หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 55 ความหวังดีของเขา

ชื่อตอน : ตอนที่ 55 ความหวังดีของเขา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2561 11:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 55 ความหวังดีของเขา
แบบอักษร


ถึงตอนนี้หลินเมิ่งจึงได้มีโอกาสแสดงออกถึงความสงสัย

 “คุณมาได้ยังไง?”

 “คุณชายหรงส่งฉันมาค่ะ!”

 “หรงหลิง?” จะ...เป็นไปได้ยังไงกัน? !

 “แหะๆ คุณชายหรงให้ฉันคอยดูแลคุณให้ดีๆ จนกว่าคุณจะออกจากโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ!” เหมียวชิงพูดล้อเลียน พร้อมกะพริบตาปริบๆ ให้หลินเมิ่งด้วยท่าทีหยอกล้อ ภายนอกเธอดูเป็นผู้หญิงที่แข็งกร้าวและเย็นชา เมื่อมาทำท่าทางเหมือนเด็กสาวเช่นนี้ กลับทำให้คนมองรู้สึกสนิทสนมขึ้นได้อย่างไม่รู้ตัว 

แต่ทำไมหรงหลิงถึงต้องส่งเหมียวชิงมาคอยดูแลเธอด้วยล่ะ? ! ในใจของหลินเมิ่งเกิดความกังวลขึ้น ไม่เข้าใจว่าหรงหลิงจะทำอะไรกันแน่ เมื่อวานเขาเป็นคนประกาศยุติความสัมพันธ์กับเธออย่างเด็ดขาดไปแล้วแท้ๆ แต่ทำไมพอเธอไม่สบายจนต้องเข้าโรงพยาบาล เขารู้ข่าว แล้วก็ส่งคนมาคอยดูแลเธอทันที? ! เขา...เป็นห่วงเธองั้นหรือ? ! แต่ทำไมเขา...ถึงไม่มาด้วยตัวเอง? !

หัวใจไม่รักดี แอบมีความหวังขึ้นมา เธอกัดริมฝีปากเบาๆ มองไปยังเหมียวชิง หลินเมิ่งอยากถามเธอเรื่องหรงหลิงนัก แต่สมองด้านเหตุผลกลับคอยเตือนสติเธอเอาไว้ ห้ามถาม และไม่ควรถาม สุดท้าย จึงค่อยๆ ปิดปากลงเช่นเดิม ผ่านไปครู่หนึ่ง ในใจก็เกิดออาการอยู่ไม่สุข เดาใจไม่ถูกจริงๆ ว่าหรงหลิงรู้สึกอย่างไรกับตนกันแน่ จึงได้แสดงอาการปฎิเสธเธอออกไปอย่างอ่อนแอเช่นนั้น  

 “เหมียวชิง ขอบคุณคุณมากนะคะ แต่ฉันคิดว่าฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องรบกวนคุณหรอกค่ะ!”

เหมียวชิงกลับพูดปนหัวเราะออกมาอย่างไม่สนใจ “แหะๆ ทำแบบนี้ไม่ได้ คำสั่งของคุณชายหรง ไม่ว่าอย่างไรฉันก็ต้องทำให้สำเร็จ ถ้าคุณรำคาญฉัน ก็ต้องไปบอกกับคุณชายหรงเอาเอง ฉันรับคำสั่งจากเขาคนเดียวเท่านั้น แหะๆๆ...”

หลินเมิ่งรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยความไม่เข้าใจหัวใจตัวเอง ใจหนึ่งก็อยากเจอหรงหลิง แต่อีกใจก็รู้สึกกลัวการเผชิญหน้า ดังนั้นจึงพยายามหาทางไล่เหมียวชิงแบบอ้อมๆ เพื่อให้สมองเลิกคิดอะไรวุ่นวายเสียที จะให้เธอไปบอกหรงหลิง ไม่เท่ากับว่า...หาเรื่องให้เธอรึไง!

หลินเมิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย

ด้านเหมียวชิงก็ล้วงเอามีดปอกผลไม้เล่มเล็กๆ ขนาดพกพาขึ้นมา พลางหันไปหยิบเอาแอปเปิ้ลที่วางไว้อีกด้านขึ้นมา แล้วเริ่มลงมือปอกเปลือกอย่างคล่องแคล่ว แอปเปิ้ลพวกนี้เป็นของพ่อแม่เด็กผู้หญิงจากเตียงข้างๆ ให้มา ไม่กี่นาทีผ่านไป แอปเปิ้ลผิวขาวนวลน่ากินก็มาอยู่ในมือเธอแล้ว 

 “เอ้า รับไป ทานผลไม้เสียหน่อย บำรุงร่างกาย!”

หลินเมิ่งยื่นมือออกไปรับมา แม้ในใจยังสับสน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกิดความหวานขึ้นมาในใจ หอมหวานไม่ต่างจากรสชาติของแอปเปิ้ลที่อยู่ในปากนั่นเอง ท่าทีของเหมียวชิงที่มาต่อเธอดูเป็นกันเองมาก และยังเป็นคนที่หรงหลิงส่งมาด้วย เพราะฉะนั้นแล้วเขาก็คง...เป็นห่วงเธอใช่ไหม?  

ชั่วครู่หนึ่ง หญิงสาวก็เริ่มคิดไร้สาระอีกครั้ง ความคาดหวังในใจที่ไม่อาจพูดออกไปได้ กลับยิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า!

จังหวะนั้นคุณหมอหลินก็ให้คนมาแจ้งว่า ห้องพิเศษพร้อมพยาบาลพิเศษได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว รอให้หลินเมิ่งย้ายเข้าไปได้ตลอดเวลา ถึงตอนนี้หลินเมิ่งก็เพิ่งรู้สึกขึ้นมาได้ว่า เธอ...ไม่เหมาะสม! ครบกำหนดเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้ว และเธอก็ถูกหรงหลิง “ส่งออกมา” เรียบร้อยแล้ว วินาทีที่เธอก้าวขาออกมาในโรงแรมอวี้จิ่น ตอนที่เธอนั่งร้องไห้น้ำตาคลออยู่บนรถแท็กซี่ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ก็ควรจบลงเหมือนตายจากไปแล้ว    

สำหรับหรงหลิงแล้ว เธอเป็นอะไรกันแน่? !

แฟนอย่างนั้นหรือ เธอจะกล้าฝันไกลถึงขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?! ถึงเธอจะไม่ได้ฉลาดนัก แต่ก็พอรู้ว่าคนเป็นแฟนกันไม่มีทางเป็นเหมือนเธอกับหรงหลิงแน่ๆ!

ความจริงก็คือ เธอเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งที่พ่อแม่มอบให้กับหรงหลิง คำๆ นี้ซ่อนความเจ็บปวดในใจเธอไม่น้อย แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธมันได้เช่นกัน ถึงแม้เธออายุยังน้อย แต่ก็ไม่อาจทำตัวไร้เดียงสาได้อีกต่อแล้ว เจ็ดวัน ความฝันที่ไม่อาจเป็นจริง ได้จบลงแล้ว เจ็ดวัน ที่เธอเหมือนถูกคลุมไว้ด้วยตาข่ายที่มองไม่เห็น ถึงแม้การแลกเปลี่ยนจะจบลง และถึงแม้เธอจะดิ้นรนจนหลุดพ้นจากตาข่ายนั่นออกมาได้ แล้วเหตุใด ถึงจะต้องพาตัวเองกลับเข้าไปในนั้น ยังต้องการให้ตัวเองผูกติดอยู่กับหรงหลิงอีกเล่า หรือเธอจะไร้เดียงสาเสียจนคิดว่าตัวเองมีความพิเศษต่อหรงหลิงจริงๆ? !     

นี่มันไม่ใช่การแลกเปลี่ยน และไม่ได้อยู่ในระยะเวลาของการแลกเปลี่ยนแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถยอมรับทุกอย่างที่หรงหลิงมอบให้ได้อย่างไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป ผู้ชายคนนั้นอยู่สูงเกินไป อยู่ห่างไกลจากโลกของเธอมากมายนัก แล้วจะคอยโง่ตามติดเขาต่อไปได้อย่างไรกัน? !

 “ฉันไม่อยากไป!” หลินเมิ่งฝืนยิ้ม เงยหน้ามองไปยังเหมียวชิง ใบหน้าเล็กๆ นั้นถึงจะยังดูเด็กอยู่นัก แต่แววตาคู่นั้นกลับส่องประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว “ฉันว่าอยู่แบบนี้ก็ดีมากแล้ว และฉันควรจะอยู่ที่นี่มากกว่า!” 

ราคาห้องพักพร้อมพยาบาลพิเศษนั้นแพงกว่าห้องพักธรรมดาหลายเท่า ในเมื่อเธอไม่คิดจะรับความกรุณาใดๆ จากหรงหลิงอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นด้วยสถานะของเธอในบ้านตระกูลหลินแล้ว เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการปฎิบัติที่หรูหราฟุ่มเฟือยเช่นนี้  

เหมียวชิงย่นคิ้วสองข้างเข้าหากันเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ ตั้งโจทย์ยากให้เธออีกแล้ว

 “แต่นี่มันเป็นผลดีต่อการรักษาตัวของคุณนะคะ!” เธออุตส่าห์ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง โน้มน้าวออกไปอย่างใจเย็น “คุณเองก็อยากออกจากโรงพยาบาลเร็วๆ ไม่ใช่หรือคะ ดังนั้นอย่าปฏิเสธเลยค่ะ เชื่อฉันเถอะนะคะ ที่คุณต้องมาป่วยอยู่แบบนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคุณชายหรงนะคะ ให้เขารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของคุณ มันก็สมควรแล้วนี่ คุณอย่าคิดมากไปเลยค่ะ” 

 “อืม ฉันไม่ได้คิดมากหรอกค่ะ” หลินเมิ่งส่ายหน้าไปมาเบาๆ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก อยู่โรงพยาบาลไม่กี่วันก็หายแล้ว เพราะฉะนั้น จะอยู่ห้องไหนก็เหมือนกัน อีกอย่าง ที่ฉันป่วยก็เพราะตัวฉันเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับหรงหลิงทั้งนั้น ฝากคุณช่วยขอบคุณเขาแทนฉันด้วย ฉันไม่เป็นไร บอกเขาว่าไม่ต้องกังวล” 

 “คุณนี่...” เหมียวชิงส่ายหน้าอย่างเหลืออด “ทำไมคุณถึงดื้อขนาดนี้นะ!”

หลินเมิ่งฝืนยิ้มออกมาน้อยๆ ค่อยๆ ก้มหน้าลง ไม่ได้ดื้อ แต่เป็นเพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอต่างหากเล่า!

เหมียวชิงเป็นฝ่ายยอมแพ้ไปในที่สุด ปกติเธอเป็นคนทำอะไรเด็ดขาดและรวดเร็ว สำหรับคนที่อ่อนแอกว่าเธอแล้วนั้น เธอมักเป็นผู้คอยชี้นำมาตลอด แต่กับหลินเมิ่งคนนี้ ที่ดูยังไงก็ด้อยกว่าเธอ แต่เหมียวชิงกลับไม่สามารถชี้นำเธอได้เลยจริงๆ ไม่มีเหตุผลอื่น นอกจากเพราะหลินเมิ่งเป็นผู้หญิงของหรงหลิงนั่นเอง ผู้หญิงของเจ้านาย ต่อให้เธอนึกอยากแข็งข้อด้วย ก็ยังต้องคิดหนัก!    

เหมียวชิงคิดไปคิดมา ที่สุดก็ถอนหายใจออกมา “ในเมื่อคุณยืนยันแบบนี้ งั้นฉันก็ไม่ฝืนใจ แต่ฉันจะอยู่ดูแลคุณจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล เรื่องนี้ จะไม่มีการต่อรองใดๆ อีกนะคะ!”

นี่เป็นคำสั่งเด็ดขาดของหรงหลิง ถึงแม้หลินเมิ่งจะไม่ชอบใจนัก แต่เจ้านายของเหมียวชิงคือหรงหลิง และเธอก็ฟังแค่หรงหลิงคนเดียวเท่านั้น!

หลินเมิ่งเองก็พอรู้มาบ้างถึงกิตติศัพท์ความเด็ดขาดของหรงหลิง ผู้ชายคนนั้นเผด็จการจนเคยตัว จึงไม่เคยยอมรับการปฏิเสธจากใครเลย

ด้านเหมียวชิงก็เริ่มทำโน่นทำนี่ไปเรื่อย

เนื่องจากเจียงโพ่ล่างติดเรียน เจียงเฉิงเฟิงก็ต้องทำงาน เจ้าหน้าที่ศาลอย่างเขา เวลาจะขึ้นศาลพิจารณาคดีความก็ต้องกำหนดไว้ล่วงหน้า ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายจริง ก็ไม่สามารถขาดงานได้เลย 

สองพี่น้องมารับหลินเมิ่งออกจากห้องออกซิเจนบำบัดแต่เช้าตรู่ แล้วยังจัดการพาเข้าห้องพักแยกโรคผู้ป่วยจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็พากันรีบร้อนออกไป และยังไม่ทันได้จัดการรายละเอียดปลีกย่อยใดๆ 

เหมียวชิงล้วงเอามือถือออกมา กดหมายเลขลงไป กำชับกับพวกเด็กๆ ว่าอะไรที่ควรซื้อก็ให้จัดการซื้อมาให้หมด อย่างเช่น ของใช้ส่วนตัวในห้องน้ำ แก้วน้ำ กาน้ำร้อน เป็นต้น และพวกของกินประเภทผลไม้ต่างๆ ก็แน่นอนว่าจะขาดไม่ได้

หลินเมิ่งมองดูเด็กๆ ที่พากันหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเข้ามา จะห้ามก็คงไม่ทันแล้ว จ้องเขม็งไปยังเหมียวชิวกึ่งอายกึ่งโกรธ “คุณอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ เดี๋ยวพ่อฉันมา ท่านก็ต้องเอาของพวกนี้มาให้อยู่แล้วค่ะ”

เหมียวชิงไม่ตอบรับหรือปฎิเสธใดๆ ยังคงสีหน้าท่าทางเป็นพี่ใหญ่เช่นเดิม หันไปสั่งให้พวกเด็กๆ ทำงาน ถึงขั้นเตรียมพ่อครัวมาให้หลินเมิ่งโดยเฉพาะ พอถึงตอนเที่ยง อาหารร้อนๆ ที่ปรุงสดใหม่ ก็ถูกยกขึ้นมาวางบนโต๊ะอาหารของหลินเมิ่ง หลินเมิ่งไม่รู้ว่าเหมียวชิงทำได้อย่างไร ระดับความร้อนที่เหมือนเพิ่งขึ้นจากเตานั้น ทำให้หลินเมิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าพ่อครัวที่เหมียวชิงพามานั้นคงเปิดเตาทำอาหารกันในโรงพยาบาลเสียเลยกระมัง!

ถึงแม้ว่าเธอไม่อยากรับอะไรไว้มากมายนัก แต่เหมียวชิงก็ทำมาทั้งหมดแล้ว หลินเมิ่งจะทำอย่างไรได้อีกเล่า?! เธอเองก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักบุญคุณคน คนเขาอุตส่าห์ทำโน่นทำนี่ให้อย่างจริงใจ แล้วจะทำหน้าบูดหน้าบึ้งใส่เขาได้อย่างไรกัน! ดังนั้น จึงหยิบถ้วยจานมาชุดหนึ่ง ตักข้าว และกับข้าว พร้อมซุปถ้วยหนึ่ง แล้วเรียกเหมียวชิงมาทานด้วยกัน

เหมียวชิงยิ้มตาหยี จัดการกับอาหารตรงหน้าด้วยท่วงท่าแสนสง่าแต่กลับดูสบายๆ

หลินเมิ่งคิดไปคิดมา กัดปลายตะเกียบ อดกำชับออกไปไม่ได้ “ไม่ต้องซื้ออะไรมาอีกแล้วนะคะ เอาล่ะ แค่ของพวกนี้ก็พอใช้แล้ว!”

เหมียวชิงพยักหน้ารับอย่างขอไปที แต่ในใจนั้นกลับไม่คิดจะทำตามคำสั่งนั้นแม้แต่น้อย!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น