ครีบปลาวาฬ/ชญานิษฐ์
facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

22>>แม่เลี้ยงขออยู่ทีมลูกเลี้ยงกับว่าที่ลูกเขย

ชื่อตอน : 22>>แม่เลี้ยงขออยู่ทีมลูกเลี้ยงกับว่าที่ลูกเขย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.7k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2561 23:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
22>>แม่เลี้ยงขออยู่ทีมลูกเลี้ยงกับว่าที่ลูกเขย
แบบอักษร

อนาคินมองไปยังเมียสาวอย่างทึ่งๆ เธอพูดเรื่องหย่าออกมาอย่างง่ายดายเพื่อข่มขู่เขาแม้เธอจะบอกว่ามันเป็นการชดเชยความผิดก็ตาม อนาคินกำมือแน่น เขาไม่ได้รังเกียจคอสโม่เพียงแต่เขารับไม่ได้กับการกระทำลักกินขโมยกิน และลูกน้องของเขาทุกคนต่างก็ให้คำมั่นสัญญากันแล้วว่าจะไม่ข้องแวะกับคนภายในครอบครัวของผู้เป็นนาย หากมอบความรักก็ต้องเป็นเคารพรักในฐานะเจ้านายและลูกน้องเพียงเท่านั้น

แต่ที่คอสโม่ทำนี่มัน........

ให้ตายเถอะเขารับไม่ได้!!!

ไม่อาจแสดงความยินดีได้เลยกับความรักของหนูดีที่มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในฐานะคนเป็นพ่อทำใจยากลำบาก ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม อนาคินก็ไม่พร้อมให้หนูดีมีความรักทั้งนั้นนั่นแหละ

“ว่ายังไงล่ะคะปาป๊าจะเอายังไงล่ะคะ” มินตราถาม เธอเร่งเร่าเอาคำตอบที่เขาไม่มีทางมอบมันให้กับเธอได้หากคำตอบที่เธอต้องการคือให้เขาตอบตกลงหย่าขาดกับเธอ

“เรื่องนี้เป็นเรื่องของปาป๊าและหนูดีกับคอสโม่”

“เพราะมินตราเป็นคนนอกสินะคะ”

“มินตราขอร้องล่ะอย่าพูดจาประชดประชันปาป๊าได้ไหม”

“ไม่ได้ประชดค่ะแต่ปาป๊าทำให้รู้สึก”

“ให้ตายเถอะ!!!”

“แทนที่จะสนับสนุนลูกเหมือนที่ลูกสนับสนุนปาป๊าบ้าง เฮ้อ....น่าผิดหวังนะคะ ปาป๊าทำให้มินตรารู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่แต่งงานกับคนไร้เหตุผลและไร้ซึ่งความยุติธรรม เอาล่ะ คอสโม่หนูดีไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ฉันเคลียร์ให้เองไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ใครไม่สนับสนุนพวกเธอแต่ฉันสนับสนุน ความรักเป็นสิ่งสวยงาม หากจะมาเจ็บตัวและตกงาน ฉันมีบริษัทยักษ์ใหญ่แนะนำ เป็นของเพื่อนชายของฉันเอง”

มินตราไม่พูดเปล่า เธอยังค้นหานามบัตรในกระเป๋าถือของเธอแล้วเดินไปยัดใส่มือของคอสโม่ มินตราสนใจอนาคินเธอถึงได้ยั่วเขาแบบนี้ ในมือของคอสโม่เป็นนามบัตรสีทองหรูหรา ผู้เป็นเจ้าของก็คืออังเดร บุคคลที่อนาคินไม่ชอบขี้หน้าอย่างแรงกล้า

“มินตรา!” อนาคินเรียกเมียสุดที่รักน้ำเสียงเกรี้ยวกราด มินตราหันมามองเขาตาขวางแล้วเชิดหน้า

“มีอะไรกับฉันไม่ทราบคุณอนาคิน”

“อย่าพูดแบบนี้นะ หยุดพูดเลย”

“คุณอนาคิน”

“โธ่โว้ย!!!” แล้วอนาคินก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นบันไดไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวอย่างมาก มินตราหันมายิ้มให้สองหนุ่มสาว หนูดีคงเจ็บปวดที่อนาคินไม่เข้าใจเธอ มินตราเข้าใจและเดินเข้าไปกอดเพื่อนสาวอย่างปลอบโยน

“ไม่เป็นไรนะหนูดี อีกเดี๋ยวตาแก่นั่นไม่มีคนคบก็มาง้อพวกเราเองแหละ มีความสุขกันดีกว่านะไม่ต้องแคร์อะไร ส่วนคอสโม่ก็ไม่ต้องคิดมาก คุณไม่ผิดหรอกที่จะรักจะชอบหนูดี และไม่ต้องกลัวตาแก่นั่นด้วย วางอำนาจมามากพอแล้วสมควรถูกสั่งสอน”

“ขอบคุณครับคุณผู้หญิง”

“หนูดีคงอยากคุยกับคอสโม่เป็นการส่วนตัว กลับบ้านพักกับคอสโม่สิ ปลอบเขาเพราะเขาคงขวัญผวากับความเกรี้ยวกราดของตาแก่อนาคิน” มินตราปลอบโยนแล้วกระซิบคุยกับหนูดีข้างหู

“ขอบคุณนะ” หนูดีกล่าวขอบคุณ หากมินตรามาไม่ทัน เธอต้องตายแน่ๆ ที่เห็นคนรักของเธอถูกอนาคินทำร้ายต่อหน้าต่อตา นับว่าสวรรค์ไม่ได้ใจร้าย ส่งนางฟ้ามาให้เธอ

หนูดีและคอสโม่พากันเดินออกไป ในห้องโถงจึงเหลือแค่มินตราและเพลิง มินตรามองเพลิงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เธอไม่ได้ดูถูกแต่กำลังมองอย่างสังเกตและประเมิน ก่อนที่จะตัดสินใจถามเพลิงไปในที่สุด

“ปาป๊ารู้เรื่องได้ยังไงเหรอคะ”

“มีคนส่งรูปมาครับแต่ไม่ระบุนาม”

“แล้วรูปอยู่ที่ไหนคะ”

“บนรถครับเดี๋ยวผมไปเอามาให้” เพลิงไม่คิดปิดบัง รีบวิ่งไปเอาซองเอกสารสีน้ำตาลที่ข้างในบรรจุรูปถ่ายหลายจำนวนมาให้คุณผู้หญิง

“นี่ครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

มินตรารับซองเอกสารนั่นมาเปิดดู มันเป็นรูปจริงไม่ได้ตัดต่อ และมินตราก็เดาได้ไม่ยากว่าใครกันที่กล้าทำเรื่องแบบนี้ หนูดีมีศัตรูเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นพลอยไพลินนั่นเอง

“รบกวนเพลิงติดต่อไปหาคุณภูวดลให้ทีนะคะ ฉันต้องการเข้าพบโดนด่วนในวันพรุ่งนี้”

“คุณผู้หญิงจะให้ใครติดตามไปครับ”

“ศิลาก็แล้วกันค่ะยังไงเพลิงก็ต้องเข้าออฟฟิตไปกับคุณคิน”

“ครับ ผมจะบอกศิลาให้นะครับ”

“ไม่ต้องบอกคุณคินนะคะ”

“แต่ว่า”

“มีปัญหาอะไรฉันรับผิดชอบเองค่ะไม่ต้องกลัว”

“ครับ” เพลิงรับคำสั่งแล้วออกไป ส่วนมินตราก็ถือซองเอกสารขึ้นไปบนห้อง

“ตามมาทำไมไม่ต้องมาง้อเลยนะ” อนาคินที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนอนบอกเธอเสียงอู้อี้แต่ก็ดูเกรี้ยวกราด มินตราเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน นี่ห้องของเขาคนเดียวซะที่ไหนล่ะ เธอมาก็เพราะต้องการมาอาบน้ำและพักผ่อนเหมือนทุกวัน

คนแก่นี่ช่างมโนจริงๆ ใครเขาจะง้อคนไร้เหตุผลบ้าหรือเปล่า?

มินตราส่ายศีรษะไปมาจากนั้นก็เดินเลยไปยังห้องแต่งตัว เพื่อเตรียมชุดใส่นอนกลางวัน มินตราไม่ได้คุยอะไรกับอนาคิน เธอเงียบและทำธุระของตัวเอง เมื่อเสร็จก็ออกมา เรือนกายสาวหอมกรุ่น กลิ่นครีมอาบน้ำ ทำให้คนที่นอนคว่ำพลิกหงายทันที

“ไม่มาง้อ?”

“ง้อทำไมคะมีอะไรให้น่าง้อเหรอคะ”

“ไม่หย่าให้หรอกนะ”

“ก็แล้วแต่ มีผัวอีกสักคนจดทะเบียนสองครั้ง ชิลๆ”

“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยมินตราปาป๊าไม่เข้าใจเลย”

“ปาป๊าคะปาป๊าเป็นพ่อคนนะคะ คิดถึงใจเขาใจเราบ้างสิคะ สมมุติว่าหนูดีไม่เห็นด้วยกับเรื่องของเขาปาป๊าจะทำยังไงคะ อีกอย่างตอนนี้ถึงเราจะแต่งงานกัน คุณพ่อและคุณแม่ของมินตราก็ยังเป็นห่วงมินตราอยู่ดี ท่านไม่เห็นด้วยที่จะแต่งงานกับปาป๊า แต่ปาป๊าก็พูดเอาแต่ใจตัวเอง และเพราะมินตรารักปาป๊า คุณพ่อและคุณแม่ถึงยอมปล่อยให้มาแต่งงานกัน”

“...........” อนาคินเถียงไม่ออกเพราะไม่รู้จะเอาข้ออ้างอะไรมาเถียง ทุกอย่างมันเป็นความจริง

“หนูดีต้องเสียใจมากแน่ๆ เลยค่ะที่ปาป๊าไม่เข้าใจเธอแถมยังทำตัวเกรี้ยวกราดอีกด้วย”

“ปาป๊าโมโห”

“ทีเรื่องอื่นล่ะก็เก็บความรู้สึกเก่งจังเลยนะคะ นี่ลูกสาวนะคะ”

อนาคินเบือนหน้าหนี ขณะนั้นในหัวก็คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไงก็ทำใจยอมรับได้ยากลำบาก

“หากเป็นมินตราคุณพ่อและคุณแม่ให้เลือกระหว่างพวกท่านกับปาป๊ามินตราก็เลือกไม่ได้ ใครจะอยู่ใครจะไป หนูดีเองเธอก็คงคิดแบบนั้น และหนูดีเป็นคนอ่อนไหวง่าย เกิดเธออยากเป็นคนไปเองแบบไปไม่กลับปาป๊าจะไม่เสียใจเหรอคะ ถ้าอารมณ์ยังร้อนอยู่ไม่พร้อมที่จะคุยก็ไม่เป็นไรค่ะ มินตราพูดให้คิด แต่มินตราเข้าข้างหนูดีและคอสโม่นะคะ”

“ก็มินตราช่วยสองคนนั้นโกหกปาป๊า”

“งั้นก็เป็นความต่อไปเถอะค่ะ มินตราเบื่อจะคุย” มินตราพูดจบแล้วเธอก็เดินออกจากห้องทันที เธอคงต้องแยกห้องนอนกับอนาคินสักระยะ

ไม่ได้ประชดแต่อยากให้เขาได้มีเวลาส่วนตัวคิด เธอได้พูดสิ่งที่ควรจะพูดไปหมดแล้ว ส่วนที่เหลือก็คงต้องไปจัดการกับพลอยไพลินที่แส่ไม่เข้าเรื่อง ครั้งที่แล้วหนูดีให้จันทร์ฉายสั่งสอนไปคงไม่หลาบจำถึงได้กล้าทำอีกเป็นครั้งที่สอง มินตราเป็นคนอารมณ์เย็นแต่ก็ร้อนในบางเรื่อง

และพรุ่งนี้ในฐานะแม่เลี้ยงและเพื่อนสนิทของหนูดี เธอจะเป็นคนออกโรงปกป้องและจัดการกับตัวปัญหาอย่างพลอยไพลินเอง เมื่อกล้าท้าทายอำนาจก็ต้องกล้ายอมรับผลที่จะตามมา

>>>>>>>>>>>

ก็รีบอ่านจะได้รับพากันเข้านอนไงล่ะ!!!

อิอิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น