่ตามเคยติดแต่เปลี่ยนชุดเป็นอีกชุดเรียบร้อยแล้วพร้อมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาว ดูหรูหรา ท่านพี่ก็ด้วย ตอนนี้ท้องฟ้ามืดลงแล้วได้เวลาแสดงชิงตำแหน่งซะที รอบที่แล้วเป็นการแข่งกันตอบคำถามที่จะสุ่มให้กับกลุ่มแต่ละกลุ่ม ผู้ใดตอบคำถามได้มากเป็นผู้ผ่านเข้ารอบ คำถามแต่ละอย่างก็เป็นความรู้จากหนังสือว่าด้วยเรื่องของสตรีทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น ศาสตร์​ที่สตรีพึงมีไปจนถึง 3 เชื่อฟัง 4 คุณธรรม ซึ่งข้าไม่คิดจะแตะเพราะรู้คร่าวๆอยู่แล้ว แข่งกันตอบโดยผู้เชี่ยวชาญ​เป็นผู้นับคะแนน จาก 9 คน เหลือเพียง 4 คนเท่านั้น  เพื่อแข่งกันชิงตำแหน่งธิดาบุปผา ท่านหญิงหลันฮวา และ3ตำแหน่งรองลงมาคือ ท่านหญิงเหมยฮวา มีฐานะใกล้เคียงธิดาบุปผาที่สุด ท่านหญิงเหลียนฮวา และท่านหญิงอิงฮวา

พวกนางต่างแสดงในสิ่งที่ตนใช้แข่งในรอบแรกคือ ซินหนี่เล่นกู่เจิง สื่อเฉียนดีดพิณ คุณหนูอู่ร่ายรำประกอบ แต่พี่เย่วชิงครั้งนี้นางเลือกร่ายรำด้วย ตอนแรกข้าก็นึกว่าจะเลือกเพลงเพื่อเล่นร่วมกันพร้อมกัน 4 คนแต่กลับกลายเป็นว่า แบ่งเป็น 2 ฝั่งอีกแล้ว โดยสื่อเฉียนดีดพิณให้พี่เย่วชิง ส่วนซินเยี่ยเล่นกู่เจิงให้กับคุณหนูอู่ ข้าค่อนข้างสนใจสุดๆ ดีที่ครานี้ชุดที่พวกนางใส่ร่ายรำค่อนข้างมิดชิดมิได้เปิดเผยนัก มิเช่นนั้นท่านพี่ข้าคงหัวใจวายเพราะคนรักแต่งกายไม่เหมาะสมเสียก่อน

การแข่งใช้เวลาค่อนข้างนานพอ เพราะมิได้กำหนดเวลาไว้แต่อย่างใด คุณหนูทั้ง 2 ผู้ครองเครื่องดนตรีจึงเป็นผู้กำหนดเวลาเพราะหากดนตรีหยุดลงการร่ายรำย่อมหยุดตามเป็นการจบการแสดง นับเวลาได้เกือบครึ่งชั่วยาม ข้านับถือใจพวกนางเลยจริงๆ ดีดยังเจ็บแค่นิ้วแต่ร่ายรำตามดนตรีว่ายากแล้วทำให้นานยิ่งยากกว่า ผู้คนลุ้นระทึกว่าเมื่อไหร่การแสดงจะจบจนเมื่อซินเยี่ยดีดครั้งสุดท้ายทิ้งเพื่อให้จบสื่ิอเฉียนก็ตัดเข้า ดีดพอเร่งเร้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะตัดจบลง พี่เย่วชิงหมุนตัวแล้วเอียงตัวลงอ่อนตัวอย่างสวยงามในท่าจบ

รอบลานปรบมือเสียงดัง อย่างยินดี เพราะจะได้รู้ผลแล้วว่าผู้ที่จะได้ครองตัวแหน่งอันสำคัญคือใคร

"ตอนนี้ผู้อาวุโสก็ได้รวมคะแนนของคุณหนูแต่ละท่านเรียบร้อยแล้ว ตำแหน่งท่านหญิงอิงฮวา ซึ่งกล่าวถึงสตรีผู้เพียบพร้อมนอบน้อมอ่อนหวาน สดใสดังดอกอิงฮวา ได้แก่ คุณหนู หนี่ หนี่ซินเยี่ยขอรับ"

"นางสมกับตำแหน่งนี้จริงๆ" เสียงลอยมาตามลมหาที่มามิได้แต่ข้าก็ยิ้มให้กับมัน

"ต่อมา ตำแหน่งท่านหญิงเหลียนฮวา ซึ่งกล่าวถึง สตรีในห้องหอผู้รู้ความ สงบ ให้ความรู้สึกเย็นดังสายน้ำ ได้แก่ คุณหนู สวี สวีสื่อเฉียน ขอรับ"

ตำแหน่งนี้ก็เหมาะกับนางนะด้วยท่าทีสงบเงียบที่แสดงออกระหว่างแข่งขันดูสงบเย็นจริงๆ

"ต่อมาเป็นตำแหน่งที่ทุกท่านต่างรอคอย ตำแหน่งเทพธิดาบุปผา ท่านหญิงหลันฮวา ในปีนี้ได้แก่ คุณหนู เย่ว เย่วชิงขอรับ... อ้ะ ขออภัย ด้วยคุณหนูเย่วมีสัญญาหมั่นหมายกับคุณชายใหญ่หลี่ฉางฟง จึงให้นางดำรงตำแหน่งท่านหญิงเหมยฮวาขอรับ และผู้ที่ดำรงตำแหน่งท่านหญิงหลันฮวาแทนคือ คุณหนู อู่ อู่หลิงเฟยขอรับ ของแสดงความยินดีกับนายท่านเย่วและนายท่านอู่ด้วย"

"เอาหล่ะงานในวันนี้ การแสดงน่าชื่นชมการตัดสินมีคุณธรรม เราของแสดงความยินดีกับท่านหญิงทั้ง 4 อีก 4 ปี ค่อยว่ากันใหม่ เราขอปิดงานในวันนี้ด้วยการแสดงของนางรำประจำตัวเราแล้วกัน"

แล้วก็มีนางรำ 4 คนออกมาร่ายรำปิดงาน อย่างสวยงาม หลังจากนั้นผู้คนจึงค่อยแยกย้ายกลับจวนของตนไป


ตอนนั้นข้ารู้สึกง่วงเอามากๆแถมยังหิวหน่อยๆด้วยดีที่ก่อนมางานชิงชิงให้ทานขนมผิงจากในครัวรองท้องไว้แล้วจึงยังพอนั่งดูจนจบด้วยดีได้  

ขากลับข้าไล่ท่านพี่ให้ไปส่งพี่เย่วชิง ท่านพี่อิดออดเล็กน้อยแต่ก็ยอมไปแต่โดยดี ข้าว่าจะกลับกับฝาแฝดแต่กลับถูกคุณชายเล่ยดึงขึ้นรถม้าไปก่อน บ่นไปนิดหน่อยเท่านั้นแล้วก็ไม่สนใจอะไรอีก เอาหัวซบผนังรถม้าและหลับไปทั้งอย่างนั้น เพราะความเพลียจากที่ต้องนั่งดูการแสดงตั้งแต่รอบเช้า บ่ายจนรอบเย็น กินพลังงานสุดๆ แถมจวนยังไกลจากจากที่จัดงานที่สุดด้วย 



"เฟิงเออร์  เฟิงเออร์ ตื่นเถอะถึงจวนแล้ว" 

"อืออ  ถึงแล้วรึ ฮ้าวว" ปิดปากหาวอย่างเคยตัว  

"ถึงจวนเจ้าแล้วหล่ะ" เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือหัว 

"อะ! " 

ข้าลืมตาอย่างสงสัยทำไมเสียงอยู่เหนือหัว จำได้ว่าข้านอนพิงผนังรถม้า ก็ต้องตกใจเมื่อลืมตาเห็นคางของอีกคน ถึงได้รู้ว่าตนใช้ขาของเล่ยเหยียนเป็หมอนไปแล้ว ใบหน้าน้อยแดงขึ้นมาอีกครา ก่อนรีบลุก ทำท่าจะเปิดประตูออกไปแต่ชายหนุ่มก็รั้งไว้ก่อนจะกล่าวเบาๆข้างหู

"แมวน้อยขี้เซา"

"..." ///

กึก กึก

ข้าตัวแข็งก่อนจะได้สติเมื่อเขาเอื้อมไปเปิดประตูให้ก่อนปล่อยมือ ข้ารีบลงจากรถม้าเดินเข้าจวนไปทันที


หลังจากกลับมา ถึงเรือนก็ไล่จุดตะเกียง ก่อนสั่งบ่าวที่เดินผ่านก่อนเข้ามาในเรือนให้เตรียมน้ำมาข้าก็มานั่งคิดเรื่องเมื่อบ่าย พอชิงชิงมาถึงนางก็ซักไซ้ว่าทำไมกลับมากับคุณ​ชายเล่ยได้ ข้าก็ตอบไปเพียงง่วง ประจวบกับบ่าวชายยกน้ำเข้ามาพอดีจึงบอกให้นางช่วยอาบน้ำและเลิกถามได้แล้ว



"คุณหนู  คิดสิ่งใดอยู่เจ้าคะ"

ชิงชิงเอ่ยถามหลังจากที่ข้านอนมองหลังคามาสักพัก 

"คิดเรื่องเจ้ากับเสี่ยวเอ้อน้อยไง ฮะฮะ"

"คุณหนูละก็"

"คิดอะไรเรื่อยเปื่อยหน่ะ เข้านอนเถอะข้าเหนื่อยแล้วหล่ะ"

"เจ้าค่ะ"

ฟู่ว   กึก กึก

ชิงชิงดับเทียน จนหมดแล้ว กลับเข้าห้องของตนปิดประตูลงกลอน




-เล่ยเหยียน-

"ท่านพี่เจ้าคะ ท่านไปส่งพี่เย่วชิงเถอะ ข้ากลับกับชิงเออร์เอง"

"ได้อย่างไร เฟิงเออร์ พี่เป็นห่วงเจ้านะ"

"ไปเถิดเจ้าค่ะ ท่านควรไปยินดีกับนางฝากบอกยินดีแทนข้าด้วย"

"ก็ได้ ชิงชิงดูแลนางให้ดี"

"เจ้าค่ะคุณชายใหญ่"

"พี่ไปหล่ะเฟิงเออร์"

"เจ้าค่ะ ... ไปหาฝาแฝดกันข้าว่าพี่เฉินต้องกลับกับเสี่ยวเซียนแน่เลยชวนนางกลับด้วยกันดีกว่า ฮ้าวว ง่วงแล้วแฮะ"

"งั้นบ่าวจะไปชวนให้นะเจ้าคะ"

"อือ รีบไปหล่ะ"

"เจ้าค่ะ"

"ฮ้าว ง่วงจัง ไม่คิดว่าแค่ดูการแสดงจะเมื่อยขนาดนี้นะเนี่ย"

"เดี๋ยว​ข้าไปส่งเจ้าเองเฟิงเออร์"

"เอ้ะ คุณชายเล่ย เหตุมาอยู่นี่เจ้าคะ"

"เซียนเออร์กลับกับหลางเฉิน ส่วนข้ากลับกับเจ้า" ว่าแล้วก็ดึงนางไปทางรถม้าของตน โดยไร้การขัดขืนใดๆจากหญิงสาวด้วยความง่วงงุนของนาง 

"ห้ะ"

เขาดันนางขึ้นรถม้าของตนพร้อมบอกคนขับรถม้าของนางว่าตนจะพานางกลับเองแล้วก็ขึ้นรถม้าตามไปก่อนบอกให้ออกรถได้ 

"เดี๋ยว​ก่อนนะ ท่านต้องการไปส่งข้า แล้วถ้าชิงเออร์กลับมาไม่เห็นข้าจะทำเช่นไร" นางกล่าวเสียงงัวเงียหันมามองข้าตาปรือ

"ข้าบอกคนขับรถม้าไว้ก่อนแล้วหล่ะ ไม่ต้องห่วง"

"อ่อ เหรอ"

นางยอมรับอย่างง่ายดายต่างจากคราปกติที่น่าจะต้องกล่าวตำหนิข้าสักหน่อย แล้วหันหัวพิงผนังทำท่าจะหลับ ศีรษะ​น้อยๆโขกเบาๆกับผนังของรถม้าน่าเอ็นดูเป็นที่สุด จึงอดจะยื่นมือไปสัมผัสแก้มนิ่มนั้นไม่ได้  เกี่ยแก้มนางเล่นอย่างสบายใจก่อนนึกได้ว่านางหัวโขกกับผนังอยู่จึงค่อยๆจับประคองศีรษะ​น้อยวางลงบนหน้าขาของตนให้นางได้หลับสบายมากขึ้น แล้วก็นั่งมองใบหน้ายามหลับของนาง จากใบหน้าที่ดูเบื่อหน่ายไปเสียหมดกลับดูไร้เดียงสาขึ้นมาทันตายามนางหลับตาลง ทั้งคิ้วโก่งเข้มที่ส่วนปลาย ดวงตาหงสีเปลือกไม้เก่าแก่ที่ยามตื่นมักจะมีแววนึกสนุกสลับเบื่อหน่าย จมูกเล็กรูปหยดน้ำ ริมฝีปากอิ่มสีขมพูอ่อนที่มักจะเผลอกัดอยู่หลายครั้งเวลานางสนใจหรือครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ ทุกอย่างที่รวมเป็นนางคือสิ่งที่ข้่าชื่นชอบทั้งนั้นนางฟ้าน้อยของข้า ได้เห็นนางมาเล่นกับเซียนเออร์ที่จวน และในสถานการณ์​ต่างๆ ความสนของนางในตอนนั้น....

"เจ้าน่ารักจริงๆ เฟิงเออร์"

-เล่ยเหยียน-




3 เดือนต่อมา

"คุณหนู ท่านหยุดเดินเถอะเจ้าค่ะ"

ชิงชิงนั่งกุมขมับอยู่ที่เก้าอี้หินหน้าเรือน เสียนเฟิง ส่วนข้าก็เดินวนเป็นวงกลมอย่างตื่นเต้นจนอยู่นิ่งไม่ได้

"อาา ได้ยังไงหล่ะก็ข้าตื่นเต้นนี่นา จะได้เห็นพิธีแต่งงานของจีนแบบใกล้ชิดชนิดข้างเจ้าบ่าวแบบนี้เนี่ย"

"เห้อ~"

"เอ ตอนนี้ท่านพี่จะแต่งตัวเสร็จรึยังนะ ใกล้ได้เวลาไปรับเจ้าสาวแล้วด้วย"

"คงใกล้เสร็จแล้วหล่ะเจ้าค่ะ คุณหนูไปรอกับฮูหยินดีมั้ยเจ้าคะ"

"ไม่หล่ะ ข้าจะไปกับท่านพี่ไม่งั้นข้าจะให้เจ้าตัดชุดบุรุษ​สีแดงเช่นนี้ทำไมกันข้าจะไปเชิญเจ้าสาวร่วมกับท่านพี่ด้วย" ว่าแล้วก็หยิบพัดสีขาวเดินไปทางเรือนท่านพี่อย่างคุณชายน้อยเล่นเอาชิงชิงตีหัวตัวเองเพราะไม่ทันคิดให้ดีก่อน ตั้งแต่ที่คุณหนูให้หาชุดสีแดงทรงบุรุษ​แล้วนางนึกว่าคุณหนูจะใส่เพื่อความมงคล แล้วยังเรื่องทรงผมที่รวบครึ่งศีรษะ​มัดรวบไว้หลวมๆปักปิ่นหยกสีขาวอันเดียวคล้ายบัณฑิต​แล้ว จะเอ่ยปรามก็คงไม่ทันการแล้วจึงได้แต่ตามน้ำไปเท่านั้น คิดแล้วก็ได้แต่ถอนใจรีบตามคุณหนูไปเท่านั้น


"ท่านพี่~~"

เดินเข้าเรือนเห็นบ่าวไพร่วิ่งวุ่นไปหมด เดินเข้ามาด้านในจึงเห็นท่านพี่ที่ยืนอยู่หน้าคันฉ่องสีหน้าประหม่านิดๆ

"ท่านพี่ของข้าช่างหล่อเหลาสมเป็นขุนนางหนุ่มอนาคตไกล ทั้งยังกำลังจะแต่งท่านหญิง​เหมยฮวาที่มีสิทธิ์​ได้เป็นถึงธิดาบุปผาเป็นฮูหยินเอก อืม"เดินไปอยู่ข้างๆ เกิดภาพสะท้อนในคันฉ่อง

"เฟิงเออร์  เหตุใดเจ้าแต่งกายเช่นนี้" ท่านพี่หันมามองสำรวจพร้อมทำหน้าสงสัย

"ข้าจะไปรับพี่สะใภ้กับท่านด้วย ท่านพี่" ดัดเสียงให้ทุ้มอย่างล้อเลียนชายหนุ่ม

"เจ้าบอกท่านพ่อท่านแม่รึยังเอ่ย"

"มีหรือจะบอก ได้โดนห้ามให้ต้องนั่งรอดูอยู่ห่างๆชัวร์ ไม่เอาด้วยหรอก ให้ข้าไปกับท่านนะไปเถอะ" แล้วก็ดึงท่านพี่ที่แต่งตัวเรียบร้อยไปที่ลานหน้าจวนกระซิบบอกท่านพี่ว่าจะไปรอในรถม้า ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถม้าไปก่อนที่ท่านพ่อท่านแม่จะเห็นอย่างฉิวเฉียด ได้ยินท่านพ่อท่านแม่กล่าวกับท่านพี่อย่างยินดี


"หากอยากให้นางจดจำว่าการออกจากจวนของนางมาอยู่ที่นี่ เจ้าก็อุ้มนางออกมาเลยนะ เชื่อพ่อ"

"ท่านพี่!! ฟงเออร์  อย่ารุนแรงกับน้องนักหล่ะ แล้วนี่เฟิงเออร์ยังไม่มาอีกรึ"

"เอ่อ นางบอกว่าลืมของที่เรือนขอรับให้ข้าไปก่อนได้เลย"

"อืม นางคงตื่นเต้นดีใจ งั้นเจ้าก็รีบไปเถอะ ให้ทางนั้นรอไม่ดี"

"ขอรับ ท่านพ่อท่านแม่"

แล้วก็ได้ยินเสียงท่านพี่ขึ้นม้าก่อนรถม้าจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป ข้าแอบแง้มม่านแดงออกดูเล็กน้อยเห็นว่าพ้นจวนมาได้สักนิดแล้วจึงออกมานั่งที่นั่งของคนบังคับม้าแต่ด้วยงานแต่งเจ้าบ่าวนั่งบังคับม้าอยู่แล้วที่ตรงนี้จึงว่างข้าเลยนั่งได้



"ท่านพี่ขอรับ"

ยังคงดัดเสียงให้ทุ้มเพื่อแกล้งท่านพี่เล่นต่อไป  

"ว่าไง น้องพี่เจ้าต้องการสิ่งใดอีกฮึ"

"แหม ท่านพี่ละก็ รู้ใจข้าจริงๆ งั้นตอนท่านเข้าไปรับนางในจวนอุ้มนางออกมาส่งที่รถม้านะขอรับข้าจะช่วยนางขึ้นรถม้าเอง นางต้องตกใจแน่ที่เห็นข้า ข้าจะรออยู่ข้างนอกให้ท่านกล่าวกับบิดามารดานางไปแล้วกัน"

"ตามใจเจ้าเถอะ งานแต่งครานี้นับเจ้าเป็นแม่งานอีกคนดีหรือไม่ อ้ะ ต้องพ่องานสินะ" ยังมิวายกล่าวประชดอย่างขบขันให้บ่าวชายหญิงที่เดินรอบขบวนได้หัวเราะเบาๆอย่างขบขันนายทั้งสองที่หยอกล้อกันได้

"เห้อ แม่งานสิเจ้าคะ ท่านนี่"

"ได้ยินเจ้าดัดเสียงเป็นชายแล้วคิดว่าจะเปลี่ยนเป็นพ่องานเสียอีก ฮะฮะ"

"ท่านพี่"

เมื่อถึงหน้าจวนสกุลเย่ว ผู้คนก็พากันซุบซิบอย่างสงสัยว่าเหตุใดจึงมีคุณชายน้อยในชุดแดงนั่งมาด้วย จริงก็สงสัยกันตั้งแต่ที่เห็นข้าออกมาจากรถม้าหลังพ้นจวนสกุลหลี่มาแล้วหล่ะ แต่ด้วยความตื่นเต้นทั้งมีความสุขกับงานแต่งของท่านพี่จึงมิได้สนใจว่าผู้คนจะมองเช่นไร นั่งรอที่รถม้าสะบัดพักหยกในมือเบาๆดังบัณฑิต​หนุ่มเสเพลที่หวังชมโฉมว่าที่ฮูหยินสกุลอื่นเสียนี่ จนมีผู้มีความรู้อยู่บ้างผู้หนึ่งกล่าวขึ้นมาอย่างสงสัย

"นั่นมิใช่บุตรสาวนายท่านหลี่หลี่ฉิงเฟิงรึ เหตุใดแต่งกายเยี่ยงบุรุษ​มากับรถม้ารับเจ้าสาวได้"

"อ้ะ ใช่จริงๆเป็นนาง"

"เอะ ยังไงกันนี่"

"นายท่านหลี่คิดอันใด"

"เออนั่นสิ"

เสียงเซ็งแซ่รอบข้างมิสามารถดึงความสนใจของข้าออกจากประตูจวนที่เปิดอ้าออกได้

"ฮะฮะ" 

ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของท่านพี่

"อร๊ายย พี่ฟง" 

ตามมาด้วยเสียงร้องตกใจของเจ้าสาวก็รู้ได้ว่าท่านพี่กำลังอุ้มนางออกมาแน่แล้ว

"คารวะพี่สะใภ้ เชิญขึ้นเกี้ยว"

เมื่อท่านพี่วางนางลงข้าก็คำนับนาง ก่อนยื่นมือพยุงนางขึ้นเกี้ยวไป แล้วจึงขยับมานั่งประจำที่ของตนท่านพี่ที่ขึ้นม้าเห็นว่าเรียบร้อยแล้วก็ออกตัวทันที  ส่วนข้านั่งยิ้มหน้าบานอยู่หน้าเกี้ยวไปอย่างนั้นเลยหล่ะ



"เสี่ยวเฟิง"

เสียงแว่วมาจากข้างหลัง แต่ข้ามิได้สนใจคงเป็นพวกชาวบ้านนั่นแหละ

"เสี่ยวเฟิง ข้าเองพี่สะใภ้ของเจ้า" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงเคาะเบาๆจากด้านในเกี้ยวสีแดง

"ท่านเองหรือ ข้าก็นึกว่าหูแว่วซะอีก มีอันใด" 

"ข้าเอง เหตุใดเจ้าจึงมากับขบวนรถม้ารับเจ้าสาวเล่า ไม่จำเป็นนี่นา"

"ข้านึกสนุกเท่านั้นหล่ะ ไม่อยากนั่นรอเบื่อๆที่จวนหน่ะสิ"

"แล้วท่านลุงท่านป้ามิว่าอันใดรึ" นางยังคงถามต่อ

"คงวุ่นวายกับการรับแขกอยู่กระมัง อีกอย่างข้าก็มิได้ทำอันใดเสียหายซะหน่อย ข้ามาในฐานะคนบังคับรถม้าถึงแม้ท่านพี่จะเป็นคนบังคับม้าส่วนข้านั่งเฉยๆก็เถอะ"

"เจ้าช่างมีนิสัยซุกซน น่าตีจริงๆ"

"ฮะฮะ ท่านไม่กล้าตีข้าหรอก"

"ข้าจะต้องสอนอะไรเจ้าเสียบ้างหล่ะหลังจากนี้"

"ห้ะ ท่านว่าอย่างไรนะข้าได้ยินไม่ถนัดเลย"

"หูเจ้าฝาดเสียแล้วเสี่ยวเฟิง"

"งั้นหรอกรึ ช่างเถอะ"

"น่าหนักใจจริง"



ต่อไปจะแต่งกันรัวๆเลยค่ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น