มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

4 : ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก ...(110%)

ชื่อตอน : 4 : ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก ...(110%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2561 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4 : ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก ...(110%)
แบบอักษร

(ต่อ)


เมื่อได้มาช่วยหญิงสาวถือของอย่างนี้ ดรันจึงได้เห็นความทุลักทุเล ลำบากในการเดินทางของหล่อนที่ต้องนั่งรถรับจ้างแล้วต่อด้วยนั่งรถเมล์ ครั้นลงจากรถเมล์แล้ว ก็ต้องเดินต่อไปอีกราว ๆ หนึ่งร้อยเมตรจึงจะถึงที่หมาย

ตลอดทางที่เดินไปยังร้านตัดเย็บเสื้อผ้า เขาสังเกตว่า หญิงสาวดูมีความคุ้นเคยกับผู้คนในย่านนี้ จึงยิ้มแย้มพูดจาทักทายคนไปตลอดทาง และจากนั้นเขาก็ยังเห็นเด็กชายเด็กหญิงสามสี่คนท่าทางมอมแมมเล็กน้อยได้วิ่งกรูเข้ามากอดตัวหล่อนอย่างคุ้นเคย หญิงสาวได้พูดคุย ลูบศีรษะ จับใบหน้าเด็กเหล่านั้นด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเปิดกระเป๋าสะพายหยิบเอาขนมที่แอบพกมาด้วยแล้วยื่นให้เด็กน้อยแต่ละคนไปทานกัน

ดรันมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบ ปลอดโปร่ง  เพราะหญิงสาวดูมีความสุข สดใสยามได้ออกจากบ้านหลังนั้น อาจจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่นของมารดาและพี่สาว บวกกับการที่หล่อนต้องรับภาระมากมายภายในบ้าน จึงทำให้หล่อนค่อนข้างวางตัวเป็นผู้ใหญ่ เคร่งขรึมในครั้งแรกที่เขาได้พบกับหล่อนก็เป็นได้

เมื่อผละจากเด็กกลุ่มนั้น หล่อนก็พาชายหนุ่มเดินไปยังตึกแถวแห่งหนึ่ง โดยที่ตึกแถวดังกล่าวสามห้องแรกจะเป็นร้านขายผ้าขนาดใหญ่ และอีกห้องถัดไปก็ทำเป็นห้องรับตัดเย็บเสื้อผ้าทั่วไป หญิงสาวพาชายหนุ่มตรงไปที่ห้องตัดเย็บเสื้อผ้า จากนั้นหล่อนจึงหันกลับมาทางเขา พลางยื่นมือมาหาแล้วบอก 

"เอาห่อผ้ามาให้ฉัน แล้วใบ้ก็ไปนั่งรออยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน ฉันเข้าไปไม่นานหรอก"

ชายหนุ่มรีบส่ายหน้า ถึงอย่างไรก็ให้หล่อนยกห่อผ้าเข้าไปเองไม่ได้เพราะมันค่อนข้างมีน้ำหนัก  เขาขอเดินเข้าไปเอง จนหญิงสาวร้องห้ามแทบไม่ทัน

พอเขาเดินเข้าไปภายในร้าน ก็เห็นหญิงวัยกลางคนสี่ห้าคนกำลังตัดเย็บเสื้อผ้ากับจักร และมีหญิงสาวร่างท้วมที่เหมือนจะเป็นเจ้าของร้านคอยควบคุมอยู่ด้วย ครั้นเห็นชายหนุ่ม และหญิงสาวที่เดินเข้ามาภายในร้านจึงหันมายิ้มให้

ชายหนุ่มวางห่อผ้าลงไว้กับเก้าอี้ไม้รับแขก ก่อนจะถอยออกไปยืนห่าง ๆ กระนั้นก็ยังแกล้งทู่ซี้ไม่ยอมออกไปรอนอกร้าน เพื่อจะได้ลอบฟังบทสนทนาของคนทั้งสองไปด้วย

พะนอขวัญยกมือไหว้เจ้าของร้านตัดเย็บผ้า ผู้หญิงเจ้าของร้านร่างอ้วนฉุท่าทางยิ้มแย้มดูใจดีทีเดียวได้รับไหว้แล้วก็พากันนั่งลงกับชุดเก้าอี้ไม้รับแขก พูดคุยกันไม่นานหญิงร่างอ้วนฉุจึงเปิดห่อผ้าเพื่อนับดูชิ้นงาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วบอกหญิงสาวว่า 

"ครบจ้ะ" 

จากนั้น ดรันจึงได้ยินหญิงเจ้าของร้านเอ่ยปากชมหญิงสาวตรงหน้าที่ตนพอจับใจความได้ว่า

พะนอขวัญเป็นคนมีฝีมือในการปักฉลุลายผ้า มักจะมีลูกค้ามาที่ร้านนี้จำนวนไม่น้อย เพื่อซื้อผ้าที่หล่อนปักฉลุลวดลายเพราะหล่อนมักจะมีลายผ้าที่ได้รับการฉลุแบบใหม่ ๆ มาให้กับทางร้านเสมอ ลูกค้าส่วนมากจะเป็นสตรีวัยกลางคน เป็นแม่บ้าน ที่ชอบงานฝีมืออันละเอียดละออเช่นนี้ แล้วมักจะซื้อผ้าที่ได้รับการฉลุลวดลายไปทำริมปลอกหมอนบ้าง ทำลายผ้าบังตาที่ขึงไว้ตามหน้าต่างบ้าง และที่เป็นที่นิยมมากที่สุดก็เห็นจะเป็นการนำไปทำริมผ้าเช็ดหน้าที่ผู้หญิงต่างก็มีไว้พกพากรีดกรายไปตามที่ต่าง ๆ นั่นเอง

"เมื่อกี้ มีใคนคนหนึ่งมารอเจอขวัญด้วย เพราะคิดว่าวันนี้ขวัญน่าจะมาส่งผ้าเอง แต่รอได้ไม่นานก็ขอตัวกลับ เพราะว่ามีธุระต่อ"

"มีอะไรกับขวัญหรือคะ" หญิงสาวถามกลับอย่างสนใจ

"คุณเขาอยากให้ขวัญปักฉลุลวดลายผ้าเช็ดหน้าน่ะ คุณเขาอยากทำเป็นของขวัญวันเกิดให้ลูกสาว และของตัวเองจะได้เอาไว้ใช้เองด้วย"

"หรือคะ แล้วขวัญจะรู้ได้อย่างไรคะ ว่าลวดลายแบบไหนที่คุณเขาอยากได้ ขวัญจะได้ทำให้"

"นี่จ้ะ คุณเขาวาดลายคร่าว ๆ เอาไว้ในพิมพ์กระดาษ เขาฝากไว้แล้ว ส่วนผ้าที่จะใช้ตัดเย็บผ้าเช็ดหน้าคุณเขาก็เตรียมไว้ให้แล้ว แค่ให้ขวัญฉลุลวดลายผ้าให้ตามแบบนี้ก็พอ" 

พะนอขวัญรับสิ่งที่อีกฝ่ายยื่นให้ ก่อนจะกางกระดาษแผ่นนั้นออก  แล้วหล่อนจึงอ่านอักษรที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าชัด ๆ ว่า "ชลันทร"

"เป็นนามสกุลของคุณเขาน่ะจ้ะ"

"แล้วดอกไม้ที่เป็นพวงล้อมรอบนามสกุลก็คือพวงดอกปีบ..." พะนอขวัญลองเดาดู หล่อนเงยหน้าขึ้น ถามกลับอย่างสนใจ "มีความหมายอะไรคะ ถึงได้เจาะจงดอกไม้ชนิดนี้" 

"ใช่จ้ะ ดอกปีบ คุณเขาเล่าว่า ก่อนวันที่ลูกสาวของคุณเขาจะเกิด วันนั้นดอกปีบที่บ้านร่วงเต็มสนามหญ้ามองไปทางไหนก็ขาวโพลนไปหมด  กลางคืนก็ได้แต่กลิ่นดอกไม้นี้หอมอบอวลไปทั่วห้องนอน คุณเขาจึงอยากให้ขวัญฉลุลายดอกไม้ชนิดนี้อยู่บนผ้าเช็ดหน้าด้วย"

"ท่าทางคุณเขาจะรักลูกสาวมาก" พะนอขวัญเอ่ยตามที่ตนเองสัมผัสได้จากเรื่องที่ได้รับฟังนี้

"ใช่จ้ะ  คุณเขามีลูกสาวเพียงคนเดียวน่ะ เห็นว่ากว่าจะได้ลูกสาวคนนี้มา ก็ตระเวนขอลูกสาวไปตามวัด ตามสถานที่ศักสิทธิ์ต่าง ๆ  จนได้มา เพราะคุณเขามีลูกยาก พอมีแล้วจึงรักลูกสาวคนนี้มาก  อะไรที่เกี่ยวข้องกับวันที่ลูกสาวจะเกิด คุณเขาจึงจดจำได้ดีทีเดียว ดอกปีบเลยมีความหมายต่อคุณเขาต่อลูกสาวอย่างนี้"

"มิน่า ดอกนี้ใคร ๆ ก็ชอบ ขวัญยังชอบเลยค่ะ มีอยู่ที่บ้านสองสามต้น ขวัญปลูกเอาไว้เอง"

"จ้ะ ว่าแต่ ขวัญทำได้มั้ย"

"ได้ค่ะ ขวัญจะทำให้ ไม่รู้ว่าจะถูกใจคุณเขาและลูกสาวจะชอบหรือเปล่านะคะ"

"ได้อยู่แล้ว ขวัญน่ะมีพรสวรรค์กับงานพวกนี้นี่"

"แล้วคุณเขาชืื่ออะไรหรือคะ"

"ชื่อ...คุณผกากรอง"  

หล่อนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่เข้าใจว่าจะสะดุดใจทำไมกับชื่อนี้นัก ก่อนจะรับคำอย่างแข็งขันว่า "งั้นขวัญจะทำให้ตามนี้นะคะ"

"จ้ะ"

หล่อนยิ้ม จากนั้นเจ้าของร้านตัดเสื้อผ้าจึงเปิดกระเป๋าแล้วหยิบเงินยื่นให้หญิงสาว พะนอขวัญยกมือไหว้ พลางรับเงินค่าตอบแทนมา แล้วบอกลาเจ้าของร้าน เจ้าของร้านจึงเดินมาส่งหญิงสาวที่หน้าร้าน  และเหมือนอีกฝ่ายจะนึกขึ้นได้ จึงถามถึงชายหนุ่มหน้าตาดีที่มายืนรอหญิงสาวภายในร้านอย่างเงียบ ๆ ด้วย "แล้วนั่นใคร น้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"

หล่อนยิ้มให้เจ้าของร้านก่อนจะหันมาบอกว่า "หลานของป้าช้อยค่ะ 

"เพิ่งมาจากต่างจังหวัดล่ะสิ  น้าถึงได้เพิ่งเห็นหน้า"

พะนอขวัญยิ้มรับกับเจ้าของร้านนี้อีกครั้ง เหมือนการตอบรับกลาย ๆ  ก่อนจะยกมือไหว้ลาเจ้าของร้านตัดเสื้อไป แล้วก็หันไปพยักหน้าให้ชายหนุ่มเพื่อเตรียมตัวกลับ

.

ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถเมล์ พะนอขวัญเห็นร้านขายเครื่องดื่มเย็น ๆ ร้านหนึ่ง หล่อนสงสารชายหนุ่มที่ช่วยหอบหิ้วของให้และอากาศยามบ่ายนั้นก็ร้อนจัดด้วย จึงชวนเขาแวะดื่มอะไรเย็น ๆ ที่ร้านนี้ก่อน

ระหว่างที่นั่งรอเครื่องดื่มที่เถ้าแก่ร้านกำลังชงให้ สายตาของชายหนุ่มที่นั่งตรงกันข้ามก็มองหล่อนอย่างจับจ้อง คล้ายฉงนบางอย่างในตัวหญิงสาวไปด้วยกระนั้น พะนอขวัญจึงยิ้มอย่างขัน ๆ เล็กน้อยแล้วลองถามกลับว่า

"จากแววตาของใบ้ บอกว่า ทำไมฉันถึงชอบงานปักฉลุลายผ้าแบบนี้นัก ใช่มั้ย"

ต่อมาคล้ายจะเห็นอาการประหลาดใจบนแววตาคู่นั้น หล่อนจึงหัวเราะออกคำหนึ่ง  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหล่อนหัวเราะ  หัวใจของชายหนุ่มจึงพลอยเต้นแรงตามไปด้วย

พะนอขวัญเป็นคนมีอารมณ์ละเอียดอ่อน หล่อนจึงสามารถสื่อสารกับแววตาคู่นี้ของเขาได้ แม้ไม่ผ่านการพูดจาเพียงแค่มองแววตาเขาก็รู้ความหมาย ซึ่ง สำหรับดรันนั้น ถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ น่าประหลาดใจทีเดียว

ดรันรีบพยักหน้า รู้สึกตะลึงไปเหมือนกันที่หญิงสาว สามารถคาดเดาอะไรเช่นนี้ได้  ความจริงเรื่องราวของหล่อนมากมายที่เขายังไม่รู้ และคิดว่าคงมีความตื้นลึกหนาบางบางอย่างภายในบ้านหลังนั้นอีกด้วย และตอนนี้อาชาก็กำลังสืบความเป็นมาเป็นไปของบ้านหล่อน ควบคู่ไปกับการตามหานายใบ้ตัวจริงให้กับชายหนุ่มอีกด้วย

  "เมื่อก่อนตอนฉันเรียนหนังสือที่โรงเรียน อาจารย์แหม่ม..." หล่อนหมายถึงอาจารย์ที่สอนวิชาภาษาอังกฤษให้และเป็นชาวอังกฤษ "ท่านเป็นคนสอนงานปักฉลุลายผ้าให้ฉันเอง ฉันก็เลยชอบ เพราะทำแล้วรู้สึกสงบ ไม่วุ่นวายและ  มันทำให้ฉันเจ็บปวดจากเรื่องของคุณแม่ได้น้อยลง..." 

พะนอขวัญรู้สึกอย่างที่บอกกับนายใบ้จริง ๆ หล่อนมักจะใช้การฉลุลายผ้าเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งจากมารดาและพี่สาว หล่อนเหมือนได้รับการบำบัด เยียวยาความเจ็บปวดต่อการนั่งทำงานฝีมือชนิดนี้ มาก ๆ เข้าจึงเกิดเป็นความสงบ และหล่อนจึงเริ่มยึดการปักฉลุลวดลายผ้าเป็นการสร้างรายได้ไปในตัวอีกด้วย สุดท้าย จึงยึดทำเพื่อใช้เลี้ยงตนเองและเลี้ยงคนอื่น ซึ่งงานนี้อาจจะทำให้หล่อนได้เงินไม่มากนัก แต่ในเมื่อหล่อนไม่ได้เป็นพวกฟุ่มเฟือย ที่ผ่านมาก็ใช้จ่ายอย่างประหยัด และรู้จักเก็บหอมรอมริบ จึงทำให้ไม่ได้เดือดร้อนอะไร

ขณะที่หญิงสาวกำลังเอ่ยถึงมารดาและพี่สาว ดรันราวกับจะเห็นน้ำตาขึ้นมาคลอขังฉาบฉานอยู่บนดวงตาสีดำคู่ตรงหน้า แต่ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อหล่อนได้กะพริบตาเพื่อไล่น้ำตาที่ไหลรื้นนั้นไปเสีย

ความเงียบงันคล้ายปรากฏขึ้นมารอบ ๆ ตัวของคนทั้งคู่ ดรันได้นึกถึงคำเตือนของอาชาขึ้นมา ในเรื่องการบอกความจริงให้หญิงสาวตรงหน้าได้รับรู้เสียทีว่า เขาคือใคร เขาไม่ใช่คนบ้าใบ้ แต่เป็น ดรัน อาจณรงค์ ต่างหาก

ภายใต้โต๊ะทรงกลมที่ทั้งสองกำลังนั่งรอเครื่องดื่ม ขายหนุ่มได้กุมมือทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างแน่นเกร็ง สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นจนมีเหงื่อฝุดซึมออกมาจากฝ่ามือทั้งสอง เพราะถือว่านี่จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เขาจะตัดสินใจสารภาพความจริงต่อหล่อนออกมาแล้ว

ทว่า...

"มาแล้วค่ะพี่ขวัญ  ชาเย็น และโอเลี้ยงเย็น ๆ"

เสียงของลูกสาวเถ้าแก่พร้อมเครื่องดื่มสองแก้วที่ถูกนำมาวางลงตรงหน้า ทำให้ชายหนุ่มทำได้แค่เพียงขยับริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

จากนั้นหญิงสาวก็หันไปคุยกับลูกเถ้าแก่คนนั้นต่อ ดรันจึงทำได้แค่เสมือหยิบเครื่องดื่มตรงหน้าขึ้นมาดื่มดับกระหาย และดับอาการใจที่เต้นโครมอยู่ในอกลงเสีย 

เป็นอันว่าโอกาสที่เขาจะเอ่ยความจริงกับหล่อน  จึงถูกทำลายลงไปแล้วเป็นครั้งแรก …


.

เดี๋ยวคืนนี้ปั่นได้อีกจะลงอีกจ้าาาา  ถือว่าเมื่อวานไม่ได้ลงเนอะะะะะะะ…..



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น