หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 53 การประชุมเล็กๆ ของแก็งค์หมาป่าสีเงิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 53 การประชุมเล็กๆ ของแก็งค์หมาป่าสีเงิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2561 16:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 53 การประชุมเล็กๆ ของแก็งค์หมาป่าสีเงิน
แบบอักษร


อีกด้านหนึ่ง ในห้องส่วนตัวในคลับๆ หนึ่ง

ท่ามกลางกลุ่มควันที่ลอยอยู่เต็ม ผู้ชายสามสี่คนบ้างก็นั่งบ้างก็นอนอยู่ ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาเป็นครั้งคราว คนหนุ่มเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วอายุราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบปี ไม่ว่าจะเป็นคนหน้าตาดีหรือว่าหน้าตาธรรมดา หรือว่าบุคลิกดูเย็นชา หรือว่าชอบแสดงออก แต่ในสายตาของพวกเขากลับมีความมั่นใจในตัวเองทั้งยังสมาร์ท เสียงหัวเราะที่ออกมาจากปากนั้นล้วนแต่โอหังเอาแต่ใจ

ตอนที่พวกเขากำลังเยาะเย้ยเสียดสีกันไปมานั้น ประตูห้องจัดเลี้ยงก็เปิดขึ้น พวกเขาจึงหยุดปากลงอย่างไม่ได้นัดหมาย มองไปทางประตูพร้อมกัน เห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามาคนเดียว อดไม่ได้ที่จะผิดหวัง

“เฮียอี้ ทำไมมาคนเดียว สาวสวยคนนั้นของเฮียล่ะ?!” สวี่หมิงหนุ่มหล่อที่รู้เรื่องราวดี และในขณะเดียวกันก็เป็นคนรับผิดชอบสืบหาข้อมูลของหลินเมิ่งผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ในพวกเขาเหล่านี้ เขาเป็นคนหนุ่มที่สุด เพราะนิสัยที่ตรงไปตรงมา ดังนั้นเวลาพูดจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ส่วนมากเขาก็จะเป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ยให้พวกเขา

เซียวอี้จ้องเสื้อผ้าที่เปียกอยู่เล็กน้อยนั้น พร้อมยิ้มโอหังเบาๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว หากว่าตามแผนก่นหน้านี้ ตอนนี้เขาน่าจะพาหลินเมิ่งมาด้วยกัน ถึงแม้ว่าพรรคพวกพี่น้องร่วมสาบานเหล่านี้ของเขา ล้วนแต่เคยเห็นรูปหลินเมิ่งหมดแล้ว แต่ว่าก็ล้วนแต่สงสัยว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นอย่างไร ดังนั้นพอรู้ข่าวว่าเซียวอี้สนใจผู้หญิงคนหนึ่ง จึงมาร่วมสนุกกันด้วยความกระตือรือร้น

เซียวอี้นั่งลงตามใจ ร่างกายสูงใหญ่แข็งแรงเหยียดยาวไปบนโซฟา เผยให้เห็นความเกียจคร้านจางๆ แต่ไม่มีใครคิดว่าเขาเป็นสัตว์ที่ไร้พิษสงอย่างที่แสดงออก ผู้ชายคนนี้ไม่ว่าตอนไหน ก็ล้วนแต่มีอำนาจที่ทำให้ต้องหวาดกลัว

“ลูกเป็ดอยู่กำมือ แต่หนีไปแล้ว!” เซียวอี้พูดออกมาเบาๆ แล้วจึงหยิบเบียร์กระป๋องขึ้นมา เปิดฝากระป๋อง แล้วยกขึ้นกระดกเข้าไปเต็มปาก

“หนีไปแล้ว?!” สวี่หมิงร้องขึ้นมาแปลกๆ มองหน้าเซียวอี้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จากฝีมือของเซียวอี้ แม้ว่าผู้ชายตัวโตๆ สี่ห้าคนก็อย่าคิดที่จะหนีรอด แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มองดูอ่อนแอ ทำไมถึงหนีไปจากเงื้อมมือของเซียวอี้ได้!

“หรือว่าหรงหลิงไล่ตามมา?” สวี่หมิงขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ในน้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความเคร่งเครียด จากฝีมือของหรงหลิง เหมือนจะมีความสามารถที่จะแย่งผู้หญิงกับเฮียอี้ได้!

เซียวอี้ส่ายหน้า มุมปากเหยียดยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย “ไม่ใช่ ฉันก็แค่เห็นว่าเธอน่าสงสาร ก็เลยปล่อยเธอไป!”

“น่าสงสาร?!”

ในห้องส่วนตัวนั้นพวกผู้ชายพวกนั้นก็ตกใจขึ้นมาฉับพลัน หลังจากนั้นก็มองหน้ากันอยู่หลายวินาที พวกเขาเห็นมาจนชินแล้วกับการต่อยตีฆ่าแกง เห็นมาจนชินแล้วกับพวกผู้หญิงที่ถูกบังคับให้ระเหเร่ร่อน และก็เห็นจนชินแล้วสำหรับเด็กกำพร้าแม่หม้ายที่ต้องพเนจรไปทั่ว ก็ไม่เคยที่จะมีใจสงสาร คนที่เคยชินกับการมีชีวิตท่ามกลางความมืด ความเชื่อก็คือ “คนที่ปรับตัวได้จะมีชีวิตอยู่ คนที่ปรับตัวไม่ได้ก็ต้องตาย” ไหนเลยจะยังมีความเมตตาต่อผู้หญิงอะไรมากมาย แล้วทำไมวันนี้พี่ใหญ่กลับพูดว่าหลินเมิ่ง “น่าสงสาร” แล้วจะไม่ให้พรรคพวกในแก๊งค์รู้สึกขำได้อย่างไร!

“เฮียอี้ ครั้งนี้เฮียจริงจังเหรอ?!”

ผู้หญิงเหมือนของเล่น แตกต่างกันที่จะเล่นอย่างไรอยากจะเล่นใหญ่หรือว่าเล่นเล็ก ถ้าเล่นเล็กน้อย ใช้แล้วก็ทิ้ง หากว่าเล่นใหญ่ก็ต้องค่อยๆ วางแผนเรื่องนี้เอาอกเอาใจทำดีอยู่เสมอแต่แน่นอนว่าผลสุดท้ายหากว่าได้แล้ว เบื่อแล้วก็ทิ้ง!

เซียวอี้ส่ายหน้า เขย่ากระป๋องที่บีบอยู่ในมือ นึกถึงหญิงสาวราวกับคริสตัลที่ร้องไห้เสียงเบาอยู่กับดอกลิลลี่ป่านั้น ดวงตาแคบยาวก็ค่อยๆ หรี่แน่น

“ยังเด็กเกินไป ปล่อยเธอไปก่อน!”

ได้ยินดังนั้น พวกพี่น้องสองสามคนนั้นก็หยุดหัวเราะลงพลัน ดวงตาดำขลับและลึกล้ำนั้นมองมาที่เซียวอี้พร้อมกัน ในห้องส่วนตัวนั้นค่อนข้างมืด ครึ่งตัวของเซียวอี้นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา ทำให้มองเห็นไม่ค่อยชัด แต่ว่าทิศทางการเอนของร่างกายที่งดงามเส้นนั้น และกล้ามเนื้อที่กำยำแน่นเป็นมัดก็ยังคงบอกกับคนอื่นว่า ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์ที่ดูธรรมดาที่สุดนี้อยู่ แต่ก็ยังคงเป็นหมาป่าร้ายที่ใครก็มองไม่เห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง!

“ปล่อยเธอไปก่อนก็ดีเหมือนกัน!”ฉีไข่เจียนที่เอนตัวอยู่บนโซฟาปากคีบบุหรี่อยู่นั้น ค่อยๆ พ่นควันบุหรี่ออกมา ราวกับดวงตาของอีแร้งที่ค่อยๆ บีบแน่น คางได้รูปนั้นก็ค่อยๆ ตึงขึ้นมา

“ตอนนี้ สำนักงานเมืองกำลังตรวจสอบสาเหตุการตายของเหลียงซู่ หลินเมิ่งดันเข้ามาเกี่ยวด้วย ตอนนี้เรื่องราวกำลังเคร่งเครียด อย่าไปเกาะแกะกับหลินเมิ่งให้มากนักเลย!”

เซียวอี้ชำเลืองมองฉีไข่เจียนแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาโดยไม่พูดไม่จาใดๆ

สวี่หมิงส่งเสียงหึออกมาเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเต็มไปด้วยความไม่ใส่ใจ ไม่เห็นด้วยกับการล่าถอยของฉีไข่เจียน “อย่ามองว่าสำนักงานเมืองชื่อเสียงโด่งดัง คนในนั้นที่มีความสามารถจริงๆ แล้วน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย พวกเราองค์กรหมาป่าสีเงินจะต้องกลัวเขาด้วยเหรอ! ก็แค่เหลียงซู่ ถึงพวกเขาจะตรวจสอบวงศาคณาญาติของเขาอย่างละเอียด ก็อย่าคิดที่จะมาเขย่าองค์กรหมาป่าสีเงินของพวกเราได้!”

คำพูดนี้พูดออกมา คนส่วนใหญ่ก็หัวเราะออกมา ในห้องส่วนตัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของคนวัยหนุ่มที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจ

เซียวอี้นั่งตัวตรงขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าที่มีเค้าโครงชัดเจนนั้นมีความดูถูก “เจ้าเหลียงซู่นั่นพูดด้วยดีๆ ไม่ยอมทำตามก็ต้องเจอไม้แข็ง คิดว่าถ้ารายงานไปแล้วจะรอดตัวไปได้ จนถึงขนาดพยายามจะทำลายองค์กรหมาป่าสีเงินของพวกเรา เพื่อทำผลงานชิ้นโบว์แดงให้รัฐบาลโดยการปราบปรามมาเฟีย ช่างโง่เง่าจริงๆ”

“แค่ฆ่ามัน ถือว่ายังดีกับมันเกินไป!” คนหนุ่มคนหนึ่งพูดต่อ ในแววตาเขาเผยให้เห็นถึงรังสีสังหารที่เย็นเยียบ แต่ไม่ได้แสดงออกชัดเจน กลับดูเงียบสงบเป็นพิเศษ “พวกเราทุ่มเทพยายามในเมือง J มาก่อน หากว่าเพราะเหลียงซู่คนเดียวแล้วทำลายที่มั่นนี้ได้ พวกเราก็จะดูขี้ขลาดเกินไป”

เซียวอี้พยักหน้า มองไปทางสวี่หมิง ดวงตาที่ล้ำลึกและฉลาดมองการณ์ไกลนั้นเป็นประกายขึ้นมา

“สวี่หมิง คดีของเหลียงซู่ แกจับตามองอย่าวางมือ ถึงแม้ว่าพวกเราเหมือนต้นไม้ใหญ่รากลึกที่ไม่กลัวถูกโค่นหักลงสักสองสามกิ่ง แต่ว่าพวกเราจะเย่อหยิ่งจองหองโดยไม่รู้ลึกตื้นไม่ได้ ช่วงนี้อยู่ในช่วงปราบปรามอาชญากรรมอย่างเข้มงวด ต้องระวังให้มาก แกทำอะไรก็ต้องเพิ่มความใส่ใจให้มากขึ้น”

สวี่หมิงตอบตกลงอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะอู้อี้ออกมาว่า “อย่างอื่นไม่มีปัญหา มีแต่พวกตาแก่พวกนั้นที่จัดการยาก อาศัยตำแหน่งสูงของตัวเอง...”

“สวี่หมิง!” เซียวอี้จู่ๆ ก็เรียกออกมาเสียงต่ำ

สวี่หมิงสีหน้าอึดอัด เบ้ปากแล้วจึงหยุดพูด

เซียวอี้กลับค่อยๆ หัวเราะออกมา เผยให้เห็นฟันขาว ในที่มืดนั้นราวกับดาบคมที่ค่อยๆ ออกมาจากฝัก

“มีบางเรื่องจะรีบไม่ได้ ต้องค่อยเป็นค่อยไป!” ทุกคำทุกประโยคที่เขาพูดนั้นล้วนแต่เปล่งออกมาด้วยความทุ้มต่ำมีพลัง พุ่งโจมตีหูคนฟัง

สายตาของทุกคนเป็นประกาย ท่ามกลางความเข้าใจที่ไม่สามารถอธิบายได้ ทุกคนจึงยิ้มแฉ่งขึ้นมาพร้อมกัน ถึงทำให้รู้สึกว่าบรรยากาศที่ตึงเครียดนั้นทันใดก็โล่งผ่อนคลายขึ้นมา ทั้งยังกลับสู่สภาพเดิมแห่งความเกียจคร้านก่อนที่เซียวอี้จะเข้ามา

สวี่หมิงนั่งไขว้ขา ปอกเปลือกถั่วด้วยมือเดียว ถั่วคำหนึ่ง เบียร์คำหนึ่ง หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง ก็หัวเราะฮิๆ ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ใบหน้าละอ่อนนั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์

“เฮียอี้ ถ้างั้นหลินเมิ่ง ยังต้องส่งคนไปคอยดูต่อใช่ไหม?” น้ำเสียงเขาฟังดูเสียดสี

เซียวอี้ชำเลืองมองเขาไปทีหนึ่ง

คิ้วยาวของสวี่หมิงเลิกขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความได้ใจ “ผมว่าสาวน้อยนั้นอันตรายมากนะ เรื่องแบบนี้เริ่มขึ้นแล้ว ก็เหมือนการระบายน้ำท่วม ยากที่จะหยุดยั้ง”

เซียวอี้ตาเป็นประกาย ทันใดนั้นก็เข้าใจคำพูดซ้อนคำพูดของสวี่หมิง “แกหมายถึง...หลินป้าว?”

สวี่หมิงพยักหน้า

เซียวอี้ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย

หลงหยินส่งเสียงหึออกมาอย่างร้ายกาจ “ไม่ต้องลำบากลำบนขนาดนั้น แย่งผู้หญิงคนนั้นมาตรงๆ ก็เท่านั้น สนใจอะไรพ่อของเธอ ขึ้นเตียง ก็เป็นผู้หญิงของเฮียแล้ว แน่นอนว่าควรจะเชื่อฟังเฮีย ผู้หญิง ไหนเลยจะต้องสนใจอะไรมากมาย ใช้เงินฟาดไปก็จบแล้ว!”

สวี่หมิงหัวเราะฮี่ๆ แย้งขึ้นมาว่า “เฮียหลง ไม่ใช่ว่าผู้หญิงแบบไหนก็ใช้เงินฟาดได้นะ!”

หลงหยินส่งเสียงหึออกมาด้วยความดูถูก “ก็แค่ราคาสูงต่ำไม่เท่ากันก็เท่านั้น ล้านหนึ่งฟาดไม่พอก็ใช้สองล้าน ถ้ายังไม่พออีกก็ใช้สี่ล้าน แปดล้าน ร้อยล้าน ฟาดคูณเข้าไป ฉันไม่เชื่อว่าจะไม่หวั่นไหว!”

ฉีไข่เจียนหัวเราะขึ้นมาทันที ใบหน้าที่ดูเย็นชานั้นราวกับผืนน้ำที่ทำด้วยน้ำแข็งค่อยๆ ละลาย ทันใดก็สว่างไสวขึ้นมาไม่น้อย

“หลงหยิน อย่าเอาสูตรที่แกใช้เล่นกับผู้หญิงมาตั้งเป็นกฎเงินทอง ไม่ดูเลยว่ารอบๆ แกมีผู้หญิงดีๆ รึเปล่า!”

หลงหยินส่งเสียงหึออกมาอย่างขี้เกียจ เขาแย้งขึ้นมาอย่างดูถูกว่า “ไม่ใช่ว่ารอบตัวฉันไม่มีผู้หญิงดีๆ สักคน แต่พวกผู้หญิงพวกนั้น เดิมทีก็ไม่ได้มีเหลือสักกี่คนที่เป็นผู้หญิงดีต่างหาก!”

สวี่หมิงหัวเราะฮ่าๆ ออกมา “เฮียหลง คำพูดนี้ของเฮียพูดได้ตรงจุด” พูดไปเขาก็ยกกระป๋องเบียร์ ยกขึ้นชนไปทางหลงหยิน หลงหยินยื่นแขนยาวออกมา หยิบกระป๋องเบียร์ออกมา แล้วยกขึ้นไปทางสวี่หมิง ปลายคิ้วยกขยับ ดูได้ใจเป็นอย่างมาก เพียงแต่น่าเสียดาย ที่ในห้องนั้นไม่มีผู้หญิง ไม่เช่นนั้นสายตาดั่งประจุไฟฟ้าที่ผ่านไปได้ทุกที่นั้นของเขา จะต้องได้เพื่อนคู่นอนคืนนี้ไปแน่

ในห้องส่วนตัวนั้นทันใดก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ขึ้นมาเป็นระยะๆ

เดิมทีเซียวอี้อยากจะพูดว่า แน่นอนว่าในโลกนี้มีผู้หญิงที่ใช้เงินฟาดไม่ได้ แต่คิดไปคิดมา ก็ไม่พูดดีกว่า รอให้คนพวกนี้พบผู้หญิงแบบนั้นก่อน เดี๋ยวก็เข้าใจเอง

ดังนั้นเขาจึงหัวเราะตามขึ้นมา

คนกลุ่มหนึ่ง กินๆ ดื่มๆ พูดคุย สนุกเต็มที่ พูดคุยกันตามอำเภอใจ จนเผลอลืมเวลาไปเสียสิ้น

มือถือที่ติดตัวของสวี่หมิงสั่นขึ้นมาสองสามครั้ง เขาเอามือไปควักออกมาอย่างเกียจคร้าน หลังจากที่รับมาฟังอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดคิ้วก็ต้องขมวดเข้าหากัน เขาวางมือถือลง แล้วเลิกคิ้วมองไปทางเซียวอี้ “เฮียอี้ ลูกน้องที่เฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลเพิ่งจะรายงานมาว่า หลินเมิ่งเข้าโรงพยาบาล!”

ทันใดนั้นในห้องส่วนตัวก็เงียบลง เสียงหัวเราะหายไปในทันที

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น