ป้าลูกหนึ่ง

ลองแตกแบบวัยรุ่น...ยังไม่รู้จะลอดหรือเปล่า

การเดินทางที่แสนจะวุนวาย..มั้ง รีอัพ

ชื่อตอน : การเดินทางที่แสนจะวุนวาย..มั้ง รีอัพ

คำค้น : นิยายวาย กำลังภายใน ย้อนยุค ฮาเร็ม ชาย แฟยตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 12:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การเดินทางที่แสนจะวุนวาย..มั้ง รีอัพ
แบบอักษร

 

ป้ายประจำตัวของน่านฟ้า 

 

ป้ายประจำตัวสายนที 

 

ป้ายประจำตัวแดนดิน 

 

รถม้าโดยสาร 

.... 

น่านฟ้า แดนดิน  สายนที 

พวกเราตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีสี่เพื่อเตรียมตัวเดินทางขึ้นรถม้าประจำทางโดยสารไปยังเมืองฟูเหยา 

แดนดินได้ไปขอร้องเถ้าแก่โรงเตี๊ยมขอใช้ครัวเพื่อทำอาหารสำหรับเดินทางไกลในครั้งนี้ 

แน่นอนว่าเสียเงินสองตำลึงสำหรับค่าวัตถุดิบ   ใกล้ตีห้าอาหารและคนก็พร้อมเดินทาง 

"พวกท่าน  หากจะเดินทางโดยรถม้าหรืออกต่างเมือง อย่าลืมป้ายประจำตัวต้องมีพกกับตัวตลอดเวลา  พวกท่านเตรียมมาแล้วใช่หรือไม่  ข้าขอแนะนำว่าให้เลี้ยวตรงมุมถนน จะเจอรถม้าจอดอยู่   ตรงนั้นมีที่เดียวที่ไปเมืองฟูเหย้า  ท่านต้องแสดงป้ายแล้วจ่ายเงินคนละห้าตำลึงเงิน สำหรับเดินทาง" 

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมบอกอย่างเป็นห่วงชายหนุ่มบอบบางสามคนเดินทางไกลมันอันตรายมาก 

"อ๊ะ!  มึงป้ายประจำตัว เนี่ย มันคืออะไรวะคือกูไม่เคยเห็นเจอแต่ไอ้ป้ายที่คล้ายๆเกียร์วิศวะ" 

ว่าแล้วน่านฟ้า 

ก็ชูแผ่นหยกสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่าเหรียญสิบ 

รูปร่างวงกลมมีขอบหยักสี่เหลี่ยมโดยรอบ ตรงกลางสามารถหมุนได้  ด้านหนึ่งสลักคำว่าลู่   อีกด้านสลักลายเสือคำราม 

 ด้านล่างห้อยพู่สีทอง ออกมาโชว์ให้สายนทีและแดนดินดูเพราะเจออยู่ในตัวของน้องลู่ 

 คาดว่าจะสำคัญเลยเก็บเอาไว้ 

"น่าจะใช่นะ  ของกูก็มี" 

ว่าแล้วสายนทีก็ล้วงเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะควักหยกสีแดงออกมา 

ลักษณ์เป็นวงกลมหยักสีเหลี่ยมโดยรอบ แต่ตรงกลางเป็นสัญลักษณ์ลูกศรหมุนได้ 

ด้านหนึ่งสลักคำว่าเทียน  อีกด้านสลักรูปเหยี่ยวสยายปีก 

ด้านล่างประดับพู่สีดำ 

" แล้วของมึง ไอ้ดิน" 

" อืม  นี้ไง" 

แดนดินหยิบสายสร้อยออกมาจากคอเสื้อ 

หยกทรงกลมสีเขียวโดยรอบเป็นสีเหลี่ยมหยักเช่นกัน 

แต่ตรงกลางที่หมุนได้กลับเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายปิ๊คกีตาร์ ด้านหนึ่งสลักคำว่าเฟิง 

อีกด้านสลักรูปกระเรียนเล่นน้ำ ด้านล่างมีพู่เล็กสีม่วงที่โดนหั่นสั้น 

"ใช่อันนี้ไหมเถ้าแก่...(x3)" 

"ใช่แล้ว  หะ หา   พะพวกเจ้าไม่ใช่พวกท่าน 

ข้าน้อยมีตา หามีแววไม่ขอ ท่านทั้งสามโปรดอภัย" 

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมถึงกับเข่าทรุดขอขมา 

 สร้างความงุนงงแก่สามแสบ 

แต่จะให้คนอายุคราวพ่อมาก้มโขกหัวแบบนี้นรกจะกินกบาลไหม  เนี่ย    เป็นแดนดินที่เข้าไปพยุงร่างของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมขึ้นมา 

"เถ้าแก่อย่าทำแบบนี้เลย  พวกข้าอายุจะสั้นเปล่าๆ พวกข้าขอลาขอบคุณสำหรับคำแนะนำ"แดนดินกล่าวลา 

" 

Bye  Bye" 

"มึง  ไอ้น่านเถ้าแก่จะเข้าใจที่มึงพูดไหม 

 ไปนะเถ้าแก่" 

น้ำจับคอเสื้อน่านฟ้าที่กำลังโบกมือหย่อยๆ 

 ลากออกจากโรงเตี๊ยม 

ตามแดนดินที่เดินออกไปแล้ว ห่างออกมาเล็กน้อยการกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของคนทั้งหกคนที่สุ่มอยู่ตามจุดต่างๆ 

  

"ไอ้เหี้ยฟ้า...มึงพูดอะไรคิดนิดหนึ่ง  นี่มันจีนโบราณ  ดันเสือกพูดภาษาประกิต   ไอ้ควาย" 

น่านฟ้าแคะขี้หูที่กำลังเต้นระบำเพราะเสียงของไอ้น้ำที่ตะโกนอยู่ข้างหู 

"ตะโกนหาผัวมึงเหรอ  ห่า  ขี้หูกูร่วงแล้ว  เนี่ย" 

หลังจากสามแสบลับสายตา 

เถ้าแก่ถึงกับปาดเหงื่อที่ซึมออกมาอย่างกับน้ำตก จนเด็กภายในร้านถามอย่างสงสัย 

"เจ้าไม่เห็นหรือไง  หยกพกที่ระบุตัวตนนั้น 

สีขาวลายเสือผงาดหมายถึงเชื้อพระวงค์ชนชั้นสูง 

 ยิ่งพู่สีทองหมายถึงเชื้อพระวงค์ใกล้ชิด  เช่นชินอ๋องหรือองค์ชาย เหล่าชายา  สนม  อนุทั้งหลาย 

หยกเขียวลายกระเรียนหมายถึงชนชั้นขุนนาง 

พู่สีม่วงที่ประดับบ่งบอกว่าระดับเสนาบดี 

หยกสีแดงลายเหยี่ยวสยายปีกหมายถึงเหล่าแม่ทัพ 

ยิ่งพู่สีดำหมายถึงแม่ทัพใหญ่  เกือบไปแล้ว 

" 

"รถม้านั้นใช่ไหมะ" 

แดนดินชี้ไปที่รถม้าทรงเหมือนย่อขนาดบ้านแบบจีนมาแล้วติดล้อหน้าหลัง 

ขนาดเท่ารถตู้ 

ด้านหน้ามีสัตว์ลักษณะคล้ายม้า 

แต่ใหญ่กว่าถึงสองเท่า ใต้คางมีเคราสีดำปิดหน้าอก หัวด้านบนมีเขาเหมือนกวาง 

หูกางกว้างเหมือนคีบปลาปลายจมูกที่ยื่นออกมามีหนวดเหมือนปลาดุก 

"เป็นความลงตัวที่ขัดแย้งสุดๆ  ห่าถ้ามีหางเป็นปลา 

 กูว่า ม้านิลมังกร ชัวร์  ฟันธง" 

สองคนที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไร 

ข้อโต้แย้ง  เดินมุ่งหน้าไปที่โต๊ะของผู้ชายที่อยู่ข้างรถม้า 

 ซึ่งมีคนต่อแถวอยู่สามสี่คน  แต่ละคนปกปิดใบหน้าด้วยงอบติดมุ้งผ้าบางสีดำจนเห็นเพียงรางๆว่าเป็นสตรีแน่นอนจากรูปร่าง 

คงไม่มีบุรุษที่ไหนมีหน้าอกยื่นออกมา  เนอะว่าไหม.. . 

หลังจากเห็นคนทั้งสี่หายเข้าไปด้านในรถม้า 

สามแสบจึงเข้าไปสอบถามจากคนขายตั๋วที่นั่งสูบปล้องยาอย่างสบายอารมณ์ 

"ไปเมืองฟูเหยา   สามคนเท่าไหร่  กี่วันถึง แวะพักที่ไหนบ้าง" 

แดนดินยิงเป็นชุด   สองแสบยกนิ้วโป้งให้ไปหนึ่งที  

"พวกเจ้าไม่เคยไปสินะ  คนละ5ตำลึงเงิน สามคนสิบห้าตำลึง ใช้เวลาเดินทางสิบวัน แวะพักสองแห่งเพื่อให้เจ้าเซ็กเทาพัก 

จะไปไหม" 

เสียงจากใต้หมวกติดมุ้งถามอย่างหงุดหงิด 

 ชิ  แค่นี้ทำเป็นหงุดหงิดเดี๋ยวแอบถอดล้อเอาไปขายเลยดีไหม 

 น่านฟ้าได้แต่คิดถูกมือถูกไม้อย่างหมั่นไส้สุดๆ 

"ตกลง   เงินสิบห้าตำลึง" 

นายคนนั้นรับเงินไปแล้วเปิดประตูรถม้าออก 

 ทันทีที่เปิดประตูรถม้า เสียงพูดคุยหลายเสียงก็ดังขึ้น 

เหมือนในรถม้าจะมีคนพูดคุยกันอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบ ยี่สิบคน 

"ไอ้แดน รถคันแค่นี้ทำไมเสียงคนมันถึงได้เยอะ จังวะ" 

สายนทีสงสัยสะกิดถามแดนดินที่กำลังขมวดคิ้วอย่างฉงนสงสัย 

"มึงจำแฮรี่พอลเตอร์ได้ปะ ไอ้กระโจมที่ภายนอกดูธรรมดา แต่ด้านในกว้างมาก..กูว่าด้านในน่าจะเป็นแบบนั้น..เข้าไปกันเถอะ" 

แดนดินก้าวเข้าไปด้านใน 

ตามด้วยสายนทีและน่านฟ้าทั้งสามหยุดยืนอย่างตะลึงกลางห้องโดยสาร 

ที่ภายในมีคนกำลังนั่งจิบชากินขนมบนพื้นพรมนุ่มอยู่หลายโต๊ะนับคราวๆประมาณสิบโต๊ะ  ผนังที่เห็นจากด้านนอกนั้น 

ด้านในเป็นประตูห้องนับสิบห้องเรียงกันอยู่ด้านหนึ่ง 

อีกด้านที่ติดประตูที่เปิดเข้ามา เสี่ยวเอ้อ ยืนอยู่หลังโต๊ะสำหรับเตรียมน้ำชาและอาหาร 

ด้านท้ายรถเขียนว่าห้องสุขาและห้องอาบน้ำแยกชายหญิง.. 

"โอ้..ยิ่งกว่าแฮรี่อีกมึง...อันนี้มันเรียกโค ตะ ระ แฮรี่แล้ว" 

เสียงของน่านฟ้าที่กำลังตะลึงมองซ้ายมองขวาเหมือนเด็กน้อย 

"ยิ่งกว่าที่กูคิดอีกไอ้ดิน  แฟนตาซีสุดๆ 

มึง" 

สายนทีเช่นกันที่ตื่นเต้นตาวาวเขาชอบเรื่องพวกนี้มากที่สุด 

"อืม   หลุดโลกสุดๆ" 

แดนดินผู้ไม่ค่อยแยแสโลก 

 ยังต้องออกปากพูดออกมา  

  

ทั้งสามไม่ได้สนใจสถานการณ์โดยรอบที่ตอนนี่เงียบกริบ 

ทุกคนหันมามองที่สามคนเป็นตาเดียวแอบซุบซิบ  กันไปมา 

"สวยทั้งสามคนเลยวะ.." 

"ผมตัดสั้น  ไม่รู้ว่า  สามีทิ้งหรือญาติตาย" 

"เข้าไปทำความรู้จักดีไหม" 

"เดินทางตามลำพังเสียด้วย" 

นั้นคือหัวข้อสนทนาที่สามแสบไม่ได้ยิน 

มีเพียงสามโต๊ะที่มองอย่างสนใจ 

"ท่านผู้โดยสารทุกท่านรถม้าไปเมืองฟูเหย้ากำลังจะออกเดินทางแล้ว  สำรวจสำภาระ ส่วนห้องพัก มีสิบห้อง ห้องละสามคน ห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกอยู่ท้ายรถ 

อาหารและเครื่องดื่มถามที่เสี่ยวเอ้อได้  แน่นอนส่วนนี้คิดเงินเพิ่มจากค่าเดินทางและที่พักหวังว่าพวกท่านจะพอใจกับการบริการของเรา " 

คนขายตั๋ว 

ประกาศเสียงดังฟังชัดก้องไปทั่วโถงโดยสาร 

"งั้น พวกเราเข้าห้องพักก่อนดีกว่านะ เอาใกล้ห้องน้ำหน่อยเพราะกลางคืนไอ้ฟ้ามันฉี่บ่อยจะได้ไม่ต้องเดินไกล" 

ทั้งสามเห็นพร้อมต้องกันเดินไปสุดทางห้องหมายเลขสิบ 

เพียงผลักประตูเข้าไป กลิ่นของป่าไผ่ก็โชยประทะจมูก 

พร้อมเสียงของไผ่ที่โยกตามแรงลม 

"มึงเปลี่ยนห้องเถอะ  กูกลัวผีโผล่จากต้นไผ่เหมือนหนังที่กูเคยดู" 

น่านฟ้าหน้าซีดนึกถึงผีที่ผูกคอตายใต้ต้นไผ่ 

แค่คิดก็หลอนแล้ว  

"มึงเนี่ยน้า   กลัวไม่เข้าเรื่อง  งั้นห้องติดๆกันนี้หละ" 

สายนทีเปิดผัวะเข้าไปกลิ่นดอกบัวหลวงส่งกลิ่นมาปะทะจมูก 

"อืม  ห้องนี้กูซึ้งรสพระธรรม  บรรลุแล้วกู  สาธุ" 

น่านฟ้ากับสายนทีถึงกับพนมมือไหว้เรียบร้อย 

 แดนดินกลั้นขำจนหน้าแดง  แต่ก็ยังยิ้มทั้งปากทั้งตาอยู่ดี  ทำเอาคนภายในรถที่ได้เห็น 

บ้างยิ้มตามอย่างเหม่อลอย บ้างหน้าแดงกับรอยยิ้มทีเผลอ ของแดนดิน 

หึ   ไม่ใช่จะเห็นแดนดินยิ้มบ่อยๆเสียที่ไหน  (น่านฟ้าและสายนทีกล่าวไว้)ทั้งสามก้าวเข้าด้านในแล้วปิดประตูตามทันทีความโกลาหลก็เกิดขึ้น 

"ข้าจะอยู่ห้องข้างๆคนสวย" 

"ข้าจะเอาห้องนี้" 

"หน้าปลาจวดอย่างพวกเจ้าอย่างหวัง" 

"งั้นมาแข่งงัดข้อกันว่าใครจะได้ห้องข้างทั้งสองห้อง" 

และแล้วกลางโถงก็กลายเป็นเวทีของเหล่าผู้กล้าที่ประลองกำลังเพื่อชิงห้องข้างสามหนุ่มที่หลงเข้ามา 

สามแสบไม่ได้ล่วงรู้ถึงการแก่งแย่งด้านนอก  ต่างกินอาหารที่เตรียมมา แล้วนอนหลับพักผ่อนก่อนจะเตรียมอาบน้ำตอนเย็นและผู้ที่ได้ห้องไม้ไผ่คือกลุ่มของคนชุดดำแดงที่สวมหมวกงอบสีดำที่สามแสบเห็น กับกลุ่มของคนชุดฟ้าขาวที่สวมหน้ากาก ได้ห้องอีกด้านหนึ่ง  ส่วนที่เหลือต่างกัดฟันอย่างเสียดาย ..... 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}