น้ำผึ้งพระจันทร์
facebook-icon

เป็นไรต์สายหื่นนะคะ : )

ตอนที่ 1 - ร่านรัก...ไม่ต้องการเวลา (NC กรุบกริบ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 - ร่านรัก...ไม่ต้องการเวลา (NC กรุบกริบ)

คำค้น : 18+ 25+ NC แอลลี่ ร่านรักไม่จำกัด LoveUnlimited อีโรติก ร่าน One Night Stand

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 105.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2561 00:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 - ร่านรัก...ไม่ต้องการเวลา (NC กรุบกริบ)
แบบอักษร


เสียงเพลงทำนองโยกๆ ในร้านดังคลอเสียงคุยกันของพวกเราสี่คน วันนี้ฉันกับเพื่อนๆ ในกลุ่มนัดเจอกันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันแบบครบแก้งนานแล้วเพราะต่างคนต่างทำงาน หาเวลาเจอกันยาก ไม่เหมือนสมัยเรียนที่ไปที่แรดไหนก็ไปด้วยกันตลอดๆ

“ว่าแต่แกมีแฟนเป็นตัวเป็นตนหรือยัง แอล?”


“นังแอลลี่!”


“อีแอลลี่ ฉันถามแกอยู่นะ มัวแต่มองผู้ชายตาเป็นมันอยู่นั่นแหละ!!”

ยัยฝนเพื่อนของฉันโวยวายใหญ่ที่ฉันไม่สนใจมัน ยัยนี่หน้าตาออกหมวยๆ สวยน่ารักดี


“โอ๊ย...ได้ยินแล้ว แต่ไม่ว่างตอบ”

ฉันบอกเพื่อนหน้าตาเฉย ไม่สนใจว่าเพื่อนจะโวยวายด้วยซ้ำเพราะ ‘ผู้ชาย’ ที่ฉันกำลังสนใจและเขาเองก็ต้องสนใจฉันมากเหมือนกันกำลังเดินมาโน่นแล้ว แค่ดูหุ่นของเขาฉันก็ร้อนไปหมดทั้งตัว...น่ากิน!


“หวัดดีครับ”

เขาทักทายทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะของฉันกับเพื่อนๆ ยกแก้วเครื่องดื่มเล็กน้อยอย่างมีมารยาท แต่ตานี่มองฉันไม่กระพริบเลย แล้วจากนั้นก็เริ่มแนะนำตัว

“ผมฟาน คุณชื่ออะไรครับ”


ฉันยิ้มเล็กๆ ให้เขาอย่างไม่ปิดบังสายตาว่าตัวเองก็สนใจเขาเหมือนกัน ก่อนจะบอกชื่อเขาไป

“หวัดดีค่ะ ชื่อแอลลี่นะคะ”


“อะแฮ่ม...แล้วนี่ใจคอจะทักแต่แอลลี่หรือไงคะเนี่ย...”

วุ้นเส้นเพื่อนอีกคนของฉันแกล้งขัดคอ ทั้งที่ความจริงมันคงชินอยู่แล้วเวลาที่ฉันจะสปาร์คกับผู้ชายสักคนแล้วผู้ชายคนนั้นจะมัวแต่สนใจฉันจนลืมพวกมัน คือจริงๆ พวกมันก็สวยน่ารักคนละแบบกันทุกคนนะ แต่ฉันรับประกันว่าความแรดของฉันเนี่ยกินขาดทุกคนแน่นอน


คนที่เพิ่งแนะนำตัวว่าชื่อฟานก็เลยยิ้มเขินๆ แล้วก็ทักทายเพื่อนๆ ฉันที่นั่งอยู่ตรงนี้อีกสามคน รวมกับฉันแล้วแก้งเราก็มีสี่คนพอดี คบกันมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่งแล้วล่ะ

“หวัดดีครับ ผมฟานนะครับ”


เพื่อนฉันอีกสามคนมีวุ้นเส้น ฝน แล้วก็แพมแพมเลยแนะนำตัว ก่อนจะเชิญฟานให้นั่งด้วย โดยไม่ถามฉันสักคำว่าฉันอยากให้นั่งไหม ตอนนี้ฟานพูดคุยกับเพื่อนๆ ฉันทั้งสามคนอย่างอัธยาศัยดี แต่ฉันก็รู้ว่าความจริงแล้วจิตใจของเขาน่ะจดจ่ออยู่ที่ฉัน เพราะเรานั่งข้างกันและหลายๆ ครั้งที่ฟานแกล้งเอามือมาโดนมือของฉัน จะว่าไปฉันก็สนใจฟานมากๆ เลยเหมือนกัน เพราะเขาหล่อมาก หน้าตาก็ออกแนวลูกครึ่ง ผิวไม่ถึงกับขาวซีด ผมเป็นสีเข้มสูงประมาณไม่ต่ำกว่า 180 ได้ แถมพูดไทยชัดแจ๋ว คือเอาเป็นว่ารวมๆ แล้วงานโคตรดี!


ฉันยิ้มยั่วยวนอย่างมีชั้นเชิงก่อนจะดึงมือของฟานมาจับไว้เสียเองโดยไม่ให้เพื่อนๆ ของฉันสังเกตเห็น ฟานทำหน้าทึ่งเล็กๆ ที่ฉันทำแบบนั้น ตามด้วยยิ้มมุมปากแบบว่ารู้กันว่าเราต่างคนต่างก็ชอบอะไรคล้ายๆ กัน มือของฟานอุ่นมากเลย อุ่นจนใจฉันเต้นแรงเพราะรับรู้ได้จากสัญญาตญาณว่าเขาคงจะร้อนแรงไม่เบาเลย


“มืออุ่นจัง”

ฉันกระซิบ ทำเหมือนไม่ได้ตั้งใจให้ริมฝีปากและจมูกโด่งเล็กสัมผัสโดนใบหูเขา


“ไม่รู้สิ ผมอาจจะเป็นคนใจร้อน”

ลมหายใจอุ่นๆ ข้างหูทำให้ฉันรู้ว่าเขาร้อนอย่างที่บอกจริงๆ


“แอลลี่ไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”

ร้านฟังเพลงแบบนี้เสียงมันค่อนข้างดังเราสองคนก็เลยต้องกระซิบคุยกันตลอด ว่าแต่ว่า...ถามแบบนี้คงทนไม่ไหวแล้วสินะ!


“ไม่ค่ะ วันนี้นัดเพื่อนๆ มานั่งเล่นกันแล้วก็ยังไม่รู้จะไปไหนต่อเลย”

ฉันตอบ แอบสูดกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจากเสื้อเชิร์ตสีขาวของเขาในเวลาที่เราใกล้ชิดกัน


“งั้นเราไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีไหม ตรงนี้เสียงดังออก”

ฟานกระซิบถามอ้อนๆ ฉันรู้ว่าเขาจงใจเอาจมูกโด่งสันมาสัมผัสที่ใบหูของฉัน ฉันขนลุกซู่เพราะเลือดสาวในกายฉีดพล่าน แต่ก็พยายามจะควบคุมอารมณ์เอาไว้ เพราะยังไงตอนนี้ก็อยู่ต่อหน้าเพื่อนๆ ซึ่งนั่นแหละมันคือความตื่นเต้นที่แสนเร้าใจ อารมณ์แบบกลัวคนจะเห็นก็กลัว แต่ก็อยากจะแอบสัมผัสกัน


สำหรับฉันแล้วเรื่องราวเกี่ยวกับรสนิยมของฉันก็ไม่ได้จงใจจะปิดบังเพื่อนๆ หรอก พวกมันรู้ว่าฉันเป็นยังไง เพียงแต่บางทีฉันก็ไม่ได้อยากจะทำประเจิดประเจ้อเกินไปเพราะกลัวพวกมันจะตกใจ นี่ถ้าไฟตรงนี้มันสว่างทุกคนคงจะได้เห็นว่าหน้าของฉันแดงแจ๋แน่นอน แต่ไม่ได้แดงเพราะอายหรอกนะ มันแดงเพราะอารมณ์ที่กำลังก่อตัวหลังจากที่ได้จับมืออุ่นๆ ของฟานเอาไว้ต่างหาก!


“แอลลี่เป็นอะไรครับ ทำไมถึงเงียบๆ ไป”

ฟานถามเมื่อเห็นว่าฉันเงียบไป คือตอนนี้ฉันต้องการเขาจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วน่ะสิ แล้วยิ่งพอนั่งคุยกันไปสักพักฟานไม่ได้หยุดแค่จับมือ แต่มือใหญ่อุ่นจัดของเขาเริ่มจะมาป้วนเปี้ยนที่ขาเรียวขาวผ่องของฉัน แถมบางทียังร่นเดรสสีดำของฉันขึ้นเพื่อลูบไล้ลึกเข้าไป อา...เล่นฉันซะแทบจะหายใจไม่ทัน ‘วารีดำเนิน’ ไปเรียบร้อยแล้วตอนนี้ฉัน


“อ่า...อ๊ะ...”

ฉันช้อนตามองเขาเพราะรู้ดีว่าเขารู้ว่าฉันเป็นอะไร แต่ก็ยังแกล้งถามฉัน คนผีทะเล คอยดูนะถึงห้องเมื่อไหร่ฉันจะทรมานให้ตายเลย!

“อ๊ะ...สงสัยจะมึนๆ น่ะค่ะ”


“งั้นกลับดีกว่าไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”

เขากระซิบถามอีก คราวนี้เขาไม่ได้ใช้แค่จมูกโด่งๆ มาสัมผัสที่ใบหู แต่จงใจใช้ลิ้นร้อนๆ มาลากผ่านใบหูฉัน


“อะ...อา...อูย”

ฉันหลุดเสียงครางเบาๆ ออกมาอีกเพราะทนความเสียวซ่านไม่ไหว และครั้งนี้ฉันมั่นใจว่าเขาก็ต้องได้ยินแน่ๆ ขาทั้งสองข้างของฉันเบียดไปเบียดมาเพื่อคลายความเสียว ไหนตาก็ต้องคอยมองเพื่อนๆ ว่าพวกมันจะเห็น ‘อะไรๆ’ ไหม ดีที่พวกมันทำท่าเหมือนกับไม่รู้ไม่ชี้อะไร ไม่งั้นฉันก็ทำหน้าไม่ถูกเหมือนกันนะเนี่ย


ใจคอจะทรมานฉันเล่นหรือไงเนี่ยหา...ฟาน!


ฉันเลยแกล้งถ่วงเวลาบ้าง เขาอยากทรมานฉัน ฉันก็ทรมานเขากลับบ้างสิ เรื่องอะไรจะยอม?

“แต่แอลยังอยากนั่งกับเพื่อนๆ อยู่นี่คะ นานๆ ทีจะได้เจอกัน”

เราคุยกันไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างเล่าเรื่องของตัวเองพอกล้อมแกล้ม อย่างเช่นฉันที่เล่าให้ฟานฟังว่าฉันทำงานมาร์เก็ตติ้งอยู่ที่บริษัทใหญ่ที่นำเข้าแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำของโลกมากมาย พอฉันถามเรื่องราวของเขากลับบ้างเขาก็เล่าแค่เล็กน้อยและเอาแต่กระซิบบอกฉันว่าให้ไปถามตอนอยู่สองต่อสอง...แล้วคิดว่าตอนอยู่สองต่อสองมันจะได้คุยกันไหมล่ะ?!



กว่าฉันกับเพื่อนๆ จะแยกย้ายกันได้ก็ปาไปตีหนึ่ง...


ตอนแรกฉันว่าจะอยู่จนร้านปิด แต่เพื่อนๆ ของฉันก็พร้อมใจกันบอกว่าดูเหมือนฉันจะไม่ค่อยสบายเพราะพูดน้อยผิดปกติ เลยฝากฝังให้ฟานไปส่งฉัน ดูพวกมันสิ ถ้าเป็นห่วงกันจริงก็ไม่ควรให้ฉันกลับกับผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งเจอไหม? แต่เอาเถอะเพราะต่อให้พวกมันไม่ให้กลับฉันก็จะกลับอยู่ดี มีผู้ชายเผ็ดๆ อาสามาส่งถึงที่แบบนี้ มีเหรอที่ฉันจะพลาด ที่ไม่ขับรถมาก็เพราะจะได้ให้ผู้ชายไปส่งนี่แหละ…


“คอนโดแอลลี่ไปทางไหนครับ”

ฟานถาม ดวงตาของเขาเป็นสีน้ำตาอ่อนๆ น่ามอง ยิ่งเวลาที่เขามองฉันเหมือนอยากกินนะ โอ๊ย...ฉันนี่แทบอยากจะขึ้นไปนั่งบนตัวเขาเดี๋ยวนี้เลย


“แอลว่าเราอย่าไปเลยค่ะคอนโด หาที่นั่งพักแถวนี้ไหมคะ เดี๋ยวฟานขับรถไม่ไหว”

ฉันบอกความต้องการไปเป็นนัยๆ ถึงฉันจะรักสนุกแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่ได้โง่พอที่จะพาผู้ชายแปลกหน้าที่คิดแค่จะมีเซ็กซ์ด้วยไปถึงคอนโดตัวเองหรอกนะ บางทีก็ไม่ใช่เพราะฉันกลัวอันตราย เพราะฉันก็ค่อนข้างเชื่อในสัญชาตญาณตัวเอง แต่ฉันไม่อยากให้มีเรื่องยุ่งยากตามมา เพราะคนอย่างฉันไม่เคยคิดจะคบกับใครจริงจัง บางคนแค่นอนกับฉันครั้งเดียวแล้วก็มาทำเป็นหึงหวง ฉันเลยอยากตัดไฟแต่ต้นลม


“ดีเลย ผมว่า ผมก็คงจะรอให้ถึงคอนโดแอลลี่ไม่ไหวเหมือนกัน”

ฟานเองก็เข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการสื่อเป็นอย่างดี เพราะอีกไม่นานเขาก็เลี้ยวรถเข้าโรงแรมกึ่งเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์แถวสุขุมวิทนี่เอง


ฉันไม่ได้แปลกใจเพราะรู้ดีว่าฟานไม่ใช่ฝรั่งลูกครึ่งขี้นก เขามาจากครอบครัวที่ค่อนข้างโอเค การแต่งตัว น้ำหอมที่ใช้และรถที่ขับก็บอกได้เป็นอย่างดีแล้วว่าเขาไม่ได้กระจอกงอกง่อยเลย จากการได้นั่งคุยกันที่ร้าน ฟานมีชื่อจริงว่าสเตฟานเป็นลูกครึ่ง พ่อแม่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศทั้งคู่ ตอนนี้เขาทำงานกับบริษัทวิศวกรรมที่เอ่ยชื่อไปทุกคนต้องรู้จัก เราสองคนเช็คอินและเข้ามาในห้อง


“วิวสวยจัง”

ฉันมองวิวกรุงเทพฯ ข้างหน้า ดวงไฟระยิบระยับเต็มไปหมด รู้ดีว่าตอนนี้ฟานกำลังมองฉันจากด้านหลังและหิวฉันจนแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว


“แต่แอลลี่สวยว่า”

ฟานกระซิบอยู่ใกล้ๆ หู ตอนนี้ร่างสูงใหญ่ของเขาแนบชิดกับตัวฉันแทบจะแน่นสนิท และฉันรู้สึกได้ถึงอาวุธของเขาที่ดุนดันอยู่ตรงบั้นท้ายของฉัน แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าขนาดของฟานต้องไม่ธรรมดา...


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น