ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 11 สงสัยฉันจะกำลังอยู่ในช่วงของการตกหลุมรัก

ชื่อตอน : บทที่ 11 สงสัยฉันจะกำลังอยู่ในช่วงของการตกหลุมรัก

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2563 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 สงสัยฉันจะกำลังอยู่ในช่วงของการตกหลุมรัก
แบบอักษร

 

 

Lonely Moon 

สงสัยฉันจะกำลังอยู่ในช่วงของการตกหลุมรัก 

 

หลังจากที่ฉันออกจากบ้านมาอยู่หอเองตั้งแต่วันนั้น ทางพ่อเองก็โทรหาฉันเหมือนกัน แต่นานเกือบเดือนจนฉันแทบลืมไปแล้ว ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าท่านรู้ว่าฉันไม่ได้ออกจากบ้านมาทำตัวเหลวไหลและทิ้งการเรียน  วันหนึ่งหลังจากที่ฉันเลิกเรียนกลับมาจากวิทยาลัยแวะเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงานที่ร้านกาแฟต่อ พี่ที่เฝ้าหอพักบอกว่าพ่อของฉันฝากของเอาไว้ให้  ข้างในเป็นผลไม้กับพวกของกินเล่นอีกหลายอย่าง ของมักจะถูกฝากไว้อาทิตย์ละครั้ง บางทีก็มีพวกของใช้อื่นๆอย่างกระเป๋าแฟชั่นกับเสื้อผ้าติดมาด้วย 

 

 

พ่อมักจะโทรหาฉันอาทิตย์ละหนึ่งถึงสองครั้ง แต่ส่วนใหญ่เราจะคุยผ่านโปรแกรมแชทมือถือมากกว่า มีครั้งหนึ่งพ่อเคยชวนให้ฉันกลับไปอยู่ที่บ้าน แต่ฉันยังยืนยันคำเดิมว่าฉันยังไม่อยากกลับไป  อย่างน้อยก็อยากเรียนให้จบก่อน และขอร้องท่านว่าอย่าจ่ายค่าห้องพักหรือซื้ออะไรแพงๆให้กับฉันอีก 

   

 

ฉันยอมบอกท่านด้วยเหตุผลแบบผู้ใหญ่ว่าฉันอยากลองใช้ชีวิตให้ได้ด้วยตัวเอง พ่อเองก็รับฟังและบอกกับฉันว่าถ้ามีปัญหาจริงๆก็ไม่ต้องฝืน  แต่ฉันก็รับปากไปอย่างนั้นเอง พอถึงเวลามีปัญหาจริงๆฉันเองก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากพ่อสักที เพราะทุกครั้งฉันจะนำเงินของแม่ออกมาใช้มากกว่า พอตั้งหลักได้ก็จะนำส่วนที่ถอนออกมาทำงานเก็บคืนให้ครบเท่าเดิมทุกครั้ง  ที่ทำแบบนั้นไม่ใช่ว่าฉันอยากจะเอาชนะท่านหรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันไม่อยากให้ตัวเองหวังพึ่งพาพ่อมากจนเกินไป ในอนาคตข้างหน้าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ฉันอยากจะเป็นคนที่เข้มแข็งและยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองมากกว่า 

 

 

สองสัปดาห์ก่อนที่ฉันจะเรียนจบ ฉันบังเอิญเจอพี่ตะวันที่ร้านกาแฟที่ฉันทำงานอยู่ เขามาคุยงานกับผู้หญิงผมสั้นดูท่าทางมีอายุคนหนึ่ง เราทั้งคู่ทักทายกันไม่นานเขาก็ขอตัวไปคุยธุระเรื่องงานต่อ  ฉันเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะสถานการณ์ตอนนั้นฉันอยู่ในระหว่างทำงาน 

 

 

นานวันเข้าเราทั้งสองคนเจอกันบ่อยขึ้น  ไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือยังไง  เพราะเวลาที่ฉันทำงาน พี่ตะวันก็มักจะมีธุระนัดลูกค้ามาคุยเรื่องงานที่ร้านอยู่ตลอด  จนเราได้เจอกันบ่อยขึ้นและเริ่มสนิทกันในฐานะลูกค้าประจำของร้าน ยิ่งช่วงหลังๆพี่ตะวันเริ่มเอางานมาทำที่ร้านบ่อยๆ  แต่ก็น่าแปลกที่ฉันไม่เคยเห็นเขามากับผู้หญิงสักที จะมีก็แต่เพื่อนผู้ชายชื่อพี่เบียร์ที่มานั่งคุยเรื่องงานด้วยกันบ่อยๆ จนวันหนึ่งฉันบังเอิญได้ยินพี่ตะวันคุยกับเพื่อนอยู่ที่ลานจอดรถของร้านพอดี 

 

 

 “ไอ้ตะวันมึงพากูมาคุยงานร้านกาแฟที่ไกลไร่ขนาดนี้บ่อยๆ ถามจริงมึงกะมาจีบน้องเขาเหรอวะ” 

 

 

“ว่าจะลองจีบดู น้องเขาก็น่ารักดี” 

 

 

“ไม่ใช่แนวมึงมั้ง น้องเขาไม่น่าใช่คนที่จะคบเล่นๆด้วยได้” 

 

 

“ก็ไม่ได้คิดเล่นๆ แต่ก็อาจจะไม่ได้….” 

 

 

“งั้นมึงกล้า พะ.......” 

 

 

ฉันได้ยินพี่ตะวันกับพี่เบียร์พูดกันยังไม่ทันจบ พี่นุ่นเจ้าของร้านกาแฟก็มาเรียกให้ไปเก็บโต๊ะที่หน้าร้านซะก่อน พอนึกถึงเรื่องที่พี่เบียร์กับพี่ตะวันคุยกันทีไร ฉันก็ได้แต่แอบยิ้มอยู่คนเดียวตลอด พอพี่ตะวันเข้ามาในร้านก็ไม่มีอะไรมาก แต่ฉันสัมผัสได้ว่าพี่ตะวันชวนฉันคุยมากขึ้น คือปกติแล้วพี่เขาจะไม่ค่อยถามอะไรเท่าไหร่ มีแต่สั่งขนมแล้วก็คุยงานเพิ่ม แต่วันนี้พี่เขากลับทำตัวสบายๆ  เหมือนมานั่งเล่นเพลินๆกับเพื่อนมากกว่ามาคุยเรื่องงานแบบทุกวัน 

 

 

ฉันคิดว่าพี่ตะวันก็น่ารักดี ก่อนหน้านี้ก็เหมือนกับตัวเองจะรู้สึกดีกับเขามาก่อนอยู่แล้วตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกที่ไร่ตอนไปหามะปราง พอได้เริ่มรู้จักมากขึ้น ได้คุยด้วยกันบ่อยๆก็รู้สึกใจเต้นแปลกๆ บางทีฉันคิดว่าอาจจะชอบพี่เขาไปแล้วก็ได้ พอได้เห็นพี่เขาบ่อยๆเหมือนเกิดความเคยชินราวกับว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของการมาทำงานสำหรับฉัน  ถ้าวันไหนที่พี่เขาไม่มาที่ร้าน ฉันเองก็รู้สึกเหงาแปลกๆ ภายในใจมันมีความหวังที่แอบรอเจอพี่เขาอยู่   ทุกวัน  อาการแบบนี้สงสัยฉันจะกำลังอยู่ในช่วงของการตกหลุมรักแล้วล่ะมั้ง        

 

 

To Be Continued 

ความคิดเห็น