มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

4 : ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก ...(80%)

ชื่อตอน : 4 : ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก ...(80%)

คำค้น : พะนอขวัญ,นายใบ้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2561 10:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4 : ยังนึกชื่อตอนไม่ออกกกกก ...(80%)
แบบอักษร

(ต่อ)

​เมื่อสองเท้าของร่างสูงได้เหยียบลงกับแผ่นไม้กระดานของท่าน้ำท่าเดิมแล้ว ชายหนุ่มก็มองเรือนไม้หลังหนึ่งที่อยู่ติดกับฝั่งแม่น้ำ  พลอยให้นึกถึงบทสนทนาของเขาและอาชาในค่ำคืนนั้นขึ้นมาตงิด ๆ ว่า

'ถ้าหากคุณรันจะกลับไปหาผู้หญิงคนนั้นอีก นายใบ้คือใบเบิกทางใบเดียวที่จะทำให้คุณรันกลับไปที่นั่นได้ ...ไม่แปลกหรอกที่คุณรันจะกลับไปในฐานะของนายใบ้ เพื่อไปขอบคุณ ไปตอบแทนคนที่ช่วยชีวิตเอาไว้'

ดรันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับใคร่ครวญอย่างเห็นด้วย 

อาชาจึงเอ่ยต่อไปอีกว่า 'จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณรัน ว่าเราจะให้ผู้หญิงคนนี้ได้รู้ว่าที่แท้จริงคุณรันไม่ใช่นายใบ้ แต่เป็นคุณดรันคนนี้ต่างหาก'

ดรันก้มทำหน้าลงเล็กน้อยเพื่อคิดหนัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาบอกว่า 'ฉันมีความคิดอย่างหนึ่งแวบเข้ามานะอาชา ว่าฉันจะสามารถทำให้หญิงสาวยอมรับฉันในฐานะนายใบ้ได้มั้ย ฉันก็อยากจะลองใจหล่อนดู ฉันก็อยากรู้ว่า เราจะหาผู้หญิงที่มองข้ามรูปลักษณ์ภายนอก ความพิการไม่สมประกอบไปได้หรือไม่ แม้ความจริงที่ผ่านมาก็น่าจะพิสูจน์จิตใจของหล่อนได้ดีแล้วว่าหล่อนเป็นคนอย่างไร  แต่ภายในใจลึก ๆ ฉันก็อยากจะลองเสี่ยงดู'

'อย่าเสี่ยงเลยดีกว่าครับ' อาชารีบห้ามเสียงขรึม 

ดรันเองก็หายใจยาว แล้วบอกว่า 'ฉันรู้ว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ก็เป็นแค่เรื่องความคิดที่แวบเข้ามาในหัว...ฉันคงจะไม่ทำหรอก หลังจากฉันได้พบกับหล่อนอีกคงต้องหาโอกาสบอกความจริงกับหล่อนว่าฉันเป็นใคร'

อาชาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย พลางสำทับ 'ก็ดีแล้วครับ ผมว่าการโกหกหลอกลวง ผู้หญิงที่ไหนก็คงจะไม่ชอบให้ผู้ชายทำหรอก'

.

"นายใบ้! นั่นนายใบ้ใช่มั้ยนั่น!"

เสียงที่เอ่ยออกมาอย่างยินดี ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงต้องตื่นจากภวังค์ เขามองไปตามเสียง เห็นผู้สูงวัยกำลังลงบันไดของท่าน้ำแล้วมาหาเขาอย่างรีบเร่ง แล้วเอ่ยอีกว่า 

"หายหน้าไปหลายวัน นึกว่าหายไปเลยนะนี่!" 

นางช้อยทักทายชายหนุ่มอย่างตื่นเต้น ดูสภาพนายใบ้ดูดีขึ้นมากว่าตอนที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บ ผมเผ้าถูกหวีเรียบร้อย หนวดเครารุงรังก็โกนทิ้งไปแล้ว

ชายหนุ่มได้แต่ยิ้ม กระอั่กกระอ่วนใจว่าจะตอบอย่างไร  พร้อมกับทอดมองผู้สูงวัยจึงได้เห็นความจริงอีกอย่างที่ซ่อนอยู่ในแววตาและสีหน้าของผู้สูงวัยกว่าตรงหน้า จากที่เคยคิดว่า แม้ท่าทางของป้าช้อยจะดูจิตใจคับแคบ  แต่แววตาของป้าช้อยที่ทอดมองเขาในยามนี้ ช่างเปี่ยมไปด้วยแววแห่งความยินดี เสมือนว่าป้าช้อยได้พบกับมิตรที่พลัดพรากกันไปนานอย่างไรอย่างนั้น

"แล้วนี่กลับมาอีกทำไม?"

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ แต่กลับเบือนหน้าพยายามองดูเรือนไม้ที่ติดกับแม่น้ำหลังนั้นอีก 

นางช้อยจึงพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจพลางบอกเองว่า "คุณขวัญอยู่กำลังทำงานของเธออยู่ ว่าแต่ นั่นอะไร?" แล้วถามกลับเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของนายใบ้ถือที่สิ่งถูกห่อด้วยกระดาษสีอ่อนมาด้วย

ชายหนุ่มจึงรีบชูห่อกระดาษสีเทาอ่อนขึ้น  ยามนี้สายลมจากแม่น้ำผัดพ่านมาพอดี  ทำให้เกิดกลิ่นหอมหวลบางอย่างโชยออกจากห่อกระดาษนั้นมา พอให้ผู้สูงวัยรู้ได้ว่า

"อะไร? เป็ดหรือไก่!"

ชายหนุ่มรีบทำท่าทางประกอบ  ที่นางช้อยเห็นแล้วก็ต้องหัวเราะร่วนแล้วก็ตอบได้อย่างถูกต้อง

"เป็ดย่าง! และหมูย่าง!"

ชายหนุ่งจึงพยักหน้ารับเร็ว ๆ

"อ้อ! จะบอกว่าซื้อเป็ดย่างหมูย่างมาฝากพวกเรา ใช่มั้ย"

เขาพยักหน้ารับอีก

"ดี ๆ แหม รู้จักตอบแทนบุญคุณคนอื่นด้วย ว่าแต่จะขึ้นไปหาคุณขวัญและตาแก่มั้ย"

เขาทำท่าลังเล ไม่มั่นใจ กลัวมารดาหล่อนอยู่แล้วรู้เข้า คนที่จะโดนหยิกตีก็คงไม่พ้นหญิงสาวคนนั้น พะนอขวัญ แต่...

เมื่อนางช้อยได้เห็นความกังวลบนแววตาชายหนุ่ม ก็เข้าใจได้ทันที พร้อมรีบบอกเพื่อให้นายใบ้ให้สบายใจว่า 

"คุณรำพึงไม่อยู่หรอก ไปค้างบ้านพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดอีกสักสองสามวันคงจะกลับ" บอกพลางทำหน้าเรียบ ๆ ก่อนจะเหลือบแลห่อของกินที่นายใบ้หอบหิ้วมาอย่างสนใจต่อ 

สายตาของชายหนุ่มเห็นท่าทางของผู้สูงวัยที่ลอบกลืนน้ำลายไปด้วย จึงรู้สึกเอ็นดู แล้วเขาก็รีบยื่นห่อเป็ดย่างและหมูย่างที่ตั้งใจจะซื้อมาให้คนที่นี่ตั้งแต่แรกให้ป้าช้อยได้ถือไป

 นางช้อยรับห่อของกินที่นายใบ้แล้ว ก็ชูห่อเป็ดย่าง และหมูย่างขึ้นมามองด้วยแววตาแพรวพราว  "ว่าแต่ มีเงินซื้อของดี ๆ มาฝากด้วยนะ เอ็งเนี่ย"

จากนั้นก็รีบชักชวนชายหนุ่มขึ้นไปยังบนบ้าน ไปพบกับหญิงสาวเจ้าของบ้านทันใด 

.

"คุณขวัญ"

เสียงของคนใกล้ชิดดังขึ้น ทำให้หญิงสาวรีบวางกรรไกรที่ใช้ตัดผ้าลงข้างตัว  ก่อนจะเงยหน้าขึ้น หล่อนจึงเห็นหน้านางช้อยที่ยิ้มแต้มาแต่ไกล แล้วถัดไปไม่ไกลนัก ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตามหลังผู้สูงวัยมาด้วย

"นายใบ้..." หล่อนเรียกผู้ชายคนนั้น ที่เคยช่วยเหลือที่ชีวิตของเขาเอาไว้

นางช้อยจึงรีบบอกทันทีที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว "นายใบ้กลับมาเยี่ยมพวกเราค่ะ หลังจากหายไปหลายวัน  แล้วนี่นายใบ้ก็ตั้งใจซื้อมากฝากพวกเราด้วย

พะนอขวัญมองห่อกระดาษสองห่อที่นางช้อยชูขึ้นประกอบแล้วถาม "อะไรนั่น ป้าช้อย"

"หมูย่าง และเป็ดย่างค่ะ นายใบ้ซื้อมาฝาก"

หญิงสาวลอบถอนหายใจน้อย ๆ  รู้สึกเกรงใจผู้ที่ซื้อมาให้ สภาพของเขาก็ไม่น่าจะมีเงินมากมายไว้ซื้อของพวกนี้ หล่อนจึงรีบบอกไปว่า "วันหลังถ้าจะมาหา ก็มาแต่ตัวนะ ไม่ต้องลำบากลำบนซื้ออะไรมา"

นางช้อยหันไปมองนายใบ้แล้วลอบทำหน้าเสียดาย ชายหนุ่มก็ยิ้มแหย ๆ กลับ พลางนึกอย่างเห็นใจป้าช้อยว่าคงอยากกินของดี ๆ บ้าง 

ขณะนั้นเองที่คนทั้งสามกำลังคุยกันอยู่นั่น นายชดก็เดินจากหลังบ้านมาด้วยสภาพกระปรกกระเปรี้ยดูสิ้นเรี่ยวแรงเหลือเกิน

"อ้าว! ตาแก่...นั่นเป็นอะไรนั่น!" นางช้อยรีบร้องทัก  

"ท้องเสียน่ะสิ" ตอบแล้วจึงส่งสายตาไปทางหญิงสาวคนเดียว พลางบอก "ลุงคงเอาผ้าไปส่งให้คุณขวัญไม่ได้แล้วนะครับ ไม่มีแรงแม้จะเดินเลย" ว่าแล้วก็ทรุดลงนั่งกับพื้นไม้กระดานเสียดื้อ ๆ 

"วันนี้ยิ่งมีผ้าที่คุณขวัญต้องส่งเยอะด้วย... งั้น เดี๋ยวป้าไปกับคุณขวัญก็ได้ค่ะ" นางช้อยรับรีบอาสา

เวลานั้นชายหนุ่มก็ได้เห็นใบหน้างามของหญิงสาวมีแววกังวลเวลามองไปทางลุงชด 

แล้วหล่อนก็หันมาบอกนางช้อยว่า "ป้าช้อยอยู่นี่ดูลุงชดเถอะค่ะ ท่าทางจะเพลียมาก เกิดมีอะไรลุงชดจะได้มีคนคอยช่วย"

"แต่  คุณขวัญจะเอาไปหมดอย่างไรไหวคะ" นางช้อยบอกแล้วมองไปทางห่อผ้าเป็นตั้ง ๆ ที่หญิงสาวได้ฉลุลวดลวยเอาไว้พร้อมที่จะนำไปส่งยังร้านตัดเย็บเสื้อผ้าแล้ว

ขณะที่หญิงต่างวัยกำลังใคร่ครวญกับปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า วินาทีนั้น ชายหนุ่มจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะช่วยเหลือและได้อยู่ใกล้ชิดหล่อนมากขึ้น เขาก็รีบยกมือ พลางส่งเสียง "แบะ ๆ ๆ!" 

จนทั้งหญิงต่างวัยทั้งสองต้องเหลียวไปมองเขา

"ใบ้ ...จะช่วยฉันหิ้วห่อผ้าพวกนี้ไปหรือ"

เขาพยักหน้าเร็ว ๆ รับคำถามหล่อน  พร้อมกับทำท่าขันอาสาอย่างเต็มที่ ทว่า

"จะดีหรือคะคุณขวัญ?" นางช้อยรีบบอก

หญิงสาวหันกลับมามองนางช้อยพลางถอนหายใจ "คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ ให้นายใบ้ไปเป็นเพื่อนขวัญก็ได้ ส่วนป้าช้อยก็ดูแลลุงชดอยู่ทางนี้ก็แล้วกัน"

นางช้อยกำลังจะค้านอีก แม้พวกตนจะได้ช่วยชีวิตชายหนุ่มบ้าใบ้คนนี้ไว้ แต่ตนก็ยังไม่วางใจที่จะปล่อยให้หญิงสาวที่ตนเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกไปไหนมาไหนกับผู้ชายอื่นสองต่อสอง นางช้อยกำลังจะค้านอีก ทว่า

 หญิงสาวก็รีบหันหน้ามาตัดบท "เอาอย่างนี้แหละ ขวัญจะขึ้นไปแต่งตัวแล้วจะได้รีบไปส่งของพร้อมนายใบ้" 

นางช้อยเลยพูดอะไรไม่ได้  ครั้นหญิงสาวหมุนตัวและเดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านแล้ว นางช้อยจึงหันมามองนายใบ้ ทำให้ตนทันได้เห็นประกายระยิบบนแววตาคู่นั้น แต่แล้วก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว นางช้อยคันปากอยากจะเข้าไปพูดอะไรกับชายหนุ่ม แต่ก็ตัดใจ เดินเลี่ยงไปห้องครัวแล้วแกะห่อหมูย่างและเป็ดย่างที่นายใบ้นำมาฝากใส่จานไว้เสีย

ไม่นานหญิงสาวก็ลงมาด้วยชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน ผมยาวมัดเป็นหางม้ายกสูง แต่งตัวสวยเหมาะสมที่จะออกไปทำธุระข้างนอก

นางช้อยรีบเดินมาแนะนำหญิงสาวว่า "ถ้ามีคนถามว่านายใบ้เป็นใคร คุณขวัญก็ต้องตอบว่า นายใบ้เป็นหลานป้านะ จะได้ไม่ต้องมีใครมาครหา หรือมาว่าคุณขวัญได้"

พะนอขวัญตบมือลงบนหลังมืออีกฝ่าย แล้วพยักหน้า "ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ท่าทางนายใบ้ก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรด้วย"

"แต่ป้า ยังไม่ไว้วางใจเลยนะ"  นางช้อยเอ่ย เมื่อได้นึกถึงประกายแววตาบางอย่างของชายหนุ่มผู้นี้ก่อนหน้า แต่จะบอกหญิงสาวตรง ๆ  ตนก็ยังตะขิดตะขวางใจอยู่

พะนอขวัญเห็นสีหน้าอันปั้นยากของผู้สูงวัย จึงยื่นหน้าไปกระเซ้าว่า "บอกว่าเขาไม่น่าไว้วางใจ แล้วรับเป็ดย่าง หมูย่างเขามากิน ไม่กลัวเขาจะใส่ยาพิษไว้หรือคะนั่น"

นางช้อยแทบสำลอกเอาของที่แอบหยิบเข้าปากก่อนหน้าออกมา ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ "แหมคุณขวัญล่ะก็…รู้ทัน"

พะนอขวัญยิ้มใหักับผู้สูงวัย  พลางส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วบอกอีกว่า

"ไม่ต้องห่วงนักหรอกค่ะ หากนายใบ้เป็นโจรหรือคนร้ายจริง  ในเมื่อขวัญอุตส่าห์ช่วยชีวิตเขา แล้วเขายังจะคิดร้ายกับขวัญได้อีก  ก็ให้ถือว่าชาตินี้  ขวัญคงเกิดมาอาภัพจริง ๆ แล้วล่ะค่ะ"  

หญิงสาวกล่าววาจาอย่างตัดพ้อ จนนางช้อยพลอยสงสาร

"โธ่ คุณขวัญ" 

แล้วนางช้อยก็รีบตัดบท โดยการหันไปเรียกนายใบ้ที่ยืนเงียบ ๆ และมองตนและหญิงสาวห่างออกไปว่า

"ใบ้ มาช่วยคุณขวัญยกห่อผ้าพวกนี้ไปได้แล้ว"

นั่นเอง นายใบ้จึงเดินมายกห่อผ้าสองห่อ ก่อนจะหันกลับมาพยักหน้าชวนหญิงสาวด้วยแววตาพราวระยับ พร้อมกับทำท่าทางกระตือรือร้นแปลก ๆ  จนทำให้นางช้อยอดที่จะรู้สึกหมั่นไส้นายใบ้ผู้นี้ขึ้นมาอย่างไรไม่รู้…

.

ครั้งหน้า...จะมีอีกเบาะแสมาให้คิดใคร่ครวญกัลลลลลล…


ป.ล.ลงไปตั้งแต่สามทุ่มครึ่งละ แต่ลืมตั้งค่าแสดง มิน่ากลับเข้ามาดูก็ยังเห็นวิวเท่าเดิม แป่วววว...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น