mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

DOCTOR ♡5 // MY STORY WITH HIM AND HER [100%]

ชื่อตอน : DOCTOR ♡5 // MY STORY WITH HIM AND HER [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 175.9k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2561 23:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DOCTOR ♡5 // MY STORY WITH HIM AND HER [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 5

“รอบที่ห้าแล้ว”

ผมส่งสายตาตวัดมองมันอย่างดุๆ เมื่อมือหนาเริ่มมาลูบไล้เนื้อหนังใต้ร่มผ้า(ความจริงตอนนี้ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า)ผมอีกครั้ง ร่างสูงเปลือยไร้อาภรณ์มีเพียงผ้าห่มหนาปกปิดช่วงล่างเท่านั้น ส่วนช่วงบนก็เปิดโล่งเผยซิกแพ็คสุดเซ็กซี่นั้นสู่สายตาชาวโลก (ที่จริงในห้องก็มีแค่ผม)  แอร์ในห้องเปิดอุณหภูมิต่ำถึง 19 องศาแต่ผมกลับคิดว่ามันร้อนยิ่งกว่าอะไร สาเหตุก็คงจะเป็นเพราะพวกเราพึ่งจะออกกำลังกายไปแล้วห้ารอบ

คงเข้าใจใช่ไหมว่า ‘ออกกำลังกาย’ ของพวกเรามันหมายถึงอะไร ?

นับจากวันที่เสียซิงครั้งแรกก็ผ่านมาได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผมและไอ้เสือ(กระดากปากไม่อยากเรียกว่าพี่)ก็อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม สถานะก็ยังไม่เดิม เพื่อนก็ไม่ใช่ แฟนก็ไม่ใช่ รุ่นน้องก็ไม่ใช่ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากเจ้าของบ้านกับผู้อาศัย ไม่มีอะไรผิดแปลก จะแปลกก็ตรงที่ผมสมยอมให้มันมากกว่าเดิม ผมไม่ได้มั่วนะแต่ก็โปรดเข้าใจว่าผู้ชายมันก็มีอารมณ์ทางเพศสูงทุกคน อยู่ที่ว่าใครจะสามารถควบคุมมันได้ดีกว่ากัน

แต่ไอ้นี้ พอผมสมยอมแล้วก็ได้ใจไปกันไหญ่ เอาได้แบบไม่เลือกสถานที่ มีครั้งหนึ่งเราเคยได้กันในห้องน้ำมหา’ลัย ถามว่าตอนนั้นผมสมยอมไม่ ไม่! ผมไม่ได้ยอมมันทุกครั้งหรอกนะ แต่เพราะเสือมันมีมารยาชายมากมายมหาศาลทำให้ผมตกหลุมพรางมันทุกครั้งไป

“โอเค” ร่างสูงกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะผละออกไป เสือลุกขึ้นยืดตัวพิงหัวเตียง ผมมองการกระทำของมันอยู่สักครู่ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อมือหนาเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะวางโคมไฟแล้วล้วงไปหยิบม้วนบุหรี่ออกมา จุดไฟแช็กจ่อปลายบุหรี่แล้วดับมันลง  นัยน์ตาคมมองมาทางผมแล้วถามความเห็นก่อน “สูบได้หรือเปล่า”

“มึงสูบด้วยหรือ”

“เวลาเครียดๆน่ะ”

ผมเม้มปากแล้วพยักหน้า เปลวไฟสีแดงฉ่าจ่อเข้าที่ม้วนบุหรี่สักพักก็เริ่มมีควันออกมา นิ้วเรียวคีบเอาไว้ วางที่ปากสูดดมเข้าปอดแล้วปล่อยควันสีขุ่นออกมา “เครียดเรื่องอะไร” ผมลองถามไป

ชีวิตของเสือมันผมก็ไม่ค่อยจะรู้จักหรอก ตอนเช้าไปส่งที่คณะพอเลิกก็มารับกลับคอนโด บางวันก็ทานข้าวนอกบ้าน บ้างวันก็ซื้อของสดมาทำ อ๋อ… ผมรู้เรื่องมันอีกอย่างหนึ่งคือนอกจากที่มันจะรวยแล้วมันยังทำอาหารเก่งมาก ตั้งแต่อาหารไทยยันไปถึงทางยุโรป ออกจะทึ่งกับความสามารถนี้นิดๆ วันเสาร์-อาทิตย์เราก็ไปเที่ยวกัน ดูหนังบ้าง เล่นเกมบ้าง จะมีสองสามวันมานี้ที่เสือคุยโทรศัพท์บ่อยขึ้นและทำสีหน้าเคร่งเครียดทุกที แต่ผมก็ไม่ได้ถามเนื่องจากไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของมัน หรืออาจจะเป็นเรื่องของการเรียนละมั้ง มันเรียนคณะแพทยศาสตร์นี่หว่า ผมก็มีเพื่อนอยู่คณะนี้เยอะพอสมควรนะ แถมแต่ละคนยังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือแบบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน แต่ไม่เห็นไอ้เสือมันจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านให้ผมเห็นบ้างเลย เวลาว่างมีตั้งเยอะแต่ก็ใช้มันไปแบบเปล่าประโยชน์ (เอามาเล่นกับผมจนหมด) จะอ่านตอนกลางคืนก็คงไม่ใช่เพราะช่วงนี้เรามักจะเอ่อ… อันนั้นแหละ กันตลอด

“…” เสือไม่ตอบมันก้มลงจูบที่หน้าผากผมเบาๆ “นอน พรุ่งนี้มึงมีเรียน”

“ไม่ง่วงแล้ว”

โกหก ตาจะปิดละกูเนี่ย

มุมปากมันยกยิ้มขึ้น “เด็กเลี้ยงแกะ”

ร่างสูงเอ็ดเบาๆ ผมปิดตาลงหัวเราะหึหึในลำคอแล้วไม่ตอบอะไรอีก หลับตาลงสักพักก็รู้สึกถึงมือหนาที่กำลังลูบไล้ศีรษะผมอยู่ ผมหรี่ตาขึ้นมองเสือที่ยังคงนั่งพิงผนังเตียงเหมือนเดิม ปากมันยังคาบบุหรี่ ลมหายใจร้อนปล่อยควันสีขุ่นออกมาทุกครั้งยามหายใจออก หากแต่แววตามันกลับดูเหม่อลอยคล้ายคนกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่างจนตัดโลกภายนอกออกไปโดยสิ้นเชิง

“เสือ” ผมส่งเสียงเรียกแผ่นหลังกว้างคล้ายสะดุ้งเบาๆ “เป็นไร”

“…” พอเห็นมันไม่ตอบผมเลยลุกขึ้นมาในท่านั่งก่อนจะมุดลอดแขนเข้าไปนั่งบนตักมัน ไอ้เสือหัวเราะก่อนจะยอมให้ผมนั่งแต่โดยดี แขนแกร่งมาโอบล้อมเอวบางเอาไว้ ผมเอนพิงไหล่เปล่าเปลือยของมัน นัยน์ตาเบิกโพลงเมื่อพึ่งจะมาพึงระลึกได้ว่าเราสองคนยังคงโป๊อยู่ อ่า… ท่าจะไม่ทันดูเหมือนบางสิ่งด้านล่างกำลังดันก้นผมอยู่ “มึงยั่วกู”

“เออ” ผมยอมรับแต่โดยดีขี้เกียจเถียง “สูบด้วยได้ไหม”

“อยากลองหรือไง”

ผมร้องอื้มในลำคอ ไอ้เสือกระซับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก ม้วนบุหรี่ถูกยื่นมาจ่อริมฝีปากให้ผมคาบมันเอาไว้

“ครั้งแรก อย่าดูดแรงมากนะ” เสียงแหบพร่าบอก นัยน์ตาสีครามเข้มยังคงจ้องอยู่ตลอด ผมพยักหน้าค่อยๆดูดเอายาเสพติดนั้นเข้าปอดช้าๆ วูบหนึ่งมีความรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ หัวมันโล่งไปหมด แต่พอพ่นควันออกมาก็ค่อยๆกลับสู่สภาพเดิม ความรู้สึกมึนเข้ามาแทนที่ ผมสั่นศีรษะไล่อาการมึนออก

“อือ”

“เป็นไง” มันว่า “ต่อไปห้ามสูบ”

“…” ผมไม่ได้ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอาการมันยังค้างอยู่ เสือคงจะรู้มันเลยจับผมให้นอนลงที่เดิม แล้วนอนคร่อมตาม ริมฝีปากนั้นมาขับเขี้ยวบนปากผมอยู่สักครู่ก่อนจะแทรกลิ้นร้อนเข้ามาด้านใน ผมเอื้อมมือล้อมรอบคอตอบกลับอย่างใจเย็น แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่เย็นด้วย เมื่ออุณหภูมิเริ่มร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง อารมณ์มันคงไม่ติดง่ายขนาดนี้ ถ้าผมไม่หลงลืมไปชั่วขณะว่าตอนนี้เราก็ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า “ไม่… พอแล้ว”

“อื้อ” เสียงมันส่งเสียงครางตอบในลำคอประมาณว่า ‘โอเค’ แต่การกระทำกลับตรงข้ามกับคำพูดลิบลับ

“พอแล้ว… ไม่เอา พี่เสือไม่เอา” คำสรรนามที่ผมไม่เคยใช้เรียกมันดังขึ้น นัยน์ตาคมตวัดสายตามองขึ้นมาทีหนึ่งก่อนมาจะขโมยจุ๊บผมไปเหมือนเคยแล้วผละออก มันล้มลงนอนตรงข้าม จัดการเอาขามาพาดและกอดผมไว้แบบหลวมๆ เสียงทุ้มเอ่ย

“ชอบว่ะ”

ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอมันพูดต่อ

“เรียกบ่อยๆ”

ก่อนจะอมยิ้มแล้วหลับไปจนกระทั้งรุ่งเช้า


Lamborghini Aventadorเลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณคณะนิเทศศาสตร์ ผมโค้งตัวเอื้อมไปเอาหนังสือด้านหลังรถใส่กระเป๋าสะพาย พลางเหล่มองไอ้เสือไปด้วยตอนนี้มันอยู่ในชุดของนักศึกษาแพทย์ที่มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าใส่มาแบบ ‘ผิดระเบียบ’ เสื้อเชิ้ตสีขาวหลุดลุ่ยออกมาด้านนอก กระดุมจงใจไม่ติด 2 เม็ด ปากยังคาบบุหรี่ ไม่รู้จะเครียดอะไรกันนักกันหนา เห็นเมื่อเช้าก็พึ่งสูบไปม้วนหนึ่งแล้วจนผมเริ่มนึกหวั่นๆว่ามันจะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง

“ไปแล้วนะ” ผมหันไปบอกมัน เสือพยักหน้าแล้วโน้มลงมาหอมแก้มผมอย่างเคย ทันทีที่ผมเปิดประตูออกนักศึกษาหลายคนที่กำลังมองอยู่ก็หลบสายตาลงไปทันที แม้จะไม่ได้เข้ามาถามแต่คงอยากรู้อยากเห็นมากว่าเจ้าของรถคันนี้เป็นใคร (ไอ้เสือติดฟิล์มทึบมากมองข้างนอกไม่เห็นหน้าเลย) หรืออาจจะรู้ก็ได้ ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก

รอจนเสือมันขับรถออกไปจึงเดินขึ้นตึก ทันทีที่ขึ้นผมก็สังเกตถึงความผิดปรกติได้ว่าเพื่อนนักศึกษากำลังจ้องผมแปลกๆ หวั่นใจอยู่ไม่นานก็โดนฝ่ามืออรหันต์ของไอ้กิ้งตบมาที่หลังดัง

เพี๊ยะ!

“เจ็บสัส” หันไปแขวะมันเบาๆ ไอ้กิ้งทำหน้าเหยเกเล็กน้อย

“จะให้กูถนอมมึงเหมือนพี่เสือของมึงหรือไง”

“บ้าหรือไง” ผมพูดติดตลก

“ไม่บ้าแหละมึง ไม่เห็นหรือว่าคนอื่นเขามองมึงแปลกๆ ตั้งแต่ที่โรงอาหารแล้ว 2 อาทิตย์ก่อนก็ยังมาส่ง วันนี้ก็ด้วย พวกกูสงสัยอยู่ตั้งนานว่าเจ้าของ Lamborghini ที่มาส่งมึงเป็นใคร ขนาดตั้งกลุ่มเป็นสายลับเลยนะมึง” ไอ้กิ้งพูดจริงจังขณะที่มันกำลังตะไบเล็กตัวเองไปด้วย

“แล้วรู้หรือไง”

“พึ่งรู้วันนี้” มันหยุดพูดกางมือสำรวจเล็บแล้วว่าต่อ “มึงเปิดประตูออกนานไปคนเลยถ่ายรูปพี่เสือบนรถมาไว้ได้ ถ่ายปุ๊บแชร์ลงกลุ่มปั๊บ ข่าวว่อนค่ะดีออก แถมวันที่โรงอาหารพี่เสือยังประกาศว่ามึงเป็นเมียเป็นการเสริมมึงอีก วันนี้ก็มาส่ง ขนาดผู้หญิงที่พี่เขาเคยเล่นๆด้วยยังไม่ทำขนาดนี้เลยนะมึง”

“แล้ว ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นมันเกี่ยวอะไรกับกู

“พวกกูเลยสันนิษฐานว่ามึงเป็นตัวจริง พอเท่านั้นแหละค่าชะนีถอนหายใจเพรียบ โหยก็พี่เขาทั้งหล่อทั้งรวยซะขนาดนั้น” มันส่ายหัวเหลือกตาขึ้นประกอบท่าทางเสียดาย ผมหัวเราะคิกคิกในลำคอตั้งใจจะบอกคำจริงแต่ดันมาถึงห้องซะก่อน หญิงและชายหลายคนมองพวกเราสองคนเหมือนตัวประหลาดตอนเปิดประตูเข้าไป ผมยิ้มรับทุกคนจึงหันกลับไปคุยกันต่อ แต่ก็ยังไม่วายมีขาเม้าท์เรื่องของผมอยู่ดี


‘ตัวจริงพี่เสือหรือแก’

‘เสียดายพี่เขาอ่ะแก หล่อโคตร’

‘ธามมันก็หน้าตาดีนะแก ก็ดูเหมาะสมกันดี’

‘ฉันว่าคู่ควงคนก่อนเหมาะสมกว่า’

‘แต่คนนี้มาถึงเลยนะแก ได้ข่าวว่าพี่เสือให้ไปอยู่คอนโดเดียวกันด้วย คนก่อนนี้ท่าจะเอาไว้แค่นอนร่วมเตียง’

ข่าวมันก็มีทั้งด้านดีและด้านร้ายผมไม่ได้ใส่ใจกับผมมาก จนอาจารย์เดินเข้ามาตั้งใจเรียนอยู่สักพักจึงฟุ๊บหน้าลงบนโต๊ะเอาหนังสือบังเพราะความง่วงเข้าครอบงำจนจบชั่วโมง…

วันนี้ผมเลิกเร็วกว่าเดิมสองชั่วโมง ปกติเสือมันจะมารับผมเวลาเดิมตลอด ถ้าโทรไปตอนนี้มันก็คงจะเรียนอยู่ผมเลยตั้งใจจะไปกินคาเฟ่เป็นเพื่อนไอ้กิ้งมัน เห็นมันบ่นว่าอยากกินมาตั้งนานแล้วด้วย

“สรุปไปกินกับกูนะ” มันทวนอีกที

“เออ ไปๆ”

“ผัวมึงจะไม่ว่าหรือวะ”

“ว่าอะไรก็ยังไม่ได้…” ผมพูดติดตลกขณะกำลังเก็บหนังสือใส่กระเป๋า ยังไม่ทันจบคำเสียงหวานก็เอ่ยถามตัดขึ้นมาก่อน

“ธามเป็นแฟนพี่เสือหรือ”

ทุกคนที่ยังเหลือในห้องมองมาทางผมทันที ผมเงยหน้าสบสายตากับผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งที่น่าจะเป็นเจ้าของเสียง ใบหน้าน่ารัก ผิวพรรณดี ผมยาวสลวยแต่งกายถูกระเบียบ เธอคงจะเป็นที่ชื่นชอบของพวกผู้ชายหลายคน (สเปคผมด้วยนะ) ถ้าไม่ติดตรงตามีน้ำคลอที่เหมือนจะร้องไห้ออกมาทันทีหากผมตอบคำถามไม่เป็นดั่งใจเธอ เธอชื่อ ‘มันตา’ ผมจำเธอได้เพราะเธอเป็นจุดเด่นมากที่สุดตอนงานรับน้อง ทั้งนิสัยดีและหน้าตาก็ดี (เขาว่ากันแบบนั้นนะ)

“เอ่อ…” ผมอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบว่ายังไงดี ตัวเองยังไม่รู้สถานะเลยด้วยซ้ำเลยไม่กล้าเดาส่งเดช ครึ่งหนึ่งผมเริ่มจะชอบมันไปแล้วแต่ไม่รู้ว่ามันจะคิดแบบผมหรือเปล่า ก็เลยได้แต่นั่งเกาหัวแกรกๆจนไอ้กิ้งขัดขึ้นมา

“แล้วหล่อนอยากจะรู้ไปทำไมยะ”

“ร…เรา”

“เรื่องของตัวเองก็ไม่ใช่”

“มะ… มีคนฝากถาม”

“เสือก” มันว่าออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนใบหน้าของมันตาซีดไปนิด คนทั้งห้องเหมือนจะอึ้งไปตามๆกันแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ไอ้กิ้งมันเป็นคนพูดตรงๆแต่มันนิสัยดีและอัธยาศัยดี มีเพื่อนอยู่ทั่วมหา’ลัย ใครรู้จักจะรู้ว่ามันเป็นคนดี แต่ตั้งแต่ที่ผมอยู่กับมันมายังไม่เคยเห็นกิ้งพูดแบบนี้เลยสักครั้ง

“ปะไปได้แล้วมึง” กิ้งละสายตาจากมันตาก่อนจะฉุดผมให้ลุกขึ้นแล้วลากออกจากห้อง

“แรงไปไหมวะ เขาแค่ถาม…”

“มันจะแย่งของมึง” กิ้งพูดตัดขึ้นมา

“ห้ะ”

“ภายนอกมันก็ดูดีเลยมีแต่คนชมมัน”

“…”

“สันดานทำไมจะไม่รู้ มันแย่งแฟนเพื่อนกูไปหลายคนแล้วด้วยหน้าใสๆของมันนั้นแหละทำให้คนอื่นเห็นใจ”

“…”

“แล้วฝ่ายที่โดนว่าร้ายก็เป็นฝ่ายที่ถูกแย่ง”

“…”

“มันถามมึงแสดงว่ามันสนใจพี่เสือ”

“…”

“มึงระวังเอาไว้ให้ดีละ”

“…”

“อีนี่มันแรดเงียบ”

ไอ้กิ้งไม่ได้พูดต่อ ผมก็ไม่ได้พูด เลยเดินเงียบไปจนถึงร้านคาเฟ่สั่งไอติมมาทานแต่บรรยากาศกลับกล่อยอย่างเห็นได้ชัด ไอ้กิ้งหน้านิ่งเล่นโทรศัพท์เหลือบตามองผมเป็นระยะ แล้วพิมพ์อะไรไม่รู้ของมันได้ยินแต่เสียงแชทไลน์เด้งเบาๆ นานก่อนมันจะยิ้มหึตรงมุมปาก ที่ผมคาดว่ามันคงจะเป็น

เรื่องอะไรสักอย่างเกี่ยวกับผม เสือและ …มันตา


การกินไอติมถ้วยเล็กๆเสียเวลาไปน้อยกว่าที่ผมคิด ตอนนี้ไอ้กิ้งมันอารมณ์ดีแล้วแต่สายยังคงจับจ้องอยู่ที่โทรศัพท์ ผมยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงในการรอไอ้เสือเลิกเรียน เราสองคนจึงเลือกมานั่งเล่นที่ใต้ร่มไม้เพราะไอ้กิ้งมันก็รอเมฆมารับเหมือนกัน

“ศรนารายณ์ครูวานเธอหน่อยสิ” อาจารย์คนคุ้นหน้าเดินมาทางผมในมือถือกองเอกสารอยู่กองหนึ่ง ส่วนศรนารายณ์คือชื่อจริงผมเองครับ “ช่วยเอาเอกสารนี้ไปให้อาจารย์ศักดินัยที่คณะแพทยศาสตร์หน่อย”

“ครับได้ครับ” ผมตอบรับก่อนจะยื่นมือไปรับกองเอกสารมาพลางคิดในใจว่าหนักเชี้ย หมดธุระกับผมแล้วคุณท่านก็เดินไปอย่างไม่ใยดี ไอ้กิ้งที่นั่งทำตากะพริบอยู่ตั้งนานจึงพูดขึ้น

“มึงมีรถหรือ คณะแพทยศาสตร์อยู่คนละโยดเลยนะมึง”

ผมเบิกตาโพลง“เออว่ะ”

“โง่เอ๊ย”

“แล้วกูจะไปยังไงวะ”

“เดินดิสัส”

“มึงจะไปเป็นเพื่อนกูหรือ”

“เออ”

จบคำมันก็นำลิ่วๆไป ผมเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไกลก็ไกลหนักก็หนัก กว่าจะมาถึงคณะแพทยศาสตร์งี้กูแทบจะเป็นลม ตึกสูงใหญ่กว่าตึกคณะผมถึงสองเท่าตั้งเด่นตระง่าอยู่ตรงหน้า ตัวอักษรใหญ่สีขาวเขียนเอาไว้ตัวโตว่า ‘คณะแพทยศาสตร์’ คณะรวมคนเก่งโคตรพ่อโคตรแม่ เก่งบรรลัย ไอ้กิ้งพาผมมานั่งพักใต้ตึกมันเดินไปซื้อน้ำสองขวดแล้วเผื่อแผ่มาให้ผมขวดหนึ่ง

“ร้อนเหี้ยยยยย” ผมว่าพลางเทน้ำที่เหลือใส่หน้า

“บ่นๆ เดินแค่นี้ทำเป็นสำออยกูเป็นกระเทยกูยังไม่บ่น”

“ดูหุ่นมึงด้วยดิสัส” หุ่นไอ้กิ้งเหมือนผู้ชายทั่วไปออกจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำ

“ย่ะ!” มันสะบัดหน้าหนีทำงอน เหอะๆ กูไม่ง้อมึงหรอก ผมนั่งพักอยู่ประมาณสิบนาทีจึงลุกขึ้น แต่ปัญหาก็เกิดอีกครั้งเพราะดันเสือกไม่รู้ว่าอาจารย์ศักดินัยอะไรนี้สอนอยู่ที่ไหน ข้อมูลที่ได้มาก็มีแค่คณะแพทยศาสตร์นี้หว่า ผมนั่งเกาหัวแกรกๆมองหน้าไอ้กิ้งมันเดิม มันกระฟัดกระเฟียดกำลังจะบ่นก็มีเสียงทุ้มขัดขึ้นมาก่อน

“อ้าวธาม…”บุรุษปริศนาผู้นี้คือเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมของผมเอง “มาได้ไงวะ” ร่างสูงถาม มันชื่อธัญ ผมจำมันได้เพราะเคยอาศัยการบ้านยามเช้าของมันมาคอปปี้อยู่หลายครั้งหลายครา ประเด็นคือมันเก่งแถมหล่อด้วยแหละ

“เอาเอกสารมาให้อาจารย์ศักดินัย”

ไอ้ธัญพยักหน้ารับรู้

“แต่คือกูไม่รู้ว่าอาจารย์เขาสอนห้องไหนไง”

“อ๋อ” มันลากเสียงยาว “มาดิเดี๋ยวกูพาไป”

ผมหอบเอกสารยื่นหันอีกครั้ง หันหน้าไปมองไอ้กิ้งประมาณว่ามึงจะไปด้วยไหม แต่ไอ้กิ้งกลับส่ายหน้ารัวๆ ผมพยักหน้ารับไม่ว่าอะไรต่อ

“เป็นไงบ้างวะไม่เจอกันนาน”

“ก็ดี ปีหนึ่งมันไม่ค่อยมีอะไรมาก โคตรว่างอ่ะมึง” ไอ้ธัญ้ตอบส่วนผมขมวดคิ้วสงสัยทันที

“อ้าว เรียนแพทยศาสตร์ไม่หนักหรือวะ”

“ก็หนักแต่ไม่มากเพราะอยู่ปีหนึ่งไง หนักสุดช่วงพี่ปี 3 ขึ้นไปนู้น”

“ทีไอ้เสือมันเรียนมันยังเหมือนชิวๆอยู่เลย” ประโยคนี้ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่สงสัยไอ้คนที่เดินข้างๆมันจะหูดี ไอ้ธัญหันหน้ามามองผมแบบแปลกๆ คล้ายคนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง

“กูว่าจะถามมานานแล้ว…”

“หือม์”

“มึงกับพี่เสือ”

“…”

“คบกันหรือวะ ?”

จบประโยค บริเวณนั้นก็เหมือนจะเงียบลงแบบดื้อๆ ไอ้ธัญมันหยุดเดินแล้วหันหน้ามามองผมแบบจริงจัง ผมก้มหน้าลง รู้สึกถึงแรงสั่นของไหล่ตัวเองก่อนจะ

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

ขำกลิ้ง ขำจนจุกที่ท้องไปหมด ไอ้ธัญหน้าเสียมันเกาหัวตัวเอง ทำหน้าไม่เข้าใจอย่างรุนแรง

“ขำเหี้ยไรวะ มึงตอบกูมาก่อนดิ”

“ป…เปล่า” ผมหายใจแรง ยกมือเบรกเพราะจุกที่ท้อง ยืนขึ้นแล้วเงยหน้าถามมันกลับ

“มึงรู้ไหมว่าวันนี้มีคนถามประโยคนี้กับกูมาหนึ่งคนแล้ว มึงเป็นคนที่สอง”

“กูจะรู้ไหม มึงตอบกูมาดิ”

“กะ… ก็เปล่ายังไม่ได้คบกันหรอก” ผมบอกไปตามความจริง “แต่ก็ไม่แน่นะ”

“สรุปยังไงวะ”

“ก็ยังไม่ได้คบกันไง”

“เฮ้ย! แต่ที่คณะกูพี่เขาทำท่าหวงมึงมากเลยนะเว้ย”

ผมขมวดคิ้วยืนงง “ยังไงอ่ะ”

“ก็แบบ…”

“ตี้” ไอ้ธัญยังพูดไม่จบเสียงมันก็โดนขัดขึ้นมาอีก สรรพนามตี้ที่ใช้เรียกผมก็คงจะมีคนเดียว ไอ้เสือนั้นแหละครับ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเงียบ ในมือมันถือหนังสืออยู่คาดว่าพึ่งจะเลิกพอดี มือหนามาฉุดแขนผมไปอยู่ข้างมันแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ทำไมมาที่นี้”

“อ๋อ เอาเอกสารมันให้อาจารย์ศักดินัย”

มันปรายตามองแล้วฉกฉวยเอาเอกสารกองใหญ่ไปใส่ไว้ในมือของไอ้ธัญที่ยังทำหน้างง “กูฝาก” มันว่า

ไอ้ธัญพยักหน้ารับบอกครับๆก่อนจะเดินหลีกออกไปทันที ผมชะโงกหน้ามองตามหลังมันจนสุดสายตาก่อนจะโดนมือหนาบีบปลายคางให้กลับมามองหน้าไอ้เสือ “เจ็บเสือเจ็บ”

“เลิกนานแล้วหรือ ทำไมไม่โทรบอก”

“นานแล้ว 2 ชั่วโมงก่อน กูกลัวมึงเรียนอยู่ไง”

“กูจะให้คนไปรับมึงแทน”

“ยุ่งยากเปล่าๆน่า” ผมเบะปากจะประคบประงมอะไรนักหนาแค่นี้ก็สบายจนไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว “หิว วันนี้กินข้าวนอกบ้านนะ ไปกินอาหารญี่ปุ่นกัน”

เสือไม่พูดแต่พยักหน้าเป็นการตอบรับ มันก้มลงจูบหน้าผากผมทีหนึ่ง

“พอมีเมียนี้อ่อนโยนขึ้นเยอะเลยนะมึง” เสียงแหลมๆดังขึ้นผมผลักไอ้เสือออกทันที เจ้าของเสียงเป็นผู้ชายรูปร่างสูง ใบหน้าหล่อเหลาแบบอันตราย ดิบๆเถื่อนๆทำให้ใจสั่นหวั่นผวาชอบกล ด้านหลังมีพี่พังค์ยืนอยู่

“สวัสดีครับ” ผมไหว้พี่เขาแทบไม่ทัน คาดว่าพี่คนนี้คงจะเป็นพี่บอลหนึ่งในแก็งของเสือ

“หวัดดีไอ้น้อง” พี่บอลรับไหว้ถือวิสาสะพาดแขนลงบนไหล่แล้วดึงตัวผมให้ไปใกล้พี่เขาด้วย ไอ้เสือทำหน้าไม่พอใจแต่ไม่พูดอะไรตามสไตล์มัน เห็นดังนั้นคราวนี้พี่เขาจึงเลื่อนมือลงไปที่เอวผมแล้วตะโกนเสียงดัง “เชี้ย! หุ่นโคตรเอ็กซ์เลยสัส”

…ไอ้เสือจับผมออกมาแทบไม่ทัน

“โอ๊ะโอ ห่วงขนาดนี้เลยหรือวะ คู่ควงมันก่อนมึงยังให้กูใช้ด้วยอยู่เลย”

คราวนี้เป็นผมที่ส่งสายตาไปมองมันแบบดุๆ หมายความว่ายังไงห้ะเสือ!!!!

“พวกมึงสองคนพอเลย น้องธามกูโกรธแล้วเห็นไหม” พี่พังค์เป็นคนหยุดสถานการณ์ มือหนาลากผมออกมาจากตรงกลางไอ้เสือและพี่บอล

“นั้นแค่คู่ควง” เสือเริ่มพูดต่อ

“แล้วนี้แค่อะไร” พี่บอลชี้นิ้วมาทางผม

“อันนี้เมีย”

ไอ้เสือตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง บรรยากาศเงียบไป พี่แกทำหน้าตกใจอยู่นานแล้วร้องขึ้น “เหยด ท่าจะจริงจังจริงๆวะคนนี้”

“เออ”

…เชี่ย กูเขิน

ผมเม้มปากพยายามยิ้มในใจแต่เหมือนจะปกปิดเอาไว้ไม่อยู่ “ยิ้มเลยน้องกู”

“มานี้มะ” ไอ้เสือกวักมือเรียกผมเข้าไปหาแล้วรวบตัวผมเข้าไปกอดแน่นๆ มันเลียที่ติ่งหูผมเบาๆแต่เสียววาบลงไปถึงไข่ เราสองคนบอกลาพี่บอลและพี่พังค์ (เอาจริงๆผมเป็นคนพูดเสือมันเงียบ) แล้วขอแยกตัวออกมาก่อนเพราะกะเพราะน้อยๆของผมเริ่มดังโครกครากไม่หยุด คือหิวไง

เห็นดังนั้นเสือมันเลยเบิ่งรถออกจากมหา’ลัยถึงห้างสรรพค้าชื่อดังโดยใช้เวลาเพียงสิบนาที ตอนแรกผมว่าจะทานอาหารญี่ปุ่นแต่คิดไปคิดมาแล้วไม่ดีกว่า เลยเดินจูงมือมันมองหาร้านน่ากินในห้างไปเรื่อยๆก่อนจะสะดุดตาเข้ากับคาเฟ่บรรยากาศน่ารักๆร้านหนึ่ง อารมณ์อยากกินของหวานก็พุ่งพรวดขึ้นมาทันที ทั้งๆที่พึ่งกินไปหยกๆกับไอ้กิ้ง ผมจะจูงมือเสือเดินไปแต่มันมองผมตาขวางประมาณว่า ‘ห้ามไปนะมึง’

“อยากกินอ่ะ” ผมมองมันตาแป๋วหวังว่ามันจะใจอ่อนลงบ้าง

“กินข้าวก่อน แล้วค่อยกินของหวาน”

“แต่ว่า…”

กูอยากกินของหวานก่อนนี่

“ท้องร้องเสียงดังแล้ว”

ผมเบะปากพยักหน้าตกลงขี้เกียจเถียง ก่อนจะโดนลากไปยังร้านสเต็กซ์ราคาแพงหูฉี่ร้านหนึ่ง มองราคาบนรายการอาหารกูก็แดกไม่ลงแล้ว เสือเลิกคิ้วเห็นผมไม่สั่งมันเลยจัดการสั่งให้ซะเลย พออาหารมาปุ๊บผมนี้ก็รีบสวาปามให้หมดทันที (อยากไปคาเฟ่มาก) ไอ้เสือมันเหลือบมองแล้วหัวเราะเบาๆในลำคอเหมือนกลัวผมได้ยิน แต่ขอโทษเถอะ แหม… คิดว่าไม่เห็นหรือไง!!

“เสือเร็ว”

“อยากขนาดนั้น”

“มาก”

“งั้นไปก่อนไป”

ผมยังไม่ได้ตอบเท้าก็ใช้สกิลโก่ยสุดตีนมายังร้านจุดหมาย สองมือผลักประตูบ้านเล็กเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง พี่พนักงานผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินมาต้อนรับ ผมชูสองนิ้วเป็นอันเข้าใจว่าสองที่นั่ง ร่างสูงผายมือไปยังมุมเล็กแต่เป็นส่วนตัว เรียบง่ายและดูคลาสสิกดี ผมยิ้มรับเดินไปวางของไว้บนโต๊ะแล้วไปสั่งเค้กที่หน้าเคาน์เตอร์แทนที่จะให้พนักงานมาบริการ สาเหตุคือกูอยากกินมากเลยตอนนี้ ผมยืนจิ้มรายการชนิดที่ว่าพนักงานเขียนไม่ทัน ไม่สนด้วยว่าราคาเท่านั้นเพราะไม่ได้จ่ายเอง (ว่ะฮะฮะ) ไม่ลืมสั่งน้ำเพื่อไอ้เสือด้วยคิดว่ามันคงไม่กินเค้กแน่ๆ

พอพี่หน้าเคาน์เตอร์ทวนรายการที่สั่ง ร่างสูงก็เปิดประตูร้านเข้ามาพอดี ออร่าความหล่อก็มันพุ่งกระจายจนคนทั้งร้านหันไปมองมันประหนึ่งเป็นจุดรวมสายตา ผมเห็นผู้หญิงหลายคนแอบกรี๊ดเบาๆส่วนผู้ชายก็ทำหน้าหมั่นไส้ใส่ เสือมันไม่สนใจตรงเดินดิ่งมาทางผม ก้มลงมองบิลแล้วเลิกคิ้วขึ้นคล้ายแปลกใจ

“กินหมด ?”

ไม่แปลกที่จะถาม เพราะผมสั่งแบบเหมาทุกเมนูของทั้งร้าน

“ไม่หมดก็ห่อไง”

“หึ!” มือหนามาขยี้ผมของผมไปมาก่อนจะรวบเอวเดินไปรอเค้กที่ที่นั่ง เสือมันให้ผมนั่งอยู่ข้างเดียวกับมันแถมยังเบียดเข้ามาจนผมจะไปนั่งเกยบนตักแกร่งนั้นอยู่ละ ผมหยิกที่แขนมันไปแรงๆทีหนึ่งแต่กลับไม่สะทกสะท้าน ผมรอเค้กอยู่นานเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบโทรศัพท์หรูขึ้นมาเล่นเกมเพื่อฆ่าเวลา แต่โทษเกมที่มันมันส์ไปหน่อย พอเค้กมาแล้วผมก็เมินเฉยต่อมันไปทันทีเพราะติดทำภารกิจในเกมอยู่

“สั่งมาทำไมไม่กิน”

“ติดภารกิจอยู่ เสือป้อนหน่อย”

ปากว่าตาจ้องอยู่ที่โทรศัพท์ เสือมันก็ไม่ว่าอะไรมือหนายกถ้วยเค้กขึ้นมาตักพอดีคำแล้วจ่อปากผม ผมอ้าปากรับทันที รสชาติหวานละมุนติดปลายลิ้นมีกลิ่นใบเตยอ่อนๆ คาดว่าจะเป็นเค้กใบเตยละมั้ง เล่นไปกินไปจนภารกิจสำเร็จลุล่วงผมจึงกดออกจากแอพ เอนหัวซบไหล่กว้างกดเข้าแอพอื่นเล่นไปเรื่อยๆ

“อือ อิ่มแล้ว”

“เอาอันนี้ให้หมด จะหมดแล้ว”

“อือไม่ อิ่มแล้ว”

ผมส่ายหน้าตายังมองโทรศัพท์แต่ที่บอกว่าอิ่มคือเรื่องจริงนะครับ เสือละความพยายามที่จะบังคับให้ผมกินต่อ มันถามว่าอิ่มแล้วหรือยังเมื่อผมพยักหน้าไม่พูดอะไรจึงเดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์พร้อมบอกให้เขาห่อกลับบ้านให้หน่อย ผมชะโงกคอมองรู้สึกปวดฉี่หน่อยๆ

“เสือ ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“ครับ”

ได้รับการอนุญาตแล้วจึงเดินออกจากร้าน แต่มือยังเล่นโทรศัพท์เหมือนเดิม เหลือบมองทางกันไม่ให้ชนคนอื่นจนมาถึงห้องน้ำ แล้ว…

ตุบ!

“โอ๊ย ขอโทษครับ” ผมร้องเจ็บและก้มหัวขอโทษเล็กน้อยเมื่อดันเดินไปชนคนอื่นจนได้ ผมก้มจนรู้สึกว่าเขาเดินผ่านไปแล้วจึงค่อยผงกหน้าขึ้นมา ทันใดนั้นความรู้สึกคุ้นเหมือนเคยเจอกันที่ไหนก็ประดังเข้ามาจนผมต้องเหลียวหลังกลับไปมองดู

เขาเป็นผู้ชายร่างสูง ใส่เสื้อแจ็กเกต กางเกงยีนส์ รูปร่างดีแค่มองด้านหลังยังรู้เลยว่าด้านหน้าต้องหล่อ

แต่ว่า… แผ่นหลังแบบนั้น

เหมือนไอ้เสือชะมัดเลย

“ตี้”

“…”

“ตี้”

“…”

“ตี้ครับ”

“อ๊ะ”ผมสะดุ้งเฮือกจากแรงกอด กระพริบตาแล้วหมุนหน้าไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่ห่างกันแค่คืบ

“เหม่ออะไร”

“อ๋อ ป…เปล่า” ผมตอบด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เราออกจากห้างมาถึงคอนโดแล้วครับแต่ผมก็ยังไม่หายสงสัยอยู่ดีอ่ะ

“อาบน้ำได้แล้ว” เสือว่า “ดึกแล้ว”

“อือ” ผมพยักหน้า ถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปเพื่อไปอาบน้ำแต่โดนจับตัวเอาไว้ก่อน “ปล่อยดิ”

ร่างสูงไม่ตอบ ลิ้นร้อนก้มเลียไปตามคอจนผมหน้าร้อนวูบวาบ

“วันนี้ขอนะ…”

“ไม่!”ผมปฏิเสธอย่างรู้ทัน “หลายวันแล้ว วันนี้งด ง่วงมาก”

“นิดเดียว”

“คราวก่อนก็ว่าแบบนี้” แล้วมึงก็ล่อไปห้าครั้งไง “ไม่เอา งดนะ”

เสือถอนหายใจ มันกัดปากเหมือนอดทนพูด “ครับ ก็ได้”

ผมหัวเราะหึในลำคอก่อนจะเดินจากมันมาอาบน้ำ น้ำเย็นๆช่วยคลายความขี้สงสัยของผมไปพักหนึ่ง ก่อนจะรีบอาบน้ำใส่เสื้อผ้าให้เสร็จเพราะไอ้เสือตะโกนเข้ามาว่ารีบอาบเดี๋ยวเป็นหวัด หลังจากนั้นผมก็นอนเล่นโทรศัพท์ รอเสือมันอาบน้ำเสร็จจะได้นอนพร้อมกัน จนมือนานปิดไฟแล้วผลักผมให้นอนลงไปกับเตียง

“นอนได้แล้ว ดึกแล้ว”

มันผลักผมลงแต่ตัวเองเอาหัวพิงผนังจะสูบบุหรี่อีกแล้ว

ผมบรือตาที่ว่าง่วงนะคือความจริง

“เสือ”

“หือม์”

“ที่ห้าง วันนี้มึงได้ไปเข้าห้องน้ำหรือเปล่า” ยังไงก็คงไม่ใช่แต่ขอให้กูได้ถามเถอะ

ถึงจะมืดแต่ผมเห็นคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแบบมัวๆเพราะตากำลังจะปิดแล้ว

“ไม่นี่”

“หรือ”

“…”

“วันนี้กูเห็นคนที่เหมือนมึงมากเลย”

“…”

“แค่มองด้านหลังเองนะ แต่โคตรเหมือน”

“…”

“ไม่ใช่ก็ดีแล้ว”

ผมว่าก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไป

ตี้หลับไปแล้ว

นัยน์ตาสีครามเข้มมองร่างเล็กในความมืด มือหนาจับผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เข้าที่ ก่อนจะสูบบุหรี่ต่อพลางใช้ความคิดกับตนเองอย่างหนักมากกว่าทุกที

กลับมาแล้วสินะ

คนๆนั้น



อย่าลืมติดแท็ค  เสือธามเมียหมอ

ในทวิตเตอร์นะคะ อย่าลืมไปกดไลค์เพจด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น