ป้าลูกหนึ่ง

ลองแตกแบบวัยรุ่น...ยังไม่รู้จะลอดหรือเปล่า

การเดินทางที่แสนจะวุนวาย..มั้ง

ชื่อตอน : การเดินทางที่แสนจะวุนวาย..มั้ง

คำค้น : นิยายวาย กำลังภายใน ย้อนยุค ฮาเร็ม ชาย แฟยตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2561 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การเดินทางที่แสนจะวุนวาย..มั้ง
แบบอักษร

ป้ายประจำตัวของน่านฟ้า

ป้ายประจำตัวสายนที

ป้ายประจำตัวแดนดิน

รถม้าโดยสาร

......

สายนที..แดนดิน..น่านฟ้า..

ตื่นขึ้นตั้งแต่ตีสี่เพื่อเตรียมตัวเดินทางขึ้นรถม้าประจำทาง..

โดยที่แดนดินได้ไปขอร้องเถ้าแก่โรงเตี้ยมขอใช้ครัวเพื่อทำอาหาร ไว้สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ แน่นอนว่าเสียเงินสองตำลึงสำหรับค่าวัตถุดิบ.....

ใกล้ตีห้าอาหารและคนก็พร้อมเดินทาง... 

"พวกท่าน...หากจะเดินทางโดยรถม้าหรือออกต่างเมือง อย่าลืมป้ายประจำตัวต้องมีตลอดเวลา..พวกท่านเตรียมมาแล้วใช่หรือไม่..ข้าขอแนะนำว่าให้เลี้ยวตรงมุมถนน จะเจอรถม้าจอดอยู่...ตรงนั้นมีที่เดียว..ท่านต้องแสดงป้ายแล้วจ่ายเงินคนละ5ตำลึง สำหรับเดินทางไปเมืองเหิงเยว์.."

เถ้าแก่โรงเตี้ยมบอกอย่างเป็นห่วง...ชายหนุ่มบอบบางสามคนเดินทางใกล้มันอันตราย

"อ๊ะ!..มึงป้ายประจำตัวเนี่ยมันคืออะไรวะ..คือกูไม่เคยเห็นอ่ะ..เจอแต่ไอ้เนี่ยที่คล้ายๆเกียร์วิศวะ.."

ว่าแล้วน่านฟ้า ก็ชูแผ่นหยกสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่าเหรียญสิบ รูปร่างวงกลมมีขอบหยักสี่เหลี่ยมโดยรอบ ตรงกลางสามารถหมุนได้ด้านหนึ่งสลักคำว่าลู่..อีกด้านสลักลายเสือคำราม..ด้านล่างห้อยภู่สีทอง..ออกมาโชว์ให้สายนทีและแดนดินดูเพราะเจออยู่ในตัวของน้องลู่..คาดว่าจะสำคัญเลยเก็บเอาไว้ 

"น่าจะใช่นะ..ของกูก็มี"

ว่าแล้วสายนทีก็ล้วงเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะควักหยกสีแดงออกมา ลักษณ์เป็นวงกลมหยักสีเหลี่ยมโดยรอบ แต่ตรงกลางเป็นสัญลักษณ์ลูกศรหมุนได้ ด้านหนึ่งสลักคำว่าเทียนอีกด้านสลักรูปเหยี่ยวสยายปีก ด้านล่างประดับพู่สีดำ..

"แล้วของมึงอ่ะไอ้ดิน"

"อืม..นี้ไง"

แดนดินหยิบสายสร้อยออกมาจากคอเสื้อ หยกทรงกลมสีเขียวโดยรอบเป็นสีเหลี่ยมหยักเช่นกัน แต่ตรงกลางที่หมุนได้กลับเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายปิ๊คกีตาร์ ด้านหนึ่งสลักคำว่าเฟิง อีกด้านสลักรูปกระเรียนเล่นน้ำ ด้านล่างมีพู่เล็กสีม่วงที่โดนหั่นสั้น 

"ใช่อันนี้ไหมเถ้าแก่...(x3)"..

"ใช่แล้ว..หะ..ห๊า...พะพวกเจ้า...ไม่ใช่...พวกท่าน ข้าน้อยมีตา หามีแววไม่ขอ ท่านทั้งสามโปรดอภัย"

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมถึงกับเข่าทรุดขอขมา. สร้างความงุนงงแก่สามแสบ แต่จะให้คนอายุคราวพ่อมาก้มโขกหัวแบบนี้..นรกจะกินกบาลไหมเนี่ย...

เป็นแดนดินที่เข้าไปพยุงร่างของเถ้าแก่โรงเตี้ยมขึ้นมา

"ท่านอย่าทำแบบนี้เลย..พวกข้าอายุสั้นเปล่าๆ...พวกข้าขอลา..ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ"

"see you. ... Bey..bey.."

"มึง..ไอ้น่านเถ้าแก่จะเข้าใจที่มึงพูดไหม..ไปนะเถ้าแก่"

นทีจับคอเสื้อน่านฟ้าที่กำลังโบกมือหย่อยๆลากออกจากโรงเตี้ยม ตามแดนดินที่เดินออกไปแล้ว. ห่างออกมาเล็กน้อยการกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของคนทั้งหกคนที่สุ่มอยู่..

"ไอ้เหี๊ยน่านนนน...มึงพูดอะไรคิดนิดหนึ่ง..นี้มันจีนโบราณ..ดันเสือกพูดภาษาปะกิต..ไอ้ควาย"

น่านฟ้าแคะขี้หูที่กำลังเต้นระบำ 

"ตะโกนหาผัวมึงเหรอ..ห่า..ขี้หูกูร่วงแล้วเนี่ย" 

หลังจากสามแสบลับสายตา เถ้าแก่ถึงกับปาดเหงื่อที่ซึมออกมาอย่างกับน้ำตก จนเด็กภายในร้านถามอย่างสงสัย

"เจ้าไม่เห็นหรือไงหยกพกที่ระบุตัวตนนั้น 

สีขาวลายเสือผงาดหมายถึงเชื้อพระวงค์ชนชั้นสูงยิ่งผู่สีทองหมายถึงเชื้อพระวงค์ใกล้ชิดเช่นอ๋องหรือองค์ชายและเหล่าชายา.สนม.อนุทั้งหลาย 

หยกเขียวลายกระเรียนหมายถึงชนชั้นขุนนางพู่สีม่วงที่ประดับบ่งบอกว่าระดับเสนาบดี 

หยกสีแดงลายเหยี่ยวสยายปีกหมายถึงเหล่าแม่ทัพ ยิ่งภู่สีดำหมายถึงแม่ทัพใหญ่..เกือบไปแล้ว.."

"พวกมึงรถม้านั้นใช่ไหมวะ"

แดนดินชี้ไปที่รถม้าทรงเหมือนย่อขนาดบ้านแบบจีนมาแล้วติดล้อหน้าหลัง ขนาดเท่ารถตู้ 

ด้านหน้ามีสัตว์ลักษณะคล้ายม้า แต่ใหญ่กว่าถึงสองเท่า ใต้คางมีเคราสีดำปิดหน้าอก หัวด้านบนมีเขาเหมือนกวาง หูกางกว้างเหมือนคีบปลาปลายจมูกที่ยื่นออกมามีหนวดเหมือนปลาดุก

"เป็นความลงตัวที่ขัดแย้งสุดๆ..ห่าถ้ามีหางเป็นปลา..กูว่า ม้านิลมักกร ชัวร์นทีฟันธง"

สองคนที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไรข้อโต้แย้ง..เดินมุ่งหน้าไปที่โต๊ะของผู้ชายที่อยู่ข้างรถม้า..

ซึ่งมีคนต่อแถวอยู่สามสี่คน..แต่ละคนปกปิดใบหน้าด้วยงอบติดมุ้งผ้าบางสีดำจนเห็นเพียงรางๆว่าเป็นสตรีแน่นอนจากรูปร่าง..

คงไม่มีบุรุษที่ไหนมีหน้าอกยื่นออกมาเนอะว่าไหม.. .

........หลังจากเห็นคนทั้งสี่หายเข้าไปด้านในรถม้า สามแสบจึงเข้าไปสอบถามจากคนขายตั๋วที่นั่งสูบปล้องยาอย่างสบายอารมณ์"

ไปเมืองเหิงเยว์..สามคนเท่าไหร่..กี่วันถึง..แวะที่ไหนบ้าง"

แดนดินยิงเป็นชุด..สองแสบยกนิ้วโป้งให้ไปหนึ่งที...

"พวกเจ้าไม่เคยไปสินะ..คนละ5ตำลึง สามคน15ตำลึง ใช้เวลาเดินทางสิบวัน..แวะพักสองแห่งเพื่อให้เจ้าเซ็กเทาพัก..จะไปไหม..

"เสียงจากใต้หมวกติดมุ้งถามอย่างหงุดหงิด..

ชิ..แค่นี้ทำเป็นหงุดหงิดเดี๋ยวแอบถอดล้อเอาไปขายเลยดีไหม..

น่านฟ้าคิดถูกมือถูกไม้อย่างหมั่นไส้สุดๆ

"ตกลง..เอ้านี้เงิน..15ตำลึง"

นายคนนั้นรับเงินไปแล้วเปิดประตูรถม้าออก..ทันทีที่เปิดประตูรถม้า เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจก็ดังขึ้น

เหมือนในรถม้าจะมีคนพูดคุยกันอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบยี่สิบคน

"ไอ้แดน รถคันแค่นี้ทำไมเสียงคนมันถึงได้เยอะจังวะ"

สายนทีสงสัยสะกิตถามแดนดินที่กำลังขมวดคิ้วอย่างฉงนสงสัย

"มึงจำแฮรี่พอลเตอร์ได้ปะ ไอ้กระโจมที่ภายนอกดูธรรมดา แต่ด้านในกว้างมากอ่ะ..กูว่าด้านในน่าจะเป็นแบบนั้น..เข้าไปกันเถอะ"

แดนดินก้าวเข้าไปด้านใน ตามด้วยสายนทีและน่านฟ้าทั้งสามหยุดยืนอย่างตะลึงกลางห้องโดยสาร ที่ภายในมีคนกำลังนั่งจิบชากินขนมบนพื้นพรมนุ่มอยู่หลายโต๊ะนับคราวๆประมาณ10โต๊ะ 

ผนังที่เห็นจากด้านนอกนั้น ด้านในเป็นประตูห้องนับสิบห้องเรียงกันอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านที่ติดประตูที่เปิดเข้ามา เสี่ยวเอ้อยืนอยู่หลังโต๊ะสำหรับเตรียมน้ำชาและอาหาร

ด้านท้ายรถเขียนว่าห้องสุขาและห้องอาบน้ำแยกชายหญิง..

"โอ้..ยิ่งกว่าแฮรี่อีกมึง...อันนี้มันเรียกโคตะระแฮรี่แล้ว"

เสียงของน่านฟ้าที่กำลังตะลึงมองซ้ายมองขวา

"ยิ่งกว่าที่กูคิดอีกไอ้แดน..แฟนตาซีสุดๆมึง"

สายนทีเช่นกันที่ตื่นเต้นตาวาว.

"อืม..หลุดโลกสุดๆ"

แดนดินผู้ไม่ค่อยแยแสโลกยังต้องออกปาก   .

..ทั้งสามไม่ได้สนใจสถานการณ์โดยรอบที่ตอนนี่เงียบกริบ ทุกคนหันมามองที่สามคนเป็นตาเดียวแอบซุบซิบ..กันไปมา

"สวยทั้งสามคนเลยวะ.."

"ผมตัดสั้นไม่รู้ว่าสามีทิ้งหรือญาติตาย"

"เข้าไปทำความรู้จักดีไหม"

"เดินทางตามลำพังเสียด้วย"

นั้นคือหัวข้อสนทนาที่สามแสบไม่ได้ยิน มีเพียงสามโต๊ะที่มองอย่างสนใจ

"ท่านผู้โดยสารทุกท่านรถม้าไปเมืองเหิงเยว์กำลังจะออกเดินทางแล้ว...สำรวจสำภาระ..ส่วนห้องพัก..มีสิบห้อง..ห้องละสามคน..ห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกอยู่ท้ายรถ...อาหารและเครื่องดื่มถามที่เสี่ยวเอ้อได้..แน่นอนส่วนนี้คิดเงินเพิ่มจากค่าเดินทางและที่พัก..หวังว่าพวกท่านจะพอใจกับการบริการของเรา"..

คนขายตั๋ว ประกาศเสียงดังฟังชัดก้องไปทั่วโถงโดยสาร

"งั้นพวกเราเข้าห้องพักก่อนดีกว่านะ เอาใกล้ห้องน้ำหน่อยเพราะกลางคืนไอ้น่านมันฉี่บ่อยจะได้ไม่ต้องเดินไกล"

ทั้งสามเห็นพร้องต้องกันเดินไปสุดทางห้องหมายเลขสิบเ พียงผลักประตูเข้าไปกลิ่นของป่าไผ่ก็โชยประทะจมูก พร้อมเสียงของไผ่ที่โยกตามแรงลม

"มึงเปลี่ยนห้องเถอะ...กูกลัวผีโผล่จากต้นไผ่เหมือนหนังที่กูเคยดู.."

น่านฟ้าหน้าซีดนึกถึงผีที่ผูกคอตายใต้ต้นไผ่..แค่คิดก็หลอนแล้ว"

"มึงเนี่ยน้า...กลัวไม่เข้าเรื่อง..งั้นห้องติดๆกันนี้หละ"

สายนทีเปิดผัวะเข้าไปกลิ่นดอกบัวหลวงส่งกลิ่นมาปะทะ

"อืม..ห้องนี้กูซึ้งรสพระธรรม..บรรลุแล้วกู..สาธุ"

น่านฟ้ากัยสายนทีถึงกับพนมมือไหว้เรียบร้อย..

.แดนดินกลั้นขำจนหน้าแดง..แต่ก็ยังยิ้มทั้งปากทั้งตาอยู่ดี..

ทำเอาคนภายในรถที่ได้เห็น บ้างยิ้มตามอย่างเหม่อลอย บ้างน่าแดงกับลอยยิ้มทีเผลอ ของแดนดิน...

หึ...ไม่ใช่จะเห็นแดนดินยิ้มบ่อยๆเสียที่ไหน.(น่านฟ้าและสายนทีกล่าวไว้)...

ทั้งสามก้าวเข้าด้านในแล้วปิดประตูตามทันทีความโกลาหลก็เกิดขึ้น

"ข้าจะอยู่ห้องข้างๆคนสวย"

"ข้าจะเอาห้องนี้"

"หน้าปลาจวดอย่างพวกเจ้าอย่างหวัง"

"งั้นมาแข่งงัดข้อกันว่าใครจะได้ห้องข้างทั้งสองห้อง"

และแล้วกลางโถงกลายเป็นเวทีของเหล่าผู้กล้าที่ประลองกำลังเพื่อชิงสามหนุ่ม..

ม่ายช่าย..ชิงห้องข้างๆของสามหนุ่มที่หลงเข้ามาต่างหาก..

.สามแสบไม่ได้ล่วงรู้ถึงการแก่งแย่งด้านนอกต่างกินอาหารที่เตรียมมา แล้วนอนหลับพักผ่อนก่อนจะเตรียมอาบน้ำตอนเย็น.. 

และผู้ที่ได้ห้องไม้ไผ่คือกลุ่มของคนชุดดำแดงที่สวมหมวกงอบสีดำที่สามแสบเห็น กับกลุ่มของคนชุดฟ้าขาวที่สวมหน้ากาก ได้อีกห้องหนึ่งส่วนที่เหลือต่างกัดฟันอย่างเสียดาย ......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น