ครีบปลาวาฬ/ชญานิษฐ์
facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 24>>ปาป๊ายอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2561 09:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
24>>ปาป๊ายอม
แบบอักษร

ภูวดลไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามินตราจะมารยาและร้ายมากถึงขนาดนี้ เขาประเมินเธอผิดไปแล้วจริงๆ นั่นก็นำมาซึ่งความเข้าใจผิด อนาคินรักมินตราไม่ใช่รักธรรมดาแต่รักมากและยังหลงด้วย ภูวดลจำต้องพ่ายแพ้ มองจากสายตาก็คาดการณ์เอาไว้ว่าเพื่อนต้องเข้าข้างเมียอย่างแน่นอน

เธอใช้ความอ่อนหวานไร้เดียงสาได้เป็นประโยชน์จริงๆ

“กลับไปซะภูวดล” อนาคินคำรามบอกพยายามเก็บอารมณ์โทสะอย่างถึงที่สุด นั่นเพราะอนาคินยังเห็นแก่ความเป็นเพื่อนระหว่างอนาคินกับภูวดล

ทว่า........

“ฉันไม่คิดเลยนะว่าคนอย่างนายจะถูกจูงจมูกได้ง่ายมากขนาดนี้” แทนที่จะกลับไปดีๆ โดยไม่ให้มีเรื่องบาดหมางกันมากกว่านี้ แต่ภูวดลก็เลือกที่จะอยู่เพื่อพูดจาถากถางอนาคิน

“หุบปากซะภู!”

“นายมันหลงเมียจนหน้ามืดตามัว”

“ปาป๊าขามินตรากลัว”

หญิงสาวเบียดเนื้อเบียดตัวเข้าใกล้อนาคินมากขึ้น เธอสะดุ้งที่ภูวดลใช้น้ำเสียงดุดันและแข็งกร้าว อนาคินโอบกอดเมียสุดที่รักและลูบศีรษะอย่างปลอบโยน ทว่าเขาไม่รู้เลยว่า คนที่เขาปลอบโยนอยู่นั้น แอบลอบแสะยิ้มเย้ยหยันส่งไปให้ภูวดล

คงมีแต่เพลิงที่ยืนอยู่มุมเดียวกันกับภูวดลที่มองเห็นแต่เพลิงก็ไม่คิดจะบอกกล่าวผู้เป็นนาย เพราะเพลิงเองก็นึกหมั่นไส้ภูวดลอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่ที่ภูวดลเข้ามาหาเรื่องมินตราแล้วล่ะ คนเป็นพ่อเข้าข้างลูกไม่ผิดหรอก จะปกป้องลูกมันก็ไม่ผิด แต่การที่ให้ท้ายลูกเสียๆ หายๆ แบบนี้มันเป็นสิ่งที่ผิดและแย่มาก

บทลงโทษครั้งนี้ที่มินตรามอบให้มันอาจดูร้ายแต่ก็มีส่วนดีคือการพูดจริงทำจริง นั่นก็จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่า มินตราไม่ได้มีดีแค่ขู่ หากเธอคิดจะลงมือทำจริงๆ เธอก็สามารถทำมันได้อย่างง่ายดาย พลอยไพลินและภูวดลต่อกรกับคนผิดแล้วล่ะ

เพลิงคิดแล้วก็รู้สึกภาคภูมิในตัวของคุณผู้หญิง

“ไม่ต้องกลัวนะมินตรา ปาป๊าจะปกป้องหนูเอง”

“เมียของนายมันอสรพิษ”

“ถ้านายยังพูดไม่เลิกฉันจะเอาจริงแล้วนะภู” อนาคินชักเริ่มโมโหมากกว่าเก่า ภูวดลพล่ามเลิก นั่นจึงทำให้อนาคินเค้นเสียงทุ้มต่ำเตือนภูวดลไป

เขาเคยประกาศแล้วว่าไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้นหากมายุ่งกับคนในครอบครัวของเขามันต้องได้รับบทเรียนที่สาสม และที่อนาคินพยายามเก็บอารมณ์และเลือกภูวดลเป็นฝ่ายออกไปนั่นก็เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน ทว่าภูวดลก็ยังรนหาที่ตายจนได้สิน่า

“มีเมียแบบนี้ชีวิตของนายต้องพังยับแน่อนาคิน ฉันขอให้นายโชคดีกับเมียอสรพิษของนายก็แล้วกัน และห้ามเมียและลูกของนายมายุ่งวุ่นวายกับลูกสาวของฉันอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

ภูวดลบอกแค่นั้นจากนั้นก็หุนหันเดินออกไป อนาคินมองตามหลังแต่ก็เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น ก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับคนตัวเล็กในอ้อมกอด มินตรากำลังร้องไห้ เธอคงจะขวัญผวาและหวาดกลัวต่อภูวดล อนาคินจุมพิตบนหน้าผากนูนเพื่อปลอบโยน จากนั้นก็ตัดสินใจอุ้มร่างบางแล้วพาขึ้นไปบนห้อง

“ปาป๊าขาอาภูน่ากลัวจังเลยค่ะ แถมยังว่าและด่ามินตราเสียๆ หายๆ ด้วย”

“ไม่เป็นไรแล้วนะมินตรา”

“ฮึกๆ ฮึกๆ” เธอสะอื้นแล้วโอบกอดเขาแน่น ปล่อยให้น้ำตาหลั่งไหลออกมาเป็นสาย อนาคินปลอบโยนเมียสุดที่รัก วางเธอลงบนเตียงและนอนเคียงข้าง ทำตัวเป็นหมอนข้างที่อบอุ่นให้เธอกอดซุกและซบ จนหญิงสาวผล็อยหลับไปในที่สุด

“เพลิง....ตามหนูดีมาพบฉันที่ห้องทำงาน” หลังจากที่มินตราหลับไปแล้ว อนาคินก็มีคำสั่งไปถึงเพลิง แม้จะเพิ่งมีเรื่องทะเลาะกับลูกสาวไปหมาดๆ แต่เวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง อนาคินรู้สึกทุกข์ใจมาก ไม่ว่าจะลูกสาว เมีย หรือแม้แต่เรื่องลูกน้องคนสนิทอย่างคอสโม่

อนาคินก็ไม่อยากยอมรับแต่เขาทบทวนคำพูดของมินตราแล้วก็พานทำให้คิดได้ขึ้นมา อย่างน้อยการที่มีหนูดีอยู่และเธอมีคนรักมันก็ดีกว่าการที่อนาคินกีดกันแล้วหนูดีทนไม่ไหวต้องจากไป นั่นอาจจะทำให้เขาไม่ได้เจอกับลูกสาวตลอดชีวิต แค่คิดอนาคินก็หนาวเหน็บในหัวใจ

เขาไม่ถอดทิ้งหนูดีและก็ไม่ต้องการให้หนูดีถอดทิ้งเขาด้วย

อนาคินไม่ควรเห็นแก่ตัว เขาตัดสินใจและพูดเร็วเกินไป หนูดีคงรู้สึกแย่มากที่เขาไม่เข้าใจเธอและไม่ให้การสนับสนุน แต่เขากลับต้องการที่จะมีความสุขเพียงคนเดียว การกระทำของเขามันเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรมและเห็นแก่ตัวมาก

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดึงอนาคินออกจากห้วงแห่งความคิด อนาคินไม่ได้พูดอะไรและประตูก็เปิดพร้อมกับปิดลงสนิท อนาคินเงยหน้าขึ้น สบตาประสานกับดวงตาหวานสดใสที่ตอนนี้เศร้าสร้อยและคลอน้ำตาล

อนาคินทะนุถนอมหนูดีมากทั้งร่างกายและจิตใจน้อยครั้งที่เขาจะทำให้ลกสาวเสียใจจนหลั่งน้ำตา

“เพลิงบอกว่าปาป๊าต้องการพบหนูดี”

“นั่งก่อนสิ” น้ำเสียงของอนาคินอ่อนลง เขาจะทำใจใจร้ายกับลูกสาวสุดที่รักได้นานแค่ไหนเชียว แค่ไม่กี่ชั่วโมงอนาคินก็แทบเป็นบ้าอยู่แล้ว ไหนจะเรื่องเมียคนสวยที่ตั้งการ์ดปกป้องและยังวางท่าจะเป็นศัตรูกับเขาหากเขาไม่ยินยอมเรื่องลูกนั่นอีกล่ะ

ไม่ยอมก็ต้องยอมล่ะนะอนาคินไม่อยากเป็นคนเดียวที่ถูกทิ้ง!!!

“ปาป๊าทุกข์ใจและกังวลใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสาย”

“หนูดีขอโทษค่ะแต่หนูดียืนยันคำเดิมว่าต้องการคบหากับคอสโม่และหนูดีเลือกทางใดทางหนึ่งไม่ได้ และหากหนูดีให้ปาป๊าเลทอกระหว่างหนูดีกับมินตราปาป๊าคงเลือกไม่ได้เหมือนกันใช่ไหมคะ”

อนาคินถูกลูกสาวย้อนกลับเขาถึงกับจุกอกเลยทีเดียว จริงอย่างที่หนูดีว่ามานั่นแหละ เขาเองก็เลือกไม่ได้ก็ยังจะสะเออะไปยื่นข้อเสนอให้หนูดีต้องเลือกระหว่างเขาและคอสโม่ชายผู้เป็นที่รัก

มันเร็วเกินที่ที่ความรักเกิดขึ้นและการคบหากันอย่างรวดเร็ว แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วและคู่ของอนาคินกับมินตราเองก็เป็นแบบนั้น ความรักไม่มีเหตุผลที่แน่นอน แต่เมื่อมีมินตราเข้ามาอยู่ในชีวิตแล้ว อนาคินกลับคิดภาพที่ชีวิตของเขาไม่มีมินตราอยู่ไม่ได้ เขาขาดมินตราไม่ได้ เชื่อว่าหนูดีและคอสโม่เองก็คงมีความรู้สึกแบบนี้

ในฐานะคนเป็นพ่อก็ย่อมต้องเป็นห่วงแต่ก็ต้องเปิดใจยอมรับ ชีวิตของหนูดีก็คือชีวิตของหนูดี เธอเลือกโดยมีเขาทำหน้าที่สนับสนุน หากผิดหวังเสียใจขึ้นมา ในฐานะพ่อก็ต้องปลอบโยนลูก และให้ลูกเรียนรู้ความเจ็บปวดและความผิดพลาดกับการเลือกของตัวเอง

ทว่าวันนี้อนาคินกลับไม่ทำแบบนั้นอีกทั้งความคิดของเขาก็แย่มาก

อนาคินคิดแล้วรู้สึกผิดจับใจ.........

“เพราะเป็นแบบที่หนูดีว่าปาป๊าก็เลยเรียกหนูดีมาพูดคุยถึงทางออกของปัญหานี้”

“ค่ะ”

“เรียนให้จบก่อนได้ไหม”

“หนูดีจะเรียนให้จบค่ะเพราะหนูดีมีหน้าที่ต้องสืบทอดกิจการ บริหารงานและรอคอยน้องโตมาช่วยดูแลด้วยกัน” หนูดีรู้สึกใจชื่น เธอเห็นว่าอนาคินเย็นลงมากแล้ว และพูดกับเธออย่างนุ่มนวลอ่อนโยนเหมือนปาป๊าคนเดิม

“ถือว่าเป็นการทดลองใจของคอสโม่และหนูดีว่ารักกันจริงหรือเปล่า ปาป๊าจะไม่ห้าม แต่คอสโม่ต้องย้ายกลับไปอยู่ที่อเมริกาสามารถเดินทางกลับไทยได้ปีละสองครั้งเท่านั้น ปาป๊าขอให้เป็นแบบนี้จนกว่าหนูดีจะเรียนจบ ขอแค่นี้ได้หรือเปล่า”

“ค่ะหนูดีจะทำค่ะ” เธอตอบโดยไม่มีความลังเลใจ นั่นก็เพราะว่า อนาคินเปิดใจยอมรับและยินยอมให้เธอกับคอสโม่รักกันขนาดนี้ ทำไมเธอต้องปฏิเสธ และอนาคตข้างหน้าอนาคินอาจจะเปลี่ยนความคิดและใจกว้างเพิ่มเวลากลับไทยให้คอสโม่ก็ได้

หนูดีมีลูกอ้อนและเหนือลูกอ้อนของเธอคือมินตราเชื่อว่าอนาคินไม่น่าจะใจร้ายใจจืดใจดำได้นาน

“งั้นเราก็ดีกันแล้วสินะ”

“ค่ะ”

“อ่ะ” อนาคินยืนนิ้วก้อยออกไปตรงหน้า หนูดีมองนิ่งไปชั่วครู่เพราะตกใจ แต่ไม่นานเธอก็เรียกสติกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานสดใสของเธอ ยิ้มจนตาหยีแล้วเอานิ้วก้อยของเธอเกี่ยวเข้ากับนิ้วก้อยของอนาคินเพื่อทำพันธะสัญญาคืนดีกัน

 >>>>>>>>>>>

น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น