ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 12: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เป็นห่วง (แต่ไม่แสดงออก) 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 12: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เป็นห่วง (แต่ไม่แสดงออก) 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2561 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 12: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เป็นห่วง (แต่ไม่แสดงออก) 100%
แบบอักษร

HATE LOVE 12: เป็นห่วง (แต่ไม่แสดงออก)

บนถนนที่รถสัญจรกันอย่างหนาแน่น อินทุกรนั่งทอดสายตาออกไปด้านนอกก็หวนคิดถึงชีวิตที่อังกฤษ ตอนนั้นเธอนั่งมองนับรถที่แล่นผ่านไปมาตอนที่เธอแอบทางบ้านไปนั่งอ่านนิยายที่สวนสาธารณะ แต่ตอนนี้เธอกลับต้องมานับผู้คนที่เดินบนฟุตบาตแทน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก...บนรถมีแต่ความเงียบงันนั้นทำให้เธอได้คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เสียได้


ในขณะที่จอดติดไฟแดงอยู่นั้น...


ภาคย์หันมาทางหญิงสาวเห็นใบหน้าของเธอมีสีแดงระเรื่อจึงได้เอ่ยปากถาม เขาเอาหลังมือมาแตะหน้าผากเธอ "ไม่สบายหรอ?"


"ปละ เปล่าค่ะ" อินทุกรขยับตัวเล็กน้อย "ไฟเขียวแล้วนะคะ พี่ภาคย์ไม่ขับต่อเดี๋ยวคันหลังจะบีบแตรไล่เอา"


ภาคย์พ่นลมหายใจแล้วหันมองซ้ายขวากอนจะเคลื่อนรถออกจากตรงนั้น เขาใช้เวลาไม่นานก็ขับมาจนถึงคอนโดน ตลอดทางแทบจะไม่ได้มีบทสนทนาอะไรกันมากมาย พอมาถึงก็ต่างคนต่างเดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่อินทุกรพักอาศัยอยู่ หญิงสาวไม่ค่อยชอบที่นี่ก็จริงแต่ก็ต้องจำใจอยู่ พอเรียนจบภาคย์ก็คงยอมให้เธอกลับไปอยู่บ้านตามเดิม 


ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก อินทุกรก็เดินเข้าไปนำกระเป๋าของเธอไปเก็บไว้ยังที่ของมัน เธอใช้เวลาอยู่ในห้องนอนนานพอสมควร เมื่อเดินออกมาก็เห็นว่าเขานั่งนิ่งๆอยู่ที่โซฟาโดยไม่มีท่าทีว่าเขาจะกลับเลยแม้แต่น้อย


"พี่ภาคย์จะกลับเลยก็ได้นะคะ" หญิงสาวนั่งลงบนโซฟาเดียวกันโดยเว้นระยะห่างเอาไว้ประมาณหนึ่งช่วงแขน "หรือว่าจะทานอะไรก่อนกลับไหมคะ? อุ่นจะได้สั่งขึ้นมาให้"


ภาคย์ยืดตัวเล็กน้อย "พี่ทานมาบ้างแล้ว แต่...อีกสักหน่อยก็ได้" อินทุกรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรสั่งอาหารให้เขา ภาคย์เอื้อมมือมาจับแขนเธอเอาไว้ "ไม่ต้องหรอก ในตู้เย็นมีอะไรก็ทำแค่นั้นก็ได้"


"อุ่นทำอาหารแค่พอได้นะคะ..."


"ทำมาเถอะ ตอนนีี้...พี่หิวแล้ว" เหมือนว่าเขาดูไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเสียเท่าไหร่ ทั้งสองนั่งจ้องตากันอยู่สักพักอินทุกรก็ลุกขึ้นเดินไปยังพื้นที่โซนครัว หญิงสาวเปิดตู้เย็นหยิบสิ่งของออกมาก่อนจะคิดเมนูที่จะทำในตอนนี้ เสียงดังขลุกขลักในครัวสร้างความสนใจให้ภาคย์ได้เป็นอย่างมาก มองเธอแล้วเรียวปากก็ค่อยๆเผยยิ้มบางๆออกมา เมื่อรู้ตัวว่ากำลังเผลอก็รีบดึงสติกลับมาดังเดิม


ผ่านไปราวๆสิบนาที...


"เสร็จแล้วค่ะ อุ่นซื้อมาติดตู้เย็นไว้แค่นี้ พี่ภาคย์คงทานได้นะคะ" อินทุกรยกจานใส่ผัดสปาเก็ตตี้ราดซอสมะเขือเทศมาวางตรงหน้าเขา เธอเองก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องงานครัวเสียเท่าไหร่ แต่ก็หวังว่าคงจะถูกใจเขาบ้าง "พอได้ไหมคะ?"


"ก็...ดี" แบบนี้มันหมายความว่าอะไรกันล่ะ อินทุกรอยากจะถามออกไปใจจะขาดแต่พอเห็นภาคย์ให้ความสนใจอาหารตรงหน้าอยู่เลยไม่อยากจะขัด 


สองหนุ่มสาวใช้เวลาอยู่ด้วยกันในความเงียบ ไม่นานสปาเก็ตตี้ในจานก็หมดลง...


ภาคย์ดื่มน้ำเสร็จก็ลุกขึ้นจัดทรงเสื้อผ้าแล้วหยิบโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋า "พี่...จะกลับแล้วนะ"


"ค่ะ ขับรถดีๆนะคะ"


ร่างสูงยืนยืนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ "ไม่ เอ่อ ไม่ไปส่ง...อื้ม ไม่ไปส่งพี่หน่อยหรอ?"


อินทุกรยิ้มบางๆให้กับท่าทางของเขา ผู้ชายเย็นชาของเธอนั้นกลับมีมุมที่อ่อนโยนกับคนอื่นๆได้เหมือนกัน "อุ่นไปส่งหน้าประตูได้ไหมคะ?"


"ก็ได้ หน้าประตูก็ได้" ไม่รู้จะเรียกร้องความสนใจจากเธอไปทำไม อินทุกรเดินตามหลังเขามาจนถึงหน้าประตูห้อง ภาคย์หันหน้ามาทางเธออีกครั้ง "พี่กลับก่อนนะ พรุ่งนี้ถ้าจะกลับเองก็โทรมาบอกด้วย"


"รู้แล้วค่ะ พี่ภาคย์บอกอุ่นหลายรอบแล้ว" เธอยิ้มพร้อมยกมือบ๊ายบายเขา "ขับรถดีๆนะคะ"


"รู้แล้ว อุ่นบอกพี่เมื่อกี้" ภาคย์ยังคงยืนอยู่ที่หน้าห้องจนกระทั่งอินทุกรปิดประตู เขาเป็นอะไรไป...ทำไมเขาถึงต้องหาเหตุผลเพื่อที่จะรั้งตัวเองเอาไว้...


ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ...


########


หลายวันต่อมา...


งานหมั้นของภาคย์และอินทุกรถูกจัดขึ้นในโรงแรม Voruntiana แม้ว่าตั้งใจจะไม่จัดให้มันใหญ่มากแต่เนื่องจากทั้งภาคิณและอัศนัยค่อนข้างที่จะมีชื่อเสียงในวงการธุรกิจงานนี้จึงผู้คนมากมายเข้ามาร่วมงาน วินิตราและอัญชนานั่งอยู่ในห้องพักมองภัทธิราที่นั่งแต่งหน้าให้อินทุกรที่สวมชุดไทยจิตรลดาสีฟ้าที่จะใช้ในงานหมั้น อัญชนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตัวเองแล้วอัพเดทบนโซเชี่ยลพร้อมสเตตัสที่เขียนคำว่า "โสด" ตัวโตๆ


"อัพแบบนี้คุณปวันขอเลิกจริงๆขึ้นมาจะทำยังไงล่ะลูก" วินิตราพูดเชิงตำหนิ


อัญชนาเบ้ปากเล็กน้อย "ลองมาขออย่ากับเอมสิ จะเรียกสินสมรสให้หนักๆเลย แม่รู้ไหมคะว่าเขาแอบไปนั่งทานกวยเตี๋ยวกับเด็กนักศึกษาที่ไหนก็ไม่รู้ มันน่าให้โกรธไหมล่ะ!! เอมเป็นเมียแต่งเขายังไม่คิดหาอะไรมาง้อเอมเลย" ลองถ้าได้สร้อยเพชรเม็ดงามยังไงเธอก็ยอมกลับบ้านไปพร้อมกับเขาอยู่แล้ว แต่นี่อะไร...มีแค่พยายามโทร ส่งไลน์มาบ้างแต่ไม่คิดจะลงทุนอะไรสักอย่าง


ไม่นานนักภัทธิราก็วางแปรงปัดแก้มลงบนโต๊ะ มือเรียวจับใบหน้าของอินทุกรแล้วมองเธอด้วยรอยยิ้ม "เสร็จแล้วจ้ะ รับรองว่าภาคย์ต้องมองตาค้างแน่ๆ"


"พี่ภัทรเก่งจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ อุ่นชอบมาๆเลย" อินทุกรสำรวจตัวเองในกระจกพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนหวาน


วินิตราเดินเข้ามาจับไหล่มนเอาไว้ "สวยมากเลยล่ะจ้ะภัทร รู้แบบนี้งานของชะเอมน่าจะให้ภัทรเป็นคนแต่งหน้าให้จะดีกว่า" หญิงวัยกลางคนเขยิบเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองสาวเอาไว้ "ภัทรจ๊ะ อาขออยู่คุยกับไออุ่นสักพักได้ไหมจ๊ะ พอดีมีเรื่องต้องบอกน้องนิดหน่อย"


ภัทธิรามองสลับไปมาทั้งอัญชนาและวินิตราเพราะภาคย์กำชับเอาไว้ว่าไม่ให้ทั้งสามได้อยู่กันตามลำพัง สุดท้ายก็จนใจและต้องเป็นฝ่ายยอมถอยให้ "ค่ะ ถ้าใกล้เวลาแล้วจะให้คนมาตามนะคะ"


เมื่อภัทรธิราเดินออกจากห้องนี้ไปบรรยากาศก็เงียบลงทันที "คุณแม่กับพี่ชะเอมเป็นอะไรกันหรอคะ? สีหน้าเครียดกันจัง"


"พี่ไม่อ้อมค้อมนะไออุ่น รู้ไหมว่าตอนนี้ภาคย์เอาหุ้นของแม่ไปใส่ชื่อของไออุ่นแทน ตอนนี้แม่ไม่มีสิทธิ์อะไรกับโรงแรมแล้ว พี่เองก็เคยลองพูดกับภาคย์แล้วว่าไออุ่นยังเด็กแต่ก็อย่างว่า...พี่เป็นแค่ 'คนรักเก่า' เขาคงไม่อยากฟัง ไออุ่นลองไปช่วยพูดกับภาคย์ให้คืนหุ้นให้แม่หน่อยสิ หรือทำหนังสือคืนหุ้นให้ภาคย์เซ็นก็ได้" อัญชนาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคลือบแฝงไปด้วยหลายๆความหมายจากเธอ


อินทุกรฟังแล้วก็นิ่งไป ในหัวของเธอไม่มีคำใดๆที่แว่วเข้ามาเลยนอกจากคำว่า 'คนรักเก่า' ที่ยังได้ยินเสียงวนซ้ำๆอยู่แบบนั้น "อุ่นไม่ทราบค่ะ เรื่องหุ้นอะไรหรอคะ?"


วินิตราขมวดคิ้วลง "อะไรกัน! นี่ภาคย์ไม่ได้บอกอะไรเลยหรอ? หรือว่ารู้อยู่แล้วแต่ไม่คิดจะบอกแม่กันแน่!!"


"เปล่าค่ะ พี่ภาคย์ไม่ได้พูดอะไรจริงๆ คุณแม่เชื่ออุ่นนะคะ" อินทุกรน้ำตาคลอพลันลุกเข้าไปกอดวินิตราเอาไว้ เมื่อเห็นว่าวินิตราไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบกลับเหมือนเมื่อครั้งยังเด็กก็รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก "คุณแม่ขา"


"ถ้าแบบนั้นไออุ่นต้องทำยังไงก็ได้ที่หุ้นส่วนนั้นจะได้กลับมาเป็นของแม่ พี่หวังว่าไออุ่นจะทำได้นะ" อัญชนายกยิ้มมมุมปาก สายตามองไปยังอินทุกรเชิงบังคับให้เธอตอบรับในสิ่งที่เสนอไป


ในขณะนั้นเอง...


"ถึงเวลาแล้วไออุ่น ข้างนอกกำลังรออยู่" เสียงของภาคย์ทำให้ผู้หญิงทั้งสามเงียบลงในทันที ป้าจิตรและภัทธิราเดินเข้ามาแล้วพาอินทุกรออกไปยังพื้นที่จัดงาน วินิตราปั้นสีหน้ายิ้มก่อจะเดินตามไปอีกคน ไม่นานนักภาคย์ค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปใกล้อัญชาด้วยแววตาแข็งกร้าว แม้ว่าอัญชนาจะเคยเป็คนที่ทำให้เขารู้สึกรักได้แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว มือใหญ่จับแขนเล็กแล้วบีบเอาไวเแน่นราวกับจะให้มันแหลกสลายคามือ


"โอ๊ย!! ภาคย์จะทำอะไรเอม!! ปล่อยนะ ไอ้..."


"ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่าล้ำเส้นไออุ่น!! คิดจะลองดีกับฉันหรือยังไง!!" ภาคย์กัดฟันพูดราวกับพยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมา "อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอกับแม่เธอคิดจะทำอะไร จะขอบอกเอาไว้เลยนะว่าทุกสิ่งที่เธอได้ ที่เธอมีในตอนนี้มันเป็นของไออุ่นทั้งหมด จริงๆแล้วกาฝากอย่างเธอไม่สมควรที่จะได้อะไรเลยด้วยซ้ำ"


"พูดบ้าอะไร!! ถ้าจะทำเป็นกลบเกลื่อนเรื่องความรู้สึกที่ยังมีต่อเอมล่ะก็ภาคย์ไม่ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ก็ได้นะ ว่างๆเดี๋ยวเอมไปอยู่เป็นเพื่อนก็ได้"


อึก!!


ภาคย์เพิ่มแรงที่มือไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย ตาคมจ้องราวกับว่าถ้าเขาฆ่าเธอตรงนี้ได้ก็คงจะทำไปแล้ว "หึ! คนอย่างเธอมันไม่เคยพอจริงๆ ไม่รู้เมื่อไหร่ไอ้คุณปวันจะตาสว่างสักทีที่ได้ของเน่าในอย่างเธอไปครอง ฉันขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย!! ถ้าเธอยังไม่หยุดที่จะเอาทุกอย่างของไออุ่นไปเป็นของตัวเองล่ะก็ ผัวเธอได้เห็นแน่ว่าตัวเธอมันโสโครกขนาดไหน แต่งงานแล้วก็ยังมีเวลาไปซื้อผู้ชายกินได้"


"ภาคย์!!"


"อย่าคิดว่าทำอะไรแล้วจะไม่มีใครเห็น" ภาคย์เปลี่ยนจากจับแขนขึ้นมาบีบหน้าของอัญชนาแบ้วบังคับให้เธอมองมาที่เขา "ฉันหมดความพิศวาทในตัวเธอตั้งแต่ได้เห็นธาตุแท้ของเธอ ถ้าจะลองดีก็ได้ฉันจะจัดให้ตามคำขอ"


ตุบ !!


ชายหนุ่มเหวี่ยงร่างของอัญชนาจนเซล้มไปนอนกับพื้น สายตาเขามองเธอด้วยความรังเกียจเป็นที่สุด ไม่นานก็เดินออกไปจากห้องนี้โดยไม่คิดที่จะกลับมามองเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงจัดเสื้อผ้าของตัวเองไม่นานก็ต้องหยุดเมื่ออินทุกรเดินกึ่งวิ่งมาตรงหน้าเขาพอดี


"กำลังจะไปตามพอดีเลยค่ะ" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "พี่ภาคย์คะ คือ..."


"ไม่ว่าอุ่นจะพูดอะไรพี่จะขอบอกอะไรเอาไว้อย่าง ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของอุ่นโดยตรง พี่ไม่ทำให้ทั้งนั้น"


"พี่ภาคย์รู้หรอคะว่าอุ่นจะพูดอะไร?"


เขาพยักหน้าช้าๆ สองเท้าก้าวเข้าไปประชิดตัวแล้วใช้มือเชยคางมนขึ้นมา "มองตาพี่ก็รู้แล้ว อย่าทำอะไรที่ตัวเองจะต้องเดือดร้อนเด็ดขาด เพราะผลกระทบมันไม่ได้เกิดแค่ที่อุ่นคนเดียว" เสียงถอนหายใจดังทอดออกมาท่ามกลางความเงียบ ภายใต้ความเย็นชาของใบหน้านั้น...ภาคย์เก็บซ่อนความรู้สึกต่างๆเอาไว้ได้อย่างแนบเนียนก็จริงแต่ทว่าเขาไม่อาจปกปิดแววตาของตนเองได้เลย


อินทุกรได้มองตาเขาก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ ในแววตาของเขานั้นมีบางอย่างที่เขาไม่กล้าที่จะบอกกับเธอ...


"อะแฮ่ม" สองหนุ่มสาวสะดุ้งตามเสียงทักทายของผู้มาใหม่ ภิชญ์จงใจกระแอมเพื่อเรียกสติพี่ชาย "ทุกคนพร้อมแล้วครับ รอพี่ภาคย์กับน้องไออุ่นเท่านั้นเอง" ตากล้องหนุ่มกล่าวด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้ม แต่พอหันไปทางอินทุกรก็เปลี่ยนท่าทีเป็นร่าเริงเสียอย่างนั้น "รีบไปเถอะ งานนี้พี่ยกกล้องมาไว้ถ่ายรูปน้องไออุ่นคนเดียวเลยนะ"


"ค่ะ ไปกันเถอะค่ะพี่ภาคย์"


"อ่าา เราไปกันก่อนดีกว่านะ ปล่อยให้พี่ภาคย์เขายืนทำใจอีกสักพักไปก่อน" ช่วงจังหวะที่ภิชญ์กำลังจะเอื้อมมือมานั้น...


หมับ !!


"ฉันไม่จำเป็นทำใจอย่างที่แกว่า" ภาคย์แทรกตัวคว้าข้อมือของอินทุกรเอาไว้ "แกไปทำหน้าที่ของแกได้แล้ว ฉันนจะพาไออุ่นเข้าไปข้างในเอง" พูดจบก็จูงมือพาร่างเล็กเข้าไปด้านในโดยปล่อยให้น้องชายของตนยืนงงอยู่เงียบๆ


"อะไรของเขาวะ? สรุปนี่คือ หึง? หรือ หวงก้าง? งงใจกับพี่ภาคย์จริงๆเลยเว้ย งานนี้เราก็แพ้ราบคาบเลยดิ!" ภิชญ์ยืนเกาหัวช้าๆแต่สุดท้ายก็เดินตามหลังไปติดๆ


ภายในงานที่กำลังดำเนินไปตามกำหนดการ....


กันตาที่ได้รับเชิญมาในฐานะเพื่อนสนิทของอินทุกรก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เคยเห็นแต่ในละครซึ่งไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาร่วมงานหมั้นจริงๆแบบนั้น เธอและนุชรีย์สวมชุดกระโปรงสีฟ้าเดินตักอาหารที่ทางโรงแรมจัดเตรียมเอาไว้ด้วยท่าทางที่มีความสุข


"สักหน่อยสินุช อร่อยมากเลยนะ" กันตาส่งจานคุ๊กกี้ให้เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ


"ไม่อ่ะ แบบนี้ฉันกินจนเบื่อละ" ท่าทางยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ที่มานี่ก็เพราะอยากจะมาอวดโฉมกับพวกสื่อมวลชนที่มาต่างหากล่ะ "กันย์...คิดว่างานนี้ใหญ่มากไหม?"


"ก็พอสมควรนะ แต่ได้ยินไออุ่นบอกมาว่าทั้งสองบ้านเขาอยากให้เป็นส่วนตัวมากกว่า ไม่รู้สิ...นุชมีอะไรหรือเปล่า?"


"เปล่า...ตั้งแต่วันนั้นไออุ่นก็ไม่ค่อยคุยกับฉัน แต่ฉันไม่แคร์หรอกนะขอแค่มีตากล้องมาถ่ายูปฉันลงหน้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารบ้างฉันก็โอเค" 


กันตาส่ายหัวไปมาด้วยความเอือมระอา คนอะไรหาเรื่องชิงดีชิงเด่นกับคนอื่นได้ตลอดเวลาแบบนี้นะ หญิงสาวทำทีไม่สนใจและสร้างความสุขกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า 


ตุบ!


กันตาเผลอทำช้อนหล่นลงพรมด้านล่าง ระหว่างที่กำลังก้มเก็บนั้นเองก็มีบางคนชิงเก็บช้อนเล่มนั้นตัดหน้าเธอเสียก่อน "กินเยอะขนาดนี้ไม่กลัวอ้วนหรอครับ?"


"คุณปวัน!" กันตาเงยหน้าแล้วทักทายด้วยรอยยิ้ม "มางานนี้ด้วยหรอคะ?"


"ครับ ก็...ไออุ่นเป็นน้องสาวภรรยาของผม แล้วกันย์ล่ะเป็นญาติฝั่งคุณภาคย์หรอครับ?" ปวันส่งช้อนเล่มนั้นคืนให้เธอ


"เปล่าค่ะ กันย์เป็นเพื่อนของไออุ่น แต่...ไม่น่าเชื่อว่าไออุ่นจะเป็นน้องสาวภรรยาของคุณปวันนะคะ คนละขั้วเลย" หญิงสาวรีบเอามือป้องปากเพราะเหมือนว่าจะเผลอนินทาภรรยาของเขาออกไป เป็นใครก็ไม่อยากจะเชื่อนักหรอก


ปวันสีหน้าหม่นลงพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ "ใครๆก็บอกผมแบบนั้น จริงๆแล้วผมก็อยากเจอกันย์นะ ขอบคุณนะครับที่วนนั้นไปนั่งทานกวยเตี๋ยวเป็นเพื่อนผม เป็นร้านที่อร่อยมากเลย"


"ค่ะ ก็...." กันตากำลังจะพูดต่อแต่ก็ถูกนุชรีย์เดินเข้ามาชนเสียดื้อๆ "อะ นุช...มีอะไรหรอ?"


"งานเขาเริ่มแล้ว เราไปนั่งข้างหน้าดีกว่า เวลากล้องถ่ายรูปมาตัวฉันจะได้เด่น" พูดจบก็ไม่สนใจว่าเพื่อนเธอกำลังยืนคุยอยู่กับใคร นุชรีย์ดึงตัวกันตาแล้วพากันแทรกเข้าไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้า 


ผู้คนในงานต่างนั่งอยู่กับที่ด้วยความสงบ ภาคย์เปิดกล่องแหวนแล้วค่อยๆสวมเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของอินทุกรช้าๆ เหมือนกับว่าแหวนวงนี้มันเลือกเจ้าของแล้วว่าเป็นใคร พอสวมเข้าที่มันก็พอดีกับนิ้วเล็กไม่ขยับไปไหน ไม่ต่างกับวงใหญ่ที่อินทุกรสวมให้กับภาคย์ซึ่งพอได้สวมมันแล้วก็พอดีเช่นกัน


เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งงาน...


ปวันขยับเข้ามานั่งใกล้ๆอัญชนาหวังจะหาโอกาสได้พูดหรือปรับความเข้าใจกันบ้างตามประสาของสามีภรรยา เธอกลับเมินเฉยแถมตวัดสายมองเขาราวกับคนอื่นคนไกล...


"มีอะไรคะ จะมาพูดหรือว่าทวงเงินเอมหรือยังไง?"


"เอม ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย เอาเป็นว่าจบงานนี้เรามาคุยกันหน่อยดีไหม? เรื่องนั้นผมอธิบายให้พ่อกับแม่เรียบร้อยแล้ว เอมสบายใจได้" ปวันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแสดงว่าเขานั้นมีความรู้สึกดีๆให้กับเธออยู่เสมอ


แต่อีกคนกลับไม่ใช่...


อัญชนาเคลื่อนตัวมากระซิบข้างๆเขา "แล้วยังไงคะ จะให้เอมไปทำงานแลกกับเงินของคุณหรอ? เอมแต่งงานกับคุณเพราะหวังว่าคุณจะเลี้ยงดูเอมได้โดยที่เอมไม่ต้องเหนื่อย แต่ที่ผ่านมาคุณไม่คิดที่จะหาอะไรมาง้อหรือซื้อใจเอมบ้างเลย สู้เอมกลับมาอยู่บ้านรอใช้เงินปันผลอันน้อยนิดยังสบายใจกว่า เพราะเอมคงไม่ตอบโจทย์คุณเท่ายัยเด็กนักศึกษาที่คุณพาไปนั่งทานกวยเตี๋ยวด้วยหรอกค่ะ"


"เอม !! ไม่เกี่ยวอะไรกับคนอื่นเลยนะ"


"ชู่! เงียบๆหน่อยค่ะปวัน เขาทำพิธีหมั้นกันอยู่"


อัญชนาสะบัดหน้าหนีโดยไร้เยื่อใย ปวันเองรู้สึกเจ็บอยู่ในใจแต่ก็ต้องทนฝืนเอาไว้ เธอเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ พอนึกย้อนไปวันแรกที่พบเจอกับอัญชนาที่โรงแรมแห่งนี้ เพราะตอนนั้นเป้นครั้งแรกที่เขามาจัดแสดงเครื่องประดับที่เขาออกแบบเองทั้งหมดที่นี่


​"ถ้าชะเอมอยากได้ ผมยินดียกให้นะครับ ผู้หญิงก็ต้องคู่กับของสวยๆงามๆอยู่แล้ว"

​อัญชนายิ้มรับ "ไม่หรอกค่ะ ของดูแพงเกินไป เอมชอบอะไรที่มันพอดีกับตัว...แพงไปใส่แล้วกลัวว่ามันจะหนักเกินไป"

อยากได้เธอคนนั้นกลับมาจริงๆ...


__________________________________ 100% ____________________________________________


มาทีละนิด ทีละน้อย ใครก็ได้พาพี่ภาคย์ไปรักษาหน่อยยย

ไรท์อ่านทุกคอมเม้นนะคะ ไม่ได้ตอบก็อย่างอนไรท์นะ...

เม้นท์ โหวต ให้กำลังใจไรท์ด้วยนะคะ

เจอกันตอนต่อไปจ้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น